Posts tagged ‘PCX’

ปาดหน้า


ปาด
===ขี่รถช่วงหลังๆ โดนน้องมา “ปาด” บ่อย
เมื่อวาน โดนไปสองรอบ เช้ากับเย็น

ปาดเสร็จ พอเราตาม น้องจะหนี .. คิดว่า รถใหญ่ๆ อุ๊ยอ้าย .. คงตามไม่ทัน

ตามน่ะไม่ยากหรอก เพราะ เรา ขี่ในกรุงทุกวัน .. ถึงวันละไม่เยอะ แต่ ก็ท่ายาก เพราะ ขี่ตอนช่วงเวลาเร่งด่วน เช้าเย็น

มุดตาม ไม่นานก็ทัน ..ระหว่างตาม ก็สร้างความเสียวให้กับรถที่ติดๆ อยู่ไม่น้อย เพราะ รถใหญ่ เวลาวิ่งก็แคบ วิ่งไป เฉียดรถไปนิดเดียว

น้องหนี .. ก็เข้าใจว่ารู้ว่า ทำไม่ถูก ก็เลยหนี (แล้วมันจะทำทำไมวะ) บางทีเห็นตามมา ก็ หนีต่อ วิ่งไปอย่างนี้ ก็ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนใหญ่ตามทันครับ .. ที่ไม่ทัน เพราะ กลัว เดี๋ยวจะไปทำเค้า หรือ ตัวเอง คว่ำ ซะเอง เหอ เหอ

อยากจะบอกว่า เวลาขี่ ให้ ดู line กันดีๆ ( line ขี่รถนะครับ ไม่ใช่ line ใน โทรศัพท์ เดี๋ยวจะกลิ้ง) และ เวลาจะแซง อย่าปาด ครับ

เทคนิคการแซง ที่ปลอดภัย

1. ดูระยะห่างระหว่างรถก่อน .. ดูว่า ด้านขวา ไม่มีรถมาด้านหลัง (ดูกระจกนะ อย่าหันไปดู )
2. เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า อย่างน้อย ให้มันกระพริบ สักสามวิครับ …กะเอา ให้มั่นใจว่า คนด้านหลัง และ ด้านหน้าเห็นสัญญาณ ถ้ากลัวไม่พอ ก็ ใช้สัญญาณมือ
3. เปลี่ยนเลนแล้ว เร่งเครื่องไปเลยครับ อย่าเปลี่ยนเลน แล้ว ไปวิ่งอืดแช่ในเลนแซง
4. เปิดไฟ เลี้ยวซ้าย เพื่อ เปลี่ยนเลนกลับ ตอนเปลี่ยนเลนกลับ ให้ แซงพ้นด้านซ้าย ก่อน สักสองวิครับ (นับหนึ่งพันหนึ่งหนึ่งพันสองช่วย) ถ้าระยะแซงไม่ได้ ให้ เร่งเครื่องวิ่งจนได้ระยะ ครับ ค่อยแซง ถ้าเป็นกลุ่มนิสัยดี จะหันไป ผงกหัว ให้สัญญาณมือ ขอแซงก่อนครับ
5. จังหวะแซง บางที รถจะหลบให้เราแซง ถ้ามีระยะปลอดภัย ดีพอ ยกนิ้วโป้งมือซ้ายขอบคุณรถที่เราแซงด้วยครับ .. อันนี้ จะบอกเลยว่า “หล่อมาก”

ทำได้ตามนี้ .. บอกได้เลย ว่านิสัยดีมากๆ ครับ

ป๋อง Pongroofman

 

Advertisements

มาเงียบ…ยกระดับนิสัยดี


ยกระดับนิสัยดี
==========
รถ Big Bike ท่อเดิมๆ ก็เสียงกระหึ่มอยู่แล้ว …
จำได้ว่าขี่ไปทำงานแรกๆ พี่ผู้หญิง ที่ไม่ชินเสียงรถถึงกับตกใจ

เราเองขี่ทุกวัน ยิ่งเจอท่อแต่ง ยิ่งรู้สึกว่าท่อเราไม่ดัง….

หลังๆ ผมรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่ ตอบสนองในทางไม่ดี กับเสียงที่ดังมากๆ และ เริ่มทำให้ทัศนคติที่ไม่ดีในเรื่องอื่นๆ ตามมา …

สถานที่สาธารณะ หลายๆ ที่ ก็ ไม่อนุญาตให้ รถเสียงดังเข้าแล้ว …(ลองนึกภาพ ตอนที่เค้าเริ่มห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะดูซิ แล้วเทียบกับตอนนี้ดู อนาคต Big bike อาจคล้ายๆ กัน)

ดังนั้น พวกเรากลุ่มนี้ ตั้งใจเป็น biker นิสัยดีอยู่แล้ว พี่ป๋องจึงอยากเชิญชวน

1. ดับเครื่องทันทีเมื่อจอด (ถ้าดูแล้วปลอดภัย ดับก่อนจอดก็ยิ่งดี …มาเงียบเลย)
2. ไม่เบิ้ลเครื่องเมื่อรถจอดนิ่ง (เหตุผลที่เคยถาม รถตุ๊กๆ ที่ชอบเบิ้ลเครื่อง คือ กลัวมันดับ… big bike คงไม่ใช่ เพราะรถแรง คงดูตอนวิ่งมากกว่าตอนจอด)
3. ท่อแต่ง ถ้าเป็นไปได้ก็ ใส่ silencer ครับ

สามข้อง่ายๆ ช่วยๆ กันครับ

มีความคิดเห็นก็ ลองแชร์ กันดูนะครับ พี่ป๋องจะได้ นำไปปฏิบัติเสริมได้ด้วย

นิสัยดี เริ่มที่ตัวเอง และ บอกคนรอบข้าง
ขับขี่ปลอดภัยทุกท่านนะครับ

ป๋อง
Pongroofman

ทางด่วน


ทางด่วน
======

ถนนปกติที่แบ่งช่องจราจร ออกจากกัน ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ถนนฝั่งด้านซ้าย เค้าเรียกทางคู่ขนาน

ส่วนทางขวาเค้าเรียก”ทางด่วน”

ทางด่วนทุกที่ไม่อนุญาตให้มอเตอร์ไซต์วิ่ง ต้องวิ่งทางคู่ขนานเท่านั้น…เพราะด้านในทางด่วน รถวิ่งกันความเร็วสูง… หลวงท่านเกรงว่าจะเกี่ยวเอารถมอเตอร์ไซต์ ล้มลง

คู่ขนาน ก็เกี่ยวล้มได้ แต่โอกาส และความรุนแรง จะน้อยกว่า ทางด่วน

นักขี่นิสัยดี ต้องวิ่งทางคู่ขนานนะครับ
“….อาจช้าหน่อย แต่ใจจะหล่อมาก…”

เวลาเราแอบไปวิ่งในทางด่วน …ถ้าพี่ตำรวจเห็น เค้าจะช่วยสอนเราให้หลาบจำ …(เวลาคนรู้ แต่ไม่ทำ จำเป็นต้องทำโทษ ให้หลาบจำครับ)… ดังนั้น ต้องมองว่า ตำรวจท่านหวังดี ช่วยสอน

…เพราะ พี่น้อง Biker รอบตัว ไม่ยอมสอนกัน….

ดังนั้นถ้าแอบไปซน วิ่งในทางด่วน ..เวลาโดนพี่ตำรวจเค้าลงโทษ … ต้องสำนึกผิด แล้วหลาบจำนะครับ… อย่าไปเถียงเค้า..เพราะถ้าเถียงเราจะไม่สำนึกผิด…วันหน้าก็แอบเข้าไปอีก…

รถชนมาตายห่า…หรือบาดเจ็บสาหัสมาก็ไม่มีใครช่วยได้…

บทปรับ 400-1000 บาท … โดนจับแล้วก็ไปจ่าย อย่างโง้นอย่างงี้ ยัดเงินร้อยติดสินบนเค้าไปอีก…

เพื่อเมืองไทย คอรัปชั่นจะได้น้อยด้วยมือเรา

…จำไว้ครับ ถ้าเรานิสัยดี ไม่ทำผิด …ตำรวจก็ไม่จับเราหรอกครับ…

ป๋อง Pongroofman

Trip 2012/02 แม่สอด ตอนสิบ “ตอนจบ”


ตอนที่สิบ ตอนจบ

ภาพรวม Trip นี้ ดีมากๆ ครับ ..สุดยอดความประทับใจ…และ ในส่วนตัวผมเอง ..มาครั้ง เดียว คงทำให้คนจำชื่อได้แม่น.. Pongroofman (ป๋อง รุฟแมน) ยกเว้นพี่หมอแม๊ค ที่ ยังเรียกผมว่า “พงศ์” อยู่บ่อยๆ เหอ เหอ
เรื่องเส้นทางเดิน ความปลอดภัย ทำได้ดีครับ … อาหาร การกิน ที่พัก perfect

ครั้งนี้…โชคดีที่ผม เจ็บแค่นิดหน่อย แต่ อีกสองคน เจ็บมากครับ …น้องหนูนา กลับมากรุงเทพฯ ก็ มาผ่าตัดที่ ไทยนครินทร์ เพื่อยึดสกรู ตามที่หมอแนะนำ
ในส่วนของผมเอง เจ็บมากก็จะมีที่ ศอกซ้าย กับ เข่าซ้ายครับ .. ซึ่ง เชื่อว่า ตัวอุปกรณ์ที่ใส่ไป รับแรงเอาไว้พอสมควร ทั้ง สนับเข่า และ ตัว การ์ด ที่อยู่ในเสื้อ…

งานนี้ เปลี่ยนความคิดผมไปเลยครับ จาก  ที่คิดเรื่อง แต่งรถ … จะแต่งท่อ ยังไง จะติดปี๊บแบบไหน …จะทำอะไร กับรถบ้าง …ตอนนี้ พักไว้หมดครับ … สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำความคุ้นเคย กับ รถ โดยเฉพาะ เรื่อง เบรค
เบรคยังไง ให้คุมรถได้ ..จำเป็นมาก ..นี่จ้องๆ คอร์ส เรียน ของ พี่ ไก๋ ไว้ครับ ..กะว่า เดือนมีนา ก็จะได้เรียน
อันที่สองคือเรื่องของ อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย เพื่อความปลอดภัย ยังขาด รองเท้า กับถุงมือดีๆ อยู่ครับ …เดี๋ยวต้องไปจัดมาหน่อย
ส่วนอันที่สาม ก็ เรื่องของ ทักษะ การขี่ออกทริป ครับ …โดยเฉพาะ ล้มครั้งนี้ …รู้แล้วว่าเป็นเพราะ อะไร …ตาที่มอง คันหน้า …กับการมองระยะข้างหน้า ต้องฝึกให้สมดุลกัน …รู้อย่างนี้ … การขี่ครั้งต่อไป ก็ไม่หลอนครับ…
คงยังมีอีกมาก ที่ต้องพัฒนา ในเรื่องของการ ขี่ พาหนะ สองล้อแบบนี้… แล้ว ถ้ามีโอกาส ดีๆ คงจะได้มาเล่าให้ฟังกันใหม่ครับ …

ขอขอบคุณ

Blog นี้จะไม่สำเร็จลงเลยครับ …ถ้าขาดบุคคลต่างๆ ดังต่อไปนี้ …

ทีมงาน พี่ๆ CVT ที่จัดงานนี้ขึ้นมา ครับ… ทริปแรกของผม ประทับใจมากมายครับ … ได้ประสบการณ์ มาเล่าให้ฟังกันได้ ถึงสิบตอน

สำหรับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ที่ผมเล่าไว้ใน “ตอนที่ 9 เสี้ยววินาที” .. มีคนหลายคน ได้เข้าช่วยเหลือ จึงขออนุญาต นำมาขอบคุณ ณ.ที่นี้ ครับ

คนแรกเลยคือ เฮียไฮ้ ครับ … ทั้งให้ยืมรถ และ ขนาดเจ้าตัวเจ็บขนาดนี้ ปากยังพูดขอโทษผมตลอด …ซึ้งมากครับ …หนูนาบอกว่า เฮียไฮ้ บอกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ให้ดูแล ผมเและหนูนาเป็น พิเศษด้วย… ดูน้ำใจเฮียครับ…
ผมเองต้องขอโทษเฮียด้วยครับ …ที่ทำรถเฮียพังไป…

คนที่สอง นี่ขอเป็นกลุ่มคนนะครับ คือ ครอบครัวของเฮีย เองครับ มากันหมดเลย ทั้งซ้อ ทั้ง ลูกสาว และอีกหลายคน ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ในขั้นตอนการรักษา ของทางโรงพยาบาล

คนที่สาม พี่ชาญณรงค์ ครับ พี่ชายใจดี รูปหล่อ ที่ช่วยบอกน้องๆ ในทีม หิ้ว น้องพี ผมกลับกรุงเทพ ขอบคุณน้องๆ ในทีมด้วยครับ

คนที่สี่ คือ น้องเอ็ม กับ น้องอาร์ท สองท่านนี้ไม่ได้อยู่ในคลับ แต่ เป็นเพื่อนของพี่จิ๊บ คนในคลับครับ  ที่เอาของขวัญไปให้เด็กๆ ที่เชียงดาว สองท่านนี้ ขับ ฮอนด้า แจ๊ส ขนของไปครับ ผมกับ หนูนา เลย ได้อาศัยรถคันนี้นั่งกลับมากรุงเทพฯ …ขอบคุณมากมายครับ

คนที่ห้า คือ พี่วิทย์ ครับ พี่วิทย์ เป็นคนที่ ที่ ขับ ตามมา เราจะเอารถที่ยืมมาจากร้านเฮียไปคืนครับ ก่อนเกิดเหตุ พี่วิทย์ แวะที่ปั๊มครับ ไม่งั้น คงตามมาเป็นคันที่สาม และ ไม่แน่ใจว่า เราจะได้คนเจ็บเพิ่มหรือไม่…. เพราะ เคสนี้ …ไม่ธรรมดา
พี่วิทย์ ช่วยตอนนำคนเจ็บเข้าโรงบาล และ เก็บทุกอย่างให้อย่างเรียบร้อย … สุดท้าย มาบอกผมอีกว่า จะขี่น้องพี กลับกรุงเทพฯ ให้อีก… โอ้ว …พี่ชายดีมีน้ำใจ อย่างนี้ …เกิดมา เจอไม่เยอะครับ ..แต่ คลับนี้ มีแบบนี้หลายคนเลยครับ… ขอบคุณพี่วิทย์มากๆ เลยครับ

คนที่หก พี่สาวคนสวยคนที่ซ้อนท้ายพี่วิทย์ครับ … ผมขอโทษที่ไม่ได้ชื่อไม่ได้ พี่เค้า มาช่วยดูน้องนา แบบประกบ ติดครับ และ ให้กำลังใจ ดีมากครับ …ขอบคุณมาก สำหรับพี่สาวแสนสวย น้ำใจดี

คนที่เจ็ด พี่หมอแม๊ค ที่มาพร้อมกับพี่น้อง ในทีม นะครับ พี่หมอได้ให้คำแนะนำดีๆ ตอนอยู่โรงพยาบาลครับ …เมื่อครู่ ก็ได้โทรคุยกัน และ พี่หมอก็ได้แสดงความห่วงใยมาครับ…. ขอบคุณมากครับ ถึงแม้จะได้ร่วมทริป่ กับพี่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่การดูแล ของพี่ และ พี่ๆ ในทีมงาน นี่ เหมือนกับ เรา รุ้จักกันมานานแล้วเลยครับ….

ไว้มีโอกาส ทริปหน้า… คงได้มีโอกาส เจอกันครับ …วันนี้ ผมได้ไปรับน้อง ซีดสส์ เข้าบ้านเรียบร้อยครับ

ขอบคุณทุกท่าน ที่ติดตามอ่านมาจนจบ …และ มีเมตตา กด +1 ให้หลายๆ ครั้งครับ …

ป๋อง

18 Jan 2012

Trip 2012/02 แม่สอด ตอนเก้า “เสี้ยววินาที”


ตอนที่เก้า  เสี้ยววินาที

…ผมโบกมือลา พี่ๆ กลุ่มสอง …เราแยกกันที่ By pass ครับ …ตอนนั้นใจก็นึกถึงน้องพี ที่ฝากเฮัียไฮ้เอาไว้
ตอนนี้ ขี่รถตามเฮีย กลับไปที่ ศูนย์  เดี๋ยวขากลับ ก็จะได้กลับไปรวมกับกลุ่มสามเหมือนเดิม ..เพราะ น้องพี ความเร็ว คงไล่พี่ๆ เค้าไม่ทัน
กลุ่มสาม Limit speed ครับ ยังไงก็หนีเราไม่พ้น …

…มองดุูสัญญาณไฟ สีแดงตรงหน้า … เฮียไฮ้ อยู่ตรงด้านขวา ข้างๆ กัน ..
ชอบมองเฮียไฮ้ รู้สึกทึ่ง ..เป็นผู้ใหญ่ ใจดี … และ ดูหนุ่มมาก …  เหมือนพี่ๆ หลายๆ คน ใน club
.
เสื่อเฮียสวยดี…แอบมองรองเท้า เฮียอีกแล้ว… ใจก็นึกว่า อย่างเราไม่เป็นไร เฮียยังไม่ใส่ บู๊ท เลย…

ไฟสัญญาณ เปลี่ยนจากแดงเป็น เขียว เสียงสับเกียร์ดังสลับกับเสียงเครื่องยนต์…
ผมปรู๊ด ออกไปก่อน ..ตามประสารถเล็ก …จากนั้น เฮียก็วิ่งแซงออกมา

เที่ยวนี้ ไม่กล้าช้าแล้วครับ …ยังเข็ดจากเมื่อกี้ ตอนมากับกลุ่มสอง …ติดรถคันหน้าแป๊บเดียว พ้นมา ทิ้งกันหายเลย
เที่ยวนี้ รับรองไม่ให้หลุด สายตาผมจึงจับอยู่กับเฮีย เป็นหลัก…

เรายังวิ่งแบบสลับฟันปลา  เฮียอยู่ข้างหน้า ผมอยู่ข้างหลัง ด้านซ้าย ของเฮีย … จริงๆ ต้องมีพี่วิทย์ อีกคัน แต่ พี่วิทย์ หายไปตอนไหน ไม่ทราบแล้ว …
เออเนอะ พี่วิทย์หายไปตอนไหนหว่า … แต่ จะรอก็ไม่ได้แล้ว เฮียไม่ได้ใช้วิทยุ …เราก็ไม่ชำนาญทาง ตามตูดเฮีย อยู่สัก สามช่วงตัว

Ninja 250 นี่ขี่ดีจริง …เปิดคันเร่ง …ปึ๊บ เข็มไมล์ สุงขึ้นเรื่อยๆ สังเกตหลังสุด น่าจะเกินร้อยไปแล้ว …เหมือนจะแถวๆ ร้อยสี่สิบ

ตามองที่เฮีย ที่อยู่ด้านขวา รักษาระยะ เรื่อยๆ … สลับกับเหลือบมองทางข้างหน้า…เอ๊ะ.!..
เอ๊ะ!  นั่้นเส้นอะไรข้างหน้าหว่า…สีแดงๆ ไกลๆ เป็นเส้น   เหลือบ ดู ด้านขวา เฮียยังรักษาความเร็วสม่ำเสมอ
เพ่งสายตามอง ผ่านชิวล์หน้า เส้นสีแดงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ …จนเริ่มมองเห็นได้ชัด….

“เอ้ย นั้นมั่นก้อนปูน กั้นถนนนี่หว่า …แล้วทำไมเอามาตั้งเรียงซะแบบนั้น .. เมื่อสมองสั่งการได้ เท้าเหยียบลงไปที่เบรคทันที ความรู้สึกว่า ล้อหลัง ล็อค ..
มองไปด้านหน้า …ถ้าตาไม่ฝาดเห็นเฮียไฮ้ เหยียบเบรค จังหวะเดียวกับ ที่ผมเหยียบเลย แสดงว่า เห็นพร้อมๆกัน …
ผมยังพยายามมองหา ช่องที่จะมุดออกไปได้ ..แต่ ให้ตายซิ ไม่มี แม้แต่ช่องเดียว …ก้อนปูน วางเป็นเส้นตลอดแนว จากซ้ายไปขวา …รถทีวิ่งมา ต้องเบี่ยง ออกขวา ไปวิ่ง ฝั่งกระโน้น ตามกรวยที่วางไว้ ….

ตอนนั้นผมไม่นึกห่วง เฮียไฮ้ …เพราะ เชื่อว่า เฮียไฮ้ ขี่รถมานานกว่า สถานการณ์ อย่างนี้ เอาตัวรอดได้แน่ๆ … ห่วงแต่ตัวเอง จะพ้น ก้อนปุนมั๊ย เพราะ อยู่ลึกมาทางซ้าย ลึกกว่าของเฮีย …
รถที่สไลด์ เข้าไป ผมยังรู้สึกว่ายังคุมได้อยู่ สติยังไม่แตก แต่นึกๆ ว่า ถ้าเลี้ยวปัดเข้าไปได้ แล้วไม่โดนก้อนปูน  ตอนจะหัก กลับมาทางซ้าย จะทำได้หรือเปล่าม่ารู้ เพราะพอ รู้ว่าต้องทำยังไง …แต่ปัญหามีอย่างเดียวคือ ไม่เคยฝึกทำ

เอาละวะ ..โดนไม่โดน.. รถเริ่มเอียงไปทางขวา …สายตาก็มองไปทางขวา ผ่านไปทางรถเฮียไฮ้ กะแนวของถนนฝั่งโน้น …
“ตูม..เสียงรถเฮียไฮ้ ประทะก้อนปูน ลูกสุดท้าย ทั้งรถทั้งคนกระเด็น เห็นอยู่ตรงหน้า…

ผมรู้สึกว่ารถผมก็เสียหลักทันทีเหมือนกัน  …ภาพหลังจากนั้นหายวูบไป …ไม่รู้ว่า เป็นเพราะหลับตาหรือเปล่า เพราะจำอะไรไม่ได้เลย… ภาพที่เห็นอีกที คือ ตัวเอง นอนอยุ่กับพื้น มองเห็น รถนินจานอนตะแคง เอาด้านซ้าย แนบพื้น อยุ่ข้างๆ …

ผมค่อยๆ ขยับมือ แขน แล้ว ยันตัวเอง ขึ้น ลองเกร็งขาดู ไม่มีเจ็บที่ไหน จึงค่อยๆ ลุกขึ้น…ค่อยๆ ยืน…
สายตาเริ่มมองหา น้องนา… อยู่ไหนแล้ว เพราะ ด้านขวามีแต่รถ… หันไปมองรอบๆ เห็นน้องนานอนหงายท้องอยู่ด้านขวา ..

เจ็บตุ่ยๆ ที่เข่าซ้าย ..ลองก้มลงดู สนับเข่าที่ปิดอยู่ด้านหน้า โดนอะไรปัดจนหันไปอยู่ด้านซ้าย เป็นรอยถลอกปอกเปิก …หมุนกลับมาอยุ่ตำแหน่ง ให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

ใจตุ้มๆ ต่อมๆ น้องนาเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย… นอนนิ่งไม่ไหวติง…
“น้องนา …น้องนา เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั๊ย”  ผมถาม
“เจ็บ …เจ็บ ขา …อูย..” น้องนาคงเจ็บหนัก…
“นอนเฉยๆ อย่าเพิ่งขยับอะไรนะ ..” ผมบอก แล้วก็เดินเขยก ไปดู เฮียไฮ้

ร่างเฮียไฮ้ นอนนิ่งไม่ไหวติง อยู่ อีกด้านของถนน … แท่งปูนที่โดนชน กระเด็น ไปร่วมเมตร…แสดงว่า ตัวรถน้ำหนักสองร้อยโล แลกเปลี่ยนโมเมนตัม กับก้อนปูนไปเต็มๆ
“เฮีย ..เฮีย…เป็นไงบ้างครับ …” ผมถามเฮีย ไม่กล้าแตะตัว…
เฮีย สีหน้ายังดี …พูดเสียงเบาๆ “ผมสงสัยกระดูกจะหักหลายท่อน”..ผมใจหายวาบ เพราะ รุ้ว่า ตอนนี้เฮียต้องเจ็บมากเลย …
“ใจเย็นๆ นะครับ …เดี๋ยวรถพยาบาล ก็จะมาครับ …”
“ไม่ต้องห่วงนะ ..รถเราทุกคัน เรามีประกัน …” เฮีย บอกตอนท้าย เสียเบาๆ ..โห เฮีย ยังอุตสาห์เป็นห่วง

ตอนนั้นได้น้องคนนึงขับรถผ่านมาหยุด โทรเรียกตำรวจ และ รถพยาบาลให้..

ผมเดินกลับมาดูน้องนา …ชาวบ้านเริ่มเข้ามาช่วย บางคนส่งยาดมมาให้ น้องนา ยัง สีหน้าไม่ดี ..ท่าทางจะปวดมาก

สักพัก พี่วิทย์ ก็มาถึง พี่วิทย์ วิ่งไปดูเฮีย ส่วนแฟนพี่วิทย์ วิ่งไปดูหนูนา
ส่วนผมวิ่งไป มา กับทั้งสองด้วยความเป็นห่วง จนลืม อาการเจ็บของตัวเอง

ียี่สิบนาทีต่อมา รถพยาบาลพาเรามาถึงโรงพยาบาลปากน้ำโพ หมอดูอาการ ของ เฮีย และ หนูนา ตอนที่ช่วยถอดเสื้อ และ รองเท้าให้กับ เฮีย …ผมเห็น หลังเท้าซ้ายของเฮีย เป็นแผลแดง …
แสดงว่า ตอนปะทะ กับ ก้อนปูน เท้าต้องโดนรถเอัดเข้าไปแน่ๆ

ทั้งคุ่ ถูกส่งเข้าไป X ray ผลปรากฏว่า เฮีย แขนหัก ส่วนน้องหนูนา กระดูกเท้าร้าว
เฮีย ชวนให้รักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาล ปากน้ำโพ แต่ ผมตัดสินใจ นำหนูนา และ รถกลับกรุงเทพฯ

รถตู้ของทีมช่าง ขนรถพี่วิทย์ และ น้องพี ขึ้นรถ มุ่งหน้า พระรามเก้า
ส่วนผมกับน้องนา ได้ น้องเอ็ม กับ น้องอาท ช่วยขับ กลับมากรุงเทพฯให้

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วมาก …โชคร้ายที่เกิดเรื่อง แต่ ก็โชคดีที่ไม่มีใครเป็นไรมากไปกว่านี้

บทเรียนครั้งนี้ราคาแพงครับ ….ครั้งต่อไป รู้ละว่าต้องระวังยังไง…

Trip2012/02 แม่สอด ตอนแปด “เหยี่ยวถลาลม”


ตอนที่ แปด เหยี่ยวถลาลม

งัวเงีย…ขึ้นมาแบบงงๆ

เป็นอย่างนี้ทุกที เวลาเปลี่ยนที่นอน…พอรู้สึกตัว ภาพที่เห็นไม่คุ้นตา..ทำให้ต้องนิ่งสักพัก รอให้สมองมัน บู๊ทเครื่องซะก่อน.
1..2..3..4..5

อ้า….นี่มันที่วัฒนา วิเลจ นี่หว่า… อืม…เข้าแล้ว…ว่าแล้วก็คว้ากล้องออกไปเก็บภาพยามเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาทางเหนือ แบบนี้ เราก็อยากเห็นทะเลหมอก…
หลับตานึกภาพ หมอกแบบที่ภูท่อก …โว้ว …ที่นี่น่าจะสวยไม่แพ้กัน…

เนิบนาบ กว่าจะออกจากห้อง …แดดมามากแล้ว…ผมก้าวฉับๆ ผ่านบริเวณที่ทานอาหาร เห็นพี่ๆ หลายคน นั่งคุย ตั้งวง สภากาแฟ กันอยู่….
เวที เมื่อคืน ถูกเก็บกวาดเรียบร้อย …แผงป้ายยังคงอยู่ ว่าเป็นงานปีใหม่ แต่โต๊ะ เก้าอี้ โดนเก็บเรียบร้อย

…สนุกมากเมื่อคืน…. นึกๆ แล้วก็อมยิ้ม…เห็นหน้าพี่ตุ๊กกี้ ลอยมา …บรื้อออออ…

วันนี้เดินทางกลับแล้วครับ …เส้นทางเดิม แต่ มีแวะ รายทาง ให้คุ้มค่ากับการเดินทาง
ล้อจะหมุนประมาณสิบโมง …ดังนั้น มีเวลาถ่ายรูปทำอะไรต่อมิอะไรไม่มาก…แต่จริงๆ ก็ไม่ต้องมาก เพราะว่า หมอกมันไม่มี… แต่แออไปเห็น รถสวยๆ ของพี่ๆ เค้าหลายคัน เลยไปเดินดู เพลินดี ยืนถ่ายรูปหน้ารถพี่ๆ เค้า แบบไม่เกรงใจเจ้าของ…

จัดการอาหารเช้ากับเก็บกระเป๋า เสร็จ กิจกรรมก่อนกลับ คือการ ขึ้นไปสัมผัส KTM ให้เป็นวาสนา ตรูดดดดด…

เห็นพี่ๆ เค้าลองกันครับ …ผมยืนน้ำลายยืด …ตัวเกร็ง…ใจสั่น …อยุ่นาน…
วานซืนยังขี่ PCX อยู่เลย ..เมื่อวานเลื่อนฐานะ เป็น Ninja 250 …บ๊ะ เช้านี้ จะกล่าวกระโดด เป็น สามล้อถูกหวย …ขี่ KTM กัน เลย เชียว…
ที่ยืดจดๆ จ้องๆ อยู่นานไม่ใช่อะไรครับ…กลัว ชึ้นไป แล้ว ล้มแปะ …ขายขี้หน้า กันทั้งตำบลเลย….
ดูเหมือน พี่ไก๋ หนวดงาม จะทราบ…หันมาแล้วพูดด้วยเสียงนุ่มๆ …

“ใส่หมวก ขึ้นคร่อมเล้ยยย” พี่ไก๋ชวน… อ๊ะ ชวนเอง นา …ทำล้มแปะ แล้ว จะมามองค้อนไม่ได้นา… ผมไม่มีตังส์ ซื้อใช้ด้วย คันตั้งล้าน…

ใส่หมวกถุงมือเรียบร้อย …พี่เอก แนะนำ ให้ทำความคุ้นเคยกับ คันเร่ง และ เบรคก่อน….

“สวัสดีครับ …คันเร่ง …และ คุณเบรค …ผม ชื่อป๋องครับ….” ผมแนะนำตัวทันที …พร้อมกับ ยิ้มหวานๆ ตามประสามือใหม่ ….

KTM แรง ดังที่คิดครับ …ได้มีโอกาส ขี่วน อยู่สามสี่รอบ …นับเป็นประสบการณ์ ที่ดี …
ผมว่าขี่นานกว่านี้ มีสิทธิ์ เหงื่อแตกได้ …เพราะว่า เกร็งเหลือเกิน …เปิดคันเร่งนิดเดียว …มันกระชากซะ วิญญาณ จะหลุดจากร่าง….
ลองได้คันเดียวครับ …เค้าก็ให้ ประจำที่คันชองเราแล้ว…เตรียมตัวล้อหมุน

วันนี้ผมอยุ่กลุ่มสามเหมือนเดิมครับ …พี่หนึ่ง วันหนึ่ง วันหนึ่ง นำทีม มาที่ตลาดริมเมย…

ผมสังเกตว่า …Network ของ CVT กับสายตำรวจดีมากครับ …เข้าใจว่า ทางพี่โอ๋ ยกหูมา…ตำรวจพื้นที่ อำนวยความสะดวกให้ขบวน เข้าจอดใต้สะพาน หน้าตลาด ได้อย่างสะดวกโยธิน

ตลาดริมเมย …นี่ ถือว่าตะวันตก สุดๆ … ไม่ใช่ว่า เป็นแนวอเมริกัน นะครับ ..แต่ อยู่สุดเขตชายแดน ด้านตะวันตก

ดังนั้น แม่ค้าที่นี่ หลายคน ก็เป็นชาวต่างประเทศ อย่างพม่า…พูดกัน ที ฟังไม่รู้เรื่อง…
บรรยากาศในตลาด …เงียบๆ ไม่คึกคักเท่าไหร่ ดูแล้ว พาลนึกถึง ตลาดโตตุมปุง ที่กัมพูชา…หรือที่เค้าเรียกว่า ตลาดรัสเซีย… ตลาดนี้ อยากจะชวนพี่ๆ ขี่ไปกันเหลือเกิน …ไปจอดหน้าตลาด ..เดิน shopping รับรองกลับมา ของหายหมด …เหอเหอ
เพราะที่กัมพูชา …มันขโมย กันเร็วมากๆ …รถจอดข้างทางนี่ ต้องจอดตรงที่มีเด็กเผ้าครับ …จอดนอกเขตเมื่อไหร่ กลับมาที่รถ …รับรอง รถไม่เหมือนเดิม …ไม่ กระจกข้างหายก็ คิ้วหาย  ไม่ก็ logo หาย ….  แต่รถหายทั้งคันไม่ค่อยมีครับ …

เดินตลาดกัน ชั่วโมงนึง ก็ถ่ายรูป ก่อนเคลื่อนพล ไป ตลาด มูเซอ…..
อ่า…ช่วงนี้ มีการเปลี่ยนแปลงครับ …กลุ่มสาม พี่หนึ่ง ให้พี่ เอ เป็นคนนำครับ …

พี่เอ นำกลุ่ม ได้ดีเหมือนกับ พี่หนึ่ง เลยครับ แต่ พี่เอ จะพากย์ เยอะกว่า ….
“ถนนข้างหน้า มีหลุมเยอะครับ …ขอให้ระมัดระวัง …ข้างหน้ารถช้าครับ …เดี๋ยวทางข้างหน้า เป็นทางลาดลง ขอให้ใช้เกียร์ต่ำนะครับ  …  อ้าว กำลังมีรถแซงขึ้นไปสามคันครับ … ปิดท้าย ด้วย วีโก้ …เดี๋ยวผ่าน วีโก้ แล้ว แซงได้ครับ … “
โอ้ว พี่เอ พากย์ดีมากครับ … วิทยุที่ผมลงทุน Trip นี้ เกือบ สามพันบาท ดูมีคุณค่าขึ้นมาทันใด….. เสียงพี่เอ หล่อมากครับ …เสียงพี่หนึ่ง ก็ หล่อครับ …แต่ เข้าใจว่า วิ่งๆ แล้ว ลมเข้าท้องพี่หนึ่ง เลยทำให้ น้ำลายแห้ง …งดบทพากย์ในช่วงหลังๆ …
ผมเอง ก็ เห่อ วิทยุใหม่ครับ …อยากจะใช้มันเหลือเกิน…อุตสาห์มีปุ่มที่นิ้วให้กดเวลาพูด …ดังนั้น เวลามีใครรายงานอะไรเข้ามา…ผมต้องตอบไปตลอด
“ป๋อง pcx รับทราบ…” วันแรกจะพูดอย่างนี้ ก่อนได้นินจา ….
“ป๋อง นินจา รับทราบ …” กลัวเค้าไม่รู้ว่า ขี่รถอะไร… เคยถามสมาชิกบ้างมั๊ย ว่าเค้าจะอยากรู้หรือเปล่า…เนี่ย …

“ข้างหน้าเป็นด่าน ลดความเร็วนะครับ “ …เสียงพี่เอ หล่อมาอีกแล้ว
“ป๋อง นินจา รับทราบ “ …. อ้าว …ก็ไม่รู้จะพูดอะไรนี่หว่า…. แค่อยากกดปุ่ม …อยากพูด ยุกยิก ยุกยิก อยู่นั่น….

พี่เอ นำทีมได้ดีครับ …แป๊บเดียว หันไป เหลืออยู่สามคัน … หางแถวหายหมด…
พี่เอ ไม่ได้ขับเร็วครับ …เพียงแต่ เข้าโค้งกับ ทางตรง ความเร็ว แกเท่ากันเท่านั้นเอง….  เจ้านินจา ผมเลยได้ exercise การฝึกฝนกับน้องพี ที่ผ่านมาทั้งสองปี….
พี่เอ ขับแค่ไหน …ผมก็เอานินจา ร่อนไปแค่นั้นล่ะครับ … รถนินจา มันดีตรงคนซ้อน นี่ต้องเกาะแน่น …ดูใกลๆ นี่นึกว่าเป็นกระเป๋าหลังเลยทีเดียว

โค้งซ้าย …พริ่ว

โค้งขวา …พริ้ว…  engine เบรค ทำงานดีมากครับ ไม่เหมือน น้องพี … เพราะแค่ ผ่อนคันเร่ง รถก็ ลดความเร็วลงเอง

ขี่กันสนุกสนานมาก แป๊บเดียว ถึง หมู่บ้านมุเซอ…ไม่ได้เดินแล้วครับ …นั่งฟังพี่ๆ คุยกัน มากกว่า …เพราะแดดเริ่มร้อนแล้ว….

รถเคลื่อนพล… ออกไปยังปั๊มน้ำมัน … มาเที่ยวนี้ ผมสังเกตว่า บทพากย์ หายไป
เอ หรือ ว่าไปโดนปุ่มเปลี่ยน คลื่นหว่า …ขับมาไม่ได้ยินอะไรเลย …บรรยากาศการชับขี่ สนุกน้อยลงไปเยอะ ตอนไม่ได้ยินเสียงพี่เอ

ที่ปั๊มน้ำมัน มีพี่มาบอกว่า ต้องขับไปพร้อมกับ เฮียไฮ้ เพราะ เดี๋ยวเฮีย จะพาไปเอารถมาเปลี่ยน … ผมยังง่วนอยู่กับการปรับวิทยุ อ้าว channel มันก็ไม่ได้เปลี่ยนนี่นา ..แล้วทำไมไม่ได้ยิน เสียงเลยล่ะ …สอบถามได้ความว่า มีบางกลุ่ม เปลี่ยน คลืน …บ้างก็ว่า มีคนกดปุ่มค้างไว้ ทำให้ มันบอดทั้งกลุ่มเลย… แต่ ไม่มีใครบอกให้ทำอะไร …บอกแต่ให้คง คลื่นเดิม ซึ่ง มันเงียบมาร่วมชั่วโมงแล้ว …เอ หรือว่าคนอื่นมันไม่งียบหว่า ช่างมัน …

ออกจากปั๊ม … ผมย้ายมาอยู่กลุ่มสอง … เข้าใจว่ากลุ่มนี้ เค้าไม่มี speed limit มังครับ ขับตามสถานการณ์ แต่ก็ต้องดูให้ปลอดภัย  ผมจับตามองเฮียไฮ้ ตลอด …

เสื้อเฮียไฮ้ สวย จำง่าย Versys สีแดง ทะเบียน 200 ก็จำง่าย…

พอรถออกตัว …วู้ยยยยย   วิ่งกัน 140 กันเลยครับ … แต่ละคน ขับกันพริ้วมาก … ผมเอง ควบนินจา ลองรีดม้าออกมา …โอ้ว …วิ่งดีเหมือนกัน ….
กลุ่มสองวิ่งกัน เร็ว แต่ ก็เป็นระเบียบ … ตำแหน่งสลับฟันปลา ที่วางไว้ ทำให้ รถแต่ละคัน มี ระยะห่าง ที่ปลอดภัย  ผมขับง่ายๆ เพราะ ดู lead อย่างเดียว lead ไปไหน ผมไปด้วย  Lead เร่ง เราเร่ง lead เบา เราเบา… ชับสนุกมาก สนุกกว่า สลาลม ลงเขาเมื่อกี้นี้อีก ….
ขากลับ รถเยอะ พอควร …มีจังหวะหนึ่ง ที่ โดนรถบัง …แซงตามพี่เค้าไม่ทัน ..พอพ้นรถออกมา อ้าว หายไปไหนหมดแล้ว …

Versys แรงจริงๆ นินจา ตามแทบไม่ทัน 

วิ่งไปสักพัก …Lead ตีไฟ เข้าข้างทาง … ผมประกบเอีย ไฮ้ ตลอด …เมื่อกี้ วิ่งตามเกือบไม่ทัน …ได้จอดรถ อยู่ข้างกัน …เฮียบอกว่า รถในกลุ่ม มีค้นนึงทะเบียนจะหลุด เลย จอดไขกันก่อน… เฮีย ตาไวมาก …ผมยังสังเกตไม่เห็นเลย…รู้สึกทึ่งเฮีย จริงๆ  ….
แอบมองเครื่องแต่งกาย ของเฮียไฮ้ … เสื้อ Rev’it ของเฮีย สวยครับ …แต่ รองเท้า เฮีย ใส่ธรรมดามา …เหมือนๆ กับผม
“คุณป๋อง ทักษะ การขับรถดีมากเลยนะครับ “ …. เฮีย ชมต่อหน้า เล่นเอาเขิน …จนต้องรีบตอบขอบคุณไป…ใจนึกว่า สองปี ที่ขี่น้องพี แทบทุกวัน ….เอามาช่วยก็วันนี้แหล่ะ …

ขบวนเริ่มเคลื่อนอีกครั้ง …เราวิ่งมาจนถึง By pass เลี่ยงเมือง นครสวรรค์ … เฮีย ไฮ้ ตีไฟ เข้าซ้าย …แยกจากกลุ่ม …เราโบกมือ ให้กับ กลุ่ม สอง …ที่จะไปรอที่ปั๊ม รอผม กับ พี่วิทย์ ไปเปลี่ยนรถ….

ทริป ใกล้จบแล้ว …ใครจะไปรู้…ว่าอีกไม่กี่นาที ต่อมา … เรื่องไม่คาดคิด จะเกิดขึ้น ….

Trip 2012/02 แม่สอด ตอนเจ็ด “ตุ๊กกี้ วีเดย์”


ตอนที่ เจ็ด ตุ๊กกี้ วีเดย์

ออกจะเป็นงานปีใหม่ ที่ มาช้านิด …แต่ก็ยังอบอวลด้วยกลิ่นไอปีใหม่อยู่ครับ ..

ที่วัฒนาวิเลจ นี่ เค้าจะมีลานอเนกประสงค์ ที่ต่างจากที่อื่นๆ … เพราะ เค้า จะทำเป็นลาน ยื่นออกไปกลางน้ำ…
ลองนึกภาพดูว่าปีนขึนมาบนขุนเขา ถิ่นที่เป็นแหล่งเก็บน้ำดังๆ ของไทย ..ทางรีสอร์ทก็เลยทำอ่างน้ำ เอาไว้ แล้วก็ทำลานอเนกประสงค์ไว้บนน้ำนั้นซะเลย…

เวทีขนาดใหญ่ โดนตกแต่งให้เป็น บรรยากาศของงาน วีเดย์ครับ …

นักดนตรีมืออาชีพ โดนจัดมาขับกล่อม บรรดา สมาชิก ที่เหนื่อยจากการเดินทางกันมาทั้งวัน …
ใครที่เจอกันบ่อยแล้ว ก็ ทักทาย พูดคุยกันอย่างสนิทสนม …อย่างผม มาทริปแรก ก็ต้องแจกรอยยิ้มเอาไว้ก่อนครับ ซึ่ง ก็ได้รับรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ กลับมาทุกครั้งไป…
ชาว CVT นี่ ยิ้มเก่ง ยิ้มสวยกันทุกคนเลยนะครับ ….

อาหารจัดไว้แบบ บุฟเฟ่ ครับ เครื่องดื่มพร้อมสรรพ ที่สำคัญ น้องๆ หน้าตาดี หลายคน พร้อมใจกันมา บริการในงาน ….
ความสดใสแบบนี้ ทำให้งานชื่นมื่นได้อีกครับ….

กิจกรรมหลักๆ ก็จะเป็นการกล่าวทักทาย แนะนำ สมาชิก ครับ ซึ่งก็ ได้รู้จักครบถ้วนกันทุกคน … แต่ จะจำกันได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ น่ะครับ …
…ไม่รู้ว่า หมดงานนี้ จะมีคนจำชื่อผมกันได้อีกหรือเปล่า… เพราะ ยังไม่รู้จะมี ทริป ให้มาออกกันอีกบ่อยมั๊ย … เอาเป็นว่า คนน่าจะจำกันได้ จาก ที่ขี่ น้องพี มาร่วมก๊วน ล่ะ…

งานนี้ทำให้ผมรู้ว่า ที่ CVT เค้ามี ซุปตาร์ อยู่ด้วย …. หนึ่งในนั้น คือ พี่ตุ๊กกี้ ครับ….
ผมว่าพี่ตุ๊กกี้ หน้าเหมือนดาราคนนึง แหล่ะ … แต่ นึกชื่อไม่ออก .. เหมือนจะนามสกุล จ๊กม๊ก อะไรนั่น …
พี่ตุ๊กกี้ ผมไม่ทราบ Background พี่เค้าครับ แต่ เชื่อว่า รายได้หลัก น่าจะสายเดียวกับ ดาราดังๆ เช่น พี่เบริด ธงไชย หรือ พี่ตูน บอดี้ สแลม อะไรนั่นแหล่ะ …เพราะ แวบแรกที่ผมเห็นพี่ตุ๊กกี้ อยู่บนเวที …ต้องบอกว่า ออร่า จับพี่เค้ามากๆ ….
ยิ่งวาทะ คมคาย ที่เปล่งผ่าน ไมค์โครโฟนออกมานั้น ..ผมว่า โน๊ต อุดม …คงจะได้เคล็ดวิชา บางอย่าง ไปจากพี่ตุ๊กกี้ แน่ๆ ครับ …. แต่ก็คงเอาไปได้แค่บางส่วนเท่านั้น …  ความหล่อ ความเท่ห์ คงเอา มาเทียบ พี่ตุ๊กกี้ CVT ได้ยากครับ

ค่ำคืนนั้น ผมว่าสมาชิก ทุกคน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ตัวผมเอง …ได้รับความสุข หัวเราะ สนุกสนาน จากความบันเทิง ของพี่ ตุ๊กกี้ และ ทีมงาน เป็นอย่างมากครับ …ความเหนื่อย เมื่อยล้า จากการเดินทาง ทั้งวัน หายเป็นปลิดทิ้ง ….
ของรางวัล ที่ นำมาแจกให้กับ สมาชิก …ท่วมท้นครับ ผมยังห่วงเลยว่าจะแจกกันไม่เสร็จก่อนงานจะเลิก…เพราะ เยอะเหลือเกิน ….โต๊ะวางรางวัล จะยาวๆ พอๆ กับ โต๊ะที่วางอาหาร ซะอีก

มาเหนือทั้งที ก็ต้องมีการ ปล่อยโคมครับ … โคมหลายสิบลูก ขึ้นไปลอยสวยอยู่บนท้องฟ้า คืนนั้น

ผมออกจากงาน ไม่ใช่คนสุดท้าย …เพราะต้องกลับไป ชาร์ตพลัง สำหรับ การขับขี่พรุ่งนี้ …

ยังเสียดาย ที่ยังไม่ได้นั่งคุยกับ ทุกๆ คน……