Posts tagged ‘Ninja 250’

Japan Backpacker #34 ======= Ninja ====== เข้าใจว่าปัจจุ


บัน เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้โลกนี้ไม่เหลือ Ninja แล้ว

เหลือแต่มอเตอร์ไซต์ ชื่อรุ่นเดียวกัน

ผมได้แวะมาที่หมู่บ้านนินจาใน Saga …ต้องบอกว่า ทำไว้ดีมากๆ ตอนไปดู มีผมอญยู่คนเดียว คงเป็นเพราะเย็นแล้ว ทุกคนยังสวม spirit show เต็มที่ ได้ของขวัญติดมือมาจมเลย

ใครมีโอกาสแวะมานะครับ ดีจริงๆ

#backpacker
#onvacation
#pingponglifestyle

#ชีวิตในกล่อง


บทความจาก ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี 
โดย NickyRider

คำถามที่มีคนถามบ่อย พอๆกับทำไมเอาแค่250 คือ ราคาขนาดนี้ ทำไมไม่ซื้อรถ ทำไมถึงเอามอไซ ผมตอบจนขี้เกียจจะตอบ เอาเป็นว่า ขอให้อ่าน แล้วคิดตามนะครับ ผมเบื่อ”ชีวิตในกล่อง”

“ชีวิตในกล่อง” By Nicky Rider

เคยสังเกตุตัวเองมั้ย ว่าวันๆนึงทุกวันนี้ เราใช้ชีวิตอยู่แต่ในกล่อง
รูปทรงต่างๆ ไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม

เรานอนใน”กล่อง”
ตื่นมาใน”กล่อง”
เดินทางใน”กล่อง”
กินข้าวใน”กล่อง”
ทำงานใน”กล่อง”
เที่ยวใน”กล่อง”
พักผ่อนใน”กล่อง”
ดูหนังใน”กล่อง”
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม กิจกรรมส่วนใหญ่ของเราล้วนอยู่ใน”กล่อง”ตลอดเวลา

มันเป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ คนเราส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกันอยู่แบบนี้มาช้านานจนทุกคนมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่…สำหรับผม ผมว่ามันอึดอัด น่าเบื่อ และจำเจ ผมก็เคยคิด ว่าซื้อรถดีกว่ามั้ย เซฟกว่า ปลอดภัยกว่า สบายกว่า แล้วมันก็มีความคิดนึงแทรกเข้ามาว่า มึงยังอยู่ในกล่องไม่พออีกเหรอ และนั่นคือที่มาของการตัดสินใจซื้อ2ล้อ แทน4ล้อ

สำหรับผม ทุกครั้งที่ได้ขึ้นคร่อมไปบนเบาะ บิดกุญแจ เร่งเครื่องออกไป นั่น คือเวลาที่ผมรู้สึกอิสระ ไม่ต้องอุดอู้อยู่แต่ใน”กล่อง” ได้ออกมาสูดบรรยากาศภายนอก ได้ออกมารับแรงปะทะของลม ได้รับรู้ไออุ่นของแสงแดด ได้เจอเพื่อนฝูงพี่น้องตัวเป็นๆ ไม่ใช่มองหน้าคุยกันผ่านหน้าจอ4เหลี่ยมเล็กๆที่บรรจุมาใน”กล่อง”เล็กๆ เพื่อให้เราแกะใช้งานใน”กล่อง”ใหญ่ๆที่เราอยู่………ใช่ครับ “กล่อง” ที่ผมพูดถึงคือ อาคารบ้านเรือน รถยนต์ ห้องอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

เวลาอยู่บนมอเตอไซด์ ผมจะเปนใครก็ได้ จะไปที่ไหนก็ได้ ผมได้ควบคุมตัวเอง ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องคอยรับคำสั่งใคร หรือ ถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบภายใน “กล่อง” ทีนี้ คงเข้าใจแล้วนะครับ ทำไมผมเลือกเส้นทางนี้ นั่นเป็นเพราะว่า ผมเบื่อ”ชีวิตในกล่อง”…………
‪#‎วิ่งซ้ายแซงขวาเปิดทางไม่แช่‬
Nicky Rider ได้บอกไว้ ณ 5/10/2015

ปาดหน้า


ปาด
===ขี่รถช่วงหลังๆ โดนน้องมา “ปาด” บ่อย
เมื่อวาน โดนไปสองรอบ เช้ากับเย็น

ปาดเสร็จ พอเราตาม น้องจะหนี .. คิดว่า รถใหญ่ๆ อุ๊ยอ้าย .. คงตามไม่ทัน

ตามน่ะไม่ยากหรอก เพราะ เรา ขี่ในกรุงทุกวัน .. ถึงวันละไม่เยอะ แต่ ก็ท่ายาก เพราะ ขี่ตอนช่วงเวลาเร่งด่วน เช้าเย็น

มุดตาม ไม่นานก็ทัน ..ระหว่างตาม ก็สร้างความเสียวให้กับรถที่ติดๆ อยู่ไม่น้อย เพราะ รถใหญ่ เวลาวิ่งก็แคบ วิ่งไป เฉียดรถไปนิดเดียว

น้องหนี .. ก็เข้าใจว่ารู้ว่า ทำไม่ถูก ก็เลยหนี (แล้วมันจะทำทำไมวะ) บางทีเห็นตามมา ก็ หนีต่อ วิ่งไปอย่างนี้ ก็ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนใหญ่ตามทันครับ .. ที่ไม่ทัน เพราะ กลัว เดี๋ยวจะไปทำเค้า หรือ ตัวเอง คว่ำ ซะเอง เหอ เหอ

อยากจะบอกว่า เวลาขี่ ให้ ดู line กันดีๆ ( line ขี่รถนะครับ ไม่ใช่ line ใน โทรศัพท์ เดี๋ยวจะกลิ้ง) และ เวลาจะแซง อย่าปาด ครับ

เทคนิคการแซง ที่ปลอดภัย

1. ดูระยะห่างระหว่างรถก่อน .. ดูว่า ด้านขวา ไม่มีรถมาด้านหลัง (ดูกระจกนะ อย่าหันไปดู )
2. เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า อย่างน้อย ให้มันกระพริบ สักสามวิครับ …กะเอา ให้มั่นใจว่า คนด้านหลัง และ ด้านหน้าเห็นสัญญาณ ถ้ากลัวไม่พอ ก็ ใช้สัญญาณมือ
3. เปลี่ยนเลนแล้ว เร่งเครื่องไปเลยครับ อย่าเปลี่ยนเลน แล้ว ไปวิ่งอืดแช่ในเลนแซง
4. เปิดไฟ เลี้ยวซ้าย เพื่อ เปลี่ยนเลนกลับ ตอนเปลี่ยนเลนกลับ ให้ แซงพ้นด้านซ้าย ก่อน สักสองวิครับ (นับหนึ่งพันหนึ่งหนึ่งพันสองช่วย) ถ้าระยะแซงไม่ได้ ให้ เร่งเครื่องวิ่งจนได้ระยะ ครับ ค่อยแซง ถ้าเป็นกลุ่มนิสัยดี จะหันไป ผงกหัว ให้สัญญาณมือ ขอแซงก่อนครับ
5. จังหวะแซง บางที รถจะหลบให้เราแซง ถ้ามีระยะปลอดภัย ดีพอ ยกนิ้วโป้งมือซ้ายขอบคุณรถที่เราแซงด้วยครับ .. อันนี้ จะบอกเลยว่า “หล่อมาก”

ทำได้ตามนี้ .. บอกได้เลย ว่านิสัยดีมากๆ ครับ

ป๋อง Pongroofman

 

การจอดรถ Big Bike


คนเรามักจะพูดถึงวิธีการขับพี่ รถ Big Bike..
จะขี่ยังไง จะเข้าโค้ง ยังไง จะหยุดอย่างไร ..

แต่เรื่องแรกที่ปกติ ในคอร์ส อบรมการขับขี่ จะสอนกันคือ การ ขึ้นรถ เข็นรถ และ จอดรถ

วันนี้ผมจะมาพูดเรื่องการจอดรถก่อนครับ …เป็นเรื่องไม่ยาก แต่ ก็ควรต้องรู้ไว้

รถใหญ่ จะแตกต่างจากรถเล็กๆ ตรงน้ำหนัก ที่มาก .. ดังนั้นการเข็น การจอด ประเด็นคือ “การรักษาสมดุล” เพราะ รถส่วนใหญ่ น้ำหนัก สองร้อยกิโลขึ้นไปทั้งนั้น บทจะล้มขึ้นมา ก็ไม่น่าจะเข้าไปรับ ..

ไม่งั้น ขาแข้ง หักแน่ๆ ….

การรักษาสมดุล เราต้องทำความเข้าใจกับรถก่อนว่า การรักษาสมดุลที่ดี คือ จุดกลาง ดังนั้น ต้องไม่ติดตั้งอุปกรณ์ที่จะทำให้รถ เอียงไปซ้ายหรือขวา

พอรักษาสมดุลได้ .. ก็เคลื่่อนรถได้ง่าย .. ไม่ต้องใช้แรงมาก

การจอด .. ปกติ รถมอเตอร์ไซต์ จะคล่องตัวมาก วิ่งเข้าไปเสียบเลยก็ได้ ..

แต่ผู้รู้บอกว่า รถ Big Bike เวลาจอดต้องคิดถึงเวลาออกด้วย .. ตอนจอดไม่ค่อยมีคนเห็นหรอกครับ เพราะ วิ่งมาแล้วก็จอดเลย แต่ เวลาออก นี่คนมองตั้งแต่ เดินมาแล้ว .. ดูว่าแต่งตัวยังไง ขึ้นรถยังไง แล้วออกรถไปยังไง

ดังนั้น ภาพสวยงาม ก็จะเป็นว่า เดินมา ขึ้นคร่อมรถ แล้วก็ออกแบบปลอดภัย ไม่ใช่ จึ๊กจั๊ก เข็นเข้าเข็นออก กว่าจะออก เล่นเอา เหงื่อตกกีบ…

นั่นเป็นเหตุผลที่ควรจะหันหน้ารถออก เวลาจอดครับ เวลาไป จะได้ไปเลย ..

เคยได้ยินอันนี้มั๊ย เค้เรียก ทฤษฏี”ทำตามๆกัน” …
ว่ากันว่าคนเราชอบทำตามๆ กัน

เคยมีการทดลอง ให้คนเข้าไปในลิฟ ปกติคนเราจะหันหน้ามาทางประตู… ทีมงานให้คนปนเข้าไปกับผู้ทดลอง และให้หันหลังให้ประตูทั้งหมด… ผู้ทดลองตอนแรกงงๆ สักพัก ต้องหันหลังให้ประตูเหมือนกัน

จากที่ขี่รถมา เวลาจอด BB จะตามจ่าฝูง… เค้าจอดยังไงก็ จอดตามเค้า….

วันก่อนไปเจอที่จอดรถ BB เอาหน้าเข้า…. (เดาเลยว่า คนขี่รถเหล่านี้ ต้องไม่ค่อยไปอบรมขี่รถ เพราะเค้าสอน และ ให้เหตุผลด้วย ว่าทำไมต้ งจอด หันหน้าออก)… แล้วมีคนจอดเอาหน้าเข้าก่อน…เลยตามๆ กัน

ถ้าเรารู้ว่าเราถูก …. ก็อย่าไปผิดตามเค้าครับ…
ถ้าไม่รู้…ก็ควรหาความรู้…เพราะ ความไม่รู้ จะทำให้คนกลัว

อีกอย่างที่เป็นเหตุผลสนับสนุน คือ รถนี่ เดินหน้าจะง่าย กว่า ถอยหลัง เพราะ รถส่วนใหญ่ จะไม่มี เกียร์ถอย ต้องใช้ปลายเท้าดันๆ เพื่อถอย .. ดังนั้น ถ้าถอยลงทางลาด จะเบาแรง กว่า ถอยขึ้นทางชัน ..
ถนนส่วนใหญ่ ก็จะออกแบบให้เป็นทางลาดชันเข้าขอบถนน เพื่อ การระบายน้ำครับ ทำให้ การถอยหลังเข้าจอด จะสะดวกกว่ามาก อีกทั้ง เวลาเราจอดรถ สัญญาณต่างๆ จะชัดตั้งแต่หยุดรถ ทำให้ รถที่ตามมามองเห็น เมื่อเราหยุด และถอยเข้า ก็ จะปลอดภัย

การเอาหน้าเข้าแล้วถอยหลังออก ดีไม่ดี เจอรถที่วิ่งมาเร็วๆ เฉี่ยวท้าย ล้มบาดเจ็บเอาได้ ..ดีไม่ดี รวบเอารถเพื่อนที่จอดอยู่ ล้มไปด้วย .. ดังนั้น เห็นใคร จอดไม่เข้าพวก (จอดผิดด้วย) ก็ต้องบอกกล่าวครับ ไม่งั้น … ได้ไปกันทั้งแถว

สำหรับการจอดทางที่ชันมากๆ หรือ จอดชิดขอบ ให้ดี ก็เข้าเกียร์หนึ่งไว้ครับ กันรถไหล .. เป็นการเพิ่มความปลอดภัยเข้าไปอีกครับ

จอดให้ปลอดภัย (และหล่อ) วันนี้ เพื่อความสุนทรีย์ในการขับขี่ได้อีกในวันหน้าครับ

ป๋อง Pongroofman


ระดมสมอง เรื่องวิธีการจอด

มาเงียบ…ยกระดับนิสัยดี


ยกระดับนิสัยดี
==========
รถ Big Bike ท่อเดิมๆ ก็เสียงกระหึ่มอยู่แล้ว …
จำได้ว่าขี่ไปทำงานแรกๆ พี่ผู้หญิง ที่ไม่ชินเสียงรถถึงกับตกใจ

เราเองขี่ทุกวัน ยิ่งเจอท่อแต่ง ยิ่งรู้สึกว่าท่อเราไม่ดัง….

หลังๆ ผมรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่ ตอบสนองในทางไม่ดี กับเสียงที่ดังมากๆ และ เริ่มทำให้ทัศนคติที่ไม่ดีในเรื่องอื่นๆ ตามมา …

สถานที่สาธารณะ หลายๆ ที่ ก็ ไม่อนุญาตให้ รถเสียงดังเข้าแล้ว …(ลองนึกภาพ ตอนที่เค้าเริ่มห้ามไม่ให้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะดูซิ แล้วเทียบกับตอนนี้ดู อนาคต Big bike อาจคล้ายๆ กัน)

ดังนั้น พวกเรากลุ่มนี้ ตั้งใจเป็น biker นิสัยดีอยู่แล้ว พี่ป๋องจึงอยากเชิญชวน

1. ดับเครื่องทันทีเมื่อจอด (ถ้าดูแล้วปลอดภัย ดับก่อนจอดก็ยิ่งดี …มาเงียบเลย)
2. ไม่เบิ้ลเครื่องเมื่อรถจอดนิ่ง (เหตุผลที่เคยถาม รถตุ๊กๆ ที่ชอบเบิ้ลเครื่อง คือ กลัวมันดับ… big bike คงไม่ใช่ เพราะรถแรง คงดูตอนวิ่งมากกว่าตอนจอด)
3. ท่อแต่ง ถ้าเป็นไปได้ก็ ใส่ silencer ครับ

สามข้อง่ายๆ ช่วยๆ กันครับ

มีความคิดเห็นก็ ลองแชร์ กันดูนะครับ พี่ป๋องจะได้ นำไปปฏิบัติเสริมได้ด้วย

นิสัยดี เริ่มที่ตัวเอง และ บอกคนรอบข้าง
ขับขี่ปลอดภัยทุกท่านนะครับ

ป๋อง
Pongroofman

Trip 2012/02 แม่สอด ตอนสิบ “ตอนจบ”


ตอนที่สิบ ตอนจบ

ภาพรวม Trip นี้ ดีมากๆ ครับ ..สุดยอดความประทับใจ…และ ในส่วนตัวผมเอง ..มาครั้ง เดียว คงทำให้คนจำชื่อได้แม่น.. Pongroofman (ป๋อง รุฟแมน) ยกเว้นพี่หมอแม๊ค ที่ ยังเรียกผมว่า “พงศ์” อยู่บ่อยๆ เหอ เหอ
เรื่องเส้นทางเดิน ความปลอดภัย ทำได้ดีครับ … อาหาร การกิน ที่พัก perfect

ครั้งนี้…โชคดีที่ผม เจ็บแค่นิดหน่อย แต่ อีกสองคน เจ็บมากครับ …น้องหนูนา กลับมากรุงเทพฯ ก็ มาผ่าตัดที่ ไทยนครินทร์ เพื่อยึดสกรู ตามที่หมอแนะนำ
ในส่วนของผมเอง เจ็บมากก็จะมีที่ ศอกซ้าย กับ เข่าซ้ายครับ .. ซึ่ง เชื่อว่า ตัวอุปกรณ์ที่ใส่ไป รับแรงเอาไว้พอสมควร ทั้ง สนับเข่า และ ตัว การ์ด ที่อยู่ในเสื้อ…

งานนี้ เปลี่ยนความคิดผมไปเลยครับ จาก  ที่คิดเรื่อง แต่งรถ … จะแต่งท่อ ยังไง จะติดปี๊บแบบไหน …จะทำอะไร กับรถบ้าง …ตอนนี้ พักไว้หมดครับ … สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำความคุ้นเคย กับ รถ โดยเฉพาะ เรื่อง เบรค
เบรคยังไง ให้คุมรถได้ ..จำเป็นมาก ..นี่จ้องๆ คอร์ส เรียน ของ พี่ ไก๋ ไว้ครับ ..กะว่า เดือนมีนา ก็จะได้เรียน
อันที่สองคือเรื่องของ อุปกรณ์ เครื่องแต่งกาย เพื่อความปลอดภัย ยังขาด รองเท้า กับถุงมือดีๆ อยู่ครับ …เดี๋ยวต้องไปจัดมาหน่อย
ส่วนอันที่สาม ก็ เรื่องของ ทักษะ การขี่ออกทริป ครับ …โดยเฉพาะ ล้มครั้งนี้ …รู้แล้วว่าเป็นเพราะ อะไร …ตาที่มอง คันหน้า …กับการมองระยะข้างหน้า ต้องฝึกให้สมดุลกัน …รู้อย่างนี้ … การขี่ครั้งต่อไป ก็ไม่หลอนครับ…
คงยังมีอีกมาก ที่ต้องพัฒนา ในเรื่องของการ ขี่ พาหนะ สองล้อแบบนี้… แล้ว ถ้ามีโอกาส ดีๆ คงจะได้มาเล่าให้ฟังกันใหม่ครับ …

ขอขอบคุณ

Blog นี้จะไม่สำเร็จลงเลยครับ …ถ้าขาดบุคคลต่างๆ ดังต่อไปนี้ …

ทีมงาน พี่ๆ CVT ที่จัดงานนี้ขึ้นมา ครับ… ทริปแรกของผม ประทับใจมากมายครับ … ได้ประสบการณ์ มาเล่าให้ฟังกันได้ ถึงสิบตอน

สำหรับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ที่ผมเล่าไว้ใน “ตอนที่ 9 เสี้ยววินาที” .. มีคนหลายคน ได้เข้าช่วยเหลือ จึงขออนุญาต นำมาขอบคุณ ณ.ที่นี้ ครับ

คนแรกเลยคือ เฮียไฮ้ ครับ … ทั้งให้ยืมรถ และ ขนาดเจ้าตัวเจ็บขนาดนี้ ปากยังพูดขอโทษผมตลอด …ซึ้งมากครับ …หนูนาบอกว่า เฮียไฮ้ บอกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ให้ดูแล ผมเและหนูนาเป็น พิเศษด้วย… ดูน้ำใจเฮียครับ…
ผมเองต้องขอโทษเฮียด้วยครับ …ที่ทำรถเฮียพังไป…

คนที่สอง นี่ขอเป็นกลุ่มคนนะครับ คือ ครอบครัวของเฮีย เองครับ มากันหมดเลย ทั้งซ้อ ทั้ง ลูกสาว และอีกหลายคน ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ในขั้นตอนการรักษา ของทางโรงพยาบาล

คนที่สาม พี่ชาญณรงค์ ครับ พี่ชายใจดี รูปหล่อ ที่ช่วยบอกน้องๆ ในทีม หิ้ว น้องพี ผมกลับกรุงเทพ ขอบคุณน้องๆ ในทีมด้วยครับ

คนที่สี่ คือ น้องเอ็ม กับ น้องอาร์ท สองท่านนี้ไม่ได้อยู่ในคลับ แต่ เป็นเพื่อนของพี่จิ๊บ คนในคลับครับ  ที่เอาของขวัญไปให้เด็กๆ ที่เชียงดาว สองท่านนี้ ขับ ฮอนด้า แจ๊ส ขนของไปครับ ผมกับ หนูนา เลย ได้อาศัยรถคันนี้นั่งกลับมากรุงเทพฯ …ขอบคุณมากมายครับ

คนที่ห้า คือ พี่วิทย์ ครับ พี่วิทย์ เป็นคนที่ ที่ ขับ ตามมา เราจะเอารถที่ยืมมาจากร้านเฮียไปคืนครับ ก่อนเกิดเหตุ พี่วิทย์ แวะที่ปั๊มครับ ไม่งั้น คงตามมาเป็นคันที่สาม และ ไม่แน่ใจว่า เราจะได้คนเจ็บเพิ่มหรือไม่…. เพราะ เคสนี้ …ไม่ธรรมดา
พี่วิทย์ ช่วยตอนนำคนเจ็บเข้าโรงบาล และ เก็บทุกอย่างให้อย่างเรียบร้อย … สุดท้าย มาบอกผมอีกว่า จะขี่น้องพี กลับกรุงเทพฯ ให้อีก… โอ้ว …พี่ชายดีมีน้ำใจ อย่างนี้ …เกิดมา เจอไม่เยอะครับ ..แต่ คลับนี้ มีแบบนี้หลายคนเลยครับ… ขอบคุณพี่วิทย์มากๆ เลยครับ

คนที่หก พี่สาวคนสวยคนที่ซ้อนท้ายพี่วิทย์ครับ … ผมขอโทษที่ไม่ได้ชื่อไม่ได้ พี่เค้า มาช่วยดูน้องนา แบบประกบ ติดครับ และ ให้กำลังใจ ดีมากครับ …ขอบคุณมาก สำหรับพี่สาวแสนสวย น้ำใจดี

คนที่เจ็ด พี่หมอแม๊ค ที่มาพร้อมกับพี่น้อง ในทีม นะครับ พี่หมอได้ให้คำแนะนำดีๆ ตอนอยู่โรงพยาบาลครับ …เมื่อครู่ ก็ได้โทรคุยกัน และ พี่หมอก็ได้แสดงความห่วงใยมาครับ…. ขอบคุณมากครับ ถึงแม้จะได้ร่วมทริป่ กับพี่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่การดูแล ของพี่ และ พี่ๆ ในทีมงาน นี่ เหมือนกับ เรา รุ้จักกันมานานแล้วเลยครับ….

ไว้มีโอกาส ทริปหน้า… คงได้มีโอกาส เจอกันครับ …วันนี้ ผมได้ไปรับน้อง ซีดสส์ เข้าบ้านเรียบร้อยครับ

ขอบคุณทุกท่าน ที่ติดตามอ่านมาจนจบ …และ มีเมตตา กด +1 ให้หลายๆ ครั้งครับ …

ป๋อง

18 Jan 2012

Trip 2012/02 แม่สอด ตอนเก้า “เสี้ยววินาที”


ตอนที่เก้า  เสี้ยววินาที

…ผมโบกมือลา พี่ๆ กลุ่มสอง …เราแยกกันที่ By pass ครับ …ตอนนั้นใจก็นึกถึงน้องพี ที่ฝากเฮัียไฮ้เอาไว้
ตอนนี้ ขี่รถตามเฮีย กลับไปที่ ศูนย์  เดี๋ยวขากลับ ก็จะได้กลับไปรวมกับกลุ่มสามเหมือนเดิม ..เพราะ น้องพี ความเร็ว คงไล่พี่ๆ เค้าไม่ทัน
กลุ่มสาม Limit speed ครับ ยังไงก็หนีเราไม่พ้น …

…มองดุูสัญญาณไฟ สีแดงตรงหน้า … เฮียไฮ้ อยู่ตรงด้านขวา ข้างๆ กัน ..
ชอบมองเฮียไฮ้ รู้สึกทึ่ง ..เป็นผู้ใหญ่ ใจดี … และ ดูหนุ่มมาก …  เหมือนพี่ๆ หลายๆ คน ใน club
.
เสื่อเฮียสวยดี…แอบมองรองเท้า เฮียอีกแล้ว… ใจก็นึกว่า อย่างเราไม่เป็นไร เฮียยังไม่ใส่ บู๊ท เลย…

ไฟสัญญาณ เปลี่ยนจากแดงเป็น เขียว เสียงสับเกียร์ดังสลับกับเสียงเครื่องยนต์…
ผมปรู๊ด ออกไปก่อน ..ตามประสารถเล็ก …จากนั้น เฮียก็วิ่งแซงออกมา

เที่ยวนี้ ไม่กล้าช้าแล้วครับ …ยังเข็ดจากเมื่อกี้ ตอนมากับกลุ่มสอง …ติดรถคันหน้าแป๊บเดียว พ้นมา ทิ้งกันหายเลย
เที่ยวนี้ รับรองไม่ให้หลุด สายตาผมจึงจับอยู่กับเฮีย เป็นหลัก…

เรายังวิ่งแบบสลับฟันปลา  เฮียอยู่ข้างหน้า ผมอยู่ข้างหลัง ด้านซ้าย ของเฮีย … จริงๆ ต้องมีพี่วิทย์ อีกคัน แต่ พี่วิทย์ หายไปตอนไหน ไม่ทราบแล้ว …
เออเนอะ พี่วิทย์หายไปตอนไหนหว่า … แต่ จะรอก็ไม่ได้แล้ว เฮียไม่ได้ใช้วิทยุ …เราก็ไม่ชำนาญทาง ตามตูดเฮีย อยู่สัก สามช่วงตัว

Ninja 250 นี่ขี่ดีจริง …เปิดคันเร่ง …ปึ๊บ เข็มไมล์ สุงขึ้นเรื่อยๆ สังเกตหลังสุด น่าจะเกินร้อยไปแล้ว …เหมือนจะแถวๆ ร้อยสี่สิบ

ตามองที่เฮีย ที่อยู่ด้านขวา รักษาระยะ เรื่อยๆ … สลับกับเหลือบมองทางข้างหน้า…เอ๊ะ.!..
เอ๊ะ!  นั่้นเส้นอะไรข้างหน้าหว่า…สีแดงๆ ไกลๆ เป็นเส้น   เหลือบ ดู ด้านขวา เฮียยังรักษาความเร็วสม่ำเสมอ
เพ่งสายตามอง ผ่านชิวล์หน้า เส้นสีแดงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ …จนเริ่มมองเห็นได้ชัด….

“เอ้ย นั้นมั่นก้อนปูน กั้นถนนนี่หว่า …แล้วทำไมเอามาตั้งเรียงซะแบบนั้น .. เมื่อสมองสั่งการได้ เท้าเหยียบลงไปที่เบรคทันที ความรู้สึกว่า ล้อหลัง ล็อค ..
มองไปด้านหน้า …ถ้าตาไม่ฝาดเห็นเฮียไฮ้ เหยียบเบรค จังหวะเดียวกับ ที่ผมเหยียบเลย แสดงว่า เห็นพร้อมๆกัน …
ผมยังพยายามมองหา ช่องที่จะมุดออกไปได้ ..แต่ ให้ตายซิ ไม่มี แม้แต่ช่องเดียว …ก้อนปูน วางเป็นเส้นตลอดแนว จากซ้ายไปขวา …รถทีวิ่งมา ต้องเบี่ยง ออกขวา ไปวิ่ง ฝั่งกระโน้น ตามกรวยที่วางไว้ ….

ตอนนั้นผมไม่นึกห่วง เฮียไฮ้ …เพราะ เชื่อว่า เฮียไฮ้ ขี่รถมานานกว่า สถานการณ์ อย่างนี้ เอาตัวรอดได้แน่ๆ … ห่วงแต่ตัวเอง จะพ้น ก้อนปุนมั๊ย เพราะ อยู่ลึกมาทางซ้าย ลึกกว่าของเฮีย …
รถที่สไลด์ เข้าไป ผมยังรู้สึกว่ายังคุมได้อยู่ สติยังไม่แตก แต่นึกๆ ว่า ถ้าเลี้ยวปัดเข้าไปได้ แล้วไม่โดนก้อนปูน  ตอนจะหัก กลับมาทางซ้าย จะทำได้หรือเปล่าม่ารู้ เพราะพอ รู้ว่าต้องทำยังไง …แต่ปัญหามีอย่างเดียวคือ ไม่เคยฝึกทำ

เอาละวะ ..โดนไม่โดน.. รถเริ่มเอียงไปทางขวา …สายตาก็มองไปทางขวา ผ่านไปทางรถเฮียไฮ้ กะแนวของถนนฝั่งโน้น …
“ตูม..เสียงรถเฮียไฮ้ ประทะก้อนปูน ลูกสุดท้าย ทั้งรถทั้งคนกระเด็น เห็นอยู่ตรงหน้า…

ผมรู้สึกว่ารถผมก็เสียหลักทันทีเหมือนกัน  …ภาพหลังจากนั้นหายวูบไป …ไม่รู้ว่า เป็นเพราะหลับตาหรือเปล่า เพราะจำอะไรไม่ได้เลย… ภาพที่เห็นอีกที คือ ตัวเอง นอนอยุ่กับพื้น มองเห็น รถนินจานอนตะแคง เอาด้านซ้าย แนบพื้น อยุ่ข้างๆ …

ผมค่อยๆ ขยับมือ แขน แล้ว ยันตัวเอง ขึ้น ลองเกร็งขาดู ไม่มีเจ็บที่ไหน จึงค่อยๆ ลุกขึ้น…ค่อยๆ ยืน…
สายตาเริ่มมองหา น้องนา… อยู่ไหนแล้ว เพราะ ด้านขวามีแต่รถ… หันไปมองรอบๆ เห็นน้องนานอนหงายท้องอยู่ด้านขวา ..

เจ็บตุ่ยๆ ที่เข่าซ้าย ..ลองก้มลงดู สนับเข่าที่ปิดอยู่ด้านหน้า โดนอะไรปัดจนหันไปอยู่ด้านซ้าย เป็นรอยถลอกปอกเปิก …หมุนกลับมาอยุ่ตำแหน่ง ให้เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม

ใจตุ้มๆ ต่อมๆ น้องนาเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย… นอนนิ่งไม่ไหวติง…
“น้องนา …น้องนา เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั๊ย”  ผมถาม
“เจ็บ …เจ็บ ขา …อูย..” น้องนาคงเจ็บหนัก…
“นอนเฉยๆ อย่าเพิ่งขยับอะไรนะ ..” ผมบอก แล้วก็เดินเขยก ไปดู เฮียไฮ้

ร่างเฮียไฮ้ นอนนิ่งไม่ไหวติง อยู่ อีกด้านของถนน … แท่งปูนที่โดนชน กระเด็น ไปร่วมเมตร…แสดงว่า ตัวรถน้ำหนักสองร้อยโล แลกเปลี่ยนโมเมนตัม กับก้อนปูนไปเต็มๆ
“เฮีย ..เฮีย…เป็นไงบ้างครับ …” ผมถามเฮีย ไม่กล้าแตะตัว…
เฮีย สีหน้ายังดี …พูดเสียงเบาๆ “ผมสงสัยกระดูกจะหักหลายท่อน”..ผมใจหายวาบ เพราะ รุ้ว่า ตอนนี้เฮียต้องเจ็บมากเลย …
“ใจเย็นๆ นะครับ …เดี๋ยวรถพยาบาล ก็จะมาครับ …”
“ไม่ต้องห่วงนะ ..รถเราทุกคัน เรามีประกัน …” เฮีย บอกตอนท้าย เสียเบาๆ ..โห เฮีย ยังอุตสาห์เป็นห่วง

ตอนนั้นได้น้องคนนึงขับรถผ่านมาหยุด โทรเรียกตำรวจ และ รถพยาบาลให้..

ผมเดินกลับมาดูน้องนา …ชาวบ้านเริ่มเข้ามาช่วย บางคนส่งยาดมมาให้ น้องนา ยัง สีหน้าไม่ดี ..ท่าทางจะปวดมาก

สักพัก พี่วิทย์ ก็มาถึง พี่วิทย์ วิ่งไปดูเฮีย ส่วนแฟนพี่วิทย์ วิ่งไปดูหนูนา
ส่วนผมวิ่งไป มา กับทั้งสองด้วยความเป็นห่วง จนลืม อาการเจ็บของตัวเอง

ียี่สิบนาทีต่อมา รถพยาบาลพาเรามาถึงโรงพยาบาลปากน้ำโพ หมอดูอาการ ของ เฮีย และ หนูนา ตอนที่ช่วยถอดเสื้อ และ รองเท้าให้กับ เฮีย …ผมเห็น หลังเท้าซ้ายของเฮีย เป็นแผลแดง …
แสดงว่า ตอนปะทะ กับ ก้อนปูน เท้าต้องโดนรถเอัดเข้าไปแน่ๆ

ทั้งคุ่ ถูกส่งเข้าไป X ray ผลปรากฏว่า เฮีย แขนหัก ส่วนน้องหนูนา กระดูกเท้าร้าว
เฮีย ชวนให้รักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาล ปากน้ำโพ แต่ ผมตัดสินใจ นำหนูนา และ รถกลับกรุงเทพฯ

รถตู้ของทีมช่าง ขนรถพี่วิทย์ และ น้องพี ขึ้นรถ มุ่งหน้า พระรามเก้า
ส่วนผมกับน้องนา ได้ น้องเอ็ม กับ น้องอาท ช่วยขับ กลับมากรุงเทพฯให้

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วมาก …โชคร้ายที่เกิดเรื่อง แต่ ก็โชคดีที่ไม่มีใครเป็นไรมากไปกว่านี้

บทเรียนครั้งนี้ราคาแพงครับ ….ครั้งต่อไป รู้ละว่าต้องระวังยังไง…