Posts tagged ‘Versys’

ต้องการอะไร?


ต้องการอะไร?
==========
อ่านแล้ว share ด้วยครับ
==========

12465131_10153781289809326_2071317296_o.jpg

เหตุการณ์ เกิดขึ้นระหว่างการออกทริป ของผม.. ในช่วงขากลับ

เมื่อครู่ออกมาจากกำแพงเพชร ข้างหน้าเป็นแยกไฟแดง รถติดยาว …
Pick up คันหน้าอยู่ในแถวดีๆ ก็ตบออกมาไหล่ทาง ซึ่งเขาไม่ได้ให้วิ่ง คงกะจะลักไก่ไฟเขียว เพราะออดมาก็วิ่งช้าๆ

ผมให้สัญญาณแตร เพื่อให้รู้และ แซงขวา พวกเบียดเข้ามาเสียชิด… คิดแง่ดี คงไม่ทันเห็น (ไฟรถผม เยอะมาก ถ้ามองรับรองว่ายังไงก็เห็น)

ผมจอดรอไฟแดง หันไปดู เอ๊ะ .นี่มันดมตูดกันเลย .. เหมือนเขาจะสื่อสารอะไรกับผมนะ… ตั้งใจมาจอดซะชิดขนาดนี้

ผมตั้งขาตั้ง…ลงจากรถตาม style นิสัยดี

ทักทาย
======
ผมลงจากมอเตอร์ไซต์ …นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันนี้ ตั้งแต่ขี่รถมาสี่ปี

สองครั้งแรกเกิดในกรุงเทพฯ ครั้งแรกมนุษย์ป้า ครั้งสอง วัยรุ่นตอนปลาย… ทั้งสองเคส จอดเสียบเข้ามาแบบนี้ และมาโดย “อวัยวะ” หรือ ชิ้นส่วนบางส่วนของน้องซีดส์ผม ซึ่งท้งสองเคส ดูเหมือนเจ้าของรถยนต์จะไม่ Happy กับตอน ending นัก… เพราะต้องโดน”บอกกล่าว” ไปพอสมควร

นี่เป็นครั้งที่สามที่รถยนต์มาจอด สอดเข้ามาจนเสียวตูด ที่แปลกใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่เกิดในต่างจังหวัด…! เพราะผมเชื่อ ว่า อารมณ์ กวนๆ แบบนี้ ผมนึกว่าจะเกิดแต่ในกรุงเทพฯ ซะอีก

ผมเดินเข้าไปหา..เดินไป ก็ กระตุ้นกล้ามเนื้อไป .. เพราะผู้รู้ท่านบอกว่า ก่อนออกกำลังกาย ต้อง warm up ดังนี้ กล้ามเนื้อใช้งานทุกส่วน เลยโดนกระตุ้นให้ทำงาน จะออกกำลังท่าไหนไม่รู้หรอก แต่ วิทยาศาสตร์การกีฬาสอนไว้ว่าให้วอร์มร่างกายก่อนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

“จอดเข้ามาจนชนรถผมแล้วนี่….” ผมพูดเสียงดังฟังชัด เจ้าของรถใส่แว่นเรย์แบนสีดำไว้หนวด ผมประเมินดูคร่าวๆ อายุน่าจะ พอสมควร แต่ไม่น่าจะมากกว่าผม

“ชนด้วยเหรอ” เจ้าของรถพูดออกมา ผมเดาสีหน้าไม่ได้เพราะพี่เขาใส่แว่น

“ลงมาดู…” พูดจากห้วนๆ ไม่ใช่ ปกติของผม แต่ กรณีนี้ ถือว่าตั้งใจ พูดไม่ทันจบ ผมเปิดประตูรถออก เป็นการ เชิญ “เดี๋ยวนี้เลย” ประโยคหลัง บอกห้วนๆ ห้วนกว่า ตอนแรก อีก

คนขับลังเล… ผมกำชับด้วยเสียงอีกที เขาเอามือดึงเบรคมือ แล้วลงจากรถ คนเต็มรถ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมีอายุ คงจะกลับบ้าน ตามเทศกาลกัน

ผมชี้ให้ดู “นี่จอดใกล้ขนาดนี้…ต้องการอะไรเหรอ” ผมถาม เขาคงเดาอารมณ์ ผมจากน้ำเสียง เพราะ อย่างอื่นคงเห็นแต่ลูกตา เพราะ ผมยังไม่ได้ถอดหมวก

“ไม่ชนนี่” คนขับบอก เหมือน นึกมาแล้ว เพราะพวกไม่ได้ ตั้งใจให้ชน แต่ แค่ตั้งใจให้ชิด . เรื่องแบบนี้ ตำรวจบอกว่า “เหตุยังไม่เกิด เอาเรื่องไม่ได้”

“ไม่ต้องรอชนหรอก แค่นี้ก็มีเรื่องได้แล้ว จอดชิดขนาดนี้ ต้องการอะไรเหรอ” ผมถาม ที่ถามเพราะต้องการคำตอบ ถึงแม้สถานการณ์ จะเหมือนถามหาเรื่องก็ตาม

“ผมไม่ได้มีอะไรนะ” คนขับรถบอก “ผมไม่คิดว่าพี่จะจอดตรงนี้” พี่เรย์แบน พูดต่อมาหน้าตาเฉย

“ผมจอดอยู่คุณก็เห็น…” ผมเริ่มรู้สึกวูบวาบ อาจเป็นพราะ กระตุ้นกล้ามเนื้อมากเกินไป หรือ ไม่ก็ คำพูดพี่เรย์แบน มันกระตุ้นบางอย่างในตัวผมมากเกินไป ก็ไม่ทราบ ความรู้สึกเหมือน มันมีพลัง ที่อยากปล่อยออกมาซะเหลือเกิน

ผมมองหน้า พยายามจ้องตา ทะลุผ่านแว่น .. แล้วพูดเสียงเนิบๆ ช้าๆ

“ถอดแว่นออกก่อนมั๊ย…. จะได้ไม่เสียของ” ผมบอก เตือนจากประสบการณ์ เสียดายเของ ออกกำลังกายที ของประดับ เสียหายหลักหมื่น … เขาเชื่อถอดแว่นออก ผมอยากดูตาชัดๆ

” เมื่อกี้ตอนแซงมา ก็เบียด และเร่งเครื่องตีคู่ เกือบจะโดนกัน” ผมบอก วันนี้ เป็นอะไรไม่รู้ พูดจาไม่มีหางเสียงเลย พ่อรู้ พ่อคงด่า เพราะ สอนมาให้เป็นคนพูดเพราะๆ

“พี่คนกรุงเทพฯ หรือเปล่า…” คนขับรถถาม
“ถามทำไม?” ผมสงสัย
“ผมคิดว่าพี่จะไปกรุงเทพฯ ต้องตรงไป” ผมรู้สึกว่า เขาเริ่มตอบเลอะเลือนละ มันเกี่ยวอะไรตรงไหน มาคิดแทนผมได้ไง ว่าจะไปไหน ต้องเข้าเลนไหน .. พี่เขามี ญาติเป็น GPS หรือไง .. ?

“ทำไมชอบคิดแทนผม วะ …ขับรถก็ต้องเว้นระยะห่าง เห็นบอกเป็นคนทำมาหากิน ขับรถทั้งวัน เรื่องแบบนี้ไมารู้หรือไง” ผมถาม

ทหารสามคน เดินมายังเราสองคน ตอนนี้ไฟเขียวแล้ว รถเริ่มเคลื่อนตัว ….ระฆังยังไม่เคาะ .. หลายคนอาจเสียดาย ไม่ได้ดูมวย

ผมไม่ได้สนใจทหาร ยังคงอบรม คนขับรถต่อ

“เลนนี้เป็นไหล่ทาง เอาไว้ให้รถเสียจอด ไม่มีใครเขามาวิ่งเลยเห็นมั๊ย ” ผมดุ เพราะ มีเขาคนเดียวจริงๆ คันอื่น จอดในแถวรอไฟกันหมด ไม่มีล้ำ ลงเลนซ้าย

“เมื่อกี้ตอนพี่แซงผมไม่เห็น” คนรถบอก

“ไม่เห็น เพราะไม่ดูซิ มาดูนี่” ผมเรียกมาดูไฟหน้า ใครเคยเจอผม ต้องบอกว่า รถพี่ไฟแสบดาก มาก เพราะ มันเยอะ แต่ ไม่ได้เยอะ แบบแยงตา ผมเน้น ส่งพื้น ตอนขับกลางคืน ที่มือดๆ

“ไฟขนาดนี้ถ้าไม่เห็น แสดงว่าไม่ดูกระจกเลย …” ผมหยุดหายใจเข้าปอด แล้วพูดต่อ “…แล้วเปลี่ยนเลนมาซ้าย ไม่ดูกระจกเลยนี่มันอันตรายขนาดไหนรู้มั๊ย” โดนเยอะ ฐานเถียง ถ้าเงียบๆ คงพูดไม่กี่คำ

“ท่าทางเหมือนเมา…ดื่มมาหรือเปล่า” ทหารถาม…

“เปล่าครับ”… คนขับรีบตอบ สีหน้ากระวนกระวาย

“จับตรวจแอลกอฮอล์ หน่อยซิครับ สภาพแบบนี้” ผมบอกทหาร ทหารพยักหน้า…

…. ชักยาว เดี่ยวมาต่อ ….

================
ต่อ…
================
ทหารมองหน้าคนขับสักพัก แล้วถาม ท่าทางเราเมานี่ นี่เขารณรงค์ ห้ามเมาแล้วขับโดนเฉพาะ ช่วงเทศกาลนะ ดื่มมาหรือเปล่า” ทหารถามอีก

“ผมไม่ได้ดื่ม”.. คนขับบอก ผมก็ดูไม่ออกว่า ตาแกปรือๆ แบบนั้นปกติหรือด่วยฤทธิ์ แอลกอฮอล์

“ถ้าจะตรวจ ต้องตรวจทั้งสองคน” คนขับบอก… ดูมัน เถียงเป็นเด็กเลย .. ประมาณ ว่า ไม่ยอมนะ ตรวจเค้าคนเดียวไม่ได้นะ .. ทำเป็นเด็ก

“ผมขี่รถ ผมไม่ดื่มอยู่แล้ว” ผมบอกสบายใจได้ เรื่องดื่ม แล้วมาคร่อมรถ นี่ เป็นข้อห้ามผมเลย .. แต่สังเกต คนขับ ทีท่าเริ่มเปลี่ยน คงไม่นึกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาเกี่ยว

ผมเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นน หลักฐาน รถที่แทบมาแตะกันตรงหน้า ช่วยอธิบายเจตนาของเจ้าของรถเป็นอย่างดี ทหารเลยให้การอนุเคราะผม เทียบเท่าคนที่กำลังโดนเอาเปรียบ

“เดี๋ยวตรวจแอลกอฮอล์ ซะหน่อย ไม่มีก็ไม่ต้องกลัว” ทหารบอก

มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาอีกหนึ่งคน หลังฟังผมเล่าเร็วๆ พร้อมให้ความเห็นว่า คนขับรถเหมือนพยายามหาเรื่องผม ด้วยการจอดซะจี้แบบนี้ ตำรวจรับฟัง

จากที่ผมคิดว่าจะแก้ปัญหาเอง จัดการหมอนี่ซะเอง กลายเป็นมีคนมาช่วยอีก 4 คน ทหารสาม ตำรวจ หนึ่ง… เราทำดี ย่อมมีคนคุ้มครอง

คนขับรถดูเหมือนต้องการกำลังเสริม พูดขึ้นมา
“ผมก็คนที่นี่แหล่ะ เพื่อนผมก็มี” พูดแล้วหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาทำท่าจะโทร

“คนทำผิดเพื่อนไม่ช่วยหรอก” ผมพูดเบาๆ

คนรถมองหน้าผม คงอีดอัดที่เห็นแต่ลูกตา เลยบอกว่า “พี่คุยกับผม ถอดหมวกมาคุยก็ได้” ผมไม่รู้ว่า ตอนน้้น พี่เขาคงจะอยากเห็น หรือ อยากต่อยหน้าผมแม่นๆๆ ละมัง …ผมนึกในใจ ใส่ไว้ก็ดี แต่ ..ถอดก็ดีเหมือนกัน …เผื่อเห็นหน้าแล้ว อะไรจะดีขึ้น

ผมถอดหมวก …คนขับมองมากสักพักอุทานว่า นี่มันพี่ป๋องนิสัยดี นี่…

เปล่าครับ อันนี้ มุข ผมคิดไปเองขำๆ เขาไม่ได้อุทานหรอก เขาไม่รู้จักผมด้วยซ้ำ เขาขับ รถ pick up แต่ไม่แน่นะ ถ้าขี่ Big bike ก็ว่าไปอย่างอาจรู้จักผมก็ได้ เขามองไม่พูดว่าอะไร คงเริ่มรู้สึกว่าผมไม่ใช่เด็กแล้ว

และก็ไม่ใช่คนที่น่าจะมาแกล้งกันบนถนนด้วย ….

“พี่น่ะ ขับรถรอไฟแดง ไม่ควรออกมาไหล่ทางซ้าย เพราะ มันไม่ใช่ทางวิ่ง รถเล็กกว่าเขาจะได้ไปได้ อีกอย่าง ออกมาก็ต้องไปเบียดเข้าข้างหน้า ทำรถติดอยู่ดี และ เป็นการเห็นแก่ตัว…” ผมพูด ดูสีหน้า สังเกตว่าเริ่มฟัง

“…แล้วขับรถต้องรักษาระยะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ จะได้ไม่ไม่เกิดเหตุเวลาเบรคกระทันหัน ….จอดรถ ห้ามมาจอดใกล้แบบนี้เด็ดขาด มุมอับมองไม่เห็นกะพลาด ชนชิ้นส่วนผมแตกหักไป แล้วทำไง …มาพูดขอโทษ …มันคงไม่ง่ายแบบนั้นหรอกระ… รถใครใครก็รัก …เขาคงไม่คุยดีด้วย…” ผมจัดต่อ ทุกคนเงียบ

“ขับรถถ้าไม่อยากมีเรื่อง อย่าหาเรื่อง เพราะ เราไม่รู้หรอกว่าจะเจอกับอะไรบ้าง …” ผมบอก

คนชับ .. เงียบ…

“รู้ไหมว่าตัวเองทำไม่ถูก…” ผมถาม
คนขับรถมองหน้าผม … แล้วพูดขึ้น ” ครับ ผมทำไม่ถูก ”

“ทำไม่ถูก แล้วทำไง” ผมถามต่อ .. ดุจริงๆ ตอนนั้น

“พี่ครับ ผมขอโทษ” คนรถบอก พูดลอยๆ
“ไหว้เป็นมั๊ย” ผมถามต่อ คนบางคนก็แค่ๆ พูดขอโทษให้จบๆ แต่เรื่องไหว้ นี่เป็นตัวบอกความจริงใจในการสำนึก คนเรามี ศักดิ์ศรี ไม่ไหว้กันง่ายๆ ในเรื่องแบบนี้

“ผมขอโทษพี่จริงๆ ครับ” คนขับยกมือไหว้

“เอางี้นะครับ ผมจะออกใบสั่ง ฐานจอดรถกระชั้นชิดให้คนขับ …” ตำรวจพูดขึ้นมา

“ไม่ต้องออกหรอกครับ” ผมบอก

“ทางพี่จะได้สบายใจด้วย” ตำรวจบอก

“ไม่ต้องหรอกคุณตำรวจ พี่เขาคงอยู่กรุงเทพฯนาน มันเครียด และใจร้อน ผมแค่อยากให้เขาสำนึกสิ่งที่ทำ อาจจะไม่มีใครเคยบอก จึงต้องบอกเขา และ ให้เห็นผลร้าย ตอนนี้ผมว่าพี่เขาก็สำนึกแล้วล่ะ ก็น่าจะพอแล้ว…ไม่ต้องรบกวนคุณตำรวจด้วยครับ แค่นี้ก็เหนื่อยกับช่วงวันหยุดแล้ว” ผมบอกพี่ตำรวจ เห็นใจพี่ๆ เขา ต้องมาทำงาน ช่วงเทศกาล แถมเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้ อีก

ผมหันไปมองทางคนขับ จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา
“ผมต้องขอโทษพี่ และ ขอบคุณที่ช่วยสอนเตือนสติผมนะครับ” คนขับพูดกับผมแบบนั้น ท่าทีก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปหมด

“ไม่เป็นไร ขับรถก็ใจเย็นๆ หน่อย ที่สำคัญ อย่าไปหาเรื่องกับมอเตอร์ไซต์ เจอคราวหน้า ถ้าคนขี่อารมณ์ร้าย อาจไม่ได้ยืนคุยกันแบบนี้….”ผมบอก ก่อนจะยกมือไหว้ ทหาร และ ตำรวจ ที่มาช่วย

ผมขับรถแล่นออกไป คิดว่าเรื่องนี้ อาจได้ช่วยอีกหลายเคส จากพฤติกรรมขับรถแบบนี้ ถ้าพี่เรย์แบน แกสำนึกแล้วเข้าใจ ก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นอีก คนเราไม่มีใครอยากมีเรื่องหรอกครับ แต่ชอบทำอะไรให้เรื่องมันเข้ามาหาทุกที….

ขอบคุณที่ตามอ่านจนจบครับ
พิมพ์ไม่เมื่อย แต่จะหายเหนื่อย ถ้ามา comment กัน

ขอวิจารณ์ ขานรุ่น และ คติเตือนใจ กันด้วยครับ

อันใหม่ออกมาพอดี

‪#‎วิ่งไวเช็คให้แน่ใจค่อยเปลี่ยนเลน‬
‪#‎goodbiker‬
‪#‎tipbiker‬
‪#‎casebiker‬

Advertisements

ช่วยน้อง สอนเรา : แม่และลูก


ความรักระหว่างแม่กับลูก
=================
ผมเคยมองดูชีวิต ของ มนุษย์ และ พบว่า คนเราล้วนเกิดมา เพื่อทำหน้าที่ ที่ ธรรมชาติได้กำหนด

แม่เมื่อให้กำเนิดบุตร ก็จะเลี้ยงดู ประคบประหงม ให้ลูกน้อย ได้เติบใหญ่ กลายเป็น ผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวได้…

เมื่อวันเวลามาถึง ลูกก็จะกลับมาทำหน้าที่ พ่อแม่ที่ดีดูแลลูกอีกรุ่นต่อไป …รวมถึง กลับมาดูแล พ่อแม่ของตนด้วยเช่นกัน

ผมกับทีมเดินทางมาถึงบ้านหลังนี้ … แล้วก็เดินมาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของ ครอบครัว เสนนอก

คุณยายสมหวัง เสนนอก อายุ 73 ปี อยู่ในความดูแลของ พี่สายม่าน เสนนอก อายุ 53 ปี

ลูกสาวพี่สายม่าน เข้ามาทำงานเย็บผ้าที่กรุงเทพฯ และ ส่งเงินมาให้แม่ และ ยายใช้จ่าย เดือนละสามพัน ซึ่ง เงินส่วนนึง พี่สายม่านจะ นำมาซื้อยา ที่ต้องใช้ แม้แต่ ยาสวน สำหรับการขับถ่ายปกติ ก็ต้องซื้อเดือน ละหลายร้อย เหลือไว้กินและใช้จ่ายอื่นๆ ก็ไม่มากนัก

ความเป็นอยู่แบบนี้ เริ่มขึ้นเมื่อ คุณยายสมหวัง เกิดอาการ ความดันขึ้นและเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อหกปีก่อน หลังจากนั้น ก็ไม่สามารถเดิน และ ช่วยเหลือตัวเองได้

พี่สายม่านจึงได้ดูแล มาตลอด …

บริเวณที่อยู่ของ ยายสมหวัง เป็นดังภาพที่เห็น ความสูงของเพดานไม่สูงมาก ทำให้ผมต้องก้มตัวลง เมื่อตอนที่เข้าไปพบ

เรื่องราวหลายอย่างพรั่งพรู จากปากพี่สายม่าน …เราเองเห็นแล้วก็นึกสงสารในชะตากรรมของแม่ลูกคู่นี้

และ นี่คือบ้านที่สี่ที่เราตั้งใจจะแวะเข้าไปครับ

ช่วยน้อง สอนเรา : เสื้อที่ระลึก


ในส่วนของการเตรียมงาน พี่ๆ หลายท่านได้สละเวลามาช่วย คนละไม้คนละมือ ในเรื่องต่างๆ แล้วครับ รายละเอียด อยู่ในหน้า page นี้

ซึ่ง อยากให้ ทุกท่านเข้าไป click “เข้าร่วม” เอาไว้ครับ สำหรับ ท่าน ที่จะไปร่วมด้วยด้วยการนำรถไป รบกวนแจ้งผม ทาง inbox ด้วยครับ จะได้ ทำรายชื่อ เพื่อเตรียม ที่พัก ไว้ให้ (ที่พักไม่สบายนักนะครับ เ้พราะจะพักกันที่โรงเรียน)

สำหรับตอนนี้ มีการจัดทำเสิ้อเป็นของที่ระลึก แบบสวยงามแขนยาาว เนื้อผ้า sport เป็นสีดำ ลายเขียว (รายละเอียดในหน้า page) ซึ่ง จะกำหนดไว้ ตัวละ 550 บาทครับ จากเดิมที่เป็น แขนสั้น 500 บาท รายได้เราจะหัก ค่าเสื้อค่าส่ง แล้ว นำที่เหลือไป จัดสรรเป็นของและเงิน ช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาส และ น้องๆ เด็กนักเรียน โดยการ จัดทำห้องน้ำ และ เครื่องเล่น ที่ยังขาดอยู่

ครั้งนี้คาดว่า เราคงได้ร่วมทำบุญด้วยกันอีกครั้งนะครับ ถ้าเป็นไปได้ ก็ ส่งต่อ หน้า page ชวนเพื่อน มาร่วมกันก็จะเป็นกุศลครับ

วัตถุประสงค์หลัก คือ การ “ให้” ครับ นอกเหนือจากที่เรา แบ่งปัน ข่าวสาร และ ความรู้ ต่างๆ บนหน้า facebook แล้ว ครั้งนี้ จะเป็นการ ขี่รถ ระยะทางปานกลาง กรุงเทพฯ ขอนแก่น ไปเพื่อทำบุญ กัน

ทีมงานก็หวังว่า เจตนา ของผู้จัด นอกจากจะเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อน ของ “ผู้รับ” ที่เราคัดสรร มาแล้ว อีกมุมหนึ่ง ก็จะเป็น การ “สอนเรา” ไปด้วยในตัว ในการที่จะ “ให้ก่อน” หรือ ที่ ฝรั่งเรียกว่า pay it forward อันจะเป็นการช่วยกันสรรสร้าง สังคมที่ดีขึ้นต่อไป

หวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่า กิจกรรมครั้งนี้ จะช่วยเติมเติม และ เปิดโอกาสให้คนที่อยากร่วมทำบุญ และ อยากได้รับประสบการณ์ ในการ ขับ หรือ ขี่ รถ ไปช่วยกัน กับ เพื่อน ที่ อาจจะรู้จัก หรือ ไม่รู้จัก ใน face ได้มีโอกาส พบปะ หน้าตากันจริงๆ ครับ….

ขอบคุณเป็นที่สุดครับ

ทีมงาน อยากจะทำเสื้อให้เสร็จก่อนงาน จึงอยากจะเปิดรับ เงินบริจาคค่าเสื้อ ในวันจันทร์ที่ 25 สิงหา ที่จะถึงนี้ครับ …

สำหรับ ท่านที่จะสนใจ ก็ง่ายๆ ครับ โดยการ โอนเงิน มาที่ผม และ แจ้ง size ที่ต้องการ พร้อมกับ ชื่อ ที่อยู่ในการจัดส่ง ครับ

การโอนเงินช่วยเหลือ
================
ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) TMB
สาขา วงศ์สว่าง ทาวน์ เซ็นเตอร์
ชื่อ บัญชี ณรงค์ วงษ์เกษม
เลขที่บัญชี 052-2-36050-2
เวลาโอน ให้ดี ก็ มีเศษสตางค์ครับ อย่าให้ เป็น ศูนย์ จะได้ ทราบว่าของใครครับ โอนแล้ว inbox (ส่งตรง) บอกผม ทาง line (Line id: pongroofman) หรือ inbox facebook ด้วยครับ ขอความกรุณา อย่า แปะ ไว้ ห้องใหญ่ที่เดียวเพราะเดี๋ยวไม่ทราบ นะครับ ขอบคุณมากครับ
ป๋อง (ณรงค์)

พาน้องไปร้อง”โย่”


สองปีมานี้มีน้องเพิ่มมาหนึ่งลำ…
ที่เรียกเป็นลำ เพราะว่า น้องคนนี้ไม่ใช่คนครับ แต่เป็นมอเตอร์ไซต์ …

สองปีมานี่ น้องซีดส์พาพี่ป๋องท่องทั่วไทย บางทีก็ข้ามไป ประเทศเพื่อนบ้าน รวมๆ แล้ว ก็ ร่วม ห้าหมื่นกว่าโล…

ถือว่าเยอะใช้ได้ครับสำหรับ การขี่รถออก ทริปแบบนี้ ทั้งใกล้และไกล รวมทั้งไปงานประจำ

สองปีนี่ ขี่หลักๆ เป็นทางเรียบๆ ครับ ทั้งๆ ที่ น้องซีดส์เกิดมาเป็นลูกครึ่ง คือ เป็นรถที่เรียกว่า Dual Purpose (ได้ทั้งทางเรียบปกติ และ ทางที่ขรุขระ เล็กน้อย)
แต่ผู้รู้บอกว่า อย่าไปใช้เป็นรถวิบากนะครับเพราะผิดวัตถุประสงค์อีกอย่าง น้ำหนักตัวรถมัน หนักมาก เพราะเกิน สองร้อยกิโล …การควบคุมอาจทำได้ยาก

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 Feb 2014 ที่ผ่านมาได้พี่โอ๊ด มาชวนไปคลองมะเดื่อ จังหวัดนครนายก ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก แต่เป็นเส้นทางที่ Off road ชอบไปฝึกความชำนาญ

ผมบอกพรรคพวกใน web และ Facebook หนึ่งวัน ได้สมาชิกมาร่วมจากเดิมที่ตั้งใจไว้สามคัน กลายเป็นเก้าคัน

แทนที่จะลุยน้ำเฉยๆ พี่เชียร เลยหวังดี จัด ลุยฝุ่นให้ด้วยครับ งานนี้ เลย ได้ครบ ทั้งฝุ่นทั้งน้ำ มอมแมม เป็นเด็กวัยซนกันเลย

เที่ยวนี้ถ่ายเป็น VDO ไว้บ้างครับ ลองมาต่อๆ กันได้เป็นหนังสั้นสิบเอ็ดนาที หนึ่งตอน …

ขอบคุณ Nina ช่างภาพฝีมือดี ที่ถ่ายได้แม้ยามขับขี่ที่ทำให้ได้คลิปดีๆ นี้มาดูครับ

ภาพจาก Album เต็มครับ
Click ที่ Link นี้เลยครับ

ไฟไหม้ ชุมชนหลังวัดเลียบ


ไฟไหม้ที่ชุมชนหลังวัดเลียบเมื่อคืน มาดูว่าโดนบ้าน พี่จิ๋ว คนขายข้าวแกงที่ SCG หรือเปล่า เพราะ แยู่แถวน้ ปรากฏว่ส แกรอด แต่อีก 7 หลัง ไหม้ไม่เหลือ แถมถากๆ ไปอีก 6 หลัง

 

พี่จิ๋ว กับ พี่สาวเค้า ขาย ข้าวแกงอยู่ที่ โรงอาหารที่ SCG (มีอยู่สองร้าน) ผมเข้าไป ไม่มีเบอร์เค้าหรอก รู้แต่ว่า ซื้อข้าวอุดหนุน แล้วก็ พูดคุยทักทายกัน เลยรู้ว่า บ้านอยู่ที่นี่ วันนี้ เข้ามา ก็ ไม่รู้จักว่าบ้านอยู่ตรงไหน พอวิ่งมาถึงวัด จอดถามทาง …อ้าว ..คนบอกว่าเค้าเป็นหลานพี่จิ๋๊วเอง …มองๆ ไป อ๊ะ เจอ พี่สาว พี่จิ๋วอีก … แสดงว่า ต้องมีอะไรมาดลใจเราแน่ๆ …
ทั้งคู่ปลอดภัย ผมเข้าไปดู ถ่ายภาพมาหลายใบ ไม่อยากโพส เพราะ น่าสงสาร บ้านเหล่านี้ เป็นบ้านไม้ ข้างล่างเป็นปูน ปลูกติดกัน แบบ ผนังแทบจะชนกัน พอหลังนึงไฟลุก … ก็ไหม้ไปติด อีกหลัง โดยง่าย ….ไหม้ไป 7 เสียหายอีก 6 

 

บริเวณที่ไฟไหม้ ซอย เข้าเล็กมาก รถเข้าไม่ได้ ดังนั้น ตอนที่ไหม้ เจ้าหน้าที่ จะดับไฟลำบาก เพราะ ต้องลากสายน้ำเข้าไป ตัวซอยก็แคบ นึกๆ ดู เมื่อคืนคงวุ่นวายไม่น้อย

ผลจากไฟไหม้ ทำให้ ไฟฟ้า บริเวณแถบนี้ รวมถึงบ้านผมด้วย ดับไปร่วมครึ่งชั่วโมงเมื่อคืน

การขี่มอเตอร์ไซต์ ทำให้ ขี่เข้ามาถึงบริเวณเกิดเหตุได้ครับ …เพราะ รถเรายังไงก็ยังเล็กกว่า ซอย ถึงแม้ รถใหญ่ จะเข้ามาไม่ได้ก็เหอะ 

ตอนเช้ามา เจ้าของบ้านหลังนึง ใจดี พาเดินชมตลอดบริเวณ พร้อมบรรยาย .. ผมเอง ขี่ “น้องซีดส์” เข้ามา เด็กๆ วิ่งตามมาเป็นเกรียว …ร้องบอกว่า “Batman มา Batman มา…” แอบ ขำ เพราะ หน้ารถมี รูป Batman

ผู้ประสบภัยจากไฟไหม้ ตอนนี้ รวมตัวอยู่ที่วัดเลียบ นะครับ เพราะ บ้านที่ไหม้ ก็เป็นพี่น้อง กันหมด เลย ไม่มีที่จะพึ่งกัน … ใคร อยู่แถวนั้น อยากช่วงเหลือ ก็ไปได้ครับ ที่วัดเลียบ ตรง ถนน กรุงเทพฯ – นนท์ นี่ล่ะครับ

Trip 2012/03 ปลดล๊อค Run in ไป นครสวรรค์


ตอนที่หนึ่ง …สายแต่ก็ทัน…

ผมสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นมาทั้งๆ ที่ฟ้ายังมืดอยู่….

อารมณ์งัวเงีย..สมองเริ่มทำงาน…บอกตัวเองว่านี่มันเช้าวันเสาร์… เหลือบไปมองนาฬิกา ..ตีห้า ห้านาที…ตายห่า…แล้ว

ตาลีตาเหลือก …สปริงตัว ลุกจากที่นอน… ลางสังหรณ์ จากเมื่อวานว่าวันนี้อาจ”ลืมตื่น” ทำให้ ทุกอย่างจัดเรียงไว้เป็นลำดับตั้งแต่หน้าห้องน้ำ

กางเกงลิง – กางเกงยีนส์- เสื้อยืด-ถุงเท้า- สนับเข่า-jacket-ถุงมือ-หมวกโม่ง-หมวกกันน๊อค-รองเท้า ถูกใส่เรียงตามลำดับ ในเวลาไม่กี่นาที

หลังจากล้มมาที..ตอนนี้เปลี่ยนแนวคิด เอาเงินและความคิดที่จะแต่งรถ มาเน้นแต่งตัวซะก่อน วันนี้เลยแต่งตัวซะครบ…ด้วยความเห่อ เที่ยวนี้ เลยได้ประเดิมถุงมือ และ รองเท้าคู่ใหม่ ออกมาใช้งาน

ใช่แล้วครับ วันนี้ 28 มกรา Versys มี ทริปพิเศษ ทริป “ห่วงใย” วิ่งไปหาเฮียไฮ้ ถึงนครสวรรค์ โดยนัดกัน หกโมงเช้าที่ปั๊ม ปตท บางประอิน

จากบ้านผม ไปบางประอิน เที่ยวที่แล้วเอาน้องพี ( PCX ) วิ่งมา ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง …เลยกะเวลาไว้เท่ากัน เพราะไม่กล้าขับเร็ว ยังไม่ค่อยชินรถเท่าไหร่…แต่ตื่นเอาป่านนี้ เหลือเวลาแค่ สี่สิบนาทีเอง

รีบเปิดประตูบ้านเอา “น้องซี๊ดสส์” ออกมา กดปุ่ม Start …เสียงเครื่องทำงานนุ่มๆ …เข็มวัดรอบตีขึ้นมาที่สองพันรอบ..เพื่อเร่งให้เครื่องร้อน….

ใจคนร้อนกว่า …โดดขึ้นรถได้ ก็เข้าเกียร์วิ่งออกไปเลย…..

ถนนวิภาวดี ตอนตีห้าวันเสาร์ นี่ เงียบสงบ มีรถวิ่งบ้างประปราย… เจ้า Versys สีเหลือง วิ่งโร่มาเลนขวา…จู๊ดเดียว เลี้ยวเข้าปั๊ม ปตท ตามที่ตั้ง พิกัดไว้บน speednavi…สายตามองไปที่นาฬิกา

05:57 …มองไปที่จุดนัดพบ…ไม่มี Versys สักคัน… ตายล่ะหว่า..มาผิดปั๊มละมั๊ง

ตอนที่สอง …ยังไงก็รอ

มาทริปนี้ ขี่มาคนเดียว…ใครจะมาบ้างก็ไม่รู้ …เบอร์โทรพี่ๆ ใน คลับ ก็มีไม่กี่คน …รู้อยู่อย่างเดียวว่า พี่หมอแม๊ค มาด้วยแน่ๆ
..รีบกดตัวเลขจิ้ม จิ้ม …เพื่อโทรหา  ในใจนึกว่า …ถ้ามาผิดปั๊มจริงๆ ขอให้พี่เค้ารอหน่อยเหอะ

….”ตู๊ดดดดดดดด  ตู๊ดดดดดดดด ตู๊ดดดดดดดดด….” ผ่านไปหลายตู๊ด… หน้าคนโทรเริ่มเป็นตูด…ทำไมพี่หมอไม่รับสาย…

ในใจนึกดู.. เอาเราก็ตั้งพิกัด GPS ตามที่บอก มันก็พามาตรงปั๊มนี่หว่า…หรือว่าตั้ง พิกัดผิดระบบ มันระบบ DMS หรือ ระบบ DD หว่า ….(อ่านแล้วงง ไม่ต้องตกใจ หา

อ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ที่ http://www.smart-mobile.com/forum/viewtopic.php?f=139&t=174585)

ระหว่างงงๆ ก็ได้ยินเสียงวิทยุดังขึ้นในหมวก  …”Versys วอ สอง Versys วอ สอง…”

ผมรีบหยิบหมวกกันน๊อค LS2 ที่ผลิตจากหนึ่งในห้า ประเทศมหาอำนาจ ของโลก ขึ้นมา พูดกรอกลงไปในหมวก …”ฮาโหล ฮาโหล …นี่ป๋องครับ…อยู่ที่ไหนกันครับ…” ศัพท์แสง วิทยุ ใช้ไม่เป็นครับ ..เล่นภาษาลูกทุ่งนี่แหล่ะ ไม่งงดี

“ผมหนุ่มสายรัดครับ…อีก หนึ่งกิโล มาถึงปั๊มครับ….” เสียงพี่หนุ่ม ดังมาตามหมวกกันน๊อค …ใครผ่านมาเห็นตอนนี้ คงว่าผมบ้า เพราะ พูดกับหมวก…

“ไม่เห็นมีใครมาเลยครับ…ผมมาถูกปั๊มหรือเปล่า…” ถึงแม้จะได้ยินเสียง แต่ ก็ยังไม่มั่นใจว่ามาถูกปั๊มหรือเปล่า

“เห็นใครมาแล้วหนึ่งคน …นั่งอยู่ครับ… “ เสียงพี่หนุ่มสายรัด …แว่วมาอีก …ผมเงยหน้าขึ้นมองออกไป เห็นรถพี่หนุ่มกำลังวิ่งเข้าที่จอด

“ผมเองครับ …ป๋อง มีอยู่คันเดียวนี่แหล่ะ …” เท่านั้นพี่หนุ่มก็ถึงบางอ้อ….
จากที่คิดว่า จะโดนทิ้งเพราะมาสาย …กลายเป็นมาคนแรก ซะงั้น …เหอ เหอ สักพัก ทีมก็เข้ามาสมทบ …มากันทั้งหมด 8 คัน…

“ผมกลัวจะมาไม่ทันซะแล้ว …เมื่อกี้ เลยบิดมาซะเร็วเลย… “ บอกกับพี่หมอแม๊ค …จ่าฝูง…จะอวดซะหน่อยว่า ขับเร็ว

“…เฮ้ย…ไม่ได้นะป๋อง … ไม่ต้องรีบ …ยังไงพวกเราก็รอ…” พี่หมอแม็ค ทำหน้าดุๆ …ดูจากสายตาแล้ว..เหมือนจะบอกว่า เพิ่งจะล้มมา ไม่เข็ดหรือไง…

“ไม่ค่อยเร็วมากหรอกครับ…” เสียงอ่อยๆ …. “ยังไม่พ้น รันอิน…”   เสียงสุดท้ายเบามาก….

ตอนที่สาม  Stopper

มาทริป กับ Versys ที่ไร …ก็จะได้เห็นรถแปลกๆ มาเข้ากลุ่มทุกทีไป…

ครั้งนี้ มี BMW GS1200 ของพี่โจ้ บางบอน …หนุ่มรูปหล่อ ท้วมๆ หน้าตายิ้มแย้ม น่ารัก เหมือน ตุ๊กตาหลวงจีน … มาร่วมก๊วนด้วย

พี่โจ๊ นี่ จำได้ว่า ทริปไปแม่สอด เคย ไปยืนคุยด้วยอยู่พักใหญ่ เที่ยวที่แล้ว พี่เค้าขี่ Versys มากับเพื่อนๆ ที่ขับ BMW

มาเที่ยวนี้ …เพื่อนๆ ขับ Versys มา พี่แก ก็เลยเอา BMW มาขับ … ผมว่า พี่โจ๊ นี่ แกต้องมีความ ไม่พอดี ในความพอดี แน่ๆ … เพราะ ดูแล้ว ..แกไม่ชอบทำอะไร กลมกลืน …

คราวหน้า ต้องแกล้ง ให้เอา BMW มาครึ่งนึง แล้ว Versys ครึ่งนึง…ดูซิ ว่า พี่เค้าจะเอาอะไรมา… เหอ เหอ

แสนยานุภาพของ GS 1200 ใครเคยสัมผัส คงทราบว่า …ของเค้าแรง
มาเที่ยวนี้ …หลายคน ที่ขับมาด้วยได้ประจักษ์กับสายตา… ว่าแรงจริง

ระหว่างวิ่งเป็นกลุ่ม …พี่หมอแม๊ค..จะรับหน้าที่เป็นจ่าฝูง ส่วน พี่โจ้ เป็น wingman ให้อีกที บิน เอ้ย วิ่งอยู่หมายเลขสอง
พวกเราวิ่งเลนขวาเป็นขบวน มุ่งหน้าไป จุดนัดพบที่สอง

ปกติผมขับรถคันเดียวจะชอบวิ่งซ้าย แล้วปล่อยรถแซง แต่ มากับ ทริปแบบนี้ …สังเกตว่าขบวนจะวิ่งขวาตลอด …แรกๆ ก็อึดอัด เพราะบางทีเกรงใจ รถที่ขับมาเร็วๆเหมือนกัน…เพราะเหมือนเราไม่หลบ…

ได้รับคำอธิบายจากพี่หมอแม๊คว่า … วิ่งซ้ายที ขวาที เอาเข้าจริงๆ มาเป็นกลุ่มมันอันตรายกว่า เพราะ ดีไม่ดี เกี่ยวกันล้มไป จะไม่งาม
สู้วิ่งดุ่ยๆ ขวาอย่างเดียวอย่างนี้ดีกว่า …อีกอย่าง เลนซ้าย เป็นที่รู้กันว่าถนนจะไม่ค่อยดี…เจอหลุมตอนวิ่งเร็วๆ เดี๋ยวจะไม่จืด

ดังนั้นเวลาวิ่งไปเจอรถช้าวิ่งขวา … พี่หมอแม๊คจะค่อยๆ วิ่งเข้าไปข้างหลัง แล้วเปิดไฟ Hazard กระพริบบอก …รถส่วนใหญ่เห็นแบบนี้ก็หลบให้แทบทั้งนั้น…

“99% จะหลบให้เลย…เค้ารู้ ” …หมอแม๊คบอก

อีกอย่างที่เห็นคือ  …ทุกครั้งที่ รถหลบจากเลนขวาเข้าซ้าย ให้ ขบวนเราแซง …พี่หมอแม๊ค จะแซง และหันมา ยกนิ้วโป้งมือซ้ายให้เป็นการ ขอบคุณ และ ชมเชย ที่มีน้ำใจ …
ยกนิ้วโป้งให้..ไม่ยกให้เปล่าๆ แต่ มีโค้งตัวงอ …นอบน้อมมากๆ…. มองดูแล้วเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง….

ผมอมยิ้ม…และ ปลื้มใจไปด้วยทุกครั้ง ที่มี จ่าฝูง มารยาทดีแบบนี้….

ระหว่างที่กำลัง ปลื้มอกปลื้มใจ ขี่ไปอมยิ้มไป …เสียง วิทยุ ก็ดังขึ้น…

“ระวัง ปาเจโร่ สปอร์ต สีขาว แซงขึ้นด้วยความเร็ว ด้วยครับ …” เสียงใครไม่รู้ แต่ รู้ว่ามาจาก คันหลังแน่ๆ

ผมมองไปที่กระจก… ใจหายวาบ เจ้าปาเจโร่ อยู่ใกล้รถนิดเดียว เหมือน จงใจ จะขับเบียดให้สองล้ออย่างเราเสียวเล่น…

”ป๋อง…ป๋อง! ระวัง รถทางซ้าย…!” เสียงจากด้านหลัง เข้าใจว่าเป็นเสียงพี่หนุ่มสายรัด….

“ฟิ้ว….” เห็นข้างรถผ่านไปไวๆ …ลมที่รถแหวก ปะทะตัวให้รู้สึก …ใกล้ขนาดนี้ …แถวบ้านบอกว่า ขนตูดไหม้ไปแล้ว…

พี่โจ้ GS 1200 คงเห็น อาการ “เกรียน” จากรถคันดังกล่าว ดังกล่าว … แกยกมือชี้หน้าไปที่คนขับ ผมเดาว่า ปากแกคงขมุบขมิบไปด้วย แล้วบิดเครื่องแยกฝูงตามรถค้ันน้นออกไป ……หายไปกับกลุ่มหมอกข้างหน้า….

เอาละซิ….Stopper ของเรา…ออกทำงานแล้ว…..

ตอนที่สี่ … ชิว ชิว

พี่โจ้หายไปกับ pajero คันนั้น …ได้สักพัก ก็วิ่งมาจากด้านหลัง มาสมทบ กับ ขบวน…

ผมทิ้งความแปลกใจเอาไว้ ให้คิด เพราะ เห็นพี่โจ้วิ่งไล่ไปข้างหน้า …แล้ว ดันกลับมาสมทบ จากด้านหลัง …ไม่อยากคิดเลยว่า GS 1200 มันจะแรงขนาดวิ่งรอบโลกมาน๊อครอบได้ในเวลาไม่กี่นาที….

แกคงหายไปจัดการกับเจ้า ปาเจโร่คันนั้นแหล่ะ …ซึ่ง ชะตากรรม รถคันนั้น เป็นยังไง ไม่มีใครรู้ …รู้แต่ว่า พี่โจ้ กลับมาด้วยอาการครบ 32

มาถึงปั๊ม…ปตท อีกที่นึง ..ที่นี่จะมีพรรคพวกมาสมทบเพิ่ม
รถมาถึงปั๊ม ก็เริ่มเติมน้ำมัน กัน … ผมเองรีบวิ่ง เข้าห้องน้ำ …ไม่ได้ไปฉี่ แต่ เข้าไปล้างหมวก
การขับรถยามเช้า นอกจากจะได้วิญญาณนักบิดแล้ว … ผมยังได้ อารมณ์ ฆาตกรร้อยศพ ไปด้วย เพราะ มีชีวิตเป็นร้อยๆ ได้พลีชีพ ติดอยู่บน ชิวหน้าของหมวก เต็มไปหมด….
ใครเคยออกทริปตอนเช้าๆ นี่คงรู้ว่า ไม่สามารถ เลี่ยงเรื่องแมลงไม่ได้เลย แล้วขับความเร็วขนาดนี้ … โดนเข้าไป อะไรๆ ก็คาที่ ทั้งนั้น …

แต่แปลกใจ ไม่เห็นคนอื่นเค้ามาล้างหมวกอย่างเราเลย… เห็นยืนคุยกัน สบายๆ …เอ หรือ ว่าเค้าชินกับการ มองผ่านแมลงกันแล้วหนอ…

“เปลี่ยนชิว เหอะ… เสียงหล่อๆ ดังมาจากข้างหลัง เหมือนจะรู้ว่างง… อ้า…พี่ตุ๊กกี้ เซเลบของเรานั่นเอง… ” เปลี่ยนชิว ขับสบายกว่า…” พี่ตุ๊กบอก พร้อมกับทำหน้าหล่อ

“ชิว สำคัญ …ป๋อง .. ไม่งั้นเวลาขี่จะเหนื่อยกว่าคนอื่น…” พี่หมอแม๊ค มา confirm ด้วยอีกคน

…ในใจเราคิด..ผมไม่เหนื่อย ผมยังหนุ่ม …แฮ่

“เห็นป๋องแล้ว …ขี่เร็วๆ … หัวสั่นเลย..คนอื่นขี่กันสบาย.. เพราะ ชิวยาว…” อืม พี่หมอแม๊ค ต้องมีตาหลังแน่ๆ ขี่ด้านหน้า ยังมองเห็นเราข้างหลัง แต่สงสัยจะจริง เพราะ วิ่งต้านลมอย่างนี้ มันสั่นจริงๆ สั่นไปหมดทุกหัวเลย…

ออกทริป …อยากชิวๆ ต้องเปลี่ยนชิว…ท่องไว้

ตอนที่ห้า สวัสดีเฮียไฮ้

รถ ER6N พร้อมคนขับท่านั่งแปลกๆ วิ่งผ่านมาหน้าปั๊ม

ที่ว่าแปลก เพราะ แทนที่จะวางเท้าไว้ตรงตำแหน่งวางเท้าคนขับ แต่กลับวางไว้ตรงตำแหน่งวางเท้าคนซ้อน….

ท่าขี่แบบนี้ …วัยรุ่นเห็นยังมีต้องหลิ่วตามอง …ชาว Versys ย่อมไม่พลาด มองตามด้วยเหมือนกัน…รถ ER วิ่งมาจอดอยู่ในกลุ่ม…

พอคนขับถอดหมวกออกมา …ปัดโธ่ นึกว่า วัยรุ่นที่ไหน ที่แท้ พี่วิทย์ นี่เอง…คนเดียวกันกับ คนที่เที่ยวที่แล้ววิ่งจน โซ่ขาดกระจุย…และเป็นคนที่มาช่วยผมตอนที่ล้มนั่นแหล่ะครับ …

พี่วิทย์รุ่นใหญ่ เกษียณแล้ว ขี่รถเที่ยวเล่นอย่างมีความสุข ไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไปเลย…
พี่วิทย์จำผมไม่ได้ในตอนแรก แต่ พอเห็นรองเท้าที่ใส่ก็จำได้ทันที เพราะ เพิ่งจะเอาเจ้านี่ไป post ไว้ ในเรื่อง “อย่าลืม เกิบ” (ลองแวะไปอ่านครับhttp://www.clubversysthailand.com/index.php/topic,1872.0.html)

ขบวนตอนนี้เพิ่มขึ้นอีกสองคัน ทั้งกลุ่มวิ่งเข้าตัวเมืองนครสวรรค์ กันตอน เก้าโมงเช้าพอดี… ตามเวลาเป๊ะๆ

ส.ยานยนต์ อยู่ทางด้านซ้ายมือ มีรถมาจอดรออยู่ นับไปมารวมแล้วได้ 14 คัน
เฮียไฮ้ หน้าตายิ้มแย้ม ออกมาต้อนรับ…พร้อมกับเล่าอาการ ให้ฟัง
เจ๊…เอา หมวก และ การ์ด ที่เสียหายจากการล้มมาให้ดู …ต้องบอกเลยว่า ลงทุนเข้าไปเถอะครับ อุปกรณ์พวกนี้…ได้ใช้ที ก็คุ้มแล้ว….(แต่ไม่ได้ใช้จะดีกว่าครับ)

ตอนที่หก… ปลด Lock “Run in”

ที่ศูนย์บอกไว้ตอนออกรถ ว่า อย่าวิ่งเกิน 6000 รอบในช่วง Run in ครับ

…อึดอัดมาก…. เพราะ นั่นหมายถึง 120 km/hr โดยประมาณ

ผมวิ่งมาถึงนครสวรรค์ เหลือบมองที่ไมล์ พันนิดๆ แล้วนี่… เปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่นี่เลยละกัน…ว่าแล้วก็บอกเจ๊ ให้ช่างช่วยดูให้
นอกจากคันผมแล้ว คันพี่เล็ก ก็ เช็คเหมือนกัน แต่ ขานั้น เช็คระยะเป็นหมื่น…

อู่เฮีย สะอาดสะอ้าน ช่างก็ดูมีประสบการณ์ สูงดี…ไม่ถึงชั่วโมง ก็แล้วเสร็จ …บิลออกมา …เลขมงคลครับ  1113 บาท เลขเดียวกับ ท้ายเบอร์ โทรศัพท์ผมเป๊ะ

เลขผม             085 071 1113       ครับ…ใครจะ mem ไว้คุยใน Whatapp หรือ Line ก็ยินดีนะครับ…ส่วน Facebook มี link ให้ที่ท้ายกระทู้…แฮ่ แฮ่ โฆษณา ซะเลย

ทริปนี้นอกจาก จะไปเยี่ยมเฮียไฮ้ แล้ว หลายคันก็ไปเที่ยวกันต่อครับ
ส่วนผมและพี่หมอ พี่วิทย์ และ พี่ตุ๊กกี้ แล้วก็พี่โจ้ กลับบ้านก่อนครับ

พี่ตุ๊กกี้ กลับก่อนเพื่อน เพราะต้องไปให้ทันนัดที่เขาใหญ่ …เหลืออีกสี่คัน ก็วิ่งกลับกันมาสบายๆ

มาถึงอยุธยา ..พี่หมอต้องรีบไปเข้างาน…เลย แยกตัว แยกจริงๆ เพราะ พอออกจากปั๊ม ก็หายวับ…เหลือผมกับพี่วิทย์ เกี่ยวก้อยกันมาจนถึงกรุงเทพฯ
กลับมาถึงกรุงเทพฯ เมือง รถติดน่าเบื่อครับ….วิ่งถึงบ้านปั๊บ โทรศัพท์ดังปุ๊บ…จากพี่หมอแม๊ค
“ถึงบ้าน…ปลอดภัยครับพี่…” รีบรายงาน ให้พี่หายห่วง….

จ่าฝูงเราน่ารักจริงๆ …ผม confirm

Trip 2012/03 พาน้องซีดสส์ ไป รันอิน ที่ระยอง


ตอนที่หนึ่ง มองข้าม

หลังกลิ้งโค่โล่ ไม่เป็นท่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…สามวันหลังจากนั้น ก็ ถึงนัดหมาย รับน้อง ซีดสส์ รถ Versys คันงาม เอามาใช้งาน…

จะว่าไปแล้ว ตอนแรกที่อยากได้รถใหญ่ … ใจมองแต่ ER6N พอรู้ว่ามีให้ลองที่พระราม 9 ก็แจ้นไปลองดู….
ไปครั้งนั้น ลองมันทุกรุ่นที่ Kawa เค้ามีทีเดียว …ลองในที่วิ่งใกล้ๆ นั่นแหล่ะ ตบได้ไม่กี่เกียร์ ก็ต้องลดความเร็วซะแล้ว …

ลองไปลองมา … ก็ชักจะชอบ นินจา เพราะ เวลาขี่มันดู มี Cockpit ที่สวยกว่า ….
ส่วนน้อง ซีดสส์ นี่มองผ่านเลยครับ … รถอะไรไม่รู้ หน้าตา มู่ทู่ ดูชอบกล… แถมตอนคร่อมก็ดันยืนเขย่งอีก… ไม่ใช่นักบัลเลล์ ซะด้วย…กลัวเอามาใช้งานจริงๆ ขาจะสั่น ปั๊บๆๆๆๆ
น้องซีดสส์ เลยไม่อยู่ใน choice เลย….

 

ตอนที่สอง ของเค้าดีจริง

สงสัยจะเป็นเนื้อคู่กันจริง …เพราะ ช่วงหลัง เจอ คนขี่น้องซีดสส์ บ่อย …พอเจอปุ๊บ ก็จะรี่เข้าไปถาม…

“ดีมากเลยพี่…ขี่ดีมากๆ …คุ้มครับ…”  มักจะได้ยินประมาณนี้…

เหลือบมองดู เห็นรถแต่ละคันมีโน่น มีนี่ ..เยอะ …เอ๊ะ ของแต่งเยอะเหมือนกันนี่…ชอบเลย… งานนี้ต้องทุบกระปุกกันอีกหลายใบ

พอเริ่มมองเห็นว่า รถมัน น่าใช้ ก็ เลยมาหาข้อมูลครับ เลยมาเจอ CVT นี่แหล่ะ … เข้ามาอ่านตอนแรก ก็แปลกๆ … อ้ายเวปนี้ มัน จะ promote ทริป มากไป หรือเปล่า …เพราะมี รูปถ่าย ทุกหน้าเลย…
…ทำยังกับไม่เคยออกทริป ซะงั้น ..เห่อไปได้…
แต่พอมาดูรายชื่อ คนที่จะไป อุบ่ะ แม่เจ้า…ซัดไป เจ็ดสิบกว่าคัน… อย่างงี้ วิ่งที ต้องปิดถนน เลยหรือเปล่า
หลับตานึกภาพตอนไปทริป กับ PCX มากันหลายคันวิ่งเป็นแถวยาวเหยียด จัดการยากชะมัด….
นึกๆ แล้ว เลย คิดว่า รถรุ่นนี้มีคนใช้เยอะดีเหมือนกัน …แต่ทำไมไม่ค่อยเห็นตามถนนหว่า…

 

ตอนที่สาม จัดไป

หลังจาก ไปลองที่ พระราม 9 หลายครั้ง …ก็ยังไม่มีครั้งไหน ที่ลองแล้วอยากจะซื้อเลย..เพราะ ทุกคัน ขี่เหมือนกันหมด…ก็ทางมันสั้นซะอย่างนั้น… เลยต้องมาตัดสินกันด้วยรูปถ่าย

ปรากฏว่า ..ถ่ายตอนนั่งคร่อม ER6N ทั้ง Ninja แล้วก็  Versys ปรากฏว่า สองคันแรก รถดูเล็กไปเลย..เหมือน คิงคองถีบจักรยาน…  แต่ ขี่น้องซีดสส์ แล้ว ดูสูสี สมตัวครับ …

ช่วงน้ำท่วม ก็ไปลองอีก…(ว่างเมื่อไหร่เป็นไปลอง ..กะว่า ลองบ่อยๆ ไม่ต้องซื้อก็ได้…อิ่มเหมือนกัน แฮ่) ปรากฏว่าไม่มีรถให้ลอง

“น้ำเข้าเครื่องยนต์ ตอนเอาไปช่วยน้ำท่วมครับ …” เป็นคำตอบจาก พนักงานที่ศูนย์ …นึกๆ ว่า รถมันลุยน้ำได้ขนาดนั้นเลยเหรอ …สุดยอด

มีน้องมาบอกว่า ที่ฝั่งธน มีศูนย์ เปิดใหม่ …ลองไปดู วันนึงมีโอกาส เลยแวะไป…
น้องอ๋อง เซลล์ที่ร้าน จัดรถทดสอบมาให้ครับ สีเหลืองสวย …ใส่ท่อ Leo Vin มา…โอ้ว …เสียงถูกใจมาก… ชอบๆ … วันนั้นเลยวางเงินจองไปเลย…
“ถ้าของมาส่ง อาจจะได้รถปลายปีค่ะ “ น้องปอ ท้องโย้ เมียเฮีย ป๊อป บอก….
จินตนาการ ว่าจะได้รถไปขี่เที่ยวช่วงหยุดปีใหม่ …ซะ ตาลอย

 

ตอนที่สี่ ออกรถ เปิดหน้ายาง

น้ำท่วม กับปีใหม่ นี่มีผลต่อ การส่งมอบรถจริงๆ

วันเสาร์ที่ 15 ตอนผมไป ทริป กับ CVT ทางน้องที่ศูนย์ ก็โทรมาบอกว่า รถมาแล้ว ..
ผมติดไปโคราชสองวัน เลยนัดมารับรถในวันพุธ ที่ 18 มกรา… จำได้ ว่า ตอนซื้อ น้องพี ก็ประมาณนี้

ซื้อรถยนต์ของแถมเพียบ …ซื้อรถมอเตอร์ไซต์ ไม่ค่อยได้อะไร…ไอ้ที่ได้มา..เค้าก็บอกว่าห้ามบอก…

ผมขี่ PCX ไปครับ เพราะวันนั้น กำตังส์ ไปซื้อเลย..เลยวิ่งเข้าแบ๊งค์ โน้นออกแบ็งค์นี้ …ให้วุ่น
เอาน้องซีดสส์ ออกมา…ก็ทิ้งน้องพี ..ไว้ที่ศูนย์ จนวันนี้ยังไม่ได้ไปเอาคืนเลย
ได้รถมาก็เอามาวิ่งซะทั่วกรุงครับ …ซัดไป เป็นร้อยโลเหมือนกัน …พี่ติ๊ก CVT บอกว่า …เป็นการ เปิดหน้ายาง…
หน้ายางใหม่ๆ จะได้ สึกและ สัมผัสผิวถนนได้อย่างเต็มที่…. จะได้ไม่กลิ้งโค่โล่ อีกครั้ง

 

ตอนที่ห้า Run in 

ก่อนออกจากศูนย์ ทาง น้องหมู เซลล์ บอกว่า ช่วง 1000 km แรก จะเป็นช่วง Run in ดังนั้น อย่าให้เครื่องยนต์ เกิน 6,000 รอบ

รถมอเตอร์ไซต์ ต่างจากรถยนต์ตรงรอบเครื่องนี่แหล่ะ รถยนต์ แปดพันรอบก็ แต่ Red line แล้ว แต่ มอเตอร์ไซต์ แต่กันหมื่นกว่าๆ

อยู่ในกรุงเทพฯ คงเกิน 6,000 รอบยาก ถนนไม่ค่อยมีให้วิ่ง …ถึงมีก็ไม่ค่อยจะกล้าวิ่ง เพราะ ยังรู้สึกว่า รถหนัก ..ควบคุมไม่ถนัดอยู่

วันศุกร์ ที่ทำงานจัดปีใหม่ที่ระยอง … ระยะทาง สองร้อยกว่าโล

เอามา Run in เลยดีกว่า
ว่าแล้วก็จัด Trip Run in ซะเลย

 

ตอนที่หก สัมภาระ

งานนี้ไปสองวัน ค้างหนึ่งคืน …เสื้อผ้าไม่ต้องมาก…
เลยจัดกระเป๋าเล็ก ที่เพิ่งซื้อมาตอนปีใหม่ มัดติดท้ายซะ… ไอเดียนี้ เห็นพี่ หนึ่ง วันหนึง วันหนึ่ง ใช้ตอนออกทริปครับ…

เข้าท่าดี ..แถมไม่ต้องซื้อปี๊บด้วย…(หยอดกระปุกอยู่) มัดท้ายรถ ดูไปดูมาก็เท่ห์ดีเหมือนกัน…
ตรา Ferrari ช่วยได้เยอะเลย… เหอเหอ

ในกระเป๋า มีทั้งเสื้อผ้า Notebook แล้วก็ Accessories สองสามชิ้น …ส่วนกล้อง 450 ใส่กระเป๋าเอวๆ …
เจ้ากระเป้าเอวนี่ เค้าจะไว้ด้านหลัง เวลานั่ง มันจะดันกับกระเป๋าท้าย … ลองวิ่งดู ยังไม่พ้น บางนา เลย เมื่อยชะมัด…เลยขยับมาไว้ด้านข้าง…
น้ำหนักกล้อง ที่ถ่วง ทำให้รู้สึกเหมือนกับ สวม “โอนามิ” เลย… คิดว่า ไปกลับ ทริปนี้เสร็จ เอวคงบางลงเป็นนิ้วแน่ๆ

 

ตอนที่เจ็ด เปิดคันเร่ง

การขี่ น้องซีดสส์ ออกมาเช้าวันศุกร์ บนเส้นบางนา ตราด ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

รถเยอะมากๆ แถมรถใหญ่ๆ ทั้งนั้น ..ถ้าโดนเกี่ยว สงสัยคนขับแทบไม่รู้ตัว …
ตอนนี้ได้ฝึก การเปลี่ยนเกียร์ บ่อยมากๆครับ ..รวมถึงการปล่อยคลัชด้วย …กว่า จะพ้นขบวนรถ ก็ วิ่งไปหลายกิโลอยู่

พอเจอทางโล่ง ตอนนี้ล่ะ ได้ทำการ “เปิดคันเร่ง” กันได้เยอะขึ้น

รอบเครื่อง ตีขึ้นมาที่ 5,000 รอบ อย่างรวดเร็ว ..ตัวเลขหน้าปัทม์ อ่านได้ประมาณหนึ่งร้อย … เลี้ยงไว้ อย่างนี้ครับ ไม่ให้เกิน 6,000 ตามน้องบอก..ซึ่งตรงนั้น รถก็จะมีความเร็ว อยู่ประมาณ 120 km/hr นั่นเอง

วิ่งเรื่อยๆ . เสียงจากท่อเดิม ไม่ดังมาก ฟังเพลง จาก iPod ได้สบายๆ …

จังหวะเร่งแซงนี่ประทับใจที่สุด เพราะไม่ต้อง สับเกียร์ลงแต่อย่างไร แค่ เปิดคันเร่งเข้าไป …น้องซีดสส์ ก็พุ่งขึ้น จนรู้สึกถึงค่า G ที่กระทำออกมา…

หัวใจพองโต… อยากสัมผัส ความรู้สึกอย่างนี้มานานแล้ว…สุดยอดมากๆ
สายตาเหลือบเห็นตัวเลข วิ่งขึ้นไปที่ 8,000 รอบ …โว้ว..ต้องลดแล้ว…

ลืมไป ว่ายัง Run in อยู่..แฮะ แฮะ

 


ตอนที่แปด  กินจุใช้ได้

ตอนออกจากบ้านมาก็เติม น้ำมันมาทีแล้ว วิ่งๆ ไป น้ำมันตกมาเหลือ ครึ่งนึง

จะว่าไป อัตราการกินน้ำมันของน้องซีดสส์ นี่ถือว่า เยอะใช้ได้ …

มีผู้รู้บอกว่า …ประมาณ 18 km/liter แต่ อย่าไปสนใจมาก …อยากได้รถแบบนี้ มันต้องมีแลกเปลี่ยน

รถแบบไหน ถ้าบิดเยอะ ก็ต้องกินเยอะ เป็นปกติ ครับ ตอนนี้ไม่สนครับ…ถ้าซีเรียส์มากๆ จะเอาน้องซีดสส์ ไปติด แก๊ส… 555

น้ำมันที่เติม ตามคู่มือ บอกว่า E10 นั่นคือ เติม 91 ได้ทั้ง 91 ธรรมดา และ แก๊สโซฮอล์ …
น้องหมู บอกว่า ถังแรก ของ 91 ธรรมดาก่อน …ใช้ไประยะนึงค่อยเติม แก๊สโซฮอล์… ถามเหตุผล อธิบายไม่ค่อยกระจ่าง เลย จัดถังแรก ไป …หลังจากนั้น ก็ เติม แก๊สโซฮอล์…

ก็เห็นวิ่งปรู๊ดปร๊าดได้เหมือนเดิม แหล่ะ… สารหล่อลื่นน่าจะพอๆ กัน ต่างกันที่ ความไวในการระเหย มากกว่า…

ถ้ารถจอดนานๆ เติม ธรรมดา …จะได้ระเหยเยอะ…ถ้าวิ่งทุกวัน แก๊สโซฮอล์ ก็ ประหยัดกว่า…
ถนัดแบบไหน ก็ เอาแบบนั้นละกันครับ …

ตอนที่เก้า …ฝนมา

ตอนวิ่งไประยอง เจอฝนอยู่ช่วงนึงครับ …กลัวจะล้มมาก ที่หลบก็ไม่มี
แต่ถึงมีก็คงไม่หลบ เพราะ ฝนตกเม็ดไม่หนา ถนนเปียก พอไปได้….

ผมเคยล้มเพราะถนนลื่นมาแล้ว ..ตอนนั้นท่องไว้เลยว่า ห้ามเบรค…

มาวันนี้ เจอฝนเลยลดความเร็วลงเหลือ 70 แล้ว ท่องบอกตัวเองว่า ห้ามเบรค เด็ดขาด…

น้องซีดสส์ มี Engine brake ที่ทรงพลังมากครับ …ยิ่งถ้าตบมาเกียร์หนึ่งได้ …รถก็แทบหยุดแล้วครับ …
แต่ตอนตบนี่ดูความเร็วดีๆนะครับเพราะล้อมีสิทธิ์ เอี๊ยดให้ได้ยินได้ ถ้าความเร็วสูงเกินไป… เอี๊ยด เดียวกับเสียงเบรคนั่นแหล่ะ…

ความเร็วต่ำ และ ใช้ Engine brake  แค่นี้ก็รอดจากฝนได้แล้ว

ตอนสิบ ถึงบ้านปลอดภัย

ขากลับเจอหมอกหนาครับ…. แต่ก็ยังไม่อยากไปติดไฟ เพิ่ม…เพราะ รู้สึกว่า ต้องเอาเงินไปซื้อเครื่องแต่งตัวดีกว่า…

มีอยู่ช่วงนึง ถนนมีทรายครับ …เห็นแล้วแต่หลบไม่ทัน ตอนนั้น เตรียมตัวพร้อมเต็มที่ …รถตอนผ่านทรายมันลื่นมากครับ ..ล้อดิ้นเลยทีเดียว… ดีว่า เตรียมตัว เลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อีกช่วงที่กำลัง เร่งแซงผ่าน ช่องว่างระหว่างรถสองคัน บนทางโค้ง …กำลังลุ้นๆ เสียงยางระเบิดจากฝั่งตรงข้าม ดังสนั่นหวั่นไหว…ทำเอา สะดุ้ง…
ดีที่ไม่สะดุ้งจนรถล้ม เพราะกำลัง จะเสียบช่อง พอดี…   ใจยังนึกว่า ต่อไป ต้องนิ่งกว่านี้….

ผ่านเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ แล้วก็มาเจอ ฝนขากลับ ที่บางนาอีก…ทางต่างระดับ บางนา นี่เป็นหลังคาได้อย่างดีเลยครับ เพราะวิ่งด้านล่าง ไม่เปียกเลย….

กลับถึงบ้านโดยปลอดภัย …แต่รถเขลอะไปหมด…เลยจัดการอาบน้ำ ..ซะ

ถือเป็นการลูบไล้ เรือนร่าง ของ น้องซีดสส์ แบบทุกซอกทุกมุม ครับ … ออกแบบมาปึ๊กดี ..แต่ ตรงสายไฟ ใต้แท๊งค์ เห็นมีขั้วต่อ อะไรเพิ่มได้อีก…
สงสัยคงต้องไปหาอะไรมาต่อแล้วล่ะเพราะ เปิดไว้อย่างนี้เดี๋ยวน้ำเข้าจะเสียของ… ^^

ทั้งคน ทั้งรถ กลับมาอย่างปลอดภัยครับ…
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนจบนะครับ

ป๋อง
21 Jan 2012