Posts tagged ‘pingpongrun’

แม่หญิงวิ่งเหยาะ


พาน้องๆ ออกมาวิ่งรอบอโยธยา “แม่หญิงวิ่งเหยาะ” ช่วงหกโมงเช้า

…เช่นนี้ก็ย่อมได้

50 km before 50 years old.


50km before 50 Years Old
===================

เมื่อคืนผมออกวิ่ง…
เป็นการออกวิ่งครั้งสำคัญเพราะเป็นการวิ่งตามฝัน

ฝันที่อยากวิ่งจบ Full 42 Km ก่อนอายุ ครบ 50

เมื่อคืนผมวิ่งมาไกลเกินฝัน Full Marathon โดยวิ่งไกลไประดับ Ultra 50 km

ร่างกายไม่ได้พร้อม แถมซัอมไม่ถึง การวิ่งมาได้ขนาดนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์

แต่ความรู้สึกยินดีเมื่อถึงระยะ 50 Km ของผม กลับไม่ใช่ความรู้สึกยินดีที่วิ่งได้ แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกยินดี จากมิตรภาพที่ได้รับจากกลุ่ม God of KOD น้องๆ ที่มาเป็นแรงเชียร์์และ คอย Support ตลอดเส้นทาง

น้องแต้ว MaePiromya JaoKa สาวสวยที่ปกติไม่ออกมาวิ่งกลางคืน ที่ยอมเทงาน Dinner ที่ Vertigo มากินเค๊ก กับพี่ป๋อง

น้องนาท Nart Chamnankit หนุ่ม Ultra ที่กำลังจะไป 100 km คอยใหักำลังใจ และน้ำแข็งประคบ ตอนที่กล้ามเนื้อฉีกจนช้ำ

น้องนก Piyarat Loolersvilai สาวสวยฝีเท้าเร็ว ที่คอยบอกให้ผมวิ่งช้าๆ และ ไม่ต้องไปตามคนหน้า เพื่อให้จบแบบไม่เจ็บ

นัองเจต Somjet Kaitkamonvakin นักวิ่ง 100 km ที่มีเทคนิคการวิ่ง พร้อมจิตใจอันดี วิ่งไปซื้อ Perskindal มาฉีดน่องให้ตอน มันขึ้นเป็นเส้น แถมให้ของขวัญ เป็นผ้าบัฟจากพี่ป๊อกที่ได้รับจาก Full แรกของตัวเองมาด้วย ด้วยเหตุผลว่า เพราะเป็นรูปมอเตอร์ไซต์

กองเชียร์ทีม G0D อีกสามคนที่ส่งใจมาตลอด
Wanida Pipatapirak อยู่หลีเป๊ะ
Gigga Zaa เตรียมตัวเจ้าบ่าว
Nitipat Kulchamaneemon ไข้ขึ้น

พี่เต้ย Kidakorn Angkanarak พี่ชายแรงบันดาลใจให้ผมรู้จักการวิ่ง Full ด้วยการทำให้ดูตอนวัย 55

เพื่อนนักวิ่งทุกคนที่คอยให้กำลังใจ

และที่สำคัญที่สุด พี่รัก Le Al Samermuen คนจุดประกายหลังผม Fail เมื่อเสาร์ที่แล้ว โดยวิ่งได้แค่ 31 Km แล้วให้ผมสู้ต่อ โดยมาวิ่งเป็นเพื่อน แถมชวนทีม GOD ทั้งทีมมา Support
surprise ทั้งเส้นทาง surprise ทั้งเค๊กวันเกิด ทั้งดึง ทั้งลาก ทั้งผลัก ปล่อยมุกเรี่ยราดตลอดทาง จนถึงจุดหมาย ฝากขอบคุณน้องเปิ้ล ศรีภรรยาด้วย สำหรับเค๊กน่ารักจานนี้

การวิ่งนี้ไม่มีอะไรคาใจผมอีกแล้ว เป็นฝันสุดท้ายก่อนอายุครบ 50

#ไม่มีทางรูุ้ถ้าไม่คิดจะลองดู
#first_full_Marathon
#first_full_Ultra_Marathon

ภูติสองตน


ผมมีภูติอยู่สองตน
ภูติขาว – จะคอยเตือน ให้ระวัง
ภูติแดง – คอยให้กำลังใจ ผลักดัน

สองตนนี้อยู่กับผมเสมอตั้งแต่เด็ก สองตนนี้ไม่เคยคิดเหมือนกัน เถึยงกันประจำ เมื่อเช้าเถึยงกันอีกละ…

ขาว : จะรีบตื่นไปไหนล่ะ ตีสี่ครึ่งเอง อากาศน่านอน
แดง: ลุกได้แล้ว ตั้งใจวิ่งให้ได้ 100 โล เดือนนี้ไม่ใช่เหรอ
ขาว : นอนต่อเหอะ นอนไม่พอเดี๋ยวก็ไม่สบาย อาทิตย์นี้ลุยงานเยอะ นอนน้อยไม่ใช่เหรอ…
แดง: เบี้ยวไม่วิ่ง มาสามวันแล้วนะ.. เรื่องแค่นี้ยังตั้งใจทำไม่ได้ แล้วจะมีปัญญาทำอะไรสำเร็จ…!

ประโยคสุดท้ายทำให้ผมได้คิด การเอาชนะใจตนเป็นเรื่องท้าทาย

บังคับตัวเอง เรียก มีวินัย
บังคับคนอื่น เรียก เผด็จการ

เงยหน้าขึ้นมาอีกที…ผมวิ่งจบ 10 km ไปเรียบร้อยแล้ว…^^

พรุ่งนี้วันเสาร์ ตื่นมาออกกำลังกันนะครับ

Share ต่อ ถ้าอยากให้เพื่อนแข็งแรง

ป๋อง
‪#‎แข็งแรงดี‬
‪#‎pingpongrun‬

วิ่ง ==


เพื่อนใน Facebook inbox ถามผมบ่อยๆ ว่าช่วงหลังๆ เห็นพี่ป๋องวิ่งบ่อย…

ปกติเห็นขี่แต่มอเตอร์ไซต์… เบื่อขี่รถแล้วเหรอ

บอกตรงนี้เลยครับว่าไม่เบื่อ ..แต่แค่สนใจเรื่องวิ่งมากกว่า

ปกติผมเป็นคน “เกลียด” การวิ่ง มากครับ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย วิ่งไปก็ไม่ได้แข่งอะไรกับใคร ขา แข้ง ก็ไม่ค่อยดี หลังก็เคยผ่า มีเหตุผลสารพัดที่จะบอกว่า ทำไมผมไม่ควรวิ่ง

แต่เมื่อต้น มกรา ปี 2015 ที่ผ่านมา มีคนชวนผมไปลงวิ่ง …วิ่ง 12 โล..

ผมเริ่มซ้อม และพบว่า ร่างกายเราอ่อนแอมาก…สิ่งที่กังวลทั้งหมด มันเกิดขึ้นจริง … ในขณะที่ตัวเองก็คิด ว่า แล้วคนอื่นทำไมมันทำได้วะ…

การเดิน การวิ่ง มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์แท้ๆ ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้ ผมเองคงเป็นหนึ่งมนุษยชาติ ที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการลงจนถึงขั้นวิ่งไม่เป็น (ดูหนัง Wall-e ซิ ชัดมาก เพราะ คนอยู่แต่หน้าจอทั้งวัน อย่าว่าแต่วิ่ง เดินยังยาก)

หลังวิ่งครั้งนั้น ผมบอกตัวเองเลยว่า ผมจะวิ่ง…วิ่งให้มันเป็นธรรมชาติของผม

จากวันนั้นถึงวันนี้ ครบปีพอดี รูปปีที่แล้ว เด้งขึ้นมา ผมเห็นพัฒนาการของตัวผม ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ความคิดที่โลดแล่น ไม่มีอาการปวดหัวตัวร้อน อาการเจ็บปวดตามข้อหายไป กล้ามเนื้อหลายส่วนขึ้นชัดเจน… ไม่ใช่แค่ใหญ่ แต่ อึดด้วย (พูดถึงกล้ามเนื้อ) หน้าตาที่ผ่องใส และ ทัศนคติในการคิดที่ดีขึ้น

เกิดการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ แค่นั้นเอง

ผมเลยอยากโพสบอกเพื่อนๆ ที่รักทุกท่านให้สนใจ และ ลงมือออกกำลัง กีฬาชนิดไหนก็ได้ที่เราชอบ

ถ้าเรื่องราวเหล่านี้มีประโยชน์ และทำให้พวกเราหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลัง ผมจะดีใจมากเลยครับ

Share ให้คนที่คนรักและห่วงใยครับ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดี

ป๋อง Pongroofman

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
#แข็งแรงดี
#รอบรู้ดี

วิ่งเดือนที่ 10


จากความตั้งใจ ที่จะวิ่ง mini เดือนละครั้ง…เพิ่กระตุ้นตัวในการออกกำลัง…ตอนนี้ผ่านมาถึงเดือนที่ 10

สิ่งที่ผมรู้แต่คนอื่นไม่รู้ คือผมแข็งแรงขึ้น และ ไม่ป่วย…
สิ่งที่คนอื่นรู้แต่ผมไม่อยากรู้คือ วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่ผอม…

อย่างที่บอกครับว่าวิ่งเพื่อสุขภาพ ไม่ได้วิ่งให้ผอม!

เอาน่า…ยังไงก็ได้วิ่งล่ะ ไม่งั้นคงอ้วนกว่านี้เยอะ

วันนี้มาเก็บเหรียญที่ 10 ครับ …วิ่งในกรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายไม่มาก…ถึงกระนั้นพี่ๆ นักวิ่งยังบ่นว่า เมื่อก่อนแค่ 100 เดียว…

วิ่งวันนี้เพลินดีเพราะมาวิ่งแถวบ้านเก่า (ตอนเด็กผมเกิดและโตที่นางเลิ้ง) เพราะปล่อยตัวจาก ถ. ราชดำเนิน หน้าลานพระรูป

ตอนเช้าที่ตั้งใจมาถึง ตีห้า โดยตื่นตีสี่ แต่งตัว เดินทางจากนครปฐม ปรากฏว่าตื่นสาย ตื่นมาตีสี่ครึ่ง!

จากที่ออกจากบ้าน ตีสี่ครึ่ง กลายเป็นออกจากบ้าน ตีห้า!…

แต่คงเป็นเพราะถนนโล่ง เพราะ ผมไปถึงจุดปล่อยตัว ตีห้าสิบห้านาที…ทัน warm up

งานนี้เพื่อนมาหลายคนครับ เจอทุกคนเลย ดีใจ…

เป็นอีกเหรียญของปีครับ

วิ่งตาม Trend ==========


พี่หน่อย John Seal พี่ชายใจดี ที่ผมรู้จักตอนทำงานอยู่ Cambodia วันนี้ ส่งข้อมูลเรื่องวิ่งมาให้ผมใหญ่เลย ..

คงเห็นว่าผมสนใจเรื่องวิ่ง เลยสนับสนุนเต็มที่ .. สุดท้าย ถามผมบอกว่า “ขอถามคำนึงนะ ทำไมถึงอยากมาวิ่งออกกำลังกายตอนนี้ครับ..” พี่หน่อยถามผมทาง messenger

เลยถือโอกาสตอบ และ เล่าให้เพื่อนๆ ฟังเลยละกันครับ ..

#ผมเป็นเด็กขี้โรค

คนที่เป็นเพื่อนผมตอนโต คงไม่เชื่อว่า ตอนเด็กๆ ผมผอมแห้งแรงน้อย หัวโต ขาเล็ก แว่นหนาเตอะ ซุ่มซ่าม ตามประสาเด็ก Nerd เป็นแน่ ..

แต่เพื่อนสมัยเรียน ยืนยันได้ดี ..

ตอนเรียนหนังสือ ผมเรียนถือว่าใช้ได้ครับ .. (เพื่อนบอกว่าเรียนเก่ง) แต่ผมวิชาที่ทำผมเซ็งคือ วิชาพละ ..
ส่วนนึงคือเพื่อนๆ รอบตัวผมเล่นกีฬาเก่ง บวกกับ ร่างกายผอมแห้งแรงน้อย ทำให้ผมเล่นอะไรก็เอาดีไม่ค่อยได้ ยกเว้นกีฬาที่ใช้มือเยอะๆ .. (อย่าคิดลึก) เช่น ปิงปอง บาสเกตบอลล์ หรือ เล่นไพ่ อย่างนี้ พอไหวครับ

การใส่แว่นหนา (สั้น 600 ) ก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ค่อยอยากเล่นกีฬา เคยเล่นแล้วแว่นแตก สมัยนั้น ตัดแว่นที นั่งรถข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียว .. เพราะอยู่สุดขอบประเทศ

#จุดเปลี่ยน

สิบกว่าปีก่อนผมได้รับมอบหมายจากที่ทำงาน ให้ไปทำงานที่ Cambodia หรือ กัมพูชา นี่ล่ะครับ ตอนนั้น ผมเอาหนังเกี่ยวกับกัมพูชามาดูและนึกภาพว่า ถ้ามีเรื่องมีราวอะไรกัน ผมแย่แน่ๆ เพราะ แว่นหนาขนาดนั้น แว่นหลุด คงไปไม่เป็น เลยตัดสินใจ ทำ Rasik (สมัยนั้น ยังไม่ค่อยมีคนทำเยอะเท่าไหร่) ทำเสร็จปุ๊บเหมือนโลกใหม่เลย ทุกอย่างสดใสชัดเจน โดยไม่ต้องผ่านเลนส์

ช่วงไปอยู่ Cambodia ไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำเยอะ หลังเลิกงานและวันหยุด เพราะ ช่วงนั้น บ้านเมืองเขายังไม่เจริญ โรงหนังไม่มี บันไดเลื่อนไม่รู้จัก สิ่งบันเทิงน้อยมาก เลยใช้เวลากับ ห้อง Gym และ สระว่ายน้ำ .. ผลที่ได้ คือ ร่างกายใหญ่บึกบึน ทิ้งคราบ กุ้งแห้งไปเลย

ผมเลยรู้สึกว่า ตัวใหญ่มันดีเนอะ

#เปิดโลก

หลังกลับมาเมืองไทย มีหลายๆ Activity ทำให้ผมเกิดความรู้สึกอยากลอง ไม่ว่าจะเป็น Scuba diving, ถีบจักรยาน, ขี่มอเตอร์ไซต์ แล้วล่าสุดที่ทำให้ผมกลายเป็นนักเดินทางคือ การ ขี่ Big bike

เมื่อต้นปี 2015 น้องหน่อย Noi Tibby ชวนผมไปวิ่งงาน Run for life ที่จัดโดย Amways ผมลง ระยะ 12 Km ไปโดยไม่เคยวิ่งมาก่อน โดย มีเวลาเตรียมตัว 2 เดือน .. ผมลงเพราะอยากไปร่วมกิจกรรม แต่ไม่ได้คิดชอบเรื่องวิ่งมาก่อนเลย รู้สึกว่ามันไม่ถูกกับผม

วันแรกที่ผมซ้อม หมาในซอยออกมาเห่าผม ผมไล่หมาไป ก่อนออกวิ่ง สักพัก ผมหอบเป็นหมา ที่ระยะ 400 เมตร เท่านั้นเอง .. ความกังวลใจ เริ่มบังเกิด เพราะ 400 เมตร กับ 12,000 เมตร มันไม่ใกล้กันเท่าไหร่

หลังจากนั้น ผมก็กลับมาวิเคราะห์ตัวเอง ว่าทำไม .. ผลสรุปสั้นๆ ก็คือ ก็เอ็งไม่ซ้อม .. แล้วจะวิ่งได้ยังไง

หลังจากนั้น ผมก็กำหนดตัวเองให้ซ้อมโดยยึดสนาม golf ในหมู่บ้านเป็นรอบการวิ่ง .. รอบนึงก็ 5 Km ผมวิ่งวันแรกๆ ได้แค่สองโล เหงื่อไหลเป็นปี๊บ ปวดขาไปหมด

ใจนึงก็หาข้ออ้าง ว่าร่างกายเราไม่พร้อม เพราะผมเคยขี่รถล้ม เอ็นเข่าทั้งสองข้างก็เคยฉีกขาด และไม่ได้ทำการผ่าตัดอะไร ตอนนั้นหมอถามว่าเล่นกีฬาอาชีพหรือเปล่า ผมบอกว่าไม่ หมอบอก ถ้าไม่ก็ไม่ต้องผ่า สร้างกล้ามเนื้อเอา เพราะ ขาใช้ เอ็นแค่ 20 % อีก 80% เป็นกล้ามเนื้อ.. ผมเชื่อหมอ พอๆ กับไม่อยากผ่าเพราะเคยอ่าน case ว่าผ่าแล้ว บางคน เดินไม่ได้เหมือนเดิม เลย ไม่เอา
หลังก็เคยผ่าเอาหมอนรองกระดูกที่ทับเส้นประสาทออก แบกของหนักก็ไม่ได้ วิ่งๆ กระแทกแรงๆ ก็คงไม่ไหว คิดแบบนี้ เพื่อจะได้หาเหตุเลิกการวิ่ง

แต่ดูเหมือน เทพสีขาวของผม จะบอกผมว่า .. วิ่งแค่นี้ ถ้าทำไม่ได้ จะทำอะไรไหว .. แค่นั้น ผมก็เริ่มซ้อม โดย ตั้งใจจะต้องวิ่งให้ถึงป้าย .. ก็พอ

ผ่านไปสองเดือน ผมวิ่งได้มากสุด ก็ 8 km วิ่งจนขาลาก .. ไม่เคย วิ่งได้ถึง 12 km เลย .. แต่การพัฒนาเรื่องของ ระยะวิ่ง เทียบกับระยะเดินนั้นดีขึ้น

ถึงวันวิ่ง Run for life เมื่อเดือน มกรา ปี 2015 ผมลงรายการ จุดปล่อยอยู่สวนลุม วิ่งกัน ตีห้า วิ่งอ้อมเป็นวงกลม ไปประตูน้ำ ออกไปสีลม วนกลับมาสุวนลุม ู้ 12 โล… วันนั้น ผมวิ่งเหยาะ ไปเรื่อยๆ และ หยุดเดินที่ 6 km แรก .. ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน ตอนซ้อม สองโลก็เดินแล้ว .. มีกำลังใจ กัดฟันวิ่งจนถึงป้าย ชั่วโมงกว่าๆ .. เวลาอย่างห่วย แต่ ผมโคตรดีใจ .. น้ำตาซึม .. ทำได้แล้ว ขอบคุณน้องหน่อย ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยให้กำลังใจเชียร์ ขอบคุณตัวเอง ที่เลือกที่จะวิ่ง …

หลังวันนั้นผมบอกตัวเองว่า นี่คือจุดเริ่มต้น ผมจะวิ่งต่อ และ ตั้งใจว่าจะวิ่งทุกเดือน แล้ว กระตุ้นตัวเอง ให้วิ่งด้วยการลงรายการเดือนละหนึ่งรายการ จนครบ 12 รายการในปีนี้ …

แต่ละรายการผมลองวิ่งไปเรื่อย ทั้ง Track และ Trail หรือ แม้ แต่ Obstacle เพื่อรับรู้รสชาตของการวิ่งแบบต่างๆ .. เป็นประสบการณ์ ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรมากไปกว่านั้น

ชีวิตปีนี้ผมเปลี่ยนจากการขี่ big bike เที่ยว (เดิมเที่ยวปีละ 50 Trip ว่างเป็นออก) เป็น วิ่งไป เที่ยวไป แทน …
มอเตอร์ไซต์ ผมคงน้อยใจ แต่ ก็คงเข้าใจ …

ตอนนี้สิ้นเดือนที่ 9 และ ผมมีเหรียญที่ได้จากการวิ่งรายการต่างๆ 9 เหรียญตามที่ตั้งใจ .. ผมเริ่มคิดว่า วิ่งแค่ไหนถึงจะพอ..

ต้องขอบคุณพี่ เต้ย Kidakorn Angkanarak พี่ชายใจดี เป็นแรงบันดาลใจ ดีๆ เรื่องสุขภาพดี ให้หนังสือผมมาอ่านเล่มนึง … พูดถึงชายที่เริ่มวิ่งตอนอายุประมาณผม และ สามารถวิ่งมาราธอนได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อครู่พี่เต้ย ก็พูดอีกประโยคนึงของคุณหมอ กฤษดา ว่า .. “ถ้าคุณเดินได้ คุณก็วิ่งมาราธอนได้ ..” และ เพื่อนนัท Nuttapol Sangesorasit ที่บอกว่า ถ้าป๋องจะวิ่งเราจะโคชให้

ผมตั้งใจจะวิ่ง(Full) มาราธอน ในปีหน้าครับ .. ปีที่ผมอายุย่าง 49 ปี ..

มันกลายเป็นหนึ่งอย่างที่ผมต้องทำให้ได้ก่อนอายุ 50 ครับผม

ขอบคุณทุกแรงบันดาลใจ และ กำลังใจที่ให้มาครับ

ป๋อง วิ่งเตาะแตะ แต่จะไป Marathon ให้ได้

#pingpongrun
#sixpackfordad
#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

ลงรายการวิ่ง เขาประทับช้าง Trail


rail running ครั้งแรกของผม…
ขอบอกก่อนว่า การวิ่งไม่ใช่กิจกรรมที่ผมโปรดปราน หรือ สนใจ เลย จนกระทั่ง มีพี่ท่านนึง เอาหนังสือ The courage to start (http://www.amazon.com/The-Courage-To-Start-Running/dp/0684854554) มาให้อ่าน ทำให้ รู้สึกว่า ถึงวัยจะมาก แต่ ก็ไม่สายถ้าอยากจะวิ่ง
ผมเพิ่่งเริ่่มลงรายการวิ่งในปีนี้ครับ เหตุเกิดจากคนใกล้ตัว ชวนไปลง ในรายการของกลุ่มเขานั่นล่ะครับ เขากะจะจะชวนเราลง ฟรุ้งฟริ้ง 3 km แต่ผมดันลงครั้งแรก 12 km

หลังวันนั้น ผมเลยรู้ว่า ผมคงต้องหัดวิ่งจริงๆ แล้วล่ะ เพราะวิ่งถึงแม้จะไม่ง่าย แต่ ถ้าไม่ฝึกซ้อมก็กลายเป็นเรื่องยากเหมือนกัน

ผ่านมาหกเดือน ผมทยอยลงไปห้ารายการ และ ที่เขาประทับช้างเทรล เป็นงานที่หกครับ ..

เนื่องจากเป็น Trail ครั้งแรก ที่ผม “ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย” นอกจาก ใส่รองเท้าให้เหมาะ .. ก็ตัดสินใจมาลง และ ก็เดินทางมาตั้งแต่วันเสาร์

เห็นการเตรียมงานของทีมงานแล้วก็ต้องบอกว่า “ตั้งใจ” และ ดู “มืออาชีพ” มากๆ ครับ .. เป็น โอกาสดีที่ได้ลง และ ได้ถือโอกาสมาเที่ยวราชบุรี เมืองที่ผ่านบ่อย แต่ ไม่ค่อยได้แวะเอาเลย

ตอนเช้า ผมเกรงว่าจะมา late ทำให้ กระวนกระวาย นอนไม่ค่อยหลับ หลับๆ เดี๋ยวก็ตื่นมา ..สรุปแล้ว นอนไปสามชั่วโมงกว่าๆ เอง คือ หลับไปตอนเที่ยงคืน แล้ วไปตื่น เอาตีสามกว่า.. (ถามตัวเอง ว่าตื่นมาทำไมเหมือนกัน เพราะ รีสอร์ทที่นอน ไกลจากสนามแค่ 14 km)

อาบน้ำอาบท่า แต่งตัว ขับรถมาบริเวณงาน ผู้คนคึกคักตั้งแต่ ตีห้า ที่จอดรถข้างทาง โดนกันไว้ สำหรับ จักรยาน โดยผู้แข่งขันต้องเข้าไปจอดรถ ด้านใน ที่มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างดี

มาถึง ก่อนเวลา ก็ดีครับ เพราะ ที่นี่ มีโจ๊ก แจกเป็นอาหารเช้า ได้รองท้องสักหน่อย จะได้ไม่โหย .. ร้านค้า ที่มาขายของ ก็มีของเยอะ ได้ดูได้ซื้อ กระเป๋าสำหรับ ใส่โทรศัพท์ อีกใบ

กระเป๋าซื้อ โทรศัพท์ นี่ ไปงานไหน ก็ได้ซื้อทุกงานเพราะจะลืม และ ชุดที่วิ่งก็ไม่มีกระเป๋าให้ใส่ได้ เวลามาก็จะลืมเอามาทุกที เลยต้องจัดใบใหม่ เที่ยวนี้ก็ได้ไปอีกใบ ไม่แพง ครับ ใบละร้อยห้าสิบ เอามาคาดเอว แล้ว ดูตัวเองเป็นแหนมป้าย่นไปเลย เพราะ มันรัดพุงเป็นปล้อง .. เลยเอามาสะพายไหล่แทน ..เหอ เหอ

สักพักก็มีการปล่อยตัว 32 km ก่อน ได้ดูบรรยากาศ และ สีหน้า ผู้เข้าแข่งขัน แล้ว พลังมาเลยครับ ..นึกในใจว่า ปีหน้า ต้องซ้อมให้ตัวเอง ลงวิ่งให้ได้ 32 km ที่นี่ กับเขาบ้าง .. เพราะ หลายท่านบอกว่า ที่นี่ เป็น Trail ที่ดีที่สุดที่หนึ่งของประเทศกันเลยทีเดียว ..

อยู่เมืองไทย แล้ว.. พลาดโอกาส มาลองก็น่าเสียดาย .. ชาวต่างชาติ ยังมาวิ่งกันเยอะเลย…

ปล่อยตัว 32 km ตามกำหนด ก็จะปล่อย 10 km ตามหลัง ประมาณ 15 นาที .. ผมดูโปรแกรมตอนแรก ก็นึกๆ อยู่ว่า ทีมงานต้อง โปรมาก เพราะ ปล่อย ตามหลังกันแป๊บเดียว .. เอาจริงๆ ก็ตามกันร่วมครึ่งชั่วโมง

ขั้นตอน ก่อนปล่อย ไม่ยุ่งยากครับ คือ ไปรวมที่จุด Check in เพื่อ ทำการ Mark ด้วยปากกา เมจิก เพื่อให้ทราบว่า ผู้แข่งขัน ได้เริ่มที่จุดเริ่มต้นแล้ว

หลัง check in ก็ ย้ายไปที่ จุด Start ครับ เพื่อ เตรียมตัวปล่อยตัวกัน …. ก่อนปล่อยก็มีพี่ ที่เป็นผู้ริเริ่มการวิ่ง เขาประทับช้างเทรล มากล่าวเปิด .. พี่เขากล่าวได้ดีครับ .. ฟังแล้ว มีแรง อยากวิ่งทันที

หลังจากปล่อยตัว .. ทุกคนก็เริ่มวิ่งออกมา ..เป็นที่น่าแปลกใจ ว่า ที่นี่ฝุ่นตอนปล่อยตัว ไม่มากเหมือนที่คิด ไม่ทราบเหมือนกัน ว่า เพราะอะไร เป็นเพราะนักวิ่ง วิ่งยกขา หรือ พื้นแน่นไม่มีฝุ่นก็ไม่ทราบ ทำให้ อากาศที่เราหายใจเข้าไปยังคงสดชื่น ..

ผมวิ่งไปเรื่อยๆ แซงบ้าง โดนแซงบ้าง เห็นนักวิ่ง ร่วมรุ่น ทั้งอายุน้อยกว่า อายุมากกว่า .. แม้กระทั่งต่าง specie ก็ เจอ (มีพี่จูงน้องหมา มาวิ่ง ใส่รองเท้าทั้งสี่ขาด้วย)

วิ่งไปก็ทักทายกันไป ได้เจอ น้อง bird นักวิ่งหุ่นล่ำ ที่วิ่งไปถ่าย clip ไปไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย วิ่งจนได้ทักทาย รู้จักกัน ไปตลอดทาง

เส้นทาง 10 Km วิ่งตามป้าย อย่าชมนกชมไม้เพลิน รับรองไม่มีหลง .. เส้นทาง สวยงาม และ อากาศยามเช้านี่ สุดยอดจริงๆ ครับ

วิ่งจน KM สุดท้าย เส้นทางพาเข้าไป ดูสัตว์ในสวนสัตว์ ไม่น่าแปลกใจที่มี อูฐ ด้วย.. ก็แถวนี้ อากาศร้อน อูฐอยู่ได้สบายอยู่แล้ว….^^

วิ่งเข้าป้าย .. ด้วยความรู้สึกยินดี ผ่านไปแล้วสำหรับ 10 km ถือเป็นประสบการณ์ การวิ่ง Trail ครั้งแรก ที่ดีมากของผมครับ

ขอบคุณทีมงาน ทุกท่านที่จัดงานดีๆ แบบนี้ให้พวกเราได้มาร่วมกันครับ … ใครอยากออกกำลัง ลองเตรียมตัว เพื่อมาลองวิ่งที่นี่ดูครับ รับรองว่า จะประทับใจครับ

ป๋อง Pongroofman

22 Jun 2015

#อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ
#trailforest

 1896959_10153369775134326_7724036723312463352_n.jpg

ลงรายการวิ่ง Run for ME


ตั้งใจวิ่งเดือนละหนึ่งรายการเพื่อให้มีอะไรกระตุ้นตัวเองให้ออกกำลังกาย

เดือนนี้เดือนที่ห้า ต้องขอบคุณน้องตุ๊กตา ชวนมาวิ่งรายการนี้ เพราะถือว่ามาเยือนถิ่นเก่า

ผมมาตามกำหนดการปล่อยตัวช้าไป 15 นาที บรรยากาศเลยเห้นคนเดินมากกว่าคนวิ่ง

วิ่งรวดเดียวเข้าป้าย…อาหารการกินเพียบ

เก็บภาพบรรยากาศมาให้ดูกันครับ

Album

11281493_10153285050044326_880986611_o.jpg

ลงรายการวิ่ง เก่ง กล้า แกร่ง


ตั้งใจตั้งแต่หลวมตัวมาวิ่ง เมื่อปลายปี ว่าจะพยายามลงรายการวิ่ง เดือนละหนึ่งรายการ…

วั้นนี้ปลายเดือนถือเป็นรายการที่ 4 ของปี ซึ่งเป็น Obstacle run …ถือเป็นของใหม่ของผม หลังจากวิ่ง marathon วิ่งหนีผี ก่อนหน้านี้

งานจัดที่ Diamond land (แก่งกระจานรีสอร์ทเดิม) จัดโดย AMA และ สิงห์ เป็น sponsor…

ระยะทาง 7.5 km 18 ด่าน

=================

งานนี้ผมดูแล้วเริ่มเช้า เลยหาเรื่องมาพักแถวๆ แก่งกระจาน ด้วยซะเลย .. ผลปรากฏว่า ที่พักแถวนี้ โดย ที่ๆ ได้เป็น resort เล็กๆ อยู่ห่างไป 29 km ชื่อ ไร่วินัย รีสอร์ท พี่เจ้าของ เกษียณ งานแล้วก็มาทำ ปลูกต้นไม้เอง ส่วนพี่ผู้หญิง อยู่การรถไฟ วันหยุด ก็มาช่วยกันดูแล ..

เงียบสงบ พักได้สบายๆ ราคาไม่แพง

วันก่อนงานแวะมารับเสื้อครับ เห็นการเตรียมงาน และ การเตรียม booth ไว้ อากาศวันเสาร์ ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ผมเองคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้วันแช่ง ฝนตกก็คง ไม่ค่อยสนุกนัก .. แต่ ก็จะไม่ร้อน

ที่จัดงาน ชื่อ diamond land เปลี่ยนชื่อ จาก แก่งกระจานรีสอร์ท เดิม

==============

วันงานผมตื่นแต่เช้า .. เช้ามากๆ เพราะ มานอนที่ ไร่วินัย นี่นอนตั้งแต่สองทุ่มครับ .. ผลก็คือ ตีหนึ่งกว่าๆ ก็ตื่นแล้ว เพราะนอนอิ่ม .. เลยต้องนอนต่อ มาลุกอีกทีตอนเช้า

พี่ผู้หญิงทำข้าวต้ม กาแฟ รอไว้ให้ทาน ดีเหมือนกันมีอะไรในท้องเพราะเดี๋ยววิ่งคงเป็นชั่วโมง จะได้ไม่โหย

ตามกำหนด นัดกัน เจ็ดโมงเช้า ผมมาถึงตามเวลา เจ้าหน้าที่กันให้จอดรถตรงลานจอด ฮอลิคอปเตอร์ แล้วก็เดินไป (มีรถบริการ แต่ ตอนนั้นไม่เห็น) ชุดใส่ออกมาตั้งแต่ที่พัก เลยไม่ต้องทำอะไรมาก

งานนี้ เค้าแจกเสื้อครับ สวย เนื้อผ้าดีทีเดียว แล้วก็มี ตัว RFID รัดไว้ที่ข้อเท้า เพื่อบันทึกเวลาเอาไว้ ตัวนี้ รัดแล้วต้องกลัดเข็มกลัดไว้ด้วยเพราะ ถ้าหาย ปรับ 700 ครับ

มาถึงที่งาน ทางคนจัด (AMA) ประกาศกติกา โดย คุณเซริส์ (เรียกตามพี่นัท) มากล่าวเปิด และมี น้องล่ามแปลเป็นไทย

ก็เป็นการบอกกล่าวกติกาง่ายๆ ครับ เพราะทีมงานจะทำเครื่องหมาย สัญลักษณ์ เอาไว้ให้วิ่ง และ ทางที่ “ห้ามวิ่ง” เอาไว้ ชัดเจน ตามจุดที่น่าจะเป็นจุดสนใจ และ ลงท้ายไว้ว่า ให้นึกว่ามาเล่นเอาสนุก อย่า ซีเรียส เอาชนะกันจนหมดสนุก …

อันนี้จริงๆครับ .. เพราะ โดน มาจาก zombie คราวที่แล้ว.. หมดสนุกเลย

ถึงเวลาปล่อย ผู้เข้าร่วมแข่งขันก็เตรียมตัว .. ผมเห็นคนข้างหน้า มีกล้อง go pro ติดกับตัวเลย .. นึกๆ ว่า เดี๋ยวขอวิ่งด้านหน้าซะหน่อย เอารูป.. มองไปมองมา หน้าเหมือนน้องที่รู้จัก แต่ไม่ได้ทัก.. สักพักน้องหันมาทัก อ้าว .. เป็นน้องแตม น้องที่อยู่ในกลุ่ม Swift club ตั้งแต่หลายปีก่อน และ ตอนหลังก็มาอยู่กลุ่ม S-Rider ขี่มอเตอร์ไซต์ออกทริปด้วยกัน .. น้องแตม ก็ลง อยู่รุ่นเดียวกันครับ

ปล่อยตัว มีการจุด ระเบิด (เรียกให้ดูอลังการ) แล้วนักวิ่งก็วิ่งไปตามทาง ผ่านต่านต่างๆ .. อันนี้ขอไม่เล่า ละกัน จำรายละเอียด ไม่ได้ พกโทรศัพท์ บันทึกภาพมาได้บ้าง .. แต่ก็เปียก โคลนเข้าไปจับเต็ม .. ดีว่า โทรศัพท์ เลือกแบบที่ลุยๆ มาได้ เลยไม่มีปัญหา ได้ภาพกลับมาบ้าง

สุดท้าย วิ่งผ่านหมด 18 ด่าน บอกได้เลยว่า กำลังขาน่ะไม่มีปัญหา แต่ กำลังแขนนี่ซิ คงต้องไปออกกำลังเพิ่มอีกสักหน่อย เพราะ งานนี้ ใช้ทั้งแขนและขา .. เจอเข้าไปเยอะๆ แขนหมดแรงได้เหมือนกัน

ผมสังเกตว่า งานนี้ staff ไม่ได้ใช้เยอะ แต่มีประสิทธิภาพดี ส่วนหนึ่งผมว่าการออกแบบ ด่านต่างๆ ดูแล้วว่าปลอดภัย จุดให้น้ำก็มีความเหมาะสม .. และ ไม่ต้องห่วง เพราะ sponsor คือ สิงห์ ก็จัดทั้งน้ำดื่ม และ ซัลโว เครื่องดื่ม energy drink ตัวใหม่ มาแจก กันแบบ ไม่หวง

ผ่านด่านสุดท้าย ความยากก็ยังมีเหมือนเดิม จุดที่ปรับปรุงได้มีสองจุด

ถือเป็น วิ่ง ที่สนุก และ มีโอกาส ก็คงมาลงเล่นอีกครับ

11180373_10153226201819326_1443926208_o.jpg

ลงรายการวิ่ง Run for your lives


ตั้งใจลงวิ่งเดือนละ Match
Match ที่สาม เดือน มีนา มีน้องแนะนำมาวิ่งหนี zombie

วิ่งเที่ยวนี้ มีน้องมาบอกครับ ว่า มีรายการวิ่ง แต่ ไม่ใช่วิ่งปกติ ว่าแล้ว ก็ ส่ง link มาให้อ่าน … ก็แปลกๆ ดี เลยลง book ไว้ ว่าจะไปวิ่ง (ทั้งๆ ที่ขาเพิ่งหายเดี้ยง แต ่เห็นว่า วิ่งไม่เยอะ เลยลง)

ไปถึงใกล้กับเวลานัด คือ ได้ รอบ 12:30 แต่ ดูเหมือนว่า รอบจะเลื่อน เลยไม่มีอะไร ฉุกละหุก

อากาศวันนี้ ร้อนนรกจริงๆ มั่นใจมากเลยว่า วันนี้ ต้องมีคนเป็นลม

เริ่มต้นด้วยการเดินทางไป ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดและ ปัญหาที่จอดรถ เลยเอามอเตอร์ไซต์ไป วิ่งกด GPS ตามพิกัด แต่ ปรากฏว่า ต้องวนถึงสองรอบ เพราะ พวกป้ายบอก ต่างๆ ไม่สะดุดตาเอาเลย

แลเห็นที่จอดรถแรก มี staff ออกมาบอกให้ วิ่งไปข้างหน้า เพราะตรงนี้มัน VIP .. เออ เราก็ บัตร 1500 นะ มี VIP กว่านี้อีกเหรอ สุดท้าย เข้ามาจอดมันข้างในเลย พอดีมี group ของ Yamaha อยู่

เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อ ร.ด. เพราะดูรูปแล้ วเสื่้อดีๆ หมดงาน อาจต้องทิ้ง เสียดาย

การลงทะเบียน ชวนงง เหมือนกัน เพราะต้อง ลงทะเบียน online ก่อน เพื่อ ให้ได้ รหัสและ barcode ออกมา ก็ไม่ยุ่งเท่าไหร่ แต่ net ไม่เสถียร ทำให้ print หน้า barbode ไม่ได้ สุดท้าย ต้อง พึ่ง PC น้องเค้า แล้ว ถ่ายรูป Barcode ออกมา

สังเกตุได้ว่า staff ไม่ได้ช่วย อำนวยความสะดวก หรือ ทำให้ง่ายเลย เพราะถามไป ก็งงๆ

เสร็จแล้ว ได้ เข็มขัด และ หางแดง มาสามหาง อันนี้ ต้องใส่ไว้ เพราะอยู่ในกติกา แล้ว ก็ ปลอกข้อมือ เพราะจะ ใช้เป็น บัตรตอนรับหรียญ

มองหาน้ำกิน (ฟรี) ไม่มีเลย .. ร้อน มาก สุดท้าย ต้องซื้อน้ำมากินแก้กระหาย เห็น บอกว่า น้ำ ต้องเข้าไปใน สนามถึงจะมี ..

ผมเอาของมากะจะฝาก locker พอรู้ว่า locker เก็บ ร้อยนึง … เลยเดินไปเก็บที่รถ ดีกว่า .. ทำไม มันโหดจัง รู้สึกผู้จัดจะคิดเรื่องเงินมากไปหน่อยนะ เพราะ บัตร 1500 ก็คิดว่าน่าจะได้ครบแล้ว

จะว่าไปผมก็เพิ่งจะเข้าวงการวิ่งแบบถากๆ มาแค่สามเดือน วิ่งเน้นเพื่อสุขภาพ แต่ การลงรายการ ก็ช่วยกระตุ้นให้ไม่ขี้เกียจซ้อม เพราะ ต้องใส่เงิน และ ที่สำคัญต้องลากตัวเองไปถึงเส้นชัยให้ได้ …

การมาสู่สนามที่เราไม่เคยมาก็ได้เห็น วัฒนธรรม และ ประสบการณ์ แปลกใหม่ครับ แต่สำหรับ Run for lives นี่ต้องบอกว่า มันไม่เหมือนสิ่งที่ผมนึก

หลังจากลงทะเบียน – ที่ดูจะทันสมัย และ มีเจ้าหน้าที่ช่วยเยอะมาก สิ่งที่นาแปลกใจคือ booth ที่มีการออกร้านขายของ ที่มีหลากหลาย ทั้งที่เกี่ยวกับ กีฬา และไม่เกี่ยว

อีกอันที่แปลกใจคือ เวที ดนตรี ขนาดใหญ่ ที่ตอนแรกผมไม่ทราบว่ามี เพราะ วิ่งรายการอื่น มีการแสดง แต่ เวที ก็ไม่ได้ ใหญ่ขนาดแสดงคอนเสริต แบบนี้ .. สงสัยว่า เงินเราส่วนนึงไปอยู่ในนั้นหรือเปล่า ไม่รู้

การวิ่งแบ่งออกเป็นรอบ และ ผู้ลงแข่ง จะมีสองฝ่าย ตอนจอง จะรู้เลยว่า เราเป็นคนวิ่ง หรือเป็น Zombie ซึ่งผมได้เป็นคนวิ่ง

รอบที่ผมต้องวิ่งคือเที่ยงครึ่ง ทราบว่า รอบเช้ามีปัญหา “อะไรบางอย่าง” ทำให้รอบมันเลื่อนออกไปร่วมชั่วโมง คนที่จะวิ่งก็มารออยู่ในเต๊นท์

ในเต๊นท์ นี้ถ้ามีน้ำให้ทานก็จะดีมากๆ เลย .. แต่ อย่างที่ทราบคือ ต้องซื้อจากข้างนอก ทานเอา

พอถึงเวลาจะปล่อย ก็มี clip VDO ที่เป็นข่าว การแพร่กระจายของไวรัส ให้เราดูอยุ่เหมือนกับจำลองว่า เราจะเข้าไปในเมืองที่ คนล้วนติดเชื้อเป็น zombie กันหมดแล้ว .. หน้าที่เรา คือ วิ่งไปให้ถึงเส้นชัย โดยผ่านด่านต่างๆ ให้ได้หมด Zombie อยู่ตรงไหน ต้องระวังให้ดี เพราะ มันจะคอย ดึงหาง สามอันของเราไป ซึ่งหางนี้ เหมือน “ระดับขีวิต” เรา หมดเมื่อไหร่ ก็ ตาย

ถ้าถึงเส้นชัยและ ยังเหลือหาง ถือว่า รอด เป็นผู้รอดชีวิต และ ไปรับเหรียญ ผู้รอดชีวิต .. ถ้าไม่รอดก็กลายเป็นผู้ติดเชื้อ และ รับเหรียญ ผู้ติดเชื้อแทน ..

นั่นเป็นกติกาคนเล่น ส่วน Zombie ผมไม่รู้ว่า เค้าวัดเป้ากันยังไง แต่ คิดว่า คงมีเป้าหมายเหมือนกัน

ถึงเวลาปล่อย ..ระทึกใจและตื่นเต้น .. ทุกคนต้องวิ่งผ่านอุโมงค์ (ท่อระบายน้ำ) มืดๆ .. ท่อแรก ไม่เจอ Zombie แต่รู้สึกว่า ข้างๆ มีมือโผล่มา คอยดึงเหมือนกัน

วิ่งออกไป สักพัก จะมี กองยาง วางขวางไว้ เราต้อง เดิน วิ่งดีๆ เพื่อ ข้ามกองยางนั้นไป กองที่หนึ่ง ไม่มีอะไรยาก แต่กองที่สองลงไปก็เจอเลย .. zombie หลายตัวตามถนน …

บรรยากาศ เหมือนวิ่งไล่จับ มีครับ zombie ตรงนี้เคลื่อนไหวไม่เร็ว แต่ มือเร็วชะมัด ผมผ่านตรงนี้มา .. หางยังครบ

วิ่งต่อจะเป็นอุปสรรค์ ที่ต้องปีนป่าย โหนตัว ปกติเด็ก ๆ เล่นพวกนี้ ก็ สนุกสนาน แต่ตอนนี้ ดูเหมือน กำลังแขน จะรับน้ำหนักตัวไม่ไหว ถ้าให้โหนอะไร ไม่เกินนาทีคงร่วง ..บ่งบอกถึง กำลังแขน ที่ไม่เหมาะกับน้ำหนักตัว หรือ น้ำหนักตัวที่มากเกินกำลังแขน

ด่านเลเซอร์ ตรงนี้ จะมีเส้นเขียวและ แดง เราต้องมุด ไม่ให้โดนสีแดง ท้าทายตัวเอง เพราะไม่ได้เสียระดับพลังอะไร ..

อุปสรรค์ต่อไป ต้องคลานมุดเข้าไปใน โครงที่มีน้ำพ่น … แต่ละด่านที่ผ่านมา จะมี zombie ดักอยู่เป็นจุดๆ

ด่านต่อไปต้องเข้าไปในตึกที่ทำเป็น เขาวงกต ตรงนี้ ระทึกใจดี เย็นด้วย zombie มือไว ดังอยู่ตามมุม .. ผมผ่านตรงนี้ ระดับพลังอยู่ครบ

ออกมาจากตึก มีน้ำ spray ให้คลายร้อน ช่วยบรรเทา เพราะ อากาศร้อนมาก พื้นคอนกรีต ก็ยิ่งทำให้ร้อนเข้าไปอีก ..

ด่านต่อไป อยากเรียกว่า ถนน Zombie เพราะปริมาณ Zombie หนาแน่นมาก .. ดูแล้ว น่าจะเสียพลัง จำเป็นต้องวิ่งให้เร็ว รอจังหวะที่ zombie ไม่ตาม ผมฮึด รีบวิ่งทันที .. ผ่านตัวที่หนึ่ง สอง สาม ในขณะที่เห็นตัวที่สี่ข้างหน้า

ผมไม่ลด speed กะวิ่งให้เร็วที่สุด .. ที่ไหนได้ เจ้า zombie หน้าลูกครึ่งคนนั้น ไม่ได้คอยคว้า แบบคนอื่น แต่ ยืนเอียงแบบตั้งรับ และ เตรียม tack ผมเต็มที่ .. ผมวิ่งมาอย่างเร็ว เจอ อย่างนี้ หลบไม่ได้ก็ชนกัน ลักษณะที่ zombie โน้มตัวเตรียมชน ทำให้ หัว zombie ชนหน้าผม เสียงดังกร๊อบ ดังชัดเจน .. ผมรู้สึกชาที่จมูก …

ความรู้สึกว่า .. มีของเหลวในช่องจมูก ..ไม่ใช่น้ำมูกแน่ๆ ผมเอามือเช็ด เลือดไหลเปรอะมือออกมาเลย..

หางพลังยังอยู่ครบ แต่ถึงกับหลั่งเลือดเลยหรือนี่ ผมวิ่งไปได้อีกไม่กี่ก้าวก็หยุด หันกลับไปยังถนนเส้นเดิม zombie หลายตัวเห็นกรูเข้ามา .. ผมโบกมือ ห้าม เลือดที่หน้า คงศักดิ์สิทธิ์พอ เพราะ Zombie หยุด ผมเดินต่อ ไปหาเจ้า Zombie วิญญาณอเมริกันฟุตบอลล์คนนั้น .. พอมันมองเห็นผม ผมชี้หน้าเลย…

“น้อง… เล่นแรงไปหรือเปล่า…” ผมถาม Zombie สีหน้าตกใจ เพราะ คงเห็นเลือด ยกมือไหว้ผม เป็นการขอโทษ
“พี่รู้ว่ามันเป็นเกมส์ แต่ ไม่น่าจะจริงจังขนาดนี้ .. ต้อง แท๊คกันด้วยเหรอ ” .. ผมถาม น้องยกมือไหว้ไม่หยุด ปากบอก ผมขอโทษ

มองดูแล้วน้องมันไม่ได้ตั้งใจให้ได้เลือดหรอก แต่ staff อาจจะไม่ได้บอก ข้อห้ามที่จะทำให้เกิดความรุนแรง ว่า ห้ามทำแบบนี้ หรือ บอกแล้ว น้องมัน ไม่ใส่ใจ ก็ไม่รู้ .. ผมเอง ก็เลยได้แต่บอกมันให้ระวัง อย่าทำอย่างนี้อีก

ตอนนั้น มี staff เดินมาถามแล้วล่ะ ว่า จะหาหมอมั๊ย ผมบอกว่า ขอเข้าไปดูหน่อย ว่าจมูกหักหรือเปล่า ..

เต็นท์ พยาบาล อยู่ข้างหน้า ผมเข้าไป แยกไม่ออกว่าอันไหน staff อันไหน คนวิ่ง เพราะ มีอยู่เต็มไปหมด บางคนนอนอยู่บน เตียง เพราะ เป็นลม ..

อย่างที่บอกว่า อากาศร้อนมาก วันนี้ ถ้าไม่มีคนเป็นลมก็แปลก …

ผมถามหาหมอ หมอก็วุ่นกับคนเจ็บ .. มีคนนึงหันมาดูให้ ส่องไป ส่องมา บอก แนวยังได้ แต่ เริ่มบวมแล้ว และ ให้ เอา ถุงน้ำแข็งประคบเพื่อหยุดเลือด

ผมเดินประคบจมูกออกมา .. น้องถามว่า เลิกมั๊ย ผมบอก ไม่เลิก .. ไกลหัวใจ .. ผมวิ่งต่อ ผ่านด่านต่าง จนมาถึง ด่านเลือด ขึ้นไปดูแล้ว ประเมินว่า ไม่น่าลง .. เพราะ ดูมันน่าจะสกปรกพอควร เพราะ คนลงไปเยอะแล้ว .. อีกอย่างเราก็มีแผลแล้วด้วย สนุกมากไปเดี๋ยวจะไม่คุ้ม

ผ่านบ่อเลือด ก็มีอีกหลายด่าน ช่องทางที่ให้วิ่งมัน ยาวมาก วิ่งวนไปมา เหมือน ที่ซื้อตั๋วหนัง ทำให้ ดูตัวเอง โง่ๆ ยังไงไม่รู้ สังเกตเห็น บางคน ก็มุด มา คงเป็นเพราะ มันไม่มีอะไรให้ทำ นอกจากวิ่งวนไปวนมา ..

มาเจอลาน zombie อีก ตรงนี้ Zombie เยอะและ tag ทีม ผมวิ่งหลบมาได้สองสามตัว อาศัย คนวิ่งเยอะ zombie สนใจคนอื่น เราก็หลบมาได้ จนมาถึงทางแคบ ที่มี zombie สาว สองตัว ยืนขวางอยู่ ..

จะผ่านทางนี้ ยังไง ก็หลบไม่พ้น .. หางยังครบสาม วิธีเดียวคือ วิ่งแล้วกระโดดผ่านระหว่างสองคนนั้นเลย…

คิดแล้วก็วิ่ง จังหวะดี ผ่านแน่ๆ ตอนผมลอยตัว มีความรู้สึกเหมือน มีคนขัดขา .. ทำให้ ตอนเท้าแตะพื้น แทนที่จะวิ่งต่อ มันเลย กลิ้งลงไปบนพื้นคอนกรีตแทน ..

ขี่รถมาก็เยอะ .. วิ่งกันเป็นร้อย ตอนล้มยังไม่รู้สึกเท่าตอนวิ่งล้มเลย .. พื้นแข็งๆ ร้อนๆ ทำผมนอนลุกไม่ขึ้น .. เข่าที่เจ็บอยู่เดิม แผ่ซ่านความเจ็บของใหม่ไปทั่วร่าง ..

zombie สาว หันมามอง ร้องอุ๊ย แล้ว ก็หันไปจับคนอื่นต่อ .. เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น .. ผมนี้ อยากลุกขึ้นไปส่งร่างมันลงนรกซะจริงๆ

สำรวจตัวเอง ตอนลง คงเอามือขวาค้ำ ทำให้ เจ็บมาถึงหัวไหล่ แผลฟกช้ำ ไม่ต้องห่วง เข่าทั้งซ้ายและขวา เป็นแผล และ รอยช้ำ ส่วน แขนซ้าย ที่ไถลไปกับพื้นได้รอย Bar code แคงๆ เป็นเส้น ทั้งผืน ..

ประคองตัวเอง เดินต่อ .. หมดอารมณ์จะวิ่ง.. ลืมเรื่องจมูกไปได้แป๊บนึง ..

คลำดูหาง หายไปสอง ล้มทีเดียว หายไปสองหางเลย เหลืออยู่หนึ่ง หลังจากนั้น ก็ ผ่านด่าน จนกลับมาที่อุโมงค์สุดท้าย .. ความรู้สึกสนุก ดูเหมือน จะหมดไป

ออกมาก็แลกเหรียญก่อน .. ได้เหรียญ ผู้รอดตายดังหวัง เดินหาเต๊นท์ เพื่อ จะถามเรื่องหมอ .. ที่เต็นท์มีหมอ เจ้าหน้าที่นั่งกันหลายสิบ สบตาทั้งสิบ แต่ ต้องเดินไปถาม เพื่อขอรับการตรวจ

มีเจ้าหน้าที่ท่านนึง เรียกหมอให้มาดู เข้าใจว่าเป็นหมอที่จ้างมา เฉพาะ งาน มาทำแผลใส่ยาให้ แล้ว ก็บอกว่า จะไป x ray หรือไม่ เพราะ มีประกัน . ผมตอบว่า ไปดีกว่า เค้าเรียกรถพยาบาล มาให้ และพาส่งไปที่โรงพยาบาล และ บอกว่า มี Staff รออยู่บอกชื่ออะไรให้เสร็จสรรพ

ระหว่างนั่งรถพยาบาล ไปที่โรงพยาบาล แถวนั้น รถติดมาก คนขับรถก็ถามผมว่าโดนอะไร พอเล่าให้ฟัง เค้าบอกว่า ดูเหมือน ประกันจะไม่ครอบคลุมเรื่องนี้ นะ เค้าจะให้กรณีมีอุปกรณ์ ของทางงานมาทำให้ บาดเจ็บเท่านั้น ผู้เล่น ทำร้ายกันเอง นี่ไม่ครอบคลุม ..

ผมบอก ไ่ม่ทราบหรอก เพราะก่อนสมัครอ่านเข้าใจดีแล้ว และ เชื่อว่า ต้องครอบคลุม เดี๋ยวไปดูที่โรงพยาบาลก็รู้ ..

รถมาถึงโรงพยาบาล คนขับให้ รอ บอกว่า staff กลับไปแล้ว .. ผมก็งง อย่างนี้ แล้ว จะทำการรักษาอย่างไร เพราะ โรงพยาบาลคงไม่ทำให้ฟรี

คนขับพยายามติดต่อ staff ให้ รออยู่นาน สุดท้าย ผมลงไปถามเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ได้รับทราบว่า มาโรงพยาบาลนี้ เค้ารักษา โดยเปรียบเหมือน ผู้ป่วยนอกคนหนึ่ง โดยคนไข้ต้องสำรองจ่ายเอง .. เรื่องสำรองจ่าย นี้ไม่เป็นปัญหา แต่ ปัญหาคือ ทางงานจะมารับผิดชอบให้ผมอย่างไร .. มีความเสี่ยง ที่จะไม่ได้ … อย่างนี้ ผมกลับไปรักษาตัวแถวบ้านดีกว่า .. ว่าแล้วก็กลับจากโรงพยาบาล รู้สึกงงๆ และ ผิดคาดในเรื่องนี้

ระหว่าง นั่งรถพยาบาล กลับ ผม post เข้าไปในหน้าเพจ โดยตั้งคำถามว่า .. ประกันรับผิดชอบอย่างไร .. เพราะ เจอกับตัวเองแบบนี้ .. ก็หวังว่าให้มีใครมาตอบเราสักหน่อย ..

ผมนั่งรถไปโรงพยาบาล รวมกลับมาที่งาน ไม่ได้อะไรเลย เสียเวลาไปหนึ่งชั่วโมง กลับมาที่งาน เดินดิ่งไปที่ศูนย์บัญชาการ ทันที บอก พยาบาลคนที่แนะนำเราให้ทราบปัญหา พยาบาล โบ้ยให้คุยกับ staff เลย เพราะ ตัวเอง ก็ไม่ทราบรายละเอียด ผมเลยเดินไปที่ staff ที่นั่ง คุยกันอยู่ที่โต๊ะ เป็นสิบคน ..

ณ.ตอนนั้นก็มีชายคนหนึ่ง เดินมาถามอาการผมเลย ทราบตอนหลังว่า ชื่อคุณ บอมม์ เป็น Project director งานนี้ คงทราบเรื่องจากที่ผม โพส ใน Page เลยดิ่งมาผมทันที..

คุณบอมม์ กล่าวขอโทษ และ ฟังผมเล่าเหตุการณ์ …
“ผมแค่อยาก X ray ดูว่า จมูกหักเปล่า .. ส่วนบาดแผลฟกช้ำคง ไม่เป็นไร เพราะ เกมส์มันมีโอกาส บาดเจ็บอยู่แล้ว .. เพียงแต่ ว่า อยากรู้ว่า ทางงาน ที่บอกว่ามีประกันรับผิดชอบนั้น จะรับผิดชอบแบบไหนครับ .. ” ผมบอกประมาณนี้

คุณบอมม์ เล่าปัญหา และ สาเหตุ ให้ผมฟัง และ บอกให้ผมสบายใจ ว่า เคสผมนี่ เขารับผิดชอบให้เลย ให้ผมไปทำการรักษา พร้อมกับให้นามบัตรมา ผมรับนามบัตร แล้วก็ออกมาจากงาน เพราะ ต้องไปงานเลี้ยงรุ่นที่บางขุนเทียนตอนหกโมงเย็นอีก ..

ระหว่างทาง ผ่านโรงพยาบาล .. ผมตัดสินใจเข้าไปหาหมอเพื่อทำการ x ray ทำแผล .. และ พบว่า นิ้วโป้งขวาเท้า กระแทก ตอนล้ม เลือดออกใต้เล็บดำปี๋ ….

หมอดูเล็บแล้วบอกว่าให้ถอดเล็บเลยโดย จะฉีดยาชาให้ ผมเห็นว่าห้าโมงแล้ว จากนนท์ ไปบางขุนเทียน จะใช้เวลาเยอะ เลยถามหมอว่า ถอดเล็บแล้วใส่รองเท้าขี่รถได้หรือเปล่า หมอบอกว่า ไม่ได้.. เพราะยาชา อยู่ได้ สองชั่วโมง .. ผมเลยบอกว่างั้นยังไม่ต้องถอด เดี๋ยวกลับไปถอดเอง …

เรื่องราวก็จบลงแค่นั้น .. ส่วนตัวผม หาหมอวันนั้น หลังจากนั้นอีก หนึ่งอาทิตย์เพื่อ follow ข่าวดีคือ จมูกไม่หัก แต่ ก็บวก เจ็บอยู่เป็นหลายอาทิตย์ ..

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ผมเพิ่งส่ง ค่ารักษาทั้งสองครั้งไปให้คุณบอมม์ เมื่อวาน คุณบอมม์ เมื่อรับเรื่องไปแล้วไม่ถึงชั่วโมง ก็ โอนเงินค่ารักษา เต็มจำนวน เข้าบัญชีผม และ ให้ ทีมงานแจ้งให้ผมทราบเรียบร้อย .. ถือเป็นการรับปาก อย่างที่ได้ทำไว้

โดยสรุปแล้ว การจัดงาน ครั้งนี้ก็เป็นการจัดที่แปลก ในส่วนของ การดูแลผู้เล่น ยังทำได้ไม่ดีนัก .. ความตั้งใจดี แต่ ยังทำได้ไม่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุด นอกจากความสนุกแล้ว เรื่องความปลอดภัย นั้น ต้องมีให้มาก ซึ่ง ใน zone การเล่นหลายจุดมีเสา และ ผมเห็นผู้เล่น วิ่งหนีกัน ล้ม บางทีล้มแบบหงายท้อง ซึ่ง เสียวการบาดเจ็บที่ศรีษะมาก ..

เต๊นท์ พยาบาล มีน้อยจุด และ เจ้าหน้าที่ด้านนี้ น้อยมาก เมื่อเทียบกับ staff หลักที่ผมเห็นหลายคน เหมือน ไม่มีหน้าที่ชัดเจน (ดูจากการนั่งเล่นโทรศํพท์) ดังนั้น staff ควรมีหน้าที่หลัก และ มีเครื่องมือสื่อสารเพียงพอ ก็จะทำให้ การอำนวยความสนุก และ ปลอดภัย ทำได้ดีกว่านี้ไม่มากก็น้อย

ก็เป็นกำลังใจให้ผู้จัด และ หวังว่า บทเรียน ในจุดที่มีการติชม คงจะนำไปหารือ แก้ไข ในการจัดงานลักษณะนี้ในคราวต่อๆ ไปนะครับ … ส่วนตัวผม ถ้ามีงานแบบนี้อีก คงต้องเห็นว่า มีการเสริมสิ่งที่ comment ไป นะครับว่ามีการปรับปรุง ถึงจะเข้าไปร่วมอีก ถ้ายังคงเหมือนเดิม .. ก็คิดว่า ประสบการณ์ ที่ได้รับเพียงพอแล้วครับ ..

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ ใครไปมา มี feedback ดีๆ ก็มา share กันได้ครับ เพราะ แต่ละคนย่อมประสบเหตุการณ์ ไม่เหมือนกันครับ

ป๋อง

 

11159010_10153218694739326_2080868687_o

11086380_10153159098394326_539062777_o11171586_10153218703119326_23828876_o