Posts tagged ‘ขี่รถทำบุญ’

ช่วยน้อง สอนเรา : โลกแห่งความเงียบ


บางทีผมเคยนึกแปลกๆ กับทุกๆ อย่างที่เราได้รับรู้ว่า แต่ละคนรับรู้ได้ต่างกันอย่างไรหรือไม่

เช่น สิ่งที่ เราเห็นว่าเป็นเทียนไข จริงๆ แล้วเทียนไข รูปร่างเป็นอย่างไร แต่ละคนรับรู้เหมือนกัน หรือเปล่า หรือว่า แต่ละคน การรับรู้แตกต่างกันไป แต่ “เข้าใจตรงกัน” ว่า นี่คือเทียนไข

อย่างเช่น โลกของพี่ ทองสา วรชินา อายุ 61 ปี ที่ พิการหูหนวก มาแต่กำเนิด … โลกของพี่ ทองสา ที่พี่เค้ารับรู้จะเป็นอย่างไร

พี่ทองสา ปัจจุบันมีชีวิต อยู่ในโลกส่วนตัวของแก ภายใต้การดูแลของ น้องสาว กับ น้องเขย ที่คอยดูแลพี่ชายคนนี้

รายได้ของพี่ทองสา คือ เบี้ยเลี้ยงคนพิการ ที่ได้รับเดือนละหนึ่งพันบาท สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพในแต่ละเดือน

 

ตอนผมเข้าไป พี่ทองสา นอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน ผมได้ภาพนี้มาโดยไม่ได้รบกวนพี่เค้า …

พี่เค้าคงอยู่ในโลกส่วนตัวที่เงียบสงบ … จนผมไม่กล้าเรียกให้หลุดจากภวังค์

นี่เป็นอีกที่ที่เราตั้งใจจะแวะไปในทริปนี้ครับ

Advertisements

ช่วยน้อง สอนเรา : อายุยืน


อายุยืน
=====

หลายครั้งที่ผมได้ยินคำอวยพร ให้อายุยืน …
ผมว่าคำว่าอายุยืน จะดี ถ้าสุขภาพของเราดีด้วย

คนโบราณ จะมีกิจกรรม ที่ออกกำลังอยู่เสมอ ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพสมบูรณ์ ดังนั้น ตอนเด็กๆ ผมจะไม่รู้สึกว่าคนที่อายุเยอะ หรือคนแก่ เป็นคนที่สุขภาพไม่ดี

เพราะคนแก่ที่ผมรู้จักทุกคนล้วนแต่แข็งแรง เดินเหินได้คล่องแคล่ว ไม่ต่างจากหนุ่มสาว

พอผมอายุมากขึ้นได้รู้จักคนมากขึ้น รวมถึงตัวเอง ก็อายุมากตามวัย … ก็เริ่มตะหนักว่า สุขภาพดีๆ ไม่ได้อยู่กับเราตลอด

ร่างกายที่เราใช้งานมาแบบไม่ได้หยุดพักหลายสิบปี ถึงวันนึงก็มีการเสื่อมสภาพ

บ้านหลังที่ห้า ที่ผมและทีมงานแวะมาวันนี้คือ บ้านของคุณยายดี พาณิชย์ อายุ 97 ปี …!
ใช่ครับ 97 ปี ฟังไม่ผิดหรอก … ผมเอง ยังแทบไม่เชื่อหู ว่า คนเราจะมีอายุได้นานขนาดนี้

เพราะคนรอบตัว ที่อยู่ในเมืองหลวง หรือ เมืองใหญ่ แค่อายุ หลักสี่ บางคนก็รีบจากไปซะแล้ว

คุณยายดี เป็นคนตัวเล็ก ผมนั่งใกล้ๆ นี่ แกเหมือนตุ๊ตาเลย
คุณยายหูไม่ดี ตามองไม่ค่อยเห็น ดังนั้น ตอนพูดคุยกันเราเลยต้องตะโกนบอกแก ถึงกระนั้น ก็ยังสื่อสารกันลำบาก

คุณยายดี อยู่กับ พี่ทองจันทร์ พิมพ์ทประกัน น้องสาว ดูแลอยู่…

ผมว่า ยายดี เป็นอีกท่านนึงที่เราเลือกที่จะมาเยี่ยมในทริปนี้ครับ … อย่างน้อย ได้เห็นลูกหลานมาให้กำลังใจ ผมว่า กำลังใจแกคงจะดีขึ้นมาเป็นโข

ช่วยน้อง สอนเรา: ผีเสื้อที่บอบบาง


จิตใจที่เข้มแข็งภายใต้ร่างกายที่บอบบาง
=========================
ผมรับทราบจากผู้ใหญ่บ้าน ว่ามีน้องที่เป็น “เด็กดักแด้” อยู่คนนึง ตอนแรกนึกว่ายังเป็นเด็กเล็กๆ

พอได้เจอกับน้อง จึงรู้ว่า น้องโตเป็นสาวแล้ว …ผมขอเรียกเธอว่า น้องฟ้า ละกันนะครับ

น้องฟ้า อายุ 23 ปี แล้ว .. เป็นเด็กดักแด้ตั้งแต่เกิด ผมเองลองค้นดู จึงพอทราบ ถึงที่มาของโรคนี้อย่างคร่าวๆ

โรคนี้เป็นโรคที่สืบกันทางกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติ มีทั้งกลุ่ม Ichthyosis group (อิก-ไท-โอ-ซิส) และ Epidermolysis Bullosa (EB) อันแรกพบไม่บ่อย ส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มหลัง

ความผิดปกติของเด็กดักแด้จะอยู่ที่เซลล์ผิวหนัง ปกติเซลล์ผิวหนังจะแบ่งตัวและเคลื่อนตัวขึ้นมาเปลี่ยนเป็นหนังกำพร้า และหนังกำพร้าจะถูกย่อยให้ละเอียดลงและหลุดออกไปเป็นหนังขี้ไคล แต่ในเด็กดักแด้ชั้นหนังกำพร้าจะไม่ยอมย่อย จะแข็งติดอยู่ ก็เลยทำให้หนาขึ้นเรื่อย ๆ

อันตราย ของเด็กดักแด้ คือ เมื่อหนังแห้งจะตึง และหดตัว ตอนแรกผิวหนังก็ชุ่มฉ่ำเพราะยังอยู่ในน้ำคร่ำ

พอคลอดออกมาโดน อากาศผิวหนังจะแห้ง พอผิวหนังแห้งจะเกิดการรัดตัว หดตัว
และดึงทุกส่วนที่เป็นช่องเปิดเช่น ตา หนังเยื่อบุตาจะปลิ้นออกมา ดึงตรงปากเยื่อ บุปากก็จะปลิ้นออกมาทำให้เกิดปัญหา ตาปิดไม่สนิท เกิดการระคายเคือง แก้วตาขุ่นมัว หรือ ถ้าปากปลิ้นก็จะทำให้เด็กดูดนม ดูดน้ำไม่ได้

เด็กดักแด้ที่อาการไม่ รุนแรงสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ แต่เขาจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อและสูญเสียความร้อนทางผิวหนังได้ง่าย

ผมเจอน้องฟ้า น้องฟ้าผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิตมาแล้ว 23 ปี การพูดการจาของน้องฟ้าเป็นคนปกติเหมือนเราๆ ท่านๆ ผมเอง ว่า กริยามารยาทออกจะน่ารัก และ ความคิดความอ่านดูมีเหตุมีผลดี

น้องบอกว่า เรียนจบแล้วตอนนี้อยู่บ้านเฉยๆ เพราะ ไปทำงานที่ไหน ก็ไม่มีใครรับ ใจเอง อยากมีชีวิตเหมือนคนปกติเค้า … ไม่อยากเก็บตัวอยู่กับบ้านแบบนี้ แต่ ก็เข้าใจที่คนส่วนใหญ่เมื่อพบ ก็จะรู้สึกกลัว …

เหมือนที่ผมเคยดูในหนัง เรื่อง Transcendence ที่มีคำกล่าวอยู่หนึ่งคำที่ผมชอบมากคือ … “มนุษย์จะกลัว..ในสิ่งที่ไม่เข้าใจ”

ผมและพี่ๆ ที่มา survey ครั้งนี้ เข้าใจ ในตัวน้องฟ้า ครับ และ อยากเป็นกำลังใจให้น้องฟ้า แม้จะกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็อยากให้รู้ว่า … ในสังคมของเรานี้ .. ก็มีอีกหลายคน ที่ อยากที่จะแบ่งปัน ความสุข ให้กัน …

ถึงแม้จะเป็น่ส่วนน้อยๆ แต่ รวมๆ กัน ก็ช่วยให้วันนั้น เป็นวันหนึ่ง ที่มีความสุข ได้เช่นกัน

อ่านเพิ่ม

http://www.inderm.go.th/inderm_sai/health1.html

ช่วยน้อง สอนเรา : น.ส.ละมูน


น.ส.ละมูน
=======
กลุ่มพวกเราเดินออกจากบ้านน้องฟ้า …และ มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังถัดไป ..
เสียงอาการดีใจ ทีมีคนเดินเข้ามา …ดังออกมาจากด้านหลังบ้าน

น้องละมูน บัวจันทร์ อายุ 32 ปี นั่งอยู่บนเสื่อ ข้างข้างคุณแม่ ชื่น บัวจันทร์ อายุ 57 ปี…

พวกเราทักทายพูดคุยกับ น้องละมูน แต่ ดูเหมือน การสื่อสารระหว่างเรา ต้องให้แม่ชื่น มาช่วยแปล …น้องละมูน ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่อง แต่ การควบคุมกล้ามเนื้อให้ออกเสียงนั้น ดูเหมือนเป็นความยากเย็น

คุณแม่ชื่น เล่าว่า ตั้งแต่แต่งงานและได้น้องละมูน มาชีวิตของคุณแม่ก็เปลี่ยนไป เพราะ อาการพิการจาก ดาวน์ซินโดรม ของน้องละมูน นั้นทำให้ คุณแม่ไม่สามารถที่จะไปไหนมาไหนได้ เพราะต้องคอยอยู่ดูแล ลูกสาวคนนี้

จากที่เป็นแม่ ก็ต้องเป็นทั้ง ครู ทั้งเพื่อน ที่อยู่ด้วยกันทั้ง 24 ชั่วโมง ดูแลทุกอย่าง ทั้ง อาบน้ำ หาข้าวให้ทาน จนกระทั่งการขับถ่าย

เห็นภาพอย่างนี้แล้ว นึกถึง หัวอกคนเป็นพ่อแม่ ที่ยังไงก็ไม่เคยทิ้งลูก สะท้อนให้พวกเราต้องคิดถึงการดูแลพ่อแม่ของเราที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ดีเช่นกัน …

เดินออกจากบ้านน้องละมูนแล้ว…รู้สึกซึมๆ อย่างไรก็ไม่รู้

ช่วยน้อง สอนเรา : ยายคำใส บ้านแรก


ตอนแรกที่พี่เชียร สันดาน สันจร และ พี่อ๊อด Visoot Onlamai ชวนผมไป survey ผมปฏิเสธเสียงแข็ง .. เพราะ มันไกลเหลือเกิน ประกอบกับงานที่ยังล้นมืออยู่
…”มันไกลมากนะ ขอนแก่น ผมไปตอนทำบุญเลยไม่ได้เหรอ…” ผมบ่นทางโทรศัพท์กับพี่เชียร

“ผมอยากให้พี่ป๋องมา … มาช่วยกันดู มาช่วยกันเลือก” พี่เชียรบอก
“เลือกมาเลย ก็ดูที่เค้าช่วยเหลือ ตัวเองไม่ได้ ก็แล้วกันนะ เรี่ยวแรงดี มีญาติดู ก็ไม่ต้องเอาหรอก ..เพราะเงินเราก็ไม่ได้มากมายอะไร ” ผมบอกพี่เชียร แถมจะสั่งกลายๆ

“พี่ป๋องต้องมา … สะดวกมาวันไหน บอกผม ผมไปได้ทุกวันที่พี่สะดวก …” พี่เชียรบอก โดนไม้นี้ ผมเลยต้องจัดงานใหม่ โชคดีผมมีงานอยู่โคราช เลย ไปทำงานก่อนแล้วก็ลางานวันศุกร์ เพื่อไป Survey กับ พี่เชียร

พี่เชียร พี่อ๊อด ชวนพี่ โอเล่ คนพื่นที่ มารับผมที่โรงแรมในโคราช ตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้า …ที่ต้องเช้า เพราะการ survey ไม่ใช่ง่าย ทั้งการเข้าไปหาแต่ละบ้าน การพูดคุย สอบถาม บ้านนึงไม่ใช่แป๊บเดียวเสร็จ ดังนั้น บวกการเดินทาง จากโคราช ไปขอนแก่น ไปและ เดินทางกลับกรุงเทพฯในวันเดียวกันด้วยแล้ว งานนี้ มีดึกเหมือนกัน

พี่โอเล่ ผมก็เพิ่งเจอครับ งานนี้ ใจดีเอารถ Fortuner ของแก พาพวกเราวิ่งเข้าไป ที่ ละหานนา …ระหว่างทางก่อนเข้าทางลูกรัง เหลือบเห็น ที่พัก ชื่อ โนบิตะ ก็เลย เข้าไป สอบถาม ได้ความว่า มีอยู่ไม่ถึง สิบห้อง ห้องละ 800 ต่อคืน …

ออกจาก โนบิตะ ก็วิ่งเข้า ไปที่ละหานนา เลยครับ เส้นทางลูกรังประมาณ 5 km สำหรับ คน Classic แบบพี่เชียร นี่ ถือว่าแกชอบมาก … ส่วนผมน่ะ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะ ชอบสำอาง ไม่ชอบเลอะเทอะ … โดนพี่เชียร หลอก เอ้ย ชวนไปขี่ เลอะๆเทอะๆ สองสามรอบก็สนุกดี ..ไม่ได้ชื่นชอบขนาด ต้องออก KLX มาขี่เหมือนหลายๆ คน …เพราะ ประเมินแล้วสังขารตัวเองคงขี่ได้ไม่กี่น้ำ … เพราะ หลังที่เคยผ่ามา อาจจะเดี้ยงก่อนเวลาอันควร

ผู้ใหญ่บ้าน มาด้วยกัน สองหมู่เลยครับ มี ผู้ใหญ่ หนำ อยู่หมู่ 4 กับ ผู้ใหญ่ยุทธนา อยู่หมู่ 15 มาช่วยกันพาไป ….
ผมเลยรู้เลยว่า จะเป็นผู้ใหญ่บ้านนี่ ต้องรู้ความเป็นไป ลูกบ้านหมดเลย ใครเป็นอะไรต้องรู้ และ ต้องเยี่ยมลูกบ้านเป็นกิจวัตร

สองข้างทางที่มองเห็น ทำให้ผมนึกภาพ บ้านนอกที่เคยไป สมัยเด็กๆ ไม่น่าเชื่อว่า เมืองไม่ห่างจาก เมืองใหญ่อย่างที่นี่ ยังคงสภาพ ชนบทได้อย่างครบถ้วน ตามถนน มีขี้วัว ขี้ควายเป็นกองๆ … classic มาก

บ้านแรกที่เราไปเยี่ยม เป็นบ้านของ ยาย คำไสครับ

ยายคำไส ป่วยเป็นเบาหวาน และ โรคความดัน ด้วยอายุ ที่สูงถึง 77 ปี และไม่มีคนดูแล ทำให้สภาพความเป็นอยู่แกไม่ดีเอาเลย

ยายอยู่ในบ้านคนเดียว … ผมถ่ายภาพมา เพื่อไม่ให้ต้องจินตนาการคำว่าบ้าน ของยายเค้าครับ …ผมว่าอาจจะเป็นคนละความหมายของคำว่าบ้านของใครหลายๆ คนในเมืองหลวง

 

ยายใส่เสื้อผ้าเก่าๆ เครื่องนอนขาดๆ ห้องน้ำที่ใช้ ต้องขอบอกว่า โทรมมาก ประตูปิดก็ไม่ได้ เรียกได้ว่า ปัจจัยในการดำรงชีวิต ของ ยาย ไม่ได้สวยงามเลย

แต่ถึงกระนั้น ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ ยายทุกข์ ยายยังยิ้ม อารมณ์ดี และ มีความใจสู้อย่างมาก

ผมกับพี่เชียร พี่อ๊อด อยู่พูดคุยกับยาย อย่างสนุกสนาน ..เราพยายามสร้างบรรยากาศการมาเยี่ยมให้ดี สิ่งบันเทิงของยาย เป็นเสียงหรีดหริ่งเรไร เพราะยาย ไม่มี ทีวี หรือ แม้แต่พัดลม

เราเดินออกมาจากบ้านยาย แล้วบอกว่า นี่แหล่ะ รายแรกที่เราจะมาช่วยกัน ….

ช่วยน้อง สอนเรา : เสื้อที่ระลึก


ในส่วนของการเตรียมงาน พี่ๆ หลายท่านได้สละเวลามาช่วย คนละไม้คนละมือ ในเรื่องต่างๆ แล้วครับ รายละเอียด อยู่ในหน้า page นี้

ซึ่ง อยากให้ ทุกท่านเข้าไป click “เข้าร่วม” เอาไว้ครับ สำหรับ ท่าน ที่จะไปร่วมด้วยด้วยการนำรถไป รบกวนแจ้งผม ทาง inbox ด้วยครับ จะได้ ทำรายชื่อ เพื่อเตรียม ที่พัก ไว้ให้ (ที่พักไม่สบายนักนะครับ เ้พราะจะพักกันที่โรงเรียน)

สำหรับตอนนี้ มีการจัดทำเสิ้อเป็นของที่ระลึก แบบสวยงามแขนยาาว เนื้อผ้า sport เป็นสีดำ ลายเขียว (รายละเอียดในหน้า page) ซึ่ง จะกำหนดไว้ ตัวละ 550 บาทครับ จากเดิมที่เป็น แขนสั้น 500 บาท รายได้เราจะหัก ค่าเสื้อค่าส่ง แล้ว นำที่เหลือไป จัดสรรเป็นของและเงิน ช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาส และ น้องๆ เด็กนักเรียน โดยการ จัดทำห้องน้ำ และ เครื่องเล่น ที่ยังขาดอยู่

ครั้งนี้คาดว่า เราคงได้ร่วมทำบุญด้วยกันอีกครั้งนะครับ ถ้าเป็นไปได้ ก็ ส่งต่อ หน้า page ชวนเพื่อน มาร่วมกันก็จะเป็นกุศลครับ

วัตถุประสงค์หลัก คือ การ “ให้” ครับ นอกเหนือจากที่เรา แบ่งปัน ข่าวสาร และ ความรู้ ต่างๆ บนหน้า facebook แล้ว ครั้งนี้ จะเป็นการ ขี่รถ ระยะทางปานกลาง กรุงเทพฯ ขอนแก่น ไปเพื่อทำบุญ กัน

ทีมงานก็หวังว่า เจตนา ของผู้จัด นอกจากจะเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อน ของ “ผู้รับ” ที่เราคัดสรร มาแล้ว อีกมุมหนึ่ง ก็จะเป็น การ “สอนเรา” ไปด้วยในตัว ในการที่จะ “ให้ก่อน” หรือ ที่ ฝรั่งเรียกว่า pay it forward อันจะเป็นการช่วยกันสรรสร้าง สังคมที่ดีขึ้นต่อไป

หวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่า กิจกรรมครั้งนี้ จะช่วยเติมเติม และ เปิดโอกาสให้คนที่อยากร่วมทำบุญ และ อยากได้รับประสบการณ์ ในการ ขับ หรือ ขี่ รถ ไปช่วยกัน กับ เพื่อน ที่ อาจจะรู้จัก หรือ ไม่รู้จัก ใน face ได้มีโอกาส พบปะ หน้าตากันจริงๆ ครับ….

ขอบคุณเป็นที่สุดครับ

ทีมงาน อยากจะทำเสื้อให้เสร็จก่อนงาน จึงอยากจะเปิดรับ เงินบริจาคค่าเสื้อ ในวันจันทร์ที่ 25 สิงหา ที่จะถึงนี้ครับ …

สำหรับ ท่านที่จะสนใจ ก็ง่ายๆ ครับ โดยการ โอนเงิน มาที่ผม และ แจ้ง size ที่ต้องการ พร้อมกับ ชื่อ ที่อยู่ในการจัดส่ง ครับ

การโอนเงินช่วยเหลือ
================
ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) TMB
สาขา วงศ์สว่าง ทาวน์ เซ็นเตอร์
ชื่อ บัญชี ณรงค์ วงษ์เกษม
เลขที่บัญชี 052-2-36050-2
เวลาโอน ให้ดี ก็ มีเศษสตางค์ครับ อย่าให้ เป็น ศูนย์ จะได้ ทราบว่าของใครครับ โอนแล้ว inbox (ส่งตรง) บอกผม ทาง line (Line id: pongroofman) หรือ inbox facebook ด้วยครับ ขอความกรุณา อย่า แปะ ไว้ ห้องใหญ่ที่เดียวเพราะเดี๋ยวไม่ทราบ นะครับ ขอบคุณมากครับ
ป๋อง (ณรงค์)

ช่วยน้อง สอนเรา: น.ส.ละมุน


น.ส.ละมูน
=======
กลุ่มพวกเราเดินออกจากบ้านน้องฟ้า …และ มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังถัดไป ..
เสียงอาการดีใจ ทีมีคนเดินเข้ามา …ดังออกมาจากด้านหลังบ้าน

น้องละมูน บัวจันทร์ อายุ 32 ปี นั่งอยู่บนเสื่อ ข้างข้างคุณแม่ ชื่น บัวจันทร์ อายุ 57 ปี…

พวกเราทักทายพูดคุยกับ น้องละมูน แต่ ดูเหมือน การสื่อสารระหว่างเรา ต้องให้แม่ชื่น มาช่วยแปล …น้องละมูน ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่อง แต่ การควบคุมกล้ามเนื้อให้ออกเสียงนั้น ดูเหมือนเป็นความยากเย็น

คุณแม่ชื่น เล่าว่า ตั้งแต่แต่งงานและได้น้องละมูน มาชีวิตของคุณแม่ก็เปลี่ยนไป เพราะ อาการพิการจาก ดาวน์ซินโดรม ของน้องละมูน นั้นทำให้ คุณแม่ไม่สามารถที่จะไปไหนมาไหนได้ เพราะต้องคอยอยู่ดูแล ลูกสาวคนนี้

จากที่เป็นแม่ ก็ต้องเป็นทั้ง ครู ทั้งเพื่อน ที่อยู่ด้วยกันทั้ง 24 ชั่วโมง ดูแลทุกอย่าง ทั้ง อาบน้ำ หาข้าวให้ทาน จนกระทั่งการขับถ่าย

เห็นภาพอย่างนี้แล้ว นึกถึง หัวอกคนเป็นพ่อแม่ ที่ยังไงก็ไม่เคยทิ้งลูก สะท้อนให้พวกเราต้องคิดถึงการดูแลพ่อแม่ของเราที่ยังมีชีวิตอยู่ให้ดีเช่นกัน …

เดินออกจากบ้านน้องละมูนแล้ว…รู้สึกซึมๆ อย่างไรก็ไม่รู้

สนใจรายละเอียด และ เข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ 

https://www.facebook.com/events/318772674954994/