Posts tagged ‘Suzuki swift club thailand’

สมาชิกคันเก่า…


ก่อนจะมาเจอกัน….
==========
สวัสดีครับ ผมชื่อป๋องครับ …ใช้ Pongroofman เป็นชื่อในโลก online

ได้เข้ามาที่ Web ECT (Elantra Club Thailand) เมื่อวาน (20 Oct 2014) นี่เองครับ ..
โดยตั้งใจเข้ามาหาข้อมูลเกี่ยวกับ รถ Elantra คันนี้…

เข้ามาแล้วก็เห็นว่า Web ECT สมาชิกยังไม่เยอะมาก ผมเข้ามามี 23 คน ตัวเองอยากเป็นสมาชิกด้วยและอยากได้ เลข 25 เลยไป Post บอกไว้ก่อน …อิอิ ไม่มีอะไรมากครับ แค่ 25 เป็นวันเกิดครับ จะได้จำง่ายๆ

เข้ามาแล้วเลยขอบันทึกเรื่องราวของรถคันนี้ไว้หน่อยครับ … เผื่อว่าเวลาผ่านไป จะได้จำได้ถึงการได้มาเจอกันในครั้งนี้ …

รถคันนี้เป็นรถที่ผมแคะกระปุกไปซื้อมา เป็นคันที่ ห้าในชีวิตละครับ ประสบการณ์ในการเลือกรถแต่ละคันก็สอนเอาไว้เรื่อยๆ ว่า เลือกรถแต่ละคันควรจะดูอะไรบ้าง

คันแรก Toyota Corolla GTI 1600 CC สีขาว

<ไว้จะหารูปมาแปะนะครับ>

รถคันแรกของผมเป็นยุคที่รถยนต์ มีการปรับราคาลงมา เนื่องจากโครงสร้างภาษีครับ ทำให้ฝันของคนอยากมีรถ กลายเป็นความจริง …โดยตอนแรกที่ไปจองรถ ผมซื้ออีกรุ่นนึงเป็น Colora เหมือนกัน แต่ระบบจ่ายน้ำมันเป็นคาร์บิว …พอเดินไปดูรถ เห็น เจ้า GTI นี่จอดอยู่ มีอะไรหลายอย่างที่แตกต่างกัน แต่ตัวที่ทำให้ผมตัดสินใจคือความเป็น sport sedan ในยุคนั้น เพราะ เครื่องหัวฉีด  1,600 CC ที่ให้มานั้น ให้กำลังถึง 130 HP เลยทีเดียว แถม ตัวรถก็แต่แผง Dashboard ใหม่ เป็นเรือนยาว ให้ Disc เบรคสี่ล้อ และ อื่นๆ มากมาย ทำให้ราคาที่ตอนแรกจะซื้อ 460,000 กลายเป็น 570,000 ไปในพริบตา ..
ตอนนั้น เครื่องหัวฉีด ยังเป็นของใหม่ครับ รถส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีวิ่งกัน

สิ่งที่เรียนรู้ตอนนั้นคือ รถที่เป็นรถตลาด อะไหล่จะหาง่ายครับ ของมีทุกชิ้นรอไม่กี่วัน แต่เรื่องของค่า maintenance ผมเฉยๆ กับศูนย์เพราะตอนนั้น โชคไม่ค่อยดี เจอช่างไม่ค่อยเก่ง การวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ อธิบายได้ไม่ค่อยดี ดังนั้น หลังๆ มาสำหรับการซ่อมแซมเอง บางอย่างก็ออกมาทำนอกศูนย์บ้างครับ

ผมเรียกรถคันนี้ว่า GTI สมัยนั้น ไม่มี Social network เลยไม่ได้เรียกให้ใครได้ยิน ได้รู้มากนัก ชื่อของรถ ก็คือ รุ่นของรถนั่นเอง


ค้นที่สอง Hyundai Tiburon 2.0 สีแดง

คันนี้เป็นรถที่ผมประทับใจตั้งแต่แรกเห็นครับ … เพราะการออกแบบที่ไม่เหมือนรถคันอื่นๆ แถมหน้าตาแปลก (เรียกได้ว่าถ้าไม่ชอบรถแบบนี้ หน้าตาจะหน้าเกลียดไปเลย) เป็นรถ เกียร์ออโต้ คันแรกของผมครับ ใช้งานกันมานาน ..เรียกได้ว่า อยู่กันจนเปลี่ยนอะไหล่กันแทบจะทุกชิ้นแล้ว ถือเป็นรถที่สวย และ รูปทรงอยู่ได้นาน ไม่เบื่อครับ

การใช้รถผลิตจากเกาหลี ตอนนั้นของผม มีแต่คนถามครับ ว่า คิดยังไง … ผมไม่เคยตอบหรอกครับ เพราะว่า มันเป็นความ”ชอบ” ของเรา และ คิดว่าข้อดี ในความเห็นเรา อาจจะไม่ใช่ข้อดีในความคิดคนอื่น ก็ได้ …

รู้แต่ว่า เวลาเราได้ทำอะไรที่เราชอบ ทุกครั้งที่เราได้ทำ มันจะมีความสุข รถคนนี้ก็เหมือนกันครับ ทุกครั้งที่ผมขับ ผมจะรู้สึกดี และ ภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ ถึงแม้หลังๆ รถจะมีเสีย มีอะไรตามสภาพ แต่ผมก็ซ่อมแซมมันไปครับ จำได้ว่า การซ่อมล่าสุดตอน Hyundai motor เข้ามาทำตลาดเอง ผมเอาไป service ที่ศูนย์ตรง พหลโยธิน (ใกล้ตึกช้าง) บอกให้ช่างทำช่วงล่างให้สภาพดี พอเช็คบิลออกมา สี่หมื่นกว่าบาท เดือนนั้น อดกินขนมไปเลย

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคันนี้ คือ การดูแล และ สังเกตอาการผิดปกติของรถ และ เพื่อไม่ให้มีอาการที่หนัก และ ต้องไปเสียกลางทางครับ และ ศูนย์บริการ ไม่จำเป็นต้องเยอะหรอกครับ ขอให้มีที่ๆ สะดวกที่เราจะเดินทาง และ มีช่างที่มีความรู้วิเคราะห์ปัญหาได้ พร้อมระบบการสั่งอะไหล่ที่ไม่ใช้เวลานานมาก ก็เยี่ยมยอดแล้วครับ

ผมเรียกคันนี้ว่า Tibby ครับ … และ Tibby คันนี้ละมังครับที่ทำให้ผมเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อรถเกาหลี

คันที่สาม Honda Accord Generation ที่ 7

เห็นรถคันนี้ครั้งแรก ผมก็ชอบเลย เพราะรูปทรงมันดูปราดเปรียว และ เมื่อเทียบกับ รถขนาดใหญ่ ด้วยกัน อย่าง Camry ตอนนั้น Camry ออกแบบเรียบมาก ที่ชอบมากๆ อีกที่คือ ภายใน ที่มีปุ่มต่างๆ ค่อนข้างเยอะ เวลาขับเหมือนกับกำลังบังคับยานอวกาศ ฮ่าๆๆ

พอได้ใช้เลยรู้สึกได้ว่า รถที่เป็น size ใหญ่ จะให้การขับขี่ที่นุ่มนวลมาก และ option ที่ให้มาก็จะดีกว่ารถขนาดกลางเยอะ อย่างเช่นการปรับระดับของเก้าอี้ รถระดับกลางส่วนใหญ่ก็จะเป็น manual ในขณะที่รถใหญ่ จะเป็นไฟฟ้าทั้งหมด

สิ่งที่เรียนรู้จากตรงนี้คือ รถใหญ่ การกินน้ำมันก็จะเพิ่มตามตัว ทำให้ผมได้แนวคิดการใช้พาหนะ ที่ใช้น้ำมันได้อย่างคุ้มค่า และ การดูเรื่อง option ต่างๆ ที่ต้องมองว่าจำเป็น หรือ ฟุ่มเฟือย เกินไป สำหรับรถหนึ่งคัน

คันที่สี่
Suzuki Swift 1.5

….. และแล้วสีน้ำเงินก็เข้ามาในชีวิตผม

เป็นรถเล็กคันแรกที่ได้เล่นครับ ตอนนั้นกำลังมองหาของถูกใจโดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นสีน้ำเงิน …

และแล้ววันนึงผมก็เจอครับ ตอนไปดูหนังที่ พารากอน เจ้า Swift ตัวแต่งเต็ม (แบบ Hikari) ตัวนี้ จอดสะดุดตาอยู่ …หลังสอบถามเร็วๆ ก่อนรีบเข้าไปดูหนัง วันรุ่งขึ้นใบจองก็อยู่ในมือ พร้อมกับเงื่อนไขว่า ให้ส่งรถภายในสองอาทิตย์ และ แต่งให้เหมือนกับที่เห็นวันนี้ …

ความรู้สึกตอนซื้อ swift ตอนนั้น คงไม่ต่างจากการตัดสินใจเป็นเจ้าของ Elantra ตอนนี้ เพราะตอนที่ซื้อนั้น ยังไม่มีใครรู้จัก Suzuki Swift ในนามของรถเก๋งขนาดเล็กที่สวยงาม วัสดุดี แต่ติดภาพ Suzuki ที่ทำตลาดรถจี๊ป กับ รถบรรทุกเล็กในอดีต

เหตุผลที่ผมเลือก ตัว Swift ตอนนั้น เพราะเชื่อมั่นใน ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เนื่องจาก เวลาที่มีโอกาสเดินทางไปยังประเทศทางโซนยุโรป เช่น เยอรมัน ผมพบว่า ในประเทศที่รถส่วนใหญ่จะเป็น BMW Benz หรือ Audi กลับ มี เจ้า Swift นี่วิ่งอยู่ให้เห็นได้บ่อยๆ ทั้งๆ ที่รถจากญี่ปุ่น เมื่อมาจำหน่ายที่นี่ ราคาไม่ได้ถูกมากเลย

วันนั้นที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของ ไม่ได้กังวลอะไร เพราะรู้อยู่อย่างเดียวว่า ถ้าเราได้ใช้รถที่เราพบว่าเราชอบ นอกนั้นเช่นเรื่องบริการ ให้เป็นภาระของคนที่นำมาขายก็แล้วกัน เตรียมตังส์เอาไว้ก็พอ…

การครอบครอง Swift วันนั้น ทำให้ ผมได้เข้าสู่ คลับ SSC (Suzuki Swift Club Thailand) และได้มิตรภาพจากเพื่อนในคลับหลายท่าน จากวันแรกที่ใช้ ถึงวันนี้ ก็ ห้าปี และแล้ววันนี้ผมก็เห็น Swift วิ่งกันเต็มเมือง และที่สำคัญ มิตรภาพของชาว SSC ยังคงอยู่ ถึงจะเหมือนเดิม จากการปรับเปลี่ยนรุ่น (มีรุ่น 1.2 มาจำหน่ายเป็น eco car) แต่ก็ยังติดต่อ และ มีกิจกรรมให้เจอกันอยู่เสมอ

สิ่งที่ผมเรียนรู้ จากการใช้ Swift คือ การใช้รถที่กำลังบุกเบิกตลาดใหม่ การพัฒนาบุคคลากร และ ยกระดับงานบริการ เป็นเรื่องสำคัญ ผมเอง ได้รับการบริการที่ดีมากๆ จากศูนย์ของ Suzuki มาโดยตลอด ข้อดีอีกอย่างของ รถรุ่นนี้คือ ความนิยมในการนำรถมาตกแต่ง ทำให้ ของแต่งของรถรุ่นนี้ มีเยอะมากๆ และ สวยงามเสริมคุณค่าให้ตัวรถได้เป็นอย่างดี …จนสามารถบอกได้ว่า รถรุ่นนี้ ช่วงที่ผมออกมาแรกๆ ไม่มีคันไหน ที่จะใช้ในแบบ Stock ที่โรงงานทำออกมาเลย อย่างน้อย ก็ต้องมีการตกแต่ง แม้กระทั่งติด sticker ก็ยังดี

และแล้ว ก็มาถึง ณ.จุดๆ นี้ครับ

รถคันที่ห้า .. Hyundai Elantra sport 1.8 GLS Navi

คำถามแรกคือ .. ทำไมถึงเป็นคันนี้…

คำถามนี้เป็นคำถามสั้นๆ ง่ายๆ …ทำไมถึงเลือก Hyundai?

เป็นคำถามที่ผมอยากจะแปลว่า ทำไมเลือกรถคันนี้? มากกว่า เพราะ การระบุว่า Hyundai นั้นหมายถึง Brand รถยนต์จากค่ายเมืองโสม ไม่ได้จำเพาะเจาะจง ถึง รถรุ่น Elantra sport ที่ผมเลือก

การเลือกรถหนึ่งคัน สำหรับผม นั้น เรื่อง Basic พื้นฐาน ที่ควรมี ก็คงไม่ต่างจากรถรุ่นอื่นๆ หากแต่ ต้องการ สิ่งพิเศษ เพิ่มเติมอีก นิดหน่อยครับ

รูปแบบ
1. รูปทรงออกแบบ ต้องล้ำสมัย ดูไม่เรียบ จืดชืด อย่างน้อยๆ คนที่พบเห็นต้องรู้สึกแปลกตา และ รู้สึกว่ามีความแตกต่างจากรถทั่วไป
2. มีลักษณะเด่นพิเศษ ในการออกแบบ เช่น ไฟหน้า หรือ ไฟท้าย ต้องเก๋ บ่งบอกถึงความตั้งใจในการออกแบบ
3. แผงโดยสาร ต้องออกแบบให้ดู ล้ำยุค ไม่ดู โบราณ หรือ ดู แบบแนวอนุรักษ์ การมีสันสัน หรือ ข้อมูลในการแสดงผล เยอะๆ จะชอบมาก
4. มีปุ่มสำหรับควบคุมระบบต่างๆ ที่ออกแบบให้ใช้ง่าย ไม่ว่าอยู่บน dashboard หรือ บนพวงมาลัย
5. กำลังเครื่อง ต้องสูง เมื่อเทียบกับ CC แรงบิด ดีที่รอบไม่สูงมาก สำหรับการเร่งแซง
ุ6. อัตราการกินน้ำมัน เทียบกับน้ำหนักรถ ต้องสูง (น่าจะต้องเกิน 65 kgรถ/liter น้ำมัน)
7.ระบบความปลอดภัย เทคโนโลยีใหม่ๆ (หลังใช้รถสักพัก จะพบว่าระบบพวกนี้ช่วยให้การขับขี่ดีขึ้นครับ เหมือน ที่เราเคยรู้สึกว่า ทำไม รถยุโรป ราคาแพงมักจะขับดี เป็นเพราะว่า รถเหล่านี้ มีระบบพวกนี้มาให้ด้วยอยู่แล้ว)
8. คุณภาพของวัสดุที่นำมาใช้ ต้องดูแล้วมีราคา ไม่ดูแล้วเหมือนของถูก
9. ศูนย์บริการไม่ไกลจากบ้านมาก และ บริเวณที่ซ่อมดูแล้วมีความพร้อม เป็นระเบียบสวยงาม
10. ระบบการเตรียมอะไหล่ มีประสิทธิภาพดี (อันนี้ การเลือกใช้รถที่มียอดจำหน่ายเยอะ อาจจะช่วยให้มีความพร้อมมากกว่ารถที่จำหน่ายน้อย)
11. เข้าไปนั่งแล้ว ไม่คับแคบ ผมสูง 175 cm ดังนั้น ต้องเลือกรถที่เหมาะกับสรีระ และ ตำแหน่งคนข้บ ต้องสามารถปรับเบาะ จนได้ตำแหน่งที่นั่งสบายและควบคุมรถได้ดี
12. ไม่เกร่อ ข้อสุดท้ายนี้ ถึงแม้รถจะดี แต่ คนใช้เต็มบ้านเต็มเมืองก็ไม่ชอบครับ
และที่สำคัญ ข้อสุดท้าย
13. ราคาต้องไม่เกินล้านบาท สำหรับ C segment รถ Size นี้

สิบสามอย่างนี้ มันมา โป๊ะเชะ กับ Elantra ปี 2015 นี่ล่ะครับ ทำให้ผมรู้สึกว่า “ต้องโดน”

แต่เรื่องของเรื่องมันต้องมีเหตุครับ …วันที่ผมมาพบรักกับ Elantra นั้น ดันมาเกิดเหตุที่ ศูนย์ Honda ซะงั้น ….

<ยังมีต่อ …คงต้องเขียนกันอีกยาว>

Trip xx/2010 Swift Club Trip 8th เลี้ยงน้องที่ลพบุรี 8/8


ตอนที่ ๘ แยกย้าย

หลังทำบุญเสร็จ บางคัน ก็เริ่มขอตัวกลับ
..ต้งใจมาทำบุญกันจริงๆ ครับ ..ได้เจอ พรรคพวก ได้ทำบุญ ก็ กลับกันเลย..

แต่ SSC มาถึง ลพบุรีทั้งที จะรีบกลับ ก็กระไร อยู่ ต้องหา อะไรเที่ยวต่อกันหน่อย

…เหอ เหอ ใครจะไปนึกครับว่า ทิศทางที่ Swift Club พามาเที่ยว จะเป็นทิศเดียวกับที่ปั่นจักรยาน มาเมื่อวาน

ต่างกันแต่ว่า ตอนนี้ ใกล้ค่ำแล้ว แสงแดดเริ่ม ออกสีส้มๆ ลมเย็นๆ พัด สบายกายดีแท้

ไร่องุ่น ครับ เรามาเที่ยวที่ไร่องุ่นกัน

ไร่องุ่นที่นี่เป็นของดาราด้วยนะครับ …เป็นของคุณกบ  แต่เข้ามาขอเก็บ 50 บาท เปลี่ยนเป็นของไม่ได้ด้วย

ไหนๆ เสียตังส์แล้วก็ ถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อยครับ ก่อนกลับ

ไร่ที่นี่ไม่สวยงามเท่าไหร่นะครับ แต่ก็แวะมาได้ขำๆ

ถ่ายรูปกันได้สักพัก ก็ เดินทางกลับกัน …มีแวะซื้อขอ กันนิดหน่อย ก่อนกลับ

งานนี้ปลอดภัยทุกคันครับ …แล้วเอาไว้ มาเที่ยวกันใหม่ Trip หน้าครับผม

============================================

หมายเหตุ: ทิ้งตอนเจ็ดไว้นานมาก ก่อนมาเขียนปิดท้ายตอนแปดไว้ …เริ่มลืมๆ กันไปบ้างแล้ว ก็ โปรดให้อภัยด้วยนะครับ

Trip xx/2010 Swift Club Trip 8th เลี้ยงน้องที่ลพบุรี 6/8


ตอนที่ ๖ น้องตาบอด และ พิการซ้ำซ้อน

ว่ากันว่า คนเราเกิดมาอาการครบ 32 นี่ถือว่าโชคดี…
ยิ่ง 32 แล้วมี Swift ไว้ในครอบครอง นี่ถือว่า โชคดีใหญ่
คนเราพอโชคดีแล้ว ก็ ไม่ควรลืมที่จะ “คืน” ความโชคดีนั้นสู่ ผู้ด้อยโอกาส เสียบ้าง
วันนี้ ทีมงานของท่านประธานไม้ เลยพาพวกเรา มา “แบ่งปัน” สิ่งนี้ กันครับ (ไว้เขียนจบ แล้วจะมี เบื้องหลังที่มาที่ไป ของการมาทำบุญครั้งนี้ ใน behind the scene ครับ)

โรงเรียนศึกษาคนตาบอด และ คนตาบอดพิการซ้ำซ้อน แห่งนี้ เปิดมาตั้งแต่ปี 2545 แล้ว…ถึงวันที่ 30 มกรานี้ ก็ เก้าปีพอดีเป๊ะ
ตอนนั้น พระเทพ เป็นคนเสด็จมาเปิดให้ครับ
ที่นี่เป็นโรงเรียนที่ ตั้งขึ้นเพื่อใช้สอนเด็กที่พิการ และ มีอายุมากขึ้น โดยเด็กที่อายุ 15 ปี ก็ จะมาอยู่ที่นี่กัน

ภาพน้องๆ ที่โรงเรียน พยายามนำการแสดงต่างๆ มาให้ชมนั้น เป็นภาพที่สะเทือนใจ
ตอนที่ไปป้อนข้าวให้น้องนั้น หลายคน กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ …. 09 Cry ด้วยความสงสารจับใจ
น้อง ไม่สามารถ มองเห็นได้ และพยายามที่จะใช้ประสาทสัมผัสที่มี สื่อสารสิ่งของรอบตัวเข้าไปสู่สมอง…

ช่างเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจยิ่ง

น้องบางคนดูเหมือน ยิ้ม แต่ ใจนั้น อาจจะทุกข์
ในขณะที่คนที่ดูเหมือนว่าจะไม่ยิ้มนั่น ก็อาจจะมีความสุขอยู่ในความคิดและไร้ซึ่งเรื่องกลุ้มเป็นได้

Trip xx/2010 Swift Club Trip 8th เลี้ยงน้องที่ลพบุรี 5/8


ตอนที่ ๕ หลากสี หลายอารมณ์

ต้องขอบคุณปั๊ม ปตท ที่มีอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ …เพราะเดี๋ยวนี้ นึกอะไรไม่ออก ก็ต้องไปที่ ปั๊ม ปตท อย่างเดียว
แวะฉี่ พักรถ ดื่มน้ำ กินกาแฟ เช็คลม ซื้อของฝาก แวะที่นี่หมด …อ้อ ลืมไป เติมน้ำมันอีกอย่าง..เหอ เหอ
ยกเว้นอย่างเดียวที่ ปตท ไม่คิดจะมีคือ …ล้างรถ.. กับปะยาง ..อันนี้เป็น Policy หรือเปล่าไม่รู้ ต้องให้น้องกุ้งมา confirm

เที่ยวนี้ อย่างที่ ไม้ บอกเมื่อกี้ ว่าเรามีรถตำรวจมานำ

ดังนั้นขามาก็ไหลลื่นครับ …

สมาชิกแวะเติมน้ำมัน ถ่ายน้ำตัว กันที่นี่ พักนึง ..เลยเป็นโอกาสพี่ป๋อง ได้ทักทายสมาชิกเก่า และ ใหม่กันที่นี่
เจอหน้าเก่าหลายคน ครับไม่ว่า พี่เดียร์ พี่จูน พี่หมูเล็ก พี่เด่น พี่ป้อม พี่ไม้ พี่หลวง พี่อ้น น้องกุ้ง  ทีมงาน โฟร์เอส สร้างสรรค์
พี่ต่ายขาใหญ่ชบบุรี วันนี้เอา อีโวมาครับ คล้ายๆ กับพี่นัท ที่เอา TRD ตัวแรงมาเพราะ Swift ยังดุไม่เสร็จ…

น้องๆ พี่ๆ หน้าใหม่หลายคนมาทักทาย..รู้สึกดี ทั้งๆ ที่มา Trip ครั้งนี้ ครั้งที่สองเอง…
อบอุ่นจริง อะไรจริงครับ club นี้

เที่ยวนี้ คนเยอะจริง อะไรจริง ทิวแถว swift ยาวสวยงาม เคลื่อนขบวน มุ่งหน้าไปเลี้ยงข้าวน้อง…

ตามกันไปดูครับ

Trip xx/2010 Swift Club Trip 8th เลี้ยงน้องที่ลพบุรี 4/8


ตอนที่ ๔ ช่วงเวลาที่รอคอย

เมื่อคืนไม่ค่อยหนาว แต่ก็ไม่ถึงกับร้อน ..ถ้าไม่นับเสียงเด็กที่ตื่นมาร้องไห้งอแง ตอนตีสามแล้วก็ ถือว่าบรรยากาศ ok มากๆ
เช้าที่เขื่อนจัดเป็นวิวสวยงามครับ เพราะดวงอาทิตย์โผล่มาทักทายจากผิวน้ำ หัวแดงโร่ เลยทีเดียว…

โจ๊กหมูหนักพริกไท ฝีมือ พี่หมวย ทำเอาคนคุมน้ำหนักแบบพี่ป๋องต้องกดไปสองชามแบบไม่ต้องคิด…
พี่หมวยมีโรงงานทำอาหารลดน้ำหนักอยู่ หุ่นพี่หมวย น่าไปเป็น Presenter มากๆ เพราะ ประเมินแล้วน่าจะไม่น้อยอยู่ ถ่ายแบบ Before After มีหวังขายกันไม่ทัน…
กลุ่มที่จะไปปั่นกัน ร้อยโล ออกกันไปตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะต้องปั่นกัน ห้าชั่วโมงในวันนี้..ปล่อยให้คนที่ไม่ไป เที่ยวเล่นอยู่แถวเขื่อน
เราอำลาเขื่อนด้วยการไปถ่ายรูปอีกสองสาม shot จากนั้นก็มุ่งหน้าไป โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและ ตาบอดพิการซ้ำซ้อน ที่ลพบุรี

สิบโมงโทรหาประธานไม้ เพื่อเช็คเส้นทางกัน …
“หวัดดีคร้าบบบบพี่ป๋อง…กำลังออกครับ…” เสียงแจ้วๆ ของไม้ ผ่านลำโพงออกมาลั่นรถ โดยที่ยังไม่ได้ถาม
“วันนี้เรามีรถตำรวจนำด้วยนะครับพี่…” ไม้บอก…
“โว้ว มีตำรวจนำหน้าด้วย ..ไฮโซมาก  ไม้ ของพี่ก็มี แต่ ตามหลังมา สังสัยจะซิวพี่เพราะไฟแดงที่แล้วไม่ได้จอด…555” พี่ป๋องยิงมุขสด
“555 …พี่ป๋องเดี๋ยวเจอกันนะครับ” ไม้บอก
“พี่ก็กำลังออกมาจากเขื่อนเหมือนกันครับ เดี๋ยวเข้า ลพบุรีแล้ว เช็คกันอีกทีนะครับ” กะว่าสักพักค่อยโทรไปใหม่
“พี่ป๋องแค่นี้ก่อน ตำรวจโทรมา…” ไม้วางสายหลังประโยคสุดท้าย

หลังแวะ shopping ที่ Lotus แถวๆ พัฒนานิคมเสร็จ เวลายังเหลือเยอะ เพราะ GPS บอกว่า โรงเรียนน้องอยู่ห่างออกไปนิดเดียว
เริ่มวางแผนกันว่าจะเจอยังไงดี ไปรอที่โรงเรียนดีมั๊ย.. อ๊ะ ไม่ดีแน่เพราะมาแค่คันเดียว ไม่อลังการ
หรือดักรอข้างทางดี พอแก๊งค์มาปุ๊ป ก็ เข้าไปเสียบปั๊บ …อันนี้ก็เข้าท่า
เอ..หรือจะ ไฮบริด เอาทั้งสองอย่างเลย ไปหย่อนไว้คนคอยถ่ายรูปที่โรงเรียน ส่วนอีกคนก็ขับรถไปเข้าขบวน …อื้ม อันนี้ น่าจะ work สุดๆ
โทรเช็ค ประธานไม้ บอกว่าเข้่ามา ลพบุรีแล้ว และแวะปั๊มกันอยู่
สรุป..ไอ้ที่คิด ไม่มีเวลาแล้ว แวะฉี่ดีกว่า อั้นไว้นาน เข็นปั๊ม ปตท อยู่ข้างหน้า เอาล่ะวะ ปั้มนี้ละกัน…

กลับรถวื้บ…เห็น Swift ยี่สิบกว่ากัน จอดเรียงกันสวยงาม….

Trip xx/2010 Swift Club Trip 8th เลี้ยงน้องที่ลพบุรี 3/8


ตอนที่ ๓ น่องโป่ง

ออกจากบ้านมาตอนสายๆ วิ่งมาทางด่วนบางประอิน
ลองกดเครื่องให้ม้าออกมาเที่ยวเล่น …จนเลขแตะไปที่ 160 วัดได้ 4 พันรอบพอดิบพอดี…

อ๊ะ …ไม่มีกลิ่นใดๆ ให้ระคาย…เหอ เหอ สงสัยจันทร์นี้ พี่ไม้ ไปเก้อแน่เลย…
แต่เรื่องกลิ่นนี่ ก็ว่าไม่ได้ครับ เดี๋ยวมา เดี๋ยวไม่มา …ถ้าไม่ ซีเรียส ก็ ขับขึ่แบบมีความสุขครับ
ถ้าคอยดมกลิ่น ก็ ไม่ Happy แน่ๆ

มาถึงเขื่อนป่าสัก เอาตอนบ่ายอ่อนๆ ..พรรคพวก ทยอยกันมา กลุ่มนึงมาจากระยอง กลุ่มนึงมาจากกรุงเทพฯ ส่วนอีกกลุ่มก็สระบุรี
มากันเที่ยวนี้ กะว่ามากางเต๊นท์ นอนกันครับ สนนราคา ค่าเช่า เต็นท์ที่นี่ เล็ก เจ็ดสิบ ใหญ่ ร้อยสี่สิบครับ
ถ้ามาตัวเปล่ามี เต็นท์บริการ นอนได้ สองสามคน พร้อม เครื่องนอน สองร้อยเจ็ดสิบ …ไม่ต้องคิดมาก
บ่านก็มีครับ เก้าที่นอน นอนเรียง สองห้องน้ำ สองพันห้า บ้านแบบนอนสองคน ก็ พันนึง
แต่มาถึงนี่ให้ได้บรรยากาศ ก​็แนะนำให้นอนเต็นท์ครับ ..อยากสบายอยู่บ้่านจะดีกว่า ไม่เปลืองน้ำมัน …หุหุ

โปรแกรมวันแรก เบาะๆ ครับ สี่สิบโล ก็วิ่งตั้งแต่ จุดตั้งแคมป์ ไปอุโมงค์ต้นไม้..
วันที่สองนี่ จัดหนักครับ วิ่งกัน ร้อยโล..ท่าทาง งานนี้ น้ำหนักคงจะลดจริงครับ ..แต่น่าเสียดาย เพราะอยู่ด้วยแค่วันเดียว…รอดตัวไป เหอ เหอ

ตอนเริ่มปั่น บรรยากาศชิวๆ ครับ เพราะมากันหลายคัน ทั้ง เด็กและผู้ใหญ่
ลัดเลาะไปตามเขื่อน ตอนบ่ายแก่ๆ แดดไม่แรงมาก

สันเขื่อนป่าสัก นี่ยาวไม่ใช่เล่นนะครับ ปกติ เค้าไม่ให้รถวิ่งบนนี้ แต่ จะมี รถนำเที่ยว นำคนวิ่งผ่าน
ส่วนจักรยานนี่ อนุญาตครับ ให้เข้าได้ …เราเลยได้วิวดีๆ อากาศสบายๆ บนสันเขื่อนเป็นโบนัส

พ้นสันเขื่อนก็ เริ่มออกถนนใหญ่ครับ ก็เรียงเดี่ยวเข้าไว้เพราะ มีรถใหญ่วิ่งมาเรื่อยๆ …แถวนี้ รถวิ่งไม่เร็วมากครับ ไม่มีเสียว แต่ ระวังไว้หน่อยก็ดี
ออกจากเข่ื่อนเจอแยก เลี้ยวขวาวิ่งตรงอีกพัก เจอสามแยก เลี้ยวขวาอีกที ทีนี้ยิงยาว..จนในที่สุดก็มาถึงอุโมงค์ต้นไม้
ทางมาอุโมงค์ต้นไม้นี่เป็นทางขึ้นเขาครับ …ดังนั้นต้องเกียร์ต่ำ เจ้าคันที่พี่ป๋องเอามา พอเกียร์ต่ำปุ๊บโซ่ตกปั๊บ เลยต้องลาก…
แต่คิดว่าถึงโซ่จะไม่ตก ก็คงต้องลากเหมือนกัน เพราะหมดแรง…หุหุ

ขาลงจากอุโมงค์ต้นไม้นี่ มันส์แท้ครับ เพราะ วิ่งลิ่วมาเลย ..ใครขับไม่แข็งก็ อันตรายนะครับ เพราะทางชันมาก ความเร็วเลยพุ่งปรู๊ด
ผ่านเนินมหัศจรรย์ ที่ ท้าให้ ปล่อยเกียร์ว่าง แล้วรถจะวิ่งขึ้นเนินให้เอง ที่เคยไปออกรายการทีวีด้วย..แต่ไม่ได้หยุดลองครับ เพราะกำลังมันส์กับความเร็ว

เนื่องจากแวะกันบ่อยขากลับเลยมืดสนิท ตอนวิ่งกลับผ่านสันเขื่อนนั้น อย่าบอกใครเชียว…
แมลงเยอะมาก ไม่ได้เป็นพัน แต่น่าจะเป็นแสน…
วิ่งผ่านความมืด รู้สึกเหมือนฝ่าสายฝนเลย …อย่าได้อ้าปากเชียว เพราะ อาจไม่ต้องกินมื้อเย็นเนื่องจาก อิ่มแมลง ที่บินเข้าปากซะ….

มาถึงเต๊นท์ ก็ ทุ่มกว่าๆ ครับ สรุปแล้วออกไปปั่นมาสี่ชั่วโมง…
ถือเป็นการเบิรน์ชดเชยเมื่อวานที่ไม่ได้ทำ อีกวัน…

Trip xx/2010 Swift Club Trip 8th เลี้ยงน้องที่ลพบุรี 2/8


ตอนที่ ๒ รักพี่ เสียดายน้อง

อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งไปตรวจร่างกายมาครับ …
(ใครเส้นไม่ลึก ลองเข้าไปอ่าน เรื่องวันตรวจร่างกายของพี่ป๋องดู ที่ http://wp.me/s17DuY-2151)
ตรวจเสร็จหมอสั่งให้ลดน้ำหนักเป็นการด่วน เพราะเป้นสาเหตุแรก ของปริมาณไขมัน ที่ เกินสูง พุ่ง ปรี๊ด ตามวัย
ปฏิบัติการลดน้ำหนักเลยเริ่มขึ้นตั้งแต่วันจันทร์

เที่ยวนี้ลองเปลี่ยนกลยุทธจากเดิมที่ใช้วิธีปั่นจักรยานไปทำงาน จนลดฮวบฮาบ เจ็ดกิโล ใน สามสัปดาห์ ..ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ช่วงนี้ชอบขี่มอเตอร์ไซต์ มากกว่า..
เพราะหน้าบ้านก็ทำทางรถไฟฟ้า รถติดมากมาย Scooter คันเล็ก คล่องแคล่วกว่าเยอะ…
ประหยัดอีกต่างหาก …ห้าสิบกิโลลิตร เลยทีเดียว รถสมัยนี้

จักรยานไปทำงาน ช่วงนี้เลยพับไป แต่ ก็ได้ที่เด็ดใหม่มา…
กลยุทธใหม่ เลยเป็น ดูหนังให้ได้วันละเรื่อง..! นี่ก็ทำมาสี่วันรวด ลดมาได้สามโลทีเดียว… เดี๋ยวจะลองดูซิว่า ถ้าดูหนังวันละเรื่องได้สามสัปดาห์ จะลดลงมาได้ เจ็ดโล เหมือนจักรยานหรือไม่ …
ก็ลุ้นกันต่อไปครับ

สัปดาห์นี้ มีนัดจ๊ะกัน สองนัด

เสาร์นี้ น้องๆ AL ชวนไปปั่นจักรยาน กันที่ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ส่วนวันอาทิตย์นี่ น้องๆ  Swift ชวนไปทำบุญลพบุรี…

อ่ะ อย่างนี้ ก็ลง ล๊อค มาออกกำลังก่อนวันนึง แล้ว ทำบุญ อีกวันนึง น่าจะดี …
แต่เสียดายว่า ถ้าให้ได้ทั้งสอง trip ก็ต้องออกมาตั้งแต่วันเสาร์ งั้นเราก็ อดร่วมวงคาราวาน Swift ซิเนี่ย ..
เห็นได้ข่าวว่ามากันยี่สิบกว่าคัน …โว้.. คงจะสวยงามแน่แท้…

…เอาน่า มา แจม เอาปลายทางละกัน … ถึงจะบรรยากาศ ไม่ครบ แต่ ก็บรรลุวัตถุประสงค์เหมือนกัน …
อย่างนี้ เรียก ได้อย่าง …ก็ไม่เสีย อีก อย่าง …เนอะ

ว่าแล้วก็ บึ่งออกจากกรุงเทพมาตั้งแต่วันเสาร์เลย