Posts from the ‘Pingpong Diary’ Category

2016 Winter trip


ช่วงหลายปีหลังมานี่ ผมจะจัดขี่รถทริปยาวๆ ปีละทริปครับ ..
จัดแต่ละครั้ง ก็ไปคันเดียวครับ ..นัดคันอื่นไม่ได้จริงๆ เพราะ มันเป็นการเที่ยวตามใจตัวเอง..

ปี 2016 นี่ Plan ไว้ 13 วัน หยุดตั้งแต่ ช่วง คริสมาสต์ ยาวข้ามปีไปเลย.. สูตรนี้ work เพราะ ออกเดินทางรถไม่ติด ได้ feeling การขี่รถเทียวที่แท้จริง..

เพราะวันปกติ เจอรถติดทุกวัน .. ถ้าออกช่วงเทศกาล คงไม่ต่างกันนัก.. เผลอๆ จะหนักกว่า เพราะ ระยะติดไกลกว่า

ทริปนี้ ตั้งใจไปเทีย่วถึง สิงค์โปร์ครับ .. เพราะอยากไป Universal studio เพื่อนที่ไปมา บอกว่า ต้องมาให้ได้ .. ครั้งนี้ เลย วิ่งลงใต้ แวะเรื่อยๆ กะว่า จะไปหาเพื่อนชาวต่างชาติ สองคน คือ Andy และ Chia ด้วย

สองคนนี้ คนแรก อยู่ มาเลย์ คนที่สอง อยู่สิงค์โปร์ .. ทั้งสองคนบอกว่า มีโอกาสแวะมาบ้านเขา ขอให้บอก .. ครั้งนี้ เลยว่าจะไปเยี่ยม

ทริปนี้ ก่อนออกเดินทาง ระบบไฟในรถผมแปลกๆ คือ วิ่งๆ แล้ว Batt หมด ต้อง เข็น ต้อง พ่วง .. เลยส่งให้ ศูนย์ตรวจเช็ค อย่างละเอียด ศูนย์ส่งกลับมา พร้อมบอกว่า ตรวจสอบ ระบบ Charge และ ฺBattery แล้ว ไม่เป็นไร .. ผมจึงเตรียมรถออกมาอย่างมั่นใจ

ที่ไหนได้ แค่วันที่สองของการเดินทาง ผมก้เจอ เรื่องยุ่งๆ กับรถผมซะแล้ว .. การตัดสินใจ เดินทางต่อในต่างแดน อีก 11 วัน พร้อมกับ รถที่มี ปัญหา เป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจ ยากมาก

ถ้ายกเลิก ทริปนี้ ก็ พัง .. ที่พักที่จองไว้ ทั้งหมด คงเสียฟรี นั่นไม่สำคัญเท่าความตั้งใจที่อยากทำให้สำเร็จ ..

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผมจะผ่าน ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร .. ได้บันทึกไว้ใน album ภาพ พร้อมเนื้อเรื่อง คำบรรยาย รูปแต่ละรูป ตลอด ทริปนี้ ไว้ครับ ..

ตั้งใจเก็บไว้ ดู ตอนที่อายุเยอะๆ และ ขี่รถไม่ไหวแล้ว.. แต่ เห็นว่า เอามาแบ่งปัน ให้ คนอื่นดูน่าจะดี ..

อ่านแล้ว แล้ว ก็ แชร์ เขีนน comment ไว้ หน่อย ครับ เผื่อ มีเรื่องได้คุยกัน

Day 1 กับการขี่ยาวๆ ฝ่าฝน ลงใต้
https://goo.gl/Xv4afE

Day 2 คีรีวง กับ เรื่อง Surprise บนขุนเขา
https://goo.gl/kYucbc

Day 3 น้ำใจจาก มิตร เก่า และ มิตรใหม่ พร้อมกับ การตัดสินใจสำคัญพุ่งทะยาน ข้ามสะพาน สู่ เกาะ ปีนัง
https://goo.gl/ToVF1i

Day 4  ตื่นมาที่ปีนัง..  มุ่งสู่ KL
https://goo.gl/EU7HgE

Day 5 เจอเพื่อนเก่า ที่ Singapore
https://goo.gl/EbQn7R

Day 6 กลับมาเป็นเด็ก ที่ Universal studio
https://goo.gl/w7NELN

Day 7  ตะเวณกิน 

https://goo.gl/rdWezu

Day 8  การเดินทางอันยาวนาน จาก Singapore มา Malaysia 

https://goo.gl/2xkqo5

Day 9  Countdown กลางหาด ที่ลังกาวี 
https://goo.gl/L3q4Bc

Day 10 กับความเสียว ในจุดที่สูงที่สุด ของลังกาวี และ สะพานเสาเดี่ยว ความเสียวที่ 1 ของโลก
https://goo.gl/fZLGdN

Day 11 หาดใหญ่  แวะตรัง ก่อน จอดที่สุราษฏร์  กับการฝ่าพายุฝน

https://goo.gl/FTxt1M

Day 12  อิ่มอร่อย ที่สุราษฏร์ แล้ว นอนแช่น้ำร้อนที่ ระนอง

https://goo.gl/2pdmqU

Day 13  วันสุดท้าย กับ เรื่อง surprise ก่อนถึงกรุงเทพฯ 200 km
https://goo.gl/uFGhEb

15585025_10154788747499326_6465092121465976352_o.jpg

Advertisements

รองเท้าหายข้างเดียว


ประกาศ! รองเท้าหายครับ หายข้างเดียวด้วย ข้างขวาหายไป

มีคนอยู่บ้านตลอด และหายข้างเดียว

ใครพบเจอ แจ้งผมด้วยนะ …

คู่เก่งผมด้วยรองเท้าทำงาน หัวเหล็ก ยี่ห้อ Heavy

เจอที่ไหน โทรบอกด้วยนะครับ

ป๋อง 0850711113

image

นั่นคือประกาศเมื่อวาน…ซึ่งพอเช้าวันนี้ ผมก็ไป post บอกใหม่….

อรุณสวัสดิ์ครับ..
เมื่อคืนมีเรื่องดีใจ สองเรื่องครับ

อันแรก ได้รองเท้าคืน…555
นี่เป็นครั้งแรกที่รองเท้าหาย ข้างเดียว … กะว่าหมาคาบ แต่ก็ไม่อยากเชื่อ เพราะ ประตูก็ติดตาข่ายไว้ และ รองเท้าก็ใหญ่และหนักมาก เบอร์ 43….

แต่ก็ลง post ใน line กะว่าเป็นการเตือนๆ กันมากกว่า คิดว่าจะได้คืน

เดินหารอบๆ สองรอบไม่มี ก็ถอดใจละ…

กลางคืนพี่เล็ก ที่อยู่ปากซอยมา ถามผมว่สรองเท้าหายเหรอ… พี่เล็ก ก็อยู่ใน line นี้แหล่ะ แต่โทรศัพท์ ไม่อยู่แล้ว … แกยอกตอนนั่งคุยกันตอนเย็น มีคนถามว่า ป๋อง นี่ใคร เห็นอยู่ zone C … โดนเข้าแล้ว รองเท้าหาย…
พี่เล็กเลยบอกว่า อาม่า เก็บไว้ให้ เพราะ ตอนกวาดถนนเห็นอยู่กลางถนน….

พี่เล็ก บอก อาม่าไม่คย้ก็บรองเท้าใครเลย ป๋องโชคดีมากนะ… และ นี่เป็นข้อดีของการช่วยกัน ทำความสะอาดพื้นที่หน้าบ้าน

ต้องขอบคุณพี่เล็ก และ อาม่าครับ

อีกท่านที่ผมต้องขอบคุณคือ พี่ที่อ่าน line นี้ และ ไปคุนกับพี่เล็ก ซึ่ง เรารู้จัก และ มีเบอร์กัน…ผมขอบคุณจริงๆ ครับ

การรู้จักกันในหมู่บ้าน มีประโยชน์มากๆ เมื่อวานผมไป central ก็กะว่าคงต้องเสียเงินซื้อใหม่ เพราะ จำเป็นต้องใช้ในงาน…

โชคดีจริงๆ ครับ นั่นเป็นเรื่องแรก

Who am i?


ไหนๆ ก็เล่ามายาวละ เลยขออนุญาต แนะนำตัวกับพี่ๆนะครับ

1. ผมชื่อ ณรงค์ ครับ
2. เรียกผมว่า ป๋อง ได้เลยนะครับ
3. อยู่ กฤษดา มาน่าจะ 26 ปีแล้ว… รุ่นเดียวกับ พี่ต๋อย ภักดี  ผมอยู่ zone C
4. ไม่ค่อยยุ่งกับใครครับ อยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ออกไปืำความรู้จีกใครนัก รู้จีกแต่คนในซอย ซึ่งย้ายออกไปหมดแล้ว ตอนนี้ หน้าใหม่กือบหมด และ ไม่ค่อยๆได้คุยกัน
5. ตอนนี้อายุ  49 แต่กิจกรรม คล้ายคนอายุ  25
6. จบ วิศว จาก ม.เกษตร Mechanical engineering
7. ปัจจุบันทำงานที่ SCG ตำแหน่ง วิศวกรอาวุโส พัฒนาเครื่องจักร
8. เคยไปทำงานที่ Cambodia สองรอบ รวม 4 ปี 8 เดือนด้าน production และ Managing Director
9. พูดได้ 4 ภาษา
10. ใช้ Big Bikeในการเดินทาง เพราะ ไม่ชอบติดอยู่บนถนนนานๆ เสียดายเวลา
11. ถ้าว่างเป็นต้องออกกำลัง วิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน รอบหมู่บ้าน เป็นประจำ…จำง่าย เพราะผมจะทักทุกคนที่เจอ
12. Pongroofman ป็นชื่อที่ใช้มานานละ  roof แปลว่าหลังคา ตามงานที่บริษัทผมทำ ส่วน pong ออกเสียงว่า ป๋อง เป็นชืาอเล่นครับ

วัตถุประสงค์ ที่เข้ามาช่วย พัฒนาหมู่บ้าน

1. มันทำให้ผมรู้สึกมีชีวิตชีวา และ รู้สึกดี ที่ทำอะไรได้สำเร็จ
2. ได้ลองอะไรใหม่ๆ ทั้งความรู้ และ network
3. ชาวบ้านได้ประโยชน์ จากผลสำเร็จของงานครับ

Target

ทำระบบระบายน้ำให้ใช้ได้

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ

เป็น Big Bike แล้วอย่าแกล้งกัน


วันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว .. มีอุบัติเหตุเกิดชึ้น แต่ ผมยังไม่เคยเขียนเล่าเลย..

เป็นเรื่องที่ผมประสบและเป็นแรงบันดาลใจอย่างนึงให้มาทำกลุ่ม ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

จำได้ว่าวันนั้น กำลังไปทำธุระเอานาฬิกาที่ไปซ่อมไว้ที่ห้างแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะไปทำบุญ เป็นเจ้าภาพ สวดอภิอธรรม สังขาร หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ที่วัดสังฆทาน

ขณะขี่รถลงมาจากสะพานลอย เจอรถ naked  คันหนึ่ง วิ่งอยู่ด้านซ้าย แต่งกายแบบเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร วิ่งอยู่เลนซ้าย ท่อลั่น

ผมวิ่งแซงมาอยู่เลนกลาง รถเยอะครับ .. วิ่งลำบากอยู่เพราะผมมี กล่องข้างสองใบด้วย แต่ วิ่งอยู่ทุกวัน เลยวิ่งระหว่างช่องรถ ไปเรื่อย จนแซง naked คันนั้น

ไม่รู้ไปทำความหมั่นไส้อะไรให้หรือเปล่า พอถึงจุดทางออก ผมก็เลยเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ตามปกติ  และเว้นช่วงให้เห็น พร้อมกับเปลี่ยนเลน .. เพื่อเข้าช่องทางออก

“บรื้นนนนน” ผมได้ยินเสียงเครื่องยนต์เร่งเครื่องขึ้นมาเลยครับ . .ก่อนเลี้ยว ก่อนเปิดไฟมองเช็คกระจกแล้ว เห็น naked คันนั้น อยู่ใสระยะปลอดภัย ผมเลี่ยวได้ แต่ เสียงที่ได้ยิน นี่ทำให้ผมต้องบิดออกไปทางขวา .. เพราะเสียงมาใกล้มาก..

ใจตอนนั้น นึกเลยว่าคงเป็นจังหวะที่ไม่ดี  เพราะ เร่งเครื่องขึ้นมาหลังเราเปิดไฟเลี้ยว .. ไม่ได้คิดว่า โดนแกล้ง เพราะ ขี่รถใหญ่มา ไม่ค่อยเจอ คนขี่รถแบบนี้ .. แบบที่จะมาแกล้งกัน

ผมหักออกทางขวา .. ช่องทางออกข้างหน้า มีจำกัด ผมเร่งเครื่อง แซงรถยนต์คันข้างหน้า แล้ว ตีไฟใหม่ ครั้งนี้ต้องเลี้ยวแล้ว เพราะ ถ้าพ้นนี่ไป คงวิ่งอีกยาวเลยเพราะไม่มีทางออก ประเมินคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่า ห้ากิโล ไปกลับ ก็เป็น สิบโล

สิ่งที่ไม่อยากให้เกิด .. ดันเกิดจริงๆ เจ้า naked คันนั้น เร่งเครื่องขึ้นมาอีก ..เสียงเบิ้ลขณะขี่นี่ .. มันส่งสัญญาณบางอย่าง.. แตรไม่บีบ แต่ ใช้เครื่องยนต์ มา..

..เพื่ออะไร …

ผมคิดว่า ครั้งที่สองผมต้องเลี้ยวแล้ว .. ถ้าจะแกล้งผม .. ผมก็คงไม่ยอม ..

ผมเลี้ยวตามที่คิด .. เสียงดังเข้ามา แล้วผมก็รู้สึกถึงการเสียการทรงตัว ..

รถผมปัดไปทางขวา จากการถูกกระแทก .. ตัวรถสะบัดทั้งคัน ผมคิดอะไรไม่ออก ตอนนั้น นอกจากพยายามทรงตัว รถปัดมาทางซ้าย แล้วขวา เร็วมาก จำได้ดี ว่า ปัดอย่างนั้น อยู่ 4 ครั้ง ..

ระหว่างที่ปัด ผมนึกภาพอดีตตอนผมล้มได้ .. มันภาพเดียวกัน .. รถหนัก สองร้อยกว่าโล คนซ้อนอีก .. ผมไม่อาจต้านแรงม้นได้..นึกภาพตัวเอง ต้องไถลไปกับพื่นแน่ๆ เพราะความเร็วตอนนั้น น่าจะอยู่เกือบๆ ร้อย .. (อย่าลืมว่า รถเยอะ )

เสียงเหล็กถูไปกับพื้น ดังทางด้านซ้ายของผม .. เจ้า naked คันนั้น ไถลไปกับพื้น จากเลนที่ผมอยู่ ตัดออกไป อีกสองเลน รถกับคน ไปทางเดียวกัน ..รถ slide ไปชนมอเตอร์ไซต์ แบบครอบครัว ที่มีผู้หญิงขี่และซ้อนกันมา

ผมเห็นภาพอยู่นิดนึง ก่อนที่จะพ้นระยะการมองเห็น ตอนนั้นผมสนใจอยู่กับรถตัวเองมากกว่า เพราะ เชื่อว่าล้มแน่ๆ

ผมจับแฮนด์ พยายามทำตัวตามการสะบัดของรถไม่ได้ฝืน .. จำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติ รู้ตัวอีกที ผมค่อยๆ หยุดรถ..

ทันทีที่รถกำลังจะหยุด ผมเอามือซ้ายคว้า คนซ้อนที่กำลังจะโดนสะบัดออกจากรถ เพราะ รถเหวียงรุนแรงมาก ..

มือขวาจับแฮนด์ .. มือซ้ายหันหลังมือ โอบคนซ้อนไว้ ทั้งคน . คนซ้อนขาขวา เกี่ยวกับอาน ตัวหล่นออกจากเบาะแล้ว แต่ ไม่ร่วงลงพื้น เพราะมือซ้ายและแขนของผมที่โอบไว้….

รถยังตั้งอยู่ .. ขาผมแตะพื้นทั้งสองข้าง .. รู้สึกได้ ว่า ขาสั่นริกๆ…

หัวใจเต้นแรง บอกตรงๆ ว่า โมโหมาก .. ตอนนั้น การควบคุมสติยังไม่ดี .. ใจนึกอยากลงไปกระทืบเจ้าคนขี่คันนั้นมาก .. (ผมไม่ใช่นิสัยอันธพาลนะ แต่ โมโหจนอยากทำอะไรสักอย่างจริงๆ … )

ขี่รถ.. เ ห XX ย อะไรแบบนี้.. ทำคนเดือดร้อน ตอนนั้นคิดแบบนี้

มองไปเห็นรถ naked ล้ม นอนอยู่ข้างถนน .. คนชับลุกขึ้นมา

รถมอเตอร์ไซต์ครอบครัวที่ล้ม .. คนขี่คงเจ็บ แต่เห็นลุกขึ้นมาได้ ..

ปกติเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผมต้องเข้าไปช่วย .. แต่วันนั้น บอกเลยว่า .. โมโหมาก 

ผมตั้งสติ .. แต่ ยอมรับว่าตั้งไม่ได้ .. ถ้าลงจากรถตอนนั้น ผมว่า มีเรื่องมีราวอีกเยอะแน่ เพราะตอนนั้น …โมโหถึงขีดสุด

คนซ้อน..รู้ว่าผมกำลังเลือดขึ้นหน้า .. ผมถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่า ไม่เป็นไร .. และเอามือแตะตัวผมเตือนสติให้ใจเย็นๆ ..

ผมนิ่งอยู่เกือบสิบวินาที แล้วก็ขี่รถออกไป โดยไม่ได้ช่วยเหลือ..

หลังจากน้้นผมก็ มองเห็นเหตุการณ์ อีกหลายครั้ง ที่มาจากการขี่รถ Big Bike แบบนิสัยไม่ดี .. ทำให้เกิดความรู้สึกว่า น้องๆ เขาจะรู้มั๊ย ว่า การขี่แบบนี้ นอกจากสร้างความรำคาญแล้ว อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เดือดร้อนตัวเอง และ คนอื่น ..

เลยคิดว่า ถ้ามีโอกาส ก็อยากมาทำอะไรสักอย่าง .. ที่ทำให้ คนที่คิดคล้ายๆ กับเรา ที่อยากให้ท้องถนน มีคนขี่บิ๊กไบค์ แบบนิสัยดีเยอะๆ .. แล้วออกมาช่วยกัน

ช่วยกัน.. ทำตัวดีๆ ให้เป็นตัวอย่าง ในการขี่รถ
ขี่ให้ปลอดภัย …
ขี่ให้ถูกกฏ…
ขี่ให้มีน้ำใจ ..

คิดอย่างเดียวไม่พอ.. อยากให้ตัวเองดี ก็ แค่เป็นคนดี .. อยากให้สังคมดี .. ต้องออกแรง ..

จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมใช้เวลา 15 เดือน .. ทุกๆ วัน ค่อยๆ ทำกลุ่มๆ นี้.. ค่อยๆ เห็นมันเติบโต .. เห็นคนนำตัวอย่างดีๆไปใช้.. ทำให้คนได้คิด ทำให้คนได้มีสติ ..

อีกไม่กี่วัน เราจะมีสมาชิก ครบ 11,000 คนครับ เป็นการปิดรับรุ่น ที่ 11 ลงไปด้วย ..

คน 11,000 คนนี้ จะช่วยกันเป้นตัวอย่าง การขี่รถที่ดี .. ถ้าผมเชื่อว่า ผมสามารถชวนคนมาขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดีได้ .. ผมก็เชือว่าทุกคนทำได้เหมือนกัน ..

รอที่จะเห็นเรื่องราวดีๆ บนถนนของเราครับ

ป๋อง pongroofman
16 Mar 2016

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
#มือใหม่เคยเจออย่าเผลอไปทำ
#casebiker

ปาดสามเลน


เมื่อวันจันทร์ ตอนขี่กลับบ้านตอนเย็น ขณะกำลังขี่ข้ามสะพานพระราม 5 ผมวิ่งเข้าเลนแซง(เลนขวา) สายตาข้างหน้า เห็น เก๋งเปลี่ยนเลนเข้าเลนแซง เร็วและดูอันตราย

ผมวิ่งตา รถคันนั้นก็เร่งเครื่อง ผมดูแล้วไม่น่าอยู่ใกล้ หลังพ้นรถช้าก็เข้ามาอยู่เลนซ้ายสุด

ข้างหน้าเป็นทางแยก ที่มี Tesco พระราม 5 อยู่ข้างหน้า ..เจ้ารถคันนั้น ยังอยู่เลนแซงถัดจากผมไปสามเลน

ทันใดนั้นมันก็เปลี่ยนเลนทีเดียวสามช่องมาอยู่หน้ารถผม….

เอาล่ะซิ…

ผมขี่แซงขึ้นไป บีบแตรสองที และ ส่งสัญญาณให้จอด จากนั้นผมค่อยๆ ขึ้นหน้า แล้วชะลอรถ รถคันนั้นก็ชลอ พอผมจอด มันก็แซงขึ้นไป ไม่ยอมหยุด

ผมขึ้นไปเรียกอีก ก็ไม่ยอมจอด …รถเบี่ยงออกซ้าย ข้างหน้าเป็นแยก กำลังติดไฟแดง…

ผมคิดในใจว่า หนีไม่รอดแน่ แต่ก็มองไม่เห็นข้างใน เพราะฟืมล์ หนา ถ้าลงมาหน้าตาเหมือนดีเจ เก่ง จะทำไง

เอาวะ ลองดู

(ต่อ)
ผมขี่ตามรถไป เหลือบมองไป แต่ ไม่สามารถมองทะลุกระจกให้เห็นได้ ว่า คนขับเป็น ผู้ชายหรือผู้หญิง …
เพราะจากที่ขี่ในกรุงฯ มา และ เจอเรื่องขับรถไม่สุภาพแบบนี้ บางที พบว่า คนขับ ที่เปรี้ยวๆ นี่ กลายเป็นผู้หญิง ซะนี่ ..

เจอผู้หญิงนี่ผมเอง ก็ไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยครับ เพราะ ส่วนใหญ่ คนขับมารยาทไม่ดี มักจะไม่ค่อยจะมีเหตุผลดีๆ อยู่แล้ว ถ้ายิ่งเป็นผู้หญิง เวลาคุยกัน จะกลายเป็นผมไปยืนเถียงกับผู้หญิงเปล่าๆ ..

ผมว่ามันเสียเวลา แต่ ถ้าเป็นผู้ชายนี่ ผมว่าคุยกันได้เต็มที่ เพราะ ดูแล้ว ถ้ามีเรื่องมีราว ต้องออกกำลัง ก็ ยังดูว่า ไม่ได้เป็นการ “เอาเปรียบ”

ส่วน “ทอม” นี่ที่เคยเจอ ผมก็จัดให้ อยู่ในข่าย ผู้หญิง น่ะครับ เพราะ ไม่อยากจะไปเสียเวลาด้วยเหมือนกัน .. ต่อให้เป็น ทอมแกร่ง ขนาดไหน ผมก็คงไม่อยากยุ่งด้วย

เจ้ารถคันนั้นคงเห็นสัญญาณไฟแดง อย่างที่ผมเห็น มันเลยค่อยๆ ขับ และ พยายามที่จะไม่หยุดรถ ตรงที่ผมจอดรอ .. คงถ่วงเวลาให้ ไฟเขียว .. (ผมเอา)

ผมรอแต่รถไม่จอด ผมเลยปล่อยให้แซง และ รอจนรถจอดสนิท แล้ว ไปจอดข้างคนขับ ให้สัญญาณว่า ให้เปิดกระจกคุยหน่อย .. แบบสุภาพนะ

…เงียบ…

ผมกวักมือ ให้สัญญาณว่าเลื่อนกระจกลง อีก รอบ เขาคงเห็นแต่ลูกตา เพราะเวลาใส่หมวก ผมใส่โม่งด้วย

…เงียบ…

ไฟยังแดงอยู่ .. แต่ก็คงอีกไม่นาน คงเขียว ผมประเมินแล้ว ถ้า หลุดไฟ นี้ คงไม่ได้คุยกัน เพราะ พวกคงไม่จอดให้ผมคุยแบบนี้ เพราะเมื่่อกี้ เรียกหลายรอบแล้วไม่จอด

ผมตัดสินใจเอื้้อมมือที่ใส่ถุงมือ ไปเคาะกระจก .. บังเอิญวันนี้ เข้าๆอากาศเย็น เลยใส่ถุงมือหนังมา แล้วเจ้าถุงคู่นี้ ตรง สันมือ เป็นการ์ด ชุบสีแบบโลหะมันวาว .. เคาะไปที เสียงดัง เป๊กๆ

…นิ่ง .. ไม่มีอะไรเกิด

ผมดูอีกสักพัก ก็เคาะด้วยน้ำหนักมือเท่าเดิม ทั้งๆ ที่ ใจอาจเริ่มมีขุ่น จากการไม่ตอบสนอง ..

“เป๊กๆ”…. สองทีพอ

ทีนี้ได้ผล กระจกค่อยๆ เลื่อนลงมา .. ผมก้มไปดู .. มีคนนั่งอยู่เต็มเบาะ นับแล้ว ได้ 4 คน ..

เอาไงต่อดี…

ต่อ…
ผมมองเข้าไป เห็นวัยรุ่นสี่คน ชายสาม หญิงหนึ่ง .. ใจนึงก็ไม่อยากยุ่ง รู้สึกว่า พูดไป เผื่อน้องไม่เข้าใจก็เสียเวลาเปล่า

ใจนึงก็อยากบอกกล่าว เพราะ บางที คนในครอบครัวบอก อาจไม่พอ…

“น้องขับรถอันตรายมากครับ .. ” ผมบอก คนขับ
“ก็ผมจะเลี้ยวเข้านี่..” น้องคนขับ ตัดผมเกรียนๆ บอก
“เปลี่ยนเลน ไม่ให้สัญญาณ และ เปลี่ยนไวมาก เมื่อกี้ ก็ เปลี่ยนเลนจากขวามาตัดหน้าผมอีก” ผมบอก
“ก็ผมจะเลี้ยวเข้าตรงนี้..” น้องบอก .. ผมเห็นว่านี่มันกลางถนน มาจอดคุยกันแบบนี้ จะทำให้ รถด้านหลังติด เลยบอก

ผมมองดูหน้าแต่ละคน แล้ว หลุดปากออกมา .. “ยังเด็กอยู่เลยนี่หว่า..”
เสียงสวนขึ้นมาจากเจ้าคนขับ . “อายุผมถึงแล้วนะ..” เด็กมันคงคิดว่า อายุถึงทำใบขับขี่ได้แล้ว ทำอะไรก็ได้มัง

“จอดคุยกับหน่อย .. ” ผมบอก
“พวกหนูกำลังรีบ …” น้องผู้หญิง ที่นั่งหน้า พูดขึ้นบ้าง
“รีบก็ต้องจอด จอดตรงนี้” ผมชี้ไปตรงจุดกลับรถข้างหน้า เพราะ มีพื้นที่จอด
“ไปจอดตรงโน้นได้มั๊ย ” น้องคนขับ บอก ชี้ไป ตรงพื้นที่ เลยไฟแดงไปแล้ว
“ไม่ได้ครับ .. จอดตรงนี้ล่ะ ..” ผมบอก ยืนยันจุดเดิม เพราะ ดูจากเมื่อกี้แล้ว ผ่านไฟแดงนี้ได้ คงเปิดแน่บ ..

หลังจอดรถเสร็จ น้องคนขับ เดินจ๋อยๆ ลงมา เด็กสมัยนี้ตัวสูงครับ สูงพอๆ กับผม เพื่อนมันเดินมาด้วยหนึ่งคน เป็นผู้ชาย ส่วนอีกสองอยู่ที่รถ

“ผมขออยู่เป็นเพื่อน เพื่อนผมนะ .. ” น้องหน้าขาว บอก ยืนอยู่ด้านขวา
“เมื่อกี้ขับรถ อันตรายมาก ทำไมคนองนัก… ตอนเย็นรถเยอะมาก อันตราย” ผมบอกเจ้าคนขับ สังเกตว่า ผมไม่ได้ เริ่มที่ปัญหาตัวเอง
“คืองี้พี่.. ” น้องหน้าขาว เริ่มพูด ” เมื่อกี้ มันมีรถ เพื่อนผมก็แซงออก มันต้องแซง ” น้องมันอธิบาย ผมไม่รู้หรอกว่า มันรู้หรือเปล่า ว่า เพื่อนมันเปลี่ยนเลนแซง ตอนรถผมกำลังมาพอดี .. แต่ ระยะไม่ได้กระชั้นชิดมาก ผมก็มองว่า มันอาจคิดว่าปลอดภัย แต่ ลีลาการโยกเปลี่ยนเลนมันซิ มันยั่วยวน.. ผมเอง ไม่ค่อยสนใจ น้องหน้าขาว นักเพราะมันไม่ได้ขับ .. ผมสนใจ คนขับมากกว่า

“แล้วเมื่่อกี้ ก็ เปลี่ยนเลน จากขวามาเลย ทีเดียวสามเลนรวด มาดัดหน้าผมนี่ มันแปลว่าอะไรกัน ” ผมถามคนขับต่อ ..
“พวกผมต้องเข้าช่องนี้ .. ช่องซ้ายก็ต้องมาแบบนี้ซะ” น้องหน้าขาวมันเถึยง ส่วนคนขับ ยืนหน้าจ๋อย
“เฮ้ย ผมกำลังพูดกับคนขับ .. คุณบอกอยู่เป็นเพื่อน ก็ฟังเฉยๆ ” ผมหันไปบอกเจ้าหน้าขาว

“ผมไม่มีเจตนานะพี่ รถมันขวาง มันก็ต้องหลบ แล้ว ต้องเลี้ยว มันก็ต้องเปลี่ยนเลน ” ไอ้หน้าขาวที่ ไม่ได้ ขับ อธิบาย ยังกับ มันขับซะเอง ผมทำทีไม่สนใจมัน เพราะ มันพูดต่อ ไม่หยุด มองไปที่คนขับ ยืนเงียบ..

“เมื่อกี้ ที่เรียกให้จอด ทำไมไม่จอด พื้นที่ คนเยอะ แบบนี้ จอดได้” ผมถามคนขับ

“คืองี้พี่.. เมื่อกี้ พวกผมก็คุยกัน .. และ กลัวว่าพี่จะมี .ของ.. เลยไม่กล้าจอด ” ไอ้หน้าขาว พยายามอธิบาย มันอธิบายได้ทุกเรื่องจริงๆ อยู่มหาลัย ผมว่า มันต้องเป็นพวกชมรมโต้วาที แน่ๆ .. แต่ ตอนนี้ ไม่ใช่ช่วงมาโต้วาที

“เอ็งช่วยยืนฟังเงียบๆ ได้มั๊ย … ” ผมบอก “บอกมายืนเป็นเพื่อน ก็เป็นเพื่อนซิ .. กูกำลังอบรมเพื่อนมึงอยู่.. ช่วยกันเถียงไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ เพื่อนมันถึงได้คนองขับรถอันตราย .. คนเขากำลังกลับบ้าน ชนอะไรขึ้นมา .. มีปัญญาแก้ปัญหากันมั๊ย หรือ เอะอะ ก็โทรหาพ่อ หาแม่ เรียกประกันมาเคลียร์… ” ผมเร่งเสียงดัง พร้อมปรับวาทะ ให้เหมาะกับ ไอ้หน้าขาว เพราะเตือนแล้วไม่เงียบ…

ดูเหมือนจะได้ผล ตอนนี้ เงียบกริบ

ผมหันไปที่คนชับ ดูท่าที มัน จ๋อย และ เหมือนจะคิดได้

“ที่พี่เรียกให้ลงมาคุยน่ะ เพราะต้องการเตือน พวกเรา ขับรถในช่วงรถเยอะๆ แบบนี้ ไม่ควรขับเร็ว เปลี่ยนเลนเร็ว มันอันตราย เห็นผู้ใหญ่บางคนทำ ก็ไม่ต้องไปเอาอย่าง เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องไม่ดี .. ” ผมพูดมองหน้ามันไป ปรับสรรพนามเสียหน่อย ..

“เรายังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเจอ ถ้ามีอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นมา ปัญหาก็จะเกิด คนรอบตัวเราก็ต้องเดือดร้อน .. ” ผมบอก ดูเจ้าคนขับ มันฟัง ส่วนเจ้าหน้าขาว พอบอกให้เงียบ มันก็คงเลิกคิดหาคำเถียง และ มาฟังตาม

“พี่ไม่ได้มาหาเรื่อง ที่มาบอกเพราะห่วง ห่วงแทนพ่อแม่ของเรา เขาไม่รู้หรอก ว่า ให้รถลูกมาแล้วจะมาขับกันแบบนี้ .. เราเองเมื่อขับรถแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่อยู่ในรถ และ คนที่ใช้ถนนร่วมกับเรา พี่เห็นเราขับ ก็รู้แล้ว ว่า ยังไม่มีใครบอก ว่าควรขับแบบไหนอย่างไร เราจะเลี้ยวซ้าย แต่ เปลี่ยนเลนไปขวาสุด เพื่อตบมาสามเลน แบบนี้ ถือว่า ประสบการณ์ การขับรถไม่ดี เพราะ ถ้ามีรถเร็ววิ่งอยู่เลนซ้าย ก็คงชน หรือไม่ก็เบรคเสียหลัก ” ผมเทศน์ต่อ

“ไม่ต้องมอเตอร์ไซต์หรอกที่ล้ม รถเก๋ง บ้าพลัง วิ่งเร็ว และ เบรค เสียหลัก แทบตกสะพาน พี่ก็เห็นมาแล้ว ดังนั้น เชื่อพี่ ต่อไป ขับรถมีสติ กว่านี้ ถ้าทางโล่ง ไม่มีแยก เอ็งอยากวิ่งเร็ว และ คิดว่า ทักษะดีพอ ก็ ขับไป แต่ ในเขตชุมชนแบบนี้ .. ห้าม.. เข้าใจมั๊ย .. ” ผมบอก คิดว่าน่าจะพอแล้ว

น้องสองคน พยักหน้า ยกมือไหว้ผม
“พี่ครับผมขอโทษ .. ขอบคุณพี่มากครับที่เตือนสติ” เจ้าคนขับ พูดออกมาบ้าง .. ผมมองดู ก็ไม่เห็นดอกพิกุลร่วงลงมา ส่วนเจ้าหน้าขาว ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ ยกมือไหว้ตามเพื่อน

“ไปได้แล้ว จำไว้ ขับรถดีๆ แปลว่า ขับปลอดภัย” .. ผมบอก แล้วก็ขึ้นรถออกตัวไป

นึกว่าเป็นลูกเป็นหลานละกัน ..

ขอบคุณที่ ติดตาม มาทั้งสามตอนครับ
โปรดอ่านโดยใช้วิจารณญาณนะครับ ตรงไหน ดีก็เอาไป ตรงไหนไม่ดี ก็ทิ้งไว้ตรงนี้ครับ

ขอค่าเขียนเป็น ขาน slogan สัปดาห์นี้ ดังๆ ด้วยครับ .. วันสุดท้ายแล้ว

ป๋อง

อ่านแล้วอย่าลืมขาน slogan กันครับ

‪#‎เข้าเขตชาวบ้านถึงชำนาญก็ห้าสิบ‬

ของหล่น กับ คนเหม่อ


รถบรรทุกของหลายคัน เวลาบรรทุกไม่ได้มีผ้าใบ หรือ อุปกรณ์ รัดป้องกันการตกของของ

ผมเคยขับรถตามรถบรรทุก แล้วมีของหล่น หลบกันแทบไม่ทัน โชคดีของที่หล่นเป็นชลอมเปล่า น้ำหนักเบา และไม่ได้สร้างความเสียหาย

แต่ถ้าเป็นแบบถุงปุ๋ย ถุงดิน ที่มีขนาดใหญ่ และ มีน้ำหนักนี่ อันตรายมากครับ เพราะ รถยนต์ชน เขาเหลี่ยมดีๆ มีบุบ ส่วนมอเตอร์ไซต์ ก็อาจเสียหลักล้มได้

แนะนำคนขี่รถให้มองไกลๆ ไว้ และ อย่าใช้ความเร็วสูงเกินไปในถนนที่เราไม่คุ้นเคย เห็นอะไรผิดปกติก็ให้ลดความเร็วไว้ก่อน ถ้ามีวัตถุขนาดใหญ่ตกอยู่ต้องใช้ความระมัดระวัง และ ให้ สัญญาณคันหลังครับ ..

และถ้าจะมีน้ำใจ นิสัยดี ก็ แวะจอด เอามันออกจากถนนไปครับ ใครจะไปรู้เราอาจจะช่วยได้อีกหลายคนก็ได้ครับ ..

เก็บของ 1

เก็บของ 2

ในภาพผมเจอถุงใส่ของไม่ทราบเป็นอะไร หนักมาก หล่นอยู่ช่วง เส้นเชียงใหม่ – ลำปาง ครับ ตอนแรก ขี่ผ่านไปแล้ว นึกขึ้นมาได้ว่ามัีนอันตราย อาจจะมีคนไม่ทันเห็น เลย วนกลับมาลากเข้าข้างทาง.. เรื่องเล็กๆ แต่ สบายใจดีครับ

‪#‎ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี‬
‪#‎วิ่งไวเช็คให้เเน่ใจค่อยเปลี่ยนเลน‬

วิ่ง


วิ่ง
==
เพื่อนใน Facebook inbox ถามผมบ่อยๆ ว่าช่วงหลังๆ เห็นพี่ป๋องวิ่งบ่อย…

ปกติเห็นขี่แต่มอเตอร์ไซต์… เบื่อขี่รถแล้วเหรอ

บอกตรงนี้เลยครับว่าไม่เบื่อ ..แต่แค่สนใจเรื่องวิ่งมากกว่า

ปกติผมเป็นคน “เกลียด” การวิ่ง มากครับ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย วิ่งไปก็ไม่ได้แข่งอะไรกับใคร ขา แข้ง ก็ไม่ค่อยดี หลังก็เคยผ่า มีเหตุผลสารพัดที่จะบอกว่า ทำไมผมไม่ควรวิ่ง

แต่เมื่อต้น มกรา ปี 2015 ที่ผ่านมา มีคนชวนผมไปลงวิ่ง …วิ่ง 12 โล..

ผมเริ่มซ้อม และพบว่า ร่างกายเราอ่อนแอมาก…สิ่งที่กังวลทั้งหมด มันเกิดขึ้นจริง … ในขณะที่ตัวเองก็คิด ว่า แล้วคนอื่นทำไมมันทำได้วะ…

การเดิน การวิ่ง มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์แท้ๆ ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้ ผมเองคงเป็นหนึ่งมนุษยชาติ ที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการลงจนถึงขั้นวิ่งไม่เป็น (ดูหนัง Wall-e ซิ ชัดมาก เพราะ คนอยู่แต่หน้าจอทั้งวัน อย่าว่าแต่วิ่ง เดินยังยาก)

หลังวิ่งครั้งนั้น ผมบอกตัวเองเลยว่า ผมจะวิ่ง…วิ่งให้มันเป็นธรรมชาติของผม

จากวันนั้นถึงวันนี้ ครบปีพอดี รูปปีที่แล้ว เด้งขึ้นมา ผมเห็นพัฒนาการของตัวผม ไม่ว่าจะเป็นร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ความคิดที่โลดแล่น ไม่มีอาการปวดหัวตัวร้อน อาการเจ็บปวดตามข้อหายไป กล้ามเนื้อหลายส่วนขึ้นชัดเจน… ไม่ใช่แค่ใหญ่ แต่ อึดด้วย (พูดถึงกล้ามเนื้อ) หน้าตาที่ผ่องใส และ ทัศนคติในการคิดที่ดีขึ้น

เกิดการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ แค่นั้นเอง

12415654_10153755367514326_1594138135_o

ผมเลยอยากโพสบอกเพื่อนๆ ที่รักทุกท่านให้สนใจ และ ลงมือออกกำลัง กีฬาชนิดไหนก็ได้ที่เราชอบ

ถ้าเรื่องราวเหล่านี้มีประโยชน์ และทำให้พวกเราหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลัง ผมจะดีใจมากเลยครับ

Share ให้คนที่คนรักและห่วงใยครับ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดี

ป๋อง Pongroofman

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
#แข็งแรงดี
#รอบรู้ดี