Posts tagged ‘pingpongrun’

แม่หญิงวิ่งเหยาะ


พาน้องๆ ออกมาวิ่งรอบอโยธยา “แม่หญิงวิ่งเหยาะ” ช่วงหกโมงเช้า

…เช่นนี้ก็ย่อมได้

50 km before 50 years old.


50km before 50 Years Old
===================

เมื่อคืนผมออกวิ่ง…
เป็นการออกวิ่งครั้งสำคัญเพราะเป็นการวิ่งตามฝัน

ฝันที่อยากวิ่งจบ Full 42 Km ก่อนอายุ ครบ 50

เมื่อคืนผมวิ่งมาไกลเกินฝัน Full Marathon โดยวิ่งไกลไประดับ Ultra 50 km

ร่างกายไม่ได้พร้อม แถมซัอมไม่ถึง การวิ่งมาได้ขนาดนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์

แต่ความรู้สึกยินดีเมื่อถึงระยะ 50 Km ของผม กลับไม่ใช่ความรู้สึกยินดีที่วิ่งได้ แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกยินดี จากมิตรภาพที่ได้รับจากกลุ่ม God of KOD น้องๆ ที่มาเป็นแรงเชียร์์และ คอย Support ตลอดเส้นทาง

น้องแต้ว MaePiromya JaoKa สาวสวยที่ปกติไม่ออกมาวิ่งกลางคืน ที่ยอมเทงาน Dinner ที่ Vertigo มากินเค๊ก กับพี่ป๋อง

น้องนาท Nart Chamnankit หนุ่ม Ultra ที่กำลังจะไป 100 km คอยใหักำลังใจ และน้ำแข็งประคบ ตอนที่กล้ามเนื้อฉีกจนช้ำ

น้องนก Piyarat Loolersvilai สาวสวยฝีเท้าเร็ว ที่คอยบอกให้ผมวิ่งช้าๆ และ ไม่ต้องไปตามคนหน้า เพื่อให้จบแบบไม่เจ็บ

นัองเจต Somjet Kaitkamonvakin นักวิ่ง 100 km ที่มีเทคนิคการวิ่ง พร้อมจิตใจอันดี วิ่งไปซื้อ Perskindal มาฉีดน่องให้ตอน มันขึ้นเป็นเส้น แถมให้ของขวัญ เป็นผ้าบัฟจากพี่ป๊อกที่ได้รับจาก Full แรกของตัวเองมาด้วย ด้วยเหตุผลว่า เพราะเป็นรูปมอเตอร์ไซต์

กองเชียร์ทีม G0D อีกสามคนที่ส่งใจมาตลอด
Wanida Pipatapirak อยู่หลีเป๊ะ
Gigga Zaa เตรียมตัวเจ้าบ่าว
Nitipat Kulchamaneemon ไข้ขึ้น

พี่เต้ย Kidakorn Angkanarak พี่ชายแรงบันดาลใจให้ผมรู้จักการวิ่ง Full ด้วยการทำให้ดูตอนวัย 55

เพื่อนนักวิ่งทุกคนที่คอยให้กำลังใจ

และที่สำคัญที่สุด พี่รัก Le Al Samermuen คนจุดประกายหลังผม Fail เมื่อเสาร์ที่แล้ว โดยวิ่งได้แค่ 31 Km แล้วให้ผมสู้ต่อ โดยมาวิ่งเป็นเพื่อน แถมชวนทีม GOD ทั้งทีมมา Support
surprise ทั้งเส้นทาง surprise ทั้งเค๊กวันเกิด ทั้งดึง ทั้งลาก ทั้งผลัก ปล่อยมุกเรี่ยราดตลอดทาง จนถึงจุดหมาย ฝากขอบคุณน้องเปิ้ล ศรีภรรยาด้วย สำหรับเค๊กน่ารักจานนี้

การวิ่งนี้ไม่มีอะไรคาใจผมอีกแล้ว เป็นฝันสุดท้ายก่อนอายุครบ 50

#ไม่มีทางรูุ้ถ้าไม่คิดจะลองดู
#first_full_Marathon
#first_full_Ultra_Marathon

ภูติสองตน


ผมมีภูติอยู่สองตน
ภูติขาว – จะคอยเตือน ให้ระวัง
ภูติแดง – คอยให้กำลังใจ ผลักดัน

สองตนนี้อยู่กับผมเสมอตั้งแต่เด็ก สองตนนี้ไม่เคยคิดเหมือนกัน เถึยงกันประจำ เมื่อเช้าเถึยงกันอีกละ…

ขาว : จะรีบตื่นไปไหนล่ะ ตีสี่ครึ่งเอง อากาศน่านอน
แดง: ลุกได้แล้ว ตั้งใจวิ่งให้ได้ 100 โล เดือนนี้ไม่ใช่เหรอ
ขาว : นอนต่อเหอะ นอนไม่พอเดี๋ยวก็ไม่สบาย อาทิตย์นี้ลุยงานเยอะ นอนน้อยไม่ใช่เหรอ…
แดง: เบี้ยวไม่วิ่ง มาสามวันแล้วนะ.. เรื่องแค่นี้ยังตั้งใจทำไม่ได้ แล้วจะมีปัญญาทำอะไรสำเร็จ…!

ประโยคสุดท้ายทำให้ผมได้คิด การเอาชนะใจตนเป็นเรื่องท้าทาย

บังคับตัวเอง เรียก มีวินัย
บังคับคนอื่น เรียก เผด็จการ

เงยหน้าขึ้นมาอีกที…ผมวิ่งจบ 10 km ไปเรียบร้อยแล้ว…^^

พรุ่งนี้วันเสาร์ ตื่นมาออกกำลังกันนะครับ

Share ต่อ ถ้าอยากให้เพื่อนแข็งแรง

ป๋อง
‪#‎แข็งแรงดี‬
‪#‎pingpongrun‬

วิ่ง ==


เพื่อนใน Facebook inbox ถามผมบ่อยๆ ว่าช่วงหลังๆ เห็นพี่ป๋องวิ่งบ่อย…

ปกติเห็นขี่แต่มอเตอร์ไซต์… เบื่อขี่รถแล้วเหรอ

บอกตรงนี้เลยครับว่าไม่เบื่อ ..แต่แค่สนใจเรื่องวิ่งมากกว่า

ปกติผมเป็นคน “เกลียด” การวิ่ง มากครับ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย วิ่งไปก็ไม่ได้แข่งอะไรกับใคร ขา แข้ง ก็ไม่ค่อยดี หลังก็เคยผ่า มีเหตุผลสารพัดที่จะบอกว่า ทำไมผมไม่ควรวิ่ง

แต่เมื่อต้น มกรา ปี 2015 ที่ผ่านมา มีคนชวนผมไปลงวิ่ง …วิ่ง 12 โล..

ผมเริ่มซ้อม และพบว่า ร่างกายเราอ่อนแอมาก…สิ่งที่กังวลทั้งหมด มันเกิดขึ้นจริง … ในขณะที่ตัวเองก็คิด ว่า แล้วคนอื่นทำไมมันทำได้วะ…

การเดิน การวิ่ง มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์แท้ๆ ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้ ผมเองคงเป็นหนึ่งมนุษยชาติ ที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการลงจนถึงขั้นวิ่งไม่เป็น (ดูหนัง Wall-e ซิ ชัดมาก เพราะ คนอยู่แต่หน้าจอทั้งวัน อย่าว่าแต่วิ่ง เดินยังยาก)

หลังวิ่งครั้งนั้น ผมบอกตัวเองเลยว่า ผมจะวิ่ง…วิ่งให้มันเป็นธรรมชาติของผม

จากวันนั้นถึงวันนี้ ครบปีพอดี รูปปีที่แล้ว เด้งขึ้นมา ผมเห็นพัฒนาการของตัวผม ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ความคิดที่โลดแล่น ไม่มีอาการปวดหัวตัวร้อน อาการเจ็บปวดตามข้อหายไป กล้ามเนื้อหลายส่วนขึ้นชัดเจน… ไม่ใช่แค่ใหญ่ แต่ อึดด้วย (พูดถึงกล้ามเนื้อ) หน้าตาที่ผ่องใส และ ทัศนคติในการคิดที่ดีขึ้น

เกิดการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ แค่นั้นเอง

ผมเลยอยากโพสบอกเพื่อนๆ ที่รักทุกท่านให้สนใจ และ ลงมือออกกำลัง กีฬาชนิดไหนก็ได้ที่เราชอบ

ถ้าเรื่องราวเหล่านี้มีประโยชน์ และทำให้พวกเราหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลัง ผมจะดีใจมากเลยครับ

Share ให้คนที่คนรักและห่วงใยครับ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดี

ป๋อง Pongroofman

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
#แข็งแรงดี
#รอบรู้ดี

วิ่งตาม Trend ==========


พี่หน่อย John Seal พี่ชายใจดี ที่ผมรู้จักตอนทำงานอยู่ Cambodia วันนี้ ส่งข้อมูลเรื่องวิ่งมาให้ผมใหญ่เลย ..

คงเห็นว่าผมสนใจเรื่องวิ่ง เลยสนับสนุนเต็มที่ .. สุดท้าย ถามผมบอกว่า “ขอถามคำนึงนะ ทำไมถึงอยากมาวิ่งออกกำลังกายตอนนี้ครับ..” พี่หน่อยถามผมทาง messenger

เลยถือโอกาสตอบ และ เล่าให้เพื่อนๆ ฟังเลยละกันครับ ..

#ผมเป็นเด็กขี้โรค

คนที่เป็นเพื่อนผมตอนโต คงไม่เชื่อว่า ตอนเด็กๆ ผมผอมแห้งแรงน้อย หัวโต ขาเล็ก แว่นหนาเตอะ ซุ่มซ่าม ตามประสาเด็ก Nerd เป็นแน่ ..

แต่เพื่อนสมัยเรียน ยืนยันได้ดี ..

ตอนเรียนหนังสือ ผมเรียนถือว่าใช้ได้ครับ .. (เพื่อนบอกว่าเรียนเก่ง) แต่ผมวิชาที่ทำผมเซ็งคือ วิชาพละ ..
ส่วนนึงคือเพื่อนๆ รอบตัวผมเล่นกีฬาเก่ง บวกกับ ร่างกายผอมแห้งแรงน้อย ทำให้ผมเล่นอะไรก็เอาดีไม่ค่อยได้ ยกเว้นกีฬาที่ใช้มือเยอะๆ .. (อย่าคิดลึก) เช่น ปิงปอง บาสเกตบอลล์ หรือ เล่นไพ่ อย่างนี้ พอไหวครับ

การใส่แว่นหนา (สั้น 600 ) ก็เป็นอีกอย่างที่ไม่ค่อยอยากเล่นกีฬา เคยเล่นแล้วแว่นแตก สมัยนั้น ตัดแว่นที นั่งรถข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียว .. เพราะอยู่สุดขอบประเทศ

#จุดเปลี่ยน

สิบกว่าปีก่อนผมได้รับมอบหมายจากที่ทำงาน ให้ไปทำงานที่ Cambodia หรือ กัมพูชา นี่ล่ะครับ ตอนนั้น ผมเอาหนังเกี่ยวกับกัมพูชามาดูและนึกภาพว่า ถ้ามีเรื่องมีราวอะไรกัน ผมแย่แน่ๆ เพราะ แว่นหนาขนาดนั้น แว่นหลุด คงไปไม่เป็น เลยตัดสินใจ ทำ Rasik (สมัยนั้น ยังไม่ค่อยมีคนทำเยอะเท่าไหร่) ทำเสร็จปุ๊บเหมือนโลกใหม่เลย ทุกอย่างสดใสชัดเจน โดยไม่ต้องผ่านเลนส์

ช่วงไปอยู่ Cambodia ไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำเยอะ หลังเลิกงานและวันหยุด เพราะ ช่วงนั้น บ้านเมืองเขายังไม่เจริญ โรงหนังไม่มี บันไดเลื่อนไม่รู้จัก สิ่งบันเทิงน้อยมาก เลยใช้เวลากับ ห้อง Gym และ สระว่ายน้ำ .. ผลที่ได้ คือ ร่างกายใหญ่บึกบึน ทิ้งคราบ กุ้งแห้งไปเลย

ผมเลยรู้สึกว่า ตัวใหญ่มันดีเนอะ

#เปิดโลก

หลังกลับมาเมืองไทย มีหลายๆ Activity ทำให้ผมเกิดความรู้สึกอยากลอง ไม่ว่าจะเป็น Scuba diving, ถีบจักรยาน, ขี่มอเตอร์ไซต์ แล้วล่าสุดที่ทำให้ผมกลายเป็นนักเดินทางคือ การ ขี่ Big bike

เมื่อต้นปี 2015 น้องหน่อย Noi Tibby ชวนผมไปวิ่งงาน Run for life ที่จัดโดย Amways ผมลง ระยะ 12 Km ไปโดยไม่เคยวิ่งมาก่อน โดย มีเวลาเตรียมตัว 2 เดือน .. ผมลงเพราะอยากไปร่วมกิจกรรม แต่ไม่ได้คิดชอบเรื่องวิ่งมาก่อนเลย รู้สึกว่ามันไม่ถูกกับผม

วันแรกที่ผมซ้อม หมาในซอยออกมาเห่าผม ผมไล่หมาไป ก่อนออกวิ่ง สักพัก ผมหอบเป็นหมา ที่ระยะ 400 เมตร เท่านั้นเอง .. ความกังวลใจ เริ่มบังเกิด เพราะ 400 เมตร กับ 12,000 เมตร มันไม่ใกล้กันเท่าไหร่

หลังจากนั้น ผมก็กลับมาวิเคราะห์ตัวเอง ว่าทำไม .. ผลสรุปสั้นๆ ก็คือ ก็เอ็งไม่ซ้อม .. แล้วจะวิ่งได้ยังไง

หลังจากนั้น ผมก็กำหนดตัวเองให้ซ้อมโดยยึดสนาม golf ในหมู่บ้านเป็นรอบการวิ่ง .. รอบนึงก็ 5 Km ผมวิ่งวันแรกๆ ได้แค่สองโล เหงื่อไหลเป็นปี๊บ ปวดขาไปหมด

ใจนึงก็หาข้ออ้าง ว่าร่างกายเราไม่พร้อม เพราะผมเคยขี่รถล้ม เอ็นเข่าทั้งสองข้างก็เคยฉีกขาด และไม่ได้ทำการผ่าตัดอะไร ตอนนั้นหมอถามว่าเล่นกีฬาอาชีพหรือเปล่า ผมบอกว่าไม่ หมอบอก ถ้าไม่ก็ไม่ต้องผ่า สร้างกล้ามเนื้อเอา เพราะ ขาใช้ เอ็นแค่ 20 % อีก 80% เป็นกล้ามเนื้อ.. ผมเชื่อหมอ พอๆ กับไม่อยากผ่าเพราะเคยอ่าน case ว่าผ่าแล้ว บางคน เดินไม่ได้เหมือนเดิม เลย ไม่เอา
หลังก็เคยผ่าเอาหมอนรองกระดูกที่ทับเส้นประสาทออก แบกของหนักก็ไม่ได้ วิ่งๆ กระแทกแรงๆ ก็คงไม่ไหว คิดแบบนี้ เพื่อจะได้หาเหตุเลิกการวิ่ง

แต่ดูเหมือน เทพสีขาวของผม จะบอกผมว่า .. วิ่งแค่นี้ ถ้าทำไม่ได้ จะทำอะไรไหว .. แค่นั้น ผมก็เริ่มซ้อม โดย ตั้งใจจะต้องวิ่งให้ถึงป้าย .. ก็พอ

ผ่านไปสองเดือน ผมวิ่งได้มากสุด ก็ 8 km วิ่งจนขาลาก .. ไม่เคย วิ่งได้ถึง 12 km เลย .. แต่การพัฒนาเรื่องของ ระยะวิ่ง เทียบกับระยะเดินนั้นดีขึ้น

ถึงวันวิ่ง Run for life เมื่อเดือน มกรา ปี 2015 ผมลงรายการ จุดปล่อยอยู่สวนลุม วิ่งกัน ตีห้า วิ่งอ้อมเป็นวงกลม ไปประตูน้ำ ออกไปสีลม วนกลับมาสุวนลุม ู้ 12 โล… วันนั้น ผมวิ่งเหยาะ ไปเรื่อยๆ และ หยุดเดินที่ 6 km แรก .. ไม่รู้เอาแรงมาจากไหน ตอนซ้อม สองโลก็เดินแล้ว .. มีกำลังใจ กัดฟันวิ่งจนถึงป้าย ชั่วโมงกว่าๆ .. เวลาอย่างห่วย แต่ ผมโคตรดีใจ .. น้ำตาซึม .. ทำได้แล้ว ขอบคุณน้องหน่อย ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยให้กำลังใจเชียร์ ขอบคุณตัวเอง ที่เลือกที่จะวิ่ง …

หลังวันนั้นผมบอกตัวเองว่า นี่คือจุดเริ่มต้น ผมจะวิ่งต่อ และ ตั้งใจว่าจะวิ่งทุกเดือน แล้ว กระตุ้นตัวเอง ให้วิ่งด้วยการลงรายการเดือนละหนึ่งรายการ จนครบ 12 รายการในปีนี้ …

แต่ละรายการผมลองวิ่งไปเรื่อย ทั้ง Track และ Trail หรือ แม้ แต่ Obstacle เพื่อรับรู้รสชาตของการวิ่งแบบต่างๆ .. เป็นประสบการณ์ ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรมากไปกว่านั้น

ชีวิตปีนี้ผมเปลี่ยนจากการขี่ big bike เที่ยว (เดิมเที่ยวปีละ 50 Trip ว่างเป็นออก) เป็น วิ่งไป เที่ยวไป แทน …
มอเตอร์ไซต์ ผมคงน้อยใจ แต่ ก็คงเข้าใจ …

ตอนนี้สิ้นเดือนที่ 9 และ ผมมีเหรียญที่ได้จากการวิ่งรายการต่างๆ 9 เหรียญตามที่ตั้งใจ .. ผมเริ่มคิดว่า วิ่งแค่ไหนถึงจะพอ..

ต้องขอบคุณพี่ เต้ย Kidakorn Angkanarak พี่ชายใจดี เป็นแรงบันดาลใจ ดีๆ เรื่องสุขภาพดี ให้หนังสือผมมาอ่านเล่มนึง … พูดถึงชายที่เริ่มวิ่งตอนอายุประมาณผม และ สามารถวิ่งมาราธอนได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อครู่พี่เต้ย ก็พูดอีกประโยคนึงของคุณหมอ กฤษดา ว่า .. “ถ้าคุณเดินได้ คุณก็วิ่งมาราธอนได้ ..” และ เพื่อนนัท Nuttapol Sangesorasit ที่บอกว่า ถ้าป๋องจะวิ่งเราจะโคชให้

ผมตั้งใจจะวิ่ง(Full) มาราธอน ในปีหน้าครับ .. ปีที่ผมอายุย่าง 49 ปี ..

มันกลายเป็นหนึ่งอย่างที่ผมต้องทำให้ได้ก่อนอายุ 50 ครับผม

ขอบคุณทุกแรงบันดาลใจ และ กำลังใจที่ให้มาครับ

ป๋อง วิ่งเตาะแตะ แต่จะไป Marathon ให้ได้

#pingpongrun
#sixpackfordad
#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

ลงรายการวิ่ง เขาประทับช้าง Trail


rail running ครั้งแรกของผม…
ขอบอกก่อนว่า การวิ่งไม่ใช่กิจกรรมที่ผมโปรดปราน หรือ สนใจ เลย จนกระทั่ง มีพี่ท่านนึง เอาหนังสือ The courage to start (http://www.amazon.com/The-Courage-To-Start-Running/dp/0684854554) มาให้อ่าน ทำให้ รู้สึกว่า ถึงวัยจะมาก แต่ ก็ไม่สายถ้าอยากจะวิ่ง
ผมเพิ่่งเริ่่มลงรายการวิ่งในปีนี้ครับ เหตุเกิดจากคนใกล้ตัว ชวนไปลง ในรายการของกลุ่มเขานั่นล่ะครับ เขากะจะจะชวนเราลง ฟรุ้งฟริ้ง 3 km แต่ผมดันลงครั้งแรก 12 km

หลังวันนั้น ผมเลยรู้ว่า ผมคงต้องหัดวิ่งจริงๆ แล้วล่ะ เพราะวิ่งถึงแม้จะไม่ง่าย แต่ ถ้าไม่ฝึกซ้อมก็กลายเป็นเรื่องยากเหมือนกัน

ผ่านมาหกเดือน ผมทยอยลงไปห้ารายการ และ ที่เขาประทับช้างเทรล เป็นงานที่หกครับ ..

เนื่องจากเป็น Trail ครั้งแรก ที่ผม “ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย” นอกจาก ใส่รองเท้าให้เหมาะ .. ก็ตัดสินใจมาลง และ ก็เดินทางมาตั้งแต่วันเสาร์

เห็นการเตรียมงานของทีมงานแล้วก็ต้องบอกว่า “ตั้งใจ” และ ดู “มืออาชีพ” มากๆ ครับ .. เป็น โอกาสดีที่ได้ลง และ ได้ถือโอกาสมาเที่ยวราชบุรี เมืองที่ผ่านบ่อย แต่ ไม่ค่อยได้แวะเอาเลย

ตอนเช้า ผมเกรงว่าจะมา late ทำให้ กระวนกระวาย นอนไม่ค่อยหลับ หลับๆ เดี๋ยวก็ตื่นมา ..สรุปแล้ว นอนไปสามชั่วโมงกว่าๆ เอง คือ หลับไปตอนเที่ยงคืน แล้ วไปตื่น เอาตีสามกว่า.. (ถามตัวเอง ว่าตื่นมาทำไมเหมือนกัน เพราะ รีสอร์ทที่นอน ไกลจากสนามแค่ 14 km)

อาบน้ำอาบท่า แต่งตัว ขับรถมาบริเวณงาน ผู้คนคึกคักตั้งแต่ ตีห้า ที่จอดรถข้างทาง โดนกันไว้ สำหรับ จักรยาน โดยผู้แข่งขันต้องเข้าไปจอดรถ ด้านใน ที่มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างดี

มาถึง ก่อนเวลา ก็ดีครับ เพราะ ที่นี่ มีโจ๊ก แจกเป็นอาหารเช้า ได้รองท้องสักหน่อย จะได้ไม่โหย .. ร้านค้า ที่มาขายของ ก็มีของเยอะ ได้ดูได้ซื้อ กระเป๋าสำหรับ ใส่โทรศัพท์ อีกใบ

กระเป๋าซื้อ โทรศัพท์ นี่ ไปงานไหน ก็ได้ซื้อทุกงานเพราะจะลืม และ ชุดที่วิ่งก็ไม่มีกระเป๋าให้ใส่ได้ เวลามาก็จะลืมเอามาทุกที เลยต้องจัดใบใหม่ เที่ยวนี้ก็ได้ไปอีกใบ ไม่แพง ครับ ใบละร้อยห้าสิบ เอามาคาดเอว แล้ว ดูตัวเองเป็นแหนมป้าย่นไปเลย เพราะ มันรัดพุงเป็นปล้อง .. เลยเอามาสะพายไหล่แทน ..เหอ เหอ

สักพักก็มีการปล่อยตัว 32 km ก่อน ได้ดูบรรยากาศ และ สีหน้า ผู้เข้าแข่งขัน แล้ว พลังมาเลยครับ ..นึกในใจว่า ปีหน้า ต้องซ้อมให้ตัวเอง ลงวิ่งให้ได้ 32 km ที่นี่ กับเขาบ้าง .. เพราะ หลายท่านบอกว่า ที่นี่ เป็น Trail ที่ดีที่สุดที่หนึ่งของประเทศกันเลยทีเดียว ..

อยู่เมืองไทย แล้ว.. พลาดโอกาส มาลองก็น่าเสียดาย .. ชาวต่างชาติ ยังมาวิ่งกันเยอะเลย…

ปล่อยตัว 32 km ตามกำหนด ก็จะปล่อย 10 km ตามหลัง ประมาณ 15 นาที .. ผมดูโปรแกรมตอนแรก ก็นึกๆ อยู่ว่า ทีมงานต้อง โปรมาก เพราะ ปล่อย ตามหลังกันแป๊บเดียว .. เอาจริงๆ ก็ตามกันร่วมครึ่งชั่วโมง

ขั้นตอน ก่อนปล่อย ไม่ยุ่งยากครับ คือ ไปรวมที่จุด Check in เพื่อ ทำการ Mark ด้วยปากกา เมจิก เพื่อให้ทราบว่า ผู้แข่งขัน ได้เริ่มที่จุดเริ่มต้นแล้ว

หลัง check in ก็ ย้ายไปที่ จุด Start ครับ เพื่อ เตรียมตัวปล่อยตัวกัน …. ก่อนปล่อยก็มีพี่ ที่เป็นผู้ริเริ่มการวิ่ง เขาประทับช้างเทรล มากล่าวเปิด .. พี่เขากล่าวได้ดีครับ .. ฟังแล้ว มีแรง อยากวิ่งทันที

หลังจากปล่อยตัว .. ทุกคนก็เริ่มวิ่งออกมา ..เป็นที่น่าแปลกใจ ว่า ที่นี่ฝุ่นตอนปล่อยตัว ไม่มากเหมือนที่คิด ไม่ทราบเหมือนกัน ว่า เพราะอะไร เป็นเพราะนักวิ่ง วิ่งยกขา หรือ พื้นแน่นไม่มีฝุ่นก็ไม่ทราบ ทำให้ อากาศที่เราหายใจเข้าไปยังคงสดชื่น ..

ผมวิ่งไปเรื่อยๆ แซงบ้าง โดนแซงบ้าง เห็นนักวิ่ง ร่วมรุ่น ทั้งอายุน้อยกว่า อายุมากกว่า .. แม้กระทั่งต่าง specie ก็ เจอ (มีพี่จูงน้องหมา มาวิ่ง ใส่รองเท้าทั้งสี่ขาด้วย)

วิ่งไปก็ทักทายกันไป ได้เจอ น้อง bird นักวิ่งหุ่นล่ำ ที่วิ่งไปถ่าย clip ไปไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย วิ่งจนได้ทักทาย รู้จักกัน ไปตลอดทาง

เส้นทาง 10 Km วิ่งตามป้าย อย่าชมนกชมไม้เพลิน รับรองไม่มีหลง .. เส้นทาง สวยงาม และ อากาศยามเช้านี่ สุดยอดจริงๆ ครับ

วิ่งจน KM สุดท้าย เส้นทางพาเข้าไป ดูสัตว์ในสวนสัตว์ ไม่น่าแปลกใจที่มี อูฐ ด้วย.. ก็แถวนี้ อากาศร้อน อูฐอยู่ได้สบายอยู่แล้ว….^^

วิ่งเข้าป้าย .. ด้วยความรู้สึกยินดี ผ่านไปแล้วสำหรับ 10 km ถือเป็นประสบการณ์ การวิ่ง Trail ครั้งแรก ที่ดีมากของผมครับ

ขอบคุณทีมงาน ทุกท่านที่จัดงานดีๆ แบบนี้ให้พวกเราได้มาร่วมกันครับ … ใครอยากออกกำลัง ลองเตรียมตัว เพื่อมาลองวิ่งที่นี่ดูครับ รับรองว่า จะประทับใจครับ

ป๋อง Pongroofman

22 Jun 2015

#อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ
#trailforest

 1896959_10153369775134326_7724036723312463352_n.jpg

ลงรายการวิ่ง Run for ME


ตั้งใจวิ่งเดือนละหนึ่งรายการเพื่อให้มีอะไรกระตุ้นตัวเองให้ออกกำลังกาย

เดือนนี้เดือนที่ห้า ต้องขอบคุณน้องตุ๊กตา ชวนมาวิ่งรายการนี้ เพราะถือว่ามาเยือนถิ่นเก่า

ผมมาตามกำหนดการปล่อยตัวช้าไป 15 นาที บรรยากาศเลยเห้นคนเดินมากกว่าคนวิ่ง

วิ่งรวดเดียวเข้าป้าย…อาหารการกินเพียบ

เก็บภาพบรรยากาศมาให้ดูกันครับ

Album

11281493_10153285050044326_880986611_o.jpg