Posts from the ‘Pingpong Diary’ Category

สรุปปี 2019 =========


สรุปปี 2019
=========
#สุขภาพ
ป่วยไม่ค่อยป่วย แต่เป็นปีที่ต้องไปนั่งคุยกับหมอบ่อยสุดละ เพราะต้องระวังโรคในกลุ่ม NCFs เนื่องจากอายุกำลังเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มที่ 555

ปีที่แล้วพบว่าการพักผ่อนไม่พอทำให้ร่างกายอ่อนแอทันที ปีนี้เลยบริหารเวลาให้มีการพักผ่อนที่ดีขึ้น

เป็นหวัดอยู่ที เจอดีเลยเพราะ ระ. บำราศ กักตัวเนื่องจากกลับจากตะวันออกกลาง โดนค่าหมอคืนเดียวสองหมื่น(เป็นค่ายา 20 บาท)

วิ่งตามงานมีบ้าง ตามคนชวน ส่วนใหญ่ Jogging กับบ้านกับตามที่ได้ไปเที่ยว

การออกกำลังกาย ยังคงไม่มีวินัยเหมือนเดิม แถมไม่คุมการกิน น้ำหนักขึ้นไป Peak ที่ 93 kg

มาเจอพี่ท่านนึงเล่าเริ่อง A1C และการงดแป้ง เลยได้สติ เพราะ เราก็เสี่ยงเป็นเบาหวาน เลยเริ่มคุมการกินตั้งแต่ 8 Nov เป้าหมายจะลงไปที่ 80 kg (ลด 13 kg) ให้รางวัลตัวเอง และ หมอสิริชัยจะได้เลิกแซวเริ่องน้ำหนักสักที

ลดน้ำหนักตามเป้าปีนี้ไม่ทัน แต่ต้นปีหน้าคงเห็น กะว่าจะสร้างกล้ามเนื้อด้วย ถ้าสำเร็จ จะได้สุขภาพดี

#อารมณ์
พัฒนาดีขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก ช่วงปีที่ผ่านมาได้ทดสอบทั้งงานประจำที่ทำ งานจิตอาสาที่คอนโด(จัดระเบียบงดให้รถนอกสิทธิ์มาจอด มีผลสะท้อนจากลูกบ้านกลุ่มเสียประโยชน์ออกมา) แต่ก็ผ่านมาได้นิ่งๆ สุขุม ใจเย็นกว่าเดิมมาก ตอนนี้ไม่ค่อยยึดติดกับอะไรมาก และพยายามจะเข้าใจในทุกเรื่อง เชื่อว่าการที่เราคิดดี ย่อมได้รับสิ่งดีๆ เข้ามา

อารมณ์มีวูบวาบบ้างช่วงงดแป้ง น้ำตาล นี่ล่ะ

เรื่องปะทะกับคนกลางถนนมีบ้างประปราย ไม่รู้ทำไมคนชอบแกล้ง มีเกือบต่อยกับคนมาป่วนที่คอนโดที (เขาต่อย ผมแค่เอามือจับหมัดเขาไว้) เรานิ่งไ แต่ก็ไม่ได้ปล่อยผ่าน เลยมีโอกาสเรียกตีนมาเรื่อยๆ

#งานอดิเรก
งานจิตอาสา ที่คอนโดนี่ ปีหน้าจะเป็นปีสุดท้ายละ 4 ปีละ ได้ทำเรื่องที่อยากทำให้บ้านตัวเองละ ถึงจะไม่หมดแต่ก็เกิน 80% –>ทีมงานเข้าที่ และ ทำงานประสานกันได้ดี เพื่อนบ้านก็น่ารัก FC มีพอประมาณ คนที่คิดลบเริ่มหายๆ ไป

เรื่องขี่รถ ขี่ออกทริป ปีนี้ทริปเดียวไปดู Concert ในเขา งาน ยิปซี ของพี่สุกี้ ไปกับ S-Rider ปีนี้ขับรถเที่ยวมากกว่าขี่

ปีนี้ได้ความรู้ มากมายหลายเริ่อง ตามที่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถไฟ เริ่องการทำ Business ทั้งเข้าคอร์สและทั้งจากการทำงานจริง ได้เรียน กับ Alex Osterwalder ด้วย อยากเรียนด้วยตั้งแต่ปีก่อน ต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ในทีม ที่แชร์ความรู้ และ ให้โอกาส

การดูหนัง ยังเป็นงานอดิเรกที่ชอบ ปีนี้เริ่มเสพจาก Steaming ตาม Technology ที่เปลี่ยนไป Netflix ได้เงินจากผมปีละครึ่งหมื่น สำหรับค่าดูหนัง ส่วนโรงหนังได้เงินจากผมมากกว่านั้น แผ่นหนังปีนี้ซื้อน้อยลง และ คาดว่าอาจจะเลิกซื้อเป็นการถาวร เพราะที่ซื้อมา + ที่เป็นสมาชิก ก็หาเวลาดูนากมากแล้ว

Youtube เป็นสิ่งที่ผมให้เวลามากขึ้น ทั่งเริ่องงาน และ ความบันเทิง รวมถึงการทำ content เข้าไป Upload เอาไว้ ถือเป็นปีที่ผมใช้เรื่องนี้มากสุด

เพลง เป็นสิ่งที่ผมกลับมาให้ความสนใจ หลังจากหายไป 20 ปี ส่วนนึงคือ รูปแบบที่เปลี่ยนไป จาก ฟังจากแผ่น ipod มาเป็น streaming ผ่าน sportify

ปีนี้อ่านหนังสือดีๆ จบไปหลายเล่ม เพิ่มมุมมองและปลุกความเป็นหนอนหนังสือกลับมา

#งานหลัก
รากฐานความรู้ ทั้งเรื่อง Automatic packaging, ระบบ conveyor mobile ยังไม่ได้เอากลับมาใช้ในงานใหม่เลย ..จังหวะไม่ได้ พอจังหสะได้ เทคโนโลยีเปลี่ยน 555

แต่ได้เรียนรู้ศาสตร์ในการเข้าถึงลูกค้าทั้งโดนสอนจากการทำงาน + ความรู้จากผู้รู้ และ ตำรา ผมว่ามันสนุกมาก และ อุปสรรคก็มากเช่นกัน

ไม่รู้ว่าเราอายุมากหรือเปล่า เลยคิดว่าแพ้ไม่ได้ อายเด็กมัน 555 เลยลุยๆๆ จนลูกพี่ต้องมาบอกให้เพลาๆหน่อยก็ได้ (ห่วงสุขภาพ เดี๋ยวเครียดเกินขีด ตายในหน้าที่ 555) ผลดีคือ ความอึดนั้นลูกค้าเห็น จนเป็นความเข้าใจ (ไม่ใช่เห็นใจ) และทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ผมว่าดีต่องานต่อมา

ผลลัพธ์งานออกมาไม่ทันใจผม แต่พี่ๆ เข้าใจและให้กำลังใจกลับมา นี่ซิ workplace ในฝัน ที่อยากทำงานด้วย ต้องเป็นแบบนี้ ดูแลกัน ให้กำลังใจกัน

เหลืออีก 8 ปีเอง ต้องรับทำฝันให้เป็นจริงให้ได้

ที่ทำงานช่วงนี้ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง จนผมเริ่มถนัดกับการเปลี่ยนแปลงละ ทำอะไรได้ไวอย่างคิด สนุกดี ไม่มีข้อแม้

#คนรอบตัว
ปีนี้ไม่มีการสูญเสียใครในครอบครัวไป เป็นปีที่มีความสุขกับคนรอบตัว

แต่มี เพิ่อนร่วมรุ่นที่ชุมพล สยาม สูตรสุคนธ์ จากไป …วัย 51 ชีวิตคนไม่แน่ไม่นอน

อีกเคสก็พี่สาว(พี่หน่อย) COMA ไปคน ได้เห็นสัจธรรม

เข้าใจความหมายของการมีชีวิต และ การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว

เพิ่อนบ้านในคอนโดมีประมาณ 2,000 จำได้ไม่หมดหรอก แต่เขาจำเราได้ จำในเรื่องดี เราก็ดีใจแล้ว

เพิ่อนใหม่ที่ได้รู้จักจะเป็นคนในระบบราง ราวๆ สามร้อยคน นิสัยดีทุกท่าน กลุ่มที่น่ารักจะมีทั้ง วศร8 และ กลุ่มอบรมระบบราง ด้วยกันมีประมาณ 3 คอร์ส

#ปีหน้าทำอะไร
1. ดูแลเรื่องสุขภาพตัวเอง แข็งแรงกว่านี้ 30%
2. หาความรู้ในงานตัวใหม่ หา กัลยานมิตรที่ดี
3. ทำงานจิตอาสามากขึ้น จัดเวลาให้ได้ สร้างคนดีๆ ให้เยอะขึ้น
4. ลงทุนในธุรกิจที่ชอบ เรียนรู้และฝึก skill กันไป
แค่นี้ก็พอแล้ว….
(4 ข้อนี่ลอกปีที่แล้วมา ของมันดี ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก)

ป๋อง
30 Dec 2019

คนเกิดปี 2511


ผมเกิด กุมภา 2511…

คนเกิดรุ่นผมตอนนี้กำลังเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เลยรู้สึกว่าอะไรๆ มันก็ฮิตหรือปรับตัวตามคนรุ่นผมนี่แหล่ะ

ไม่ชื่อลองอ่าน แล้วเถียงดูได้

เอาตั้งแต่ตอนเกิดเลย … ผมเกิด รพ. Mission แต่ช่วงนั้น ผดุงครรถ์ หรือ หมอตำแย งานชุกยิ่งกว่าขายของ Online ตอนนี้อีก

อายุ 7 ขวบ ป.1 เป็นเด็กน้อย –》 หลวงเห็นเด็กเยอะ เลยมีศูนย์เยาวชน ไปตลอด มีที่เล่นของเด็กเยอะดี ้เี๋ยวนี้รื้อเป็นที่จอดรถบะ เพราะรึ่นผมเลิกเล่น ส่วนเด็กรุ่นนี้อยากเล่น จ่ายตังส์เล่นในห้างจ่ายเป็นชั่วโมง

อายุ 13 ม.1 โลกนี้สร้างเกมกด ออกมาให้คนรุ่นผมเล่นละ ราคาที่พ่อแม่พอจะซื้อหาให้ได้ ผมไม่มีหรอก ยืมเพื่อน –》นึกถึงตอนกด Popeye รับของ 200 ได้ป๊อก

อายุ 16 ม.4 –》 เลิกเรียน ไปไส Roller sket หาเรื่องจับมือสาวแบบเนียนๆ ผสมเพลง Disco

อายุ 18 เรียน ม.ปลาย –》 ธุรกิจดนตรี Peak มาก ขายเทปกันให้ลึ่ม ฟรีคอนเสริต์ มีให้ดูทุกอาทิตย์ ผ่านหนามเป้าต้องโลกดนตรี

อายุ 20 เรียน ม. (มหาลัยนะจ๊ะ )–》วัยแต่งรถ รถซิ่ง เต็มถนน หน้าตาไม่หล่อ แต่มีตังส์ แต่งรถ เดี๋ยวหล่อเอง ถามเรื่องรถรู้ทุกอย่าง แต่เติมน้ำม้นกับสูบลมยังต้องวานเด็กปั๊ม

อายุ 24 ทำงานละ เริ่มใช้ Internet แบบไม่รู้จัก Internet –》 มี e mail ที่ลงท้ายเป็น ดอทบริษัท

อายุ 25 ยุค Disco เข้ามาอยู่ในหัวใจ วันหยุดครั้งใดไป ดิสโก้เทค –》 ตอนนั้นใครๆ ก็รู้จัก papa cafe, The palace และ NASA Specy dome

อายุ 30 Rock never die –》 Rock pub เต็มเมือง จิบน้ำชา ฟังเพลงร๊อค ผมยาว สะบัดหัว

อายุ 33 ออกไปหาประสบการณ์ต่างประเทศ ตอนนั้น การจากบ้านไป เป็นเรื่องใหญ่ต้องตัดสินใจ Low cost airline ยังไม่มี การขึ้นเครื่องบิน เป็นเรื่องของคนมีต้งส์ –》 เดี๋ยวนี้ คนนิยมทำงาน Inter ติดต่อต่างประเทศใครไม่เคยไปเมืองนอก หรือไม่เคยขึ้นเครื่องบิน เหมือนอยู่ในฝาหนมครก (ศัพท์นี้ผมตั้งให้)

อายุ 42 เริ่มปั่นจักรยานมาทำงาน อยากแข็งแรง สมัยนั้น การขี่ในกรุงเทพจัดเป็นความบ้า –》 เดี๋ยวนี้ขับรถต้องคอยระวังจักรยาน

อายุ 46 อยากท่องโลกด้วยสองล้อ ซื้อ Big Bike มาขี่ –》 ตอนนี้ หันไปทางไหนมีแต่ Big Bike

อายุ 48 สนใจสุขภาพ เริ่มวิ่งหางานลงวิ่ง แรงดีๆ ไม่วิ่ง มาวิ่ง Full Marathon เอาตอน 50 –》เดี๋ยวนี้งานวิ่ง เยอะกว่าหนังกลางแปลง

อายุ 51 รุ่นพี่เริ่มเกษียณ รุ่นเาาก็เริ่มสนสุขภาพ –》 กทม เปลี่ยน ศูนย์เยาวชน เป็นศูนย์สุขทุกวัย

เขียนมาเยอะ เข้าสูตร
“กินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง หนังตาเหี่ยว เยี่ยวรดหัวแม่ตรีน”

ไม่มีอะไรมาก …สัปดาห์หน้าวันเกิดผมละ จะ 52 ละ ยังตื่นเต้นเป็นเด็กเห่อ..xxx อยู่เลย

สรุปปี 2018 =========


#สุขภาพ

มีป่วยบ้าง สาเหตุหลักคือ ออกกำลังกายแล้วพักผ่อนไม่พอ … อดนอนสามวันร่วงทันที

ปีนี้วินัยเรื่องการออกกำลังแย่มาก
อาหารการกินก็ด้วย ไม่ค่อยวางแผนการกิน
พักผ่อนดีขึ้นนิดนึง

ปีหน้าต้องปรับปรุงใหม่… ต้องทำให้ดี

#อารมณ์

พัฒนาดีขึ้นมาก สุขุม ใจเย็นกว่าเดิมมาก การเป็นกรรมการที่คอนโด สอนเรื่องวิธีการ handle กับคนหลากหลาย

สมาธิ และ สติ จะดีกว่าเมิ่อก่อนเยอะเลย

#งานอดิเรก

หนักไปทางจิตอาสา งานที่คอนโดนี่จะเข้าปีสามละ
เรื่องขี่รถ ขี่ออกทริป ไปสามทริปเอง น้อยมาก คงเริ่มอิ่ม
ปีนี้ได้ความรู้ เรื่องเขียน App บนมือถือมาอีกวิชานึง ก็มาเขียนไว้ใช้เองได้ ถ้าไม่ซับซ้อนมาก
ปีนี้กลับมาสนใจเทคโนโลยีเกมส์ อีกละ เพราะ เปลี่ยนมา Generation ใหม่ แถมมี VR ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของเกมส์ หรืออาจจะของโลก

#งานหลัก

ปีนี้วางรากฐานงานเอาไว้กินยาวๆ ทั้งตัว Automatic packaging, ระบบ conveyor mobile แต่คิดๆ ดูแล้วงานเดิมคงไม่เหมาะกับ 9 ปีสุดท้าย เลยตัดสินใจเปลี่ยนแนวของงานซะเลย
จากการคาดคะเน ถ้าคาดไม่ผิด อีกไม่เกิน 5 ปี สนุกแน่ๆ ตอนนี้ต้องติดอาวุธให้ตัวเอง เพราะอีกหน่อย ไม่มีอาชีพอะไรจีรัง

#คนรอบตัว

คนที่ยังอยู่ก็ดูแลกันไป คนที่จากไปก็ให้ระลึกถึง ญาติผู้ใหญ่น้อยลงเรื่อยๆ เพื่อนฝูง ก็มีเริ่มป่วย ต้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่ใช่แค่เป็นภาระ แต่เราต้องเป็นผู้นำครอบครัว

#ปีหน้าทำอะไร

1. ดูแลเรื่องสุขภาพตัวเอง แข็งแรงกว่านี้ 30%
2. หาความรู้ในงานตัวใหม่ หา กัลยานมิตรที่ดี
3. ทำงานจิตอาสามากขึ้น จัดเวลาให้ได้ สร้างคนดีๆ ให้เยอะขึ้น
4. ลงทุนในธุรกิจที่ชอบ เรียนรู้และฝึก skill กันไป

แค่นี้ก็พอแล้ว….

คนปี 2511


ผมเกิด กุมภา 2511…

เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เลยรู้สึกว่าอะไรๆ มันก็ฮิตหรือปรับตัวตามคนรุ่นผมนี่แหล่ะ

ไม่ชื่อลองอ่าน แล้วเถียงดูได้

เอาตั้งแต่ตอนเกิดเลย … ผมเกิด รพ. Mission แต่ช่วงนั้น ผดุงครรถ์ หรือ หมอตำแย งานชุกยิ่งกว่าขายของ Online ตอนนี้อีก

อายุ 7 ขวบ ป.1 เป็นเด็กน้อย –》 หลวงเห็นเด็กเยอะ เลยมีศูนย์เยาวชน ไปตลอด มีที่เล่นของเด็กเยอะดี

อายุ 13 ม.1 โลกนี้สร้างเกมกด ออกมาให้คนรุ่นผมเล่นละ ราคาที่พ่อแม่พอจะซื้อหาให้ได้ ผมไม่มีหรอก ยืมเพื่อน –》กด Popeye รับของ 200 ได้ป๊อก

อายุ 16 ม.4 –》 เลิกเรียน ไปไส Roller sket หาเรื่องจับมือสาวแบบเนียนๆ

อายุ 18 เรียน ม.ปลาย –》 ธุรกิจดนตรี Peak มาก ขายเทปกันให้รึ่ม ฟรีคอนเสริต์ มีให้ดู

อายุ 20 เรียน ม. (มหาลัยนะจ๊ะ )–》วัยแต่งรถ รถซิ่ง เต็มถนน หน้าตาไม่หล่อ แต่มีตังส์ แต่งรถ เดี๋ยวหล่อเอง ถามเรื่องรถรู้ทุกอย่าง แต่เติมน้ำม้นกับสูบลมยังต้องวานเด็กปั๊ม

อายุ 25 ยุค Disco –》 ตอนนั้นใครๆ ก็รู้จัก papa cafe, The palace และ NASA Specy dome

อายุ 30 Rock never die –》 Rock pub เต็มเมือง

อายุ 33 ออกไปหาประสบการณ์ต่างประเทศ ตอนนั้น การจากบ้านไป เป็นเรื่องใหญ่ต้องตัดสินใจ Low cost airline ยังไม่มี การขึ้นเครื่องบิน เป็นเรื่องของคนมีต้งส์ –》 เดี๋ยวนี้ คนนิยมทำงาน Inter ติดต่อต่างประเทศใครไม่เคยไปเมืองนอก หรือไม่เคยขึ้นเครื่องบิน เหมือนอยู่ในฝาหนมครก (ศัพท์นี้ผมตั้งให้)

อายุ 42 เริ่มปั่นจักรยานมาทำงาน อยากแข็งแรง สมัยนั้น การขี่ในกรุงเทพจัดเป็นความบ้า –》 เดี๋ยวนี้ขับรถต้องคอยระวังจักรยาน

อายุ 46 อยากท่องโลกด้วยสองล้อ ซื้อ Big Bike มาขี่ –》 ตอนนี้ หันไปทางไหนมีแต่ Big Bike

อายุ 48 สนใจสุขภาพ เริ่มวิ่งหางานลงวิ่ง แรงดีๆ ไม่วิ่ง มาวิ่ง Full Marathon เอาตอน 50 –》เดี๋ยวนี้งานวิ่ง เยอะกว่าหนังกลางแปลง

อายุ 51 รุ่นพี่เริ่มเกษียณ รุ่นเาาก็เริ่มสนสุขภาพ –》 กทม เปลี่ยน ศูนย์เยาวชน เป็นศูนย์สุขทุกวัย

เขียนมาเยอะ เข้าสูตร
“กินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง หนังตาเหี่ยว เยี่ยวรดหัวแม่ตรีน”

ไม่มีอะไรมาก …สัปดาห์หน้าวันเกิดผมละ จะ 52 ละ ยังตื่นเต้นเป็นเด็กเห่อ..xxx อยู่เลย

เรียนหนังสือ


เมื่อวานไปเรียนหนังสือมาครับ ..
ตามแผนปรับปรุงรอยหยักในสมอง ในช่วง 9 ปี ของผม.. 555

จะว่าไปสองเดือนนี้ ไปหาความรู้มาสามวิชาละ

– Low code – Thunkable
– Visualization – Power BI
– Design Thinking

สองเรื่องนั้นเป็นความสนใจ+ภาวะจำเป็นที่ต้องรู้ ไม่รู้ก็เอามาทำงานไม่ได้ ส่วนอันที่สามนี่ที่เรียนเมื่่อวาน

เป็นเรื่องที่ต้องรู้เหมือนกัน เพราะไม่แน่ใจว่า ที่รู้ๆมา มันมีจุดทีเราเข้าใจไม่ถูกอยู่ตรงไหนบ้าง

ทั้งสามเรื่องมีความคล้ายกันสองอย่าง
1. ไม่ได้เรียนเล่นๆ ประดับสมองละ แต่ถือว่าเรียนแล้วก็ต้องเอามาใช้งานเลย ..
2. ทั้งสามคอร์สเรียนฟรี หมดเลย .. เจ้านายใจดี ขอไปแล้วไม่ห้าม

หลังจากนี้กะว่าจะหาอะไรเรียนเดือนละเรื่องครับ ..
หนังสือหากจัดเวลาได้ก็ต้องอ่านให้เยอะขึ้น…

สมองยิ่งเก่า ยิ่งต้องใช้เยอะๆ ละครับ .. ไม่งั้นมันละลายหมด ^^

หลักสูตร Design Thinking อาจารย์ลูกหมี ไปเรียนมาตอนแรกก็ไม่รุ้ว่าเป็นแนวไหน แถมน้องที่ไปเรียนด้วยยังถามว่า พี่ป๋องยังต้องมาเรียนอีกเหรอ

เรียนซิครับ เรียน .. ความรู้มีตลอดเวลา ยิ่งเรียน ยิ่งรู้ว่า เรารู้น้อยลงเรื่อยๆ

หลักสูตรนี้ จะพูดถึงการไปหา Requirement ของลูกค้า และ กลับมาคิดเป็น idea จนถึงเทคนิคการทำ ต้นแบบ เพื่อให้เกิดการ test to learn

รูปแบบการเรียน “แน่น” มากเลย เพราะ เป็นหลักสูตรทดลอง test and learn เหมือนกัน เพราะปกติเรียนสองวัน ก็มาเหลือวันเดียว และคิดว่า content หลักจะอยู่เหมือนเดิม ทึี่หายไปคือช่วง ฝึกฝน กับ ช่วงง่วง

ที่เหลือ ก็ฝึกฝน สะสมชั่วโมงบิน ออกไป test แล้วก็ learn อีกหลายๆ รอบ

สักวันก็คงจะเก่งเอง ….

ขอบคุณ อาจารย์ลูกหมี Sanit Phoobubpha นะครับ นำมาถ่ายทอด ได้แบบมีอรรถรส และได้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน

สะพาน


คนไทยต้องรู้…

===========

สะพานพระราม ๖ สร้างในรัชกาลที่ ๖

สะพานพระราม ๗ ไม่ได้สร้างในรัชกาลที่ ๗ แต่สร้างในรัชกาลที่ ๙ ยุคเดียวกับ สะพานพระราม ๔,๕,๗,๘ และ ๙

พระราม ๑, ๒ และ ๓ ไม่ใช่ชิ่อสะพาน แต่เป็นชื่อถนน เวลาเป็นชื่อ ถนน จะมีคำว่า “ที่” ตามหลังพระราม

ถึงไม่มีสะพานพระราม ๑ แต่เราก็มีสะพานพุทธ สร้างรัชกาลที่ ๗

ถึงไม่มีสะพานพระราม ๒ แต่เราก็มีสะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ แม่น้ำแม่กลอง และ สวน ร.๒ ที่อัมพวา

พระราม ๔ มีทั้งสะพานและถนน

สะพานพระปิ่นเกล้า เป็นชื่อกษัตริย์ในรัชกาลที่ ๔ ที่ไม่ใช่ พระจุลจอมเกล้า ยุคนั้นเป็นยุคเดียวที่มีกษัตริย์ 2 พระองค์พร้อมกัน

ที่มากกว่า ๑ สะพาน

สะพานพระราม ๓ +สะพานพระนั่งเกล้า และ สะพานเจษฎาฯ (ชื่อท่านเหมือนกัน) อยู่ที่นนท์ทั้งคู่ อาจเป็นเพราะท่านสร้างวัดเฉลิมพระเกียรติ ที่นี่

สะพานพระราม ๗ + สะพานพระปกเกล้า

สะพานพระราม ๙+ สะพานภูมิพล ๑,๒

ุเคยขึ้นไปยืนบนสะพานมาครบทุกที่ละ อยากให้ลองแล้วจะรักเมืองไทยขึ้นอีกมาก

หมายเหตุ: ไม่มั่นใจว่าผมไปเที่ยวเขื่อนกับเยือนโรงพยาบาล ครบหรือยัง ไว้มั่นใจจะมาเขียนรวมเข้าไปด้วยครับ

นี่เขียนจากความจำ ไม่ได้ Google ตรงไหนข้อมูลไม่ Update ก็ ช่วยมาเติมด้วยครับ ไม่ต้องว่ากันนะครับ

อ่านแล้วอย่าลืมกด share/ Like ถ้าชอบใจก็กด Follow ผมไว้เลยครับ จะสัมผัสประสบการณ์ที่ดีๆ ร่วมกันครับ

 

#pingponglifestyle
#สะพาน

วัดป่าคำชะโนด


กบ Mean Min โทรมาเมื่อคืน ถามว่าขึ้นรถหรือยัง?
ผมบอกว่าขึ้นแล้ว ไปถึงโพนพิสัย หกโมงเช้า

กบถามว่ามากี่คน ผมบอกคนเดียว กบบอกดี พรุ่งนี้จะชวนไปคำชะโนด…

คำชะโนด ดินแดนของพญานาค ป่าศักดิ์สิทธิ์ ลี้ลับ อาถรรพ์ เกาะลอยน้ำ กับเรื่องราวความเชื่อที่ว่าเกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ เพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา รวมถึงผู้คนทีีมาพร้อมความหวัง ได้เลขรวยเป็นล้านจากที่นี่

ไม่รวมตำนาน ผีจ้างหนัง ที่มีคนจ้างหนังไปฉาย คนมาคึกคัก เช้ามากลายเป็นป่าร้าง

ผมโตจากอีสาน ตำนานคนเก่าๆ เล่าต่อๆกันมา หลายสิ่งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ อย่างบั้งไฟพญานาค ที่นั่งดูตั้งแต่เด็ก

วันนี้ได้มาสักการะ สถานที่อีกแห่ง ที่เป็นตำนาน ถือว่าโชคดี เพราะ ได้ยินมาตลอดชีวิต แต่ไม่เคยได้มาเยือน

เป็นทริปทำบุญที่สุขใจจริงๆ
ขอบใจน้องกบที่ชวนมา น้องตุ๋ย+แฟน+ พี่ขุน ที่ขับรถพาเที่ยวครับ ^^

Back to work


หยุดไปสี่วัน
เป็นสี่วันที่กะว่าจะไม่ทำอะไร ..แต่ก็ทำ To do list ไว้นิดหน่อย

เพราะตั้งใจจะ Reset ร่างกาย จะตอบแทนร่างนี้ที่ให้ใช้มา 50 ปี ด้วยการดูแลให้ดี

ตื่นเช้า(เช้ามาก ตีสาม) หลับๆ ตื่นๆ จนเช้า อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวมาก ผมเหงิ่อออกตั้งแต่เดินมายังไม่ถึงรถ

เช้ามาทานน้ำไปแล้วเกิอบลิตร นึกดีใจที่ติดเครื่องกรองน้ำไว้หลายเดือนก่อน ทำให้ไม่ต้องหิ้วน้ำไปมา บ้านโน้นบ้านนี้

กรุงเทพฯวันนี้ ถนนรถยังโล่งๆ ยังนึกเสียวๆ ว่าจะมาทำงานผิดวัน

ใครกลับมาทำงานแล้วบ้างก็โหวกเหวกหน่อย ที่เที่ยวอยู่ ก็ เอารูปมาอวดให้อิจฉาได้นะครับ

#pingponglife

แม่หญิงวิ่งเหยาะ


พาน้องๆ ออกมาวิ่งรอบอโยธยา “แม่หญิงวิ่งเหยาะ” ช่วงหกโมงเช้า

…เช่นนี้ก็ย่อมได้

50 km before 50 years old.


50km before 50 Years Old
===================

เมื่อคืนผมออกวิ่ง…
เป็นการออกวิ่งครั้งสำคัญเพราะเป็นการวิ่งตามฝัน

ฝันที่อยากวิ่งจบ Full 42 Km ก่อนอายุ ครบ 50

เมื่อคืนผมวิ่งมาไกลเกินฝัน Full Marathon โดยวิ่งไกลไประดับ Ultra 50 km

ร่างกายไม่ได้พร้อม แถมซัอมไม่ถึง การวิ่งมาได้ขนาดนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์

แต่ความรู้สึกยินดีเมื่อถึงระยะ 50 Km ของผม กลับไม่ใช่ความรู้สึกยินดีที่วิ่งได้ แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกยินดี จากมิตรภาพที่ได้รับจากกลุ่ม God of KOD น้องๆ ที่มาเป็นแรงเชียร์์และ คอย Support ตลอดเส้นทาง

น้องแต้ว MaePiromya JaoKa สาวสวยที่ปกติไม่ออกมาวิ่งกลางคืน ที่ยอมเทงาน Dinner ที่ Vertigo มากินเค๊ก กับพี่ป๋อง

น้องนาท Nart Chamnankit หนุ่ม Ultra ที่กำลังจะไป 100 km คอยใหักำลังใจ และน้ำแข็งประคบ ตอนที่กล้ามเนื้อฉีกจนช้ำ

น้องนก Piyarat Loolersvilai สาวสวยฝีเท้าเร็ว ที่คอยบอกให้ผมวิ่งช้าๆ และ ไม่ต้องไปตามคนหน้า เพื่อให้จบแบบไม่เจ็บ

นัองเจต Somjet Kaitkamonvakin นักวิ่ง 100 km ที่มีเทคนิคการวิ่ง พร้อมจิตใจอันดี วิ่งไปซื้อ Perskindal มาฉีดน่องให้ตอน มันขึ้นเป็นเส้น แถมให้ของขวัญ เป็นผ้าบัฟจากพี่ป๊อกที่ได้รับจาก Full แรกของตัวเองมาด้วย ด้วยเหตุผลว่า เพราะเป็นรูปมอเตอร์ไซต์

กองเชียร์ทีม G0D อีกสามคนที่ส่งใจมาตลอด
Wanida Pipatapirak อยู่หลีเป๊ะ
Gigga Zaa เตรียมตัวเจ้าบ่าว
Nitipat Kulchamaneemon ไข้ขึ้น

พี่เต้ย Kidakorn Angkanarak พี่ชายแรงบันดาลใจให้ผมรู้จักการวิ่ง Full ด้วยการทำให้ดูตอนวัย 55

เพื่อนนักวิ่งทุกคนที่คอยให้กำลังใจ

และที่สำคัญที่สุด พี่รัก Le Al Samermuen คนจุดประกายหลังผม Fail เมื่อเสาร์ที่แล้ว โดยวิ่งได้แค่ 31 Km แล้วให้ผมสู้ต่อ โดยมาวิ่งเป็นเพื่อน แถมชวนทีม GOD ทั้งทีมมา Support
surprise ทั้งเส้นทาง surprise ทั้งเค๊กวันเกิด ทั้งดึง ทั้งลาก ทั้งผลัก ปล่อยมุกเรี่ยราดตลอดทาง จนถึงจุดหมาย ฝากขอบคุณน้องเปิ้ล ศรีภรรยาด้วย สำหรับเค๊กน่ารักจานนี้

การวิ่งนี้ไม่มีอะไรคาใจผมอีกแล้ว เป็นฝันสุดท้ายก่อนอายุครบ 50

#ไม่มีทางรูุ้ถ้าไม่คิดจะลองดู
#first_full_Marathon
#first_full_Ultra_Marathon