Posts from the ‘เรื่องของพ่อ’ Category

พาพ่อมาเที่ยว


ปีนี้พ่อผมจะอายุ 90 …ถ้าแกยังอยู่นะ

พ่อจากไปตอนปี 2008 ตอนพ่ออยู่ ทุกวันที่ 3 ก.พ. พ่อจะมางานทหารผ่านศึกทุกปี

พ่อโดนรถชนวันที่ 3 ก.พ. ปี 2007 เพราะ อยากเอารูปที่ถ่ายเพื่อนในงานไปล้างมาส่งให้ … พ่อ กับ เพิ่อน ไม่รู้จัก และ ไม่สนใจ Facebook หรอกครับ วัยนี้ และ สมัยนั้น… ร่างพ่อนอนอยู่หน้าร้านถ่ายรูปนั่นแหล่ะ

พ่อฟื้นตัวจนผมพามางานนี้ได้ตอนปี 2008 ปกติไม่เคยมาเลย … มาปีนั้น เลยรู้ว่า ทำไม พ่อถึงมาทุกปี

เพราะเพิ่อนพ่อสมัยรบร่วมกันที่ยังอยู่ เขามากัน …ถ้ามีแรงเขาก็จะมา

ปี 2009 พ่อจากไปละ แต่พลังพ่อยังอยู่ และ ผมเชื่อว่า พ่อยังมีแรง …

พลังของพ่อส่งต่อมาที่ผม ผมจึงตั้งใจจะมาพร้อมกับพ่อทุกปี…

“ไอ้หนู…ปีนี้พาพ่อมาด้วยมั๊ย” จึงเป็นคำถามที่ได้ยินเมื่อมางาน ถึงแม้ปีนี้ผมจะอายุ 52 แต่มาอยู่ที่นี่ ผมรู้สึกเป็นเด็กทันที

เป็นเด็ก เป็นลูกที่ดีของพ่อ…

ผมตั้งใจจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ..ด้วยการเป็นคนดี เท่าที่จะทำได้…ตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าดีไม่พอ

และสัญญากับพ่อว่าจะพามาให้ได้ทุกปี…

พ่อคงดีใจอยู่บนโน้น

ป๋อง

3 ก.พ. 2020

ราย รูป รอย


คุณอา หลายๆ ท่านพอเห็นหน้า ทักเลยว่า “ปีนี้หนูพาพ่อมาด้วยหรือเปล่า” …

ผมแปลกใจเหมือนกัน ที่มีคนทักแบบนี้หลายคน แต่ก็เข้าใจว่าการมางานนี้ทุกเช้าวันที่ 3 กพ ทำให้คนที่มางานนี้เหมือนกันจำกันได้…

พาพ่อมาอนุสาวรีย์ชัย

หลายคนก็ไปรบเวียตนามรุ่นเดียวกับพ่อ และ บอกว่า 21 กรกฏา มีงานที่เมืองกาญจน์เฉพาะทหารผ่านศึกเวียตนามด้วย…

ปีนึงพาพ่อมาที…ดีเหมือนกัน กะว่าจะพามาจนไม่มีแรง…

วันทหารผ่านศึก ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ ได้เห็นจราจรยามเช้ากลางกรุง เห็นรถไฟวิ่งอยู่บนหัว เห็นดอกป๊อบปี้สีแดง และที่สำคัญ เห็นทหารหาญ ผู้กล้ารบ ที่เสียสละให้เราๆได้อยู่สุขสบายมารวมกันที่นี่

อาวิชัย วิเวท มาจากลพบุรี
คุณอาเพิ่อนพ่อ

หลายคนรู้ว่าทหารเสียสละแค่ไหน ..หลายคนก็ไม่รู้ บางคนได้สัมผัสบ้างผ่านการเรียน แต่รบจริงๆนั้น ลำบากกว่านั่นมาก … ฟังพ่อเล่าให้ฟังแล้วรู้สึกว่า ทหารนี่จิตใจต้องแกร่งมาก … ออกไปทำงานตอนเช้า อาจจะ ไม่ได้กลับมาดีๆ …

บางคนมาครบ บางคนมาขาด อวัยวะมาไม่ครบ

มาวันนี้ ถือว่ามาตาม ร.

มาตามราย…ชื่อทหารที่เสียชีวิต
มาตามรูป…รูปพ่อที่แทนตัว
มาตามรอย…ของความกล้าหาญเสียสละ

พี่ทหารท่านหนึ่งได้กล่าวเอาไว้…

ถ่ายรูปร่วมทหารหาญ

จากประหยัด มาสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน


ถ้าพูดถึงความประหยัดและก็ต้องยกให้พ่อผมเลยครับ

คุณพ่อชนะ วงษ์เกษม คุณพ่อที่แสนดีของผมนี่แหละ

งก กับ ประหยัดไม่เหมือนกัน ต่างกันที่ใครใช้ ถ้าเราจะเรียกประหยัด แต่ เพิ่อนจะเรียก งก 555 เพราะไม่แบ่งเพิ่อน เพิ่อนเลยว่าเอา

ดังนั้นใครไม่มีเพิ่อน สบายใจได้ ไม่มีใครว่างกแน่นอน

พ่อไม่ได้งก เพราะ แบ่งปันของมห้คนอื่นเสมอ (แต่ก็เลือกคนให้นะ) พ่อเด็นคนช่างเลือก เลือกตั้งแต่ที่มาของวัตุดิบเลยว่า
ทนไหม
ใช้ได้นานไหม
ดูแลง่ายไหม

เวลาจะใช้ท่านจะดูแลรักษาเป็นอย่างดี สงสัยเพราะวินัยทหาร เลยจัดการรักษาสภาพให้พร้อมตลอดเวลา อย่างรองเท้านี่มันแผล่บขนาดแมลงวันมาเกาะยังลื่น ก้นกระแทกตกลงมาหลายตัว เสื้อผ้าพีอ ใช้ทนมาก เลยชอบเห็นพ่อในเสื้อตัวเดิม ไม่ค่อยเปลี่ยน ซื้อใหม่ก็ไม่เอา เห็นตัวไหนผมไม่ค่อยใส่ พ่อจะแฮฟเลย สมัยนั้น เราใส่ size เดียวกัน ถึงพ่อจะตัวเล็กกว่า แต่พ่อมีพุงโต เลยใส่ได้

เริ่องใช้ของเวลาใช้เสร็จแล้วท่านจะรักษาความสะอาดเก็บไว้อย่างมีระเบียบ อันนี้ติดมาที่ผมบ้าง เพราะผมจะหงุดหงิดเวลาที่เห็นอะไรรกๆ ของอะไรที่ใช้เสร็จหมดสภาพก็จะเอามาดัดแปลง

เริ่องความประหยัดไม่ได้เป็นเฉพาะพ่อ แต่เป็นมาเหมือนกันหมดตั้งแต่ป้า จำได้ว่าบ้านป้า พี่ๆ ที่ทำงานจะเดี่ยวข้องกับข่าวหนังสือพิมพ์ กลับมาบ้านก็เอาหนังสือพิมพ์ พับเป็นถุงกระดาษ นั่งดู TV ไป พับถุงไป ได้ค่ากับข้าวกันเลยนะนั่น

ของในบ้านที่จะทิ้ง นี่น้อยมากเพราะพ่อเก็บหทด ตั้งแต่หนังสติํ๊ก น๊อต ตะปู สายไฟ หลอดไฟ ขวด กระป๋อง กระดาษ ตอนทิ้งขยะไม่ต้องห่วง โดนจับแยกหมดอะไรขายได้จับแยกหมดเพราะของที่ขายได้คือของที่เอากลับไปใช้ได้

พ่อสอนเรื่องนี้ผมตั้งแต่เด็ก แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่า มาวันนี้มันจะเรียกว่า Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้ยินครั้งแรกงงอนู่ตั้งนาน ว่าเริ่องอะไร เริ่องแบบนี้เดี๋ยวนี้ต้องมารณรงค์กันแล้วเหรอ ผมนึกว่าเป็นกันทุกบ้านแล้วซะอีก….

อนาคตจะมีเริ้องอะไรอีกน้าาาา ที่ต้องรณรงค์ อย่างเช่น เวลาข้ามถนนให้เงยหน้าทาดูรถบ้าง เพราะ มองแต่โทรศัพท์ หรือ เวลาขึ้นรถโดยสารให้ลุกให้คนชรานั่ง เพราะมนรถมีแต่คนชรา อะไรแบบนี้หรือเปล่า ยิ่งนานวันก็ดูเหมือนเราเวียนวน อยู่กับเริ่องเก่าแต่มุมมองใหม่ และทีทางออกใหม่ๆ ได้ทุกวัน

ในวาระสุดท้ายของพ่อ บทเรียนสุดท้ายที่พ่อสอนผมไว้ ไม่ให้เหลือ Waste แบบใช้หมด คือการบริจาคดวงตาให้สภากาชาด ผมยืนดูเจ้าหน้าที่นำดวงตาออกจากร่างน้ำตาไหลพราก ส่วนร่างก็บริจาคศิริราช ไปเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ ม.รังสิต

แบบนี้เรียก Circular Economy ตัวพ่อที่แท้รู…

กราบ

คิดถึงพ่อ นะครับ

#mydad

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป… ==============


49 ปี 10 เดือนที่ผ่านมาชีวิตผมเจอเรื่องต่างๆ มากมาย

เ รื่ อง ดี ๆ ค นดี ๆ เ ย อ ะ ม า ก

ปัญหา อุปสรรค มีเหมือนทุกคนทั่วไป และทุกครั้งทำให้ผมเรียนรู้
สิ่งที่เรียนรู้ที่ดีที่มาก คือ รู้ที่จะเลือกว่าอะไรคือปัญหา

เมื่อตอนอายุ 40 ผมตั้งคำถามว่า ถ้าตัวเองจะมีอายุแค่ 50 จะอยากทำอะไรบ้าง
ดังนั้น 10 ปีมานี่ ก่อนอายุ 50 ผมไล่ทำอะไรตามฝันหลายๆ อย่าง

สิ่งสำคัญอย่างนึง ที่พยายามทำมาตลอดคือการมีสัมพันธภาพที่ดีกับคนรอบข้าง ผมว่ามันทำให้เรารู้จักคุณค่าของการมีชีวิต

ทุกคนเมิ่อมีสัมพันธภาพ วันหนึ่งก็ต้องมีการสูญเสีย

เมื่อวานผมสูญเสียคนที่รักของผมไปอีกคน แม่เมียด เป็นแม่เลี้ยง ที่เคยดูแลผมตอนผมเด็กๆ ป4.-ม3. เป็นผู้มีพระคุณอันล้นพ้น อีกท่านหนึ่ง

แม่เมียด สอนหลายอย่างผม ในการดำเนินชีวิต ทั้ง Do and Don’t ผมเห็นชีวิตแม่ช่วงบั้นปลาย แล้วต้องกลับมาดูตัวเอง ปรับแผนชีวิตใหม่

ความเศร้าเข้าเกาะกิน ผมนั่งดูภาพเก่าๆ วนไปวนมา หลายๆ อย่างเข้ามากระตุ้นให้มีสติ

แม่ไปสบายแล้ว คนที่อยู่ก็ต้องสู้กันต่อไป ดูแลคนที่อยู่ให้ดี รักษาสุขภาพ ทำความดีเมื่อมีโอกาส และ สร้างโอกาสในการทำสิ่งดีๆ สมาธิ และ สติ เป็นสิ่งสำคัญ
ปัจจุบันจงมีความสุข อย่าเป็นทุกข์ล่วงหน้า หาวิชาใส่ตัว และอย่ามัวทำเรื่องเสียเวลา

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป…

Merry X Mas ครับ

#2017wintertrip day 3/11

คิดถึงพ่อ


พ่อบ่น
====
มาเที่ยวนี้พ่อบ่นว่า เหงาๆ ไม่ค่อยมีเพื่อน…

น้ากอบ ชอบ เหล้า บุหรี่ หวย
เดเหลี่ยน ชอบ เบียร์
แม่น้อย ชอบเบียร์

พ่อชอบหวย เหล้า บุหรี่ เบียร์ เลิกก่อนตายมา 30ปี… คงเหลือ เรื่องหวย คุยกับน้ากอบ…

#คิดถึงพ่ออีกละ

ตื่นตาตื่นใจ ========


ปี 2516…วันที่ 23 ตุลาคม ผมรีบตื่นแต่เช้า…เสียงกลองดัง ตึง.ตึง ตึง ดังมาแต่ไกล ทำเอาหัวใจผมเต้นระทึก…

พ่อบอกว่าวันนี้จะพาไปดูสวนสนาม หน้าพระรูปฯ

บ้านผมกับลานพระรูปใกล้กันนิดเดียว ด้านหลังบ้านมองเห็น “เก้าชั้น” เจ้าเสากระจายคลื่น ที่เห็นเป็นโครงๆ มองเห็นได้จาก วัดโสมฯ และ จากสี่แยกมหานาค เสานี้เปิดไฟกระพริบสีแดงๆ อยู่ทั้งวัน

ผมแต่งตัวหล่อด้วยชุดที่พ่อซื้อให้จากตลาดนัดวันก่อน เสื้อเชิ๊ตกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าถุงเท้าเรียบร้อย…

พ่อแต่งตัวเนี๊ยบ …ผมไม่ทำให้พ่อเสียชื่อแน่

ผมกับพ่อเดินไปลานพระรูปโดนตัดออกทางหน้าวัดโสมฯ พ่อผมไม่เหมือนคนอื่น เวลาไปเที่ยวด้วยกันพ่อไม่เตยเดินจูงมือผมนะ ปล่อยเดินเองตลอด และ ต้องคอยมองพ่อเอง ..เผลอไม่ได้ พ่อหาย และ ถ้าหายพ่อไม่เคยตาม..

ผมเชื่อว่าพ่อรักผมและพยายามฝึกให้ผมเอาตัวรอดตั้งแต่ห้าขวบ…

ที่ลานพระรูปผู้คนเยอะจนผมมองไม่เห็นขบวน ผู้ใหญ่ยืนเต็มไปหมดจนเหมือนกำแพงมนุษย์อยู่ตรงหน้า… เสียงกลองที่ดังทำให้ผมต้องหาทางมุดออกไปดู ตัวเล็กๆ นี่มุดง่าย ในที่สุดก็สำเร็จ

ภาพตรงหน้าตื่นตาตื่นใจ กองทหารแต่ละเหล่าทัพ สลับกันเดินสวนสนามอย่างพร้อมเพรียง ขาก้าวตรงกัน ดูมีพลัง และ แข็งแกร่ง เครื่องแบบอย่างเนี๊นบ ใส่หมวกมีพู่ สายตาทุกคนนิ่ง ผมมองทุกคนอย่างชื่นชม…คิดว่าโตขึ้นสักวันคงมีโอกาสได้มาเดินสวนสนาม เพื่อวางพวงมาลา อันเป็นพิธีอันทรงเกียรติ

ขบวนสวนสนามมีมาเรื่อยๆ ไม่มีขบวนไหนที่จะไม่ทำให้ผมตื่นเต้น…เกิดมาไม่เคยดูอะไรแบบนี้ในระยะประชิดเลย..ดูจากทีวีก็ไม่แจ่มเพราะภาพในทีวีบ้านพื่อนบ้านข้างๆ ยังขาวดำ และจอนิดเดียว

รอบๆราชดำเนิน พ่อค้าเอาของมาขาย ทั้งอาหารเครื่องดื่ม ใส่รถเข็นมาขาย ที่ผมชอบคือ พ่อค้าขายลูกโป่ง ที่มีลูกโป่งลูกกลมๆ หลากสี อยากให้พ่อซื้อให้สักลูก จะได้ผูกข้อมือ เดินไปไหน มันก็ลอยไปด้วย ถึงจะคุยด้วยไม่ได้แต่ก็ไม่เหงา ^^

แต่ก็ไม่ได้ขอ…เพราะ อยากได้อะไรไม่เคยขอพ่อเลย อยากได้ต้องทำดี ทำดีมากๆ พ่อจะให้รางวัลเอง….

สิ่งนึงที่เป็นสีสัน และ ผมชอบดูไม่น้อยกว่าสวนสนามคือ คนขายของเล่น

คนขายของเล่นสมัยนั้นจะถือเสาที่มีของเล่นต่างๆ เสียบเอาไว้ …ที่ผมชอบสุดเห็นจะเป็นเครื่องบินไม้ ที่มีใบพัดออกตรงก้น (สาบานเลยว่าตั้งแต่เกิด ผมยังไม่เคยเห็นเครื่องบินที่มีใบพัดออกตูดเป็นเรือ แบบนี้จริงๆ สักลำ) ใบพัดเวลาหมุนมันจะไปสียางสนเป็นเสียงเรียกความสนใจ

ขนมหวานข้างทาง ก็อร่อย ผมชอบท๊อฟฟี่ที่คนขายต้องปั้นแล้วแต่งด้วยกรรไกร ..ที่เห็นบ่อยสุดจะเป็นรูปลิงนั่งตกปลา…

ขบวนพาเหรดเดินจนแดดสาดส่อง… ถึงแสงจ้า แต่อากาศช่วงนี้ยังเย็นสบาย….

พ่อบอกว่า วันนี้เป็นวันสวรรคตของ ร.5 พ่อเล่าให้ผมฟังว่า ในหลวง ร.5 ท่านเก่ง และ ยิ่งใหญ่มาก เมืองไทยทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงและเจริญกว่าหลายๆที่ เพราะ ท่านมีการเปลี่ยนแปลง….

ตอนนั้นผมฟังไม่เข้าใจลึกซึ้ง … แต่ นึกในใจว่า คนมาวางพวงมาลา เยอะขนาดนี้ บารมีท่านต้องสูงมากๆ …

เพราะคนปกติแค่ไม่เจอหน้ากันไม่กี่วันก็ลืม …แต่สำหรับท่าน เราทุกคนล้วนไม่เคยพบหน้าท่านแต่ก็ยังเคารพและรำลึกถึงแม้ท่านจากไปนานแล้ว….เด็กอย่างผมก็ต้องคิดได้ถึงการสำนึกพระคุณอันล้นพ้น…

ผมเดินเล่น จนขบวนสวนสนามขบวนสุดท้าย จบลง และ เดินหลับบ้านกับพ่อแบบเปรมปรี … วันหยุดไม่ต้องไปเที่ยวไกล …ไม่ต้องคิดไปไหน แต่มาที่ลานบรมรูปก็สุขใจแล้ว…

…ผมเดินตามพ่อกลับบ้าน…พ่อหันมายิ้ม…

=====
ปี 2558 วันที่ 23 ตุลา … ผมรีบตื่นแต่เช้า… นาฬิกาปลุกผมตอน ตีสี่ครึ่ง… วันนี้ผมตั้งใจไปลานพระรูป หลังจากสองปีก่อนดันไปสาย ได้เห็นแค่ไม่กี่ขบวน และ ปีที่แล้วก็ไม่ได้ไป….

ความต้องการเห็นขบวนพาเหรดอันเกริกไกรทำให้ผมสลัดความขี้เกียจ ควบมอเตอร์ไซต์ออกใาจากบ้านที่นครปฐม….

ผมมาถึงเลี้ยวผ่านตรงวัดเบญฯ มีทหาร ตำรวจยืนตามข้างถนน ถนนไม่ได้ปิด รถยนต์ยังวิ่งได้ แต่ วิ่งเส้นด้านข้าง เสียงกลองไม่ดังเหมือนก่อน ..

ผมหาที่จอดรถ ข้างถนนรถจอดเต็มไปหมด ผมขี่มอเตอร์ไซต์เลยหาช่องไปจอดบนฟุตบาท เห็นคนนอนอยู่เต็มฟุตบาท ไม่ทราบเป็นพวกไหน.. รถมาจอดก็ไม่ลุก มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่าง.. ขบวนพาเหรด เริ่มเข้ามา ..

ทหารที่แต่งเต็มยศ ไปไหน.. ผมเห็นมีแต่ที่ใส่เครื่องแบบ แต่ดู ไม่อลังการเหมือนเมื่อก่อน ..

หรือว่าเราโตขึ้น ความตื่นเต้นน้อยลง หรือว่า กองสวนสนามเขาไม่จัดเต็มเหมืมอนเมื่อก่อน

ขบวนจากทหารหาญ มีมาเหมือนไม่ครบเหล่า แต่ก็มีกองสวนสนามมากันเรื่อยๆ .. ถ้าไม่ใช่ ทหาร บางที มีเดินคุยกันบ้าง ..

หนักสุดที่เห็นคือ ของเด็กเทคโนหรือเปล่าไม่รู้ ที่ เขียนว่า สี่เกียร์ เดินคุยโทรศัพท์ ด้วยเลย.. (คงธุระสำคัญ แต่ ไม่อยากออกจากขบวน)

อีกอย่างที่เห็นแล้วไม่ชอบคือ ขบวนของนักเรียน ที่ จะมีคนคนนึง (เข้าใจว่าเป็นอาจารย์ที่ควบคุมกองดุริยางค์) เดินอยู่ในขบวน และคอยบอกเด็กให้อยู่ในวินัย .. นึกอะไรไม่ออก ก็มาเดินคู่กับ ดรัมเมเยอร์ .. ผมตะหงิดๆ อยากเดินไปสะกิด ท่านนั้นเหมือนกัน ว่า .. คุณพี่ออกมาจากขบวน จะทำให้ ขบวนสวยงามขึ้นมากครับ …ดีกว่าเดินพล่าน ขัดหูขัดตาแบบนี้ ..

ผมดูขบวนสวนสนาม จนแดดเริ่มออก .. แดดวันนี้แรงพอกับปี 2516 แต่ร้อนกว่ามาก.. ตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า .. ไม่อยู่รอจนหมด..

ผมมองไป เห็นพ่อมองไปที่ขบวนพาเหรด เห็นตาเหม่อลอย .. สีหน้าผิดหวัง…

ผมนึกในใจ .. ไม่เป็นไรนะพ่อ ปีหน้ามาใหม่ .. เขาคงจัดให้ใหญ่กว่านี้..

== จบ ===

ปีหน้าอยากชวนไปดูกันเยอะๆ ครับ และเชื่อว่า แต่ละขบวนคงจะทำออกมาให้ยิ่งใหญ่เหมือนตอนที่ผมเป็นเด็ก

ป๋อง

วันทหารผ่านศึก ปี 2016


ปีนี้เป็นอีกปี ที่ผมได้พาพ่อ มางานทหารผ่านศึก ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

สมัยก่อนพ่อมาทุกปี ผมไม่เคยตามพ่อมาเลย จนพ่อไม่สบาย มาเองไม่ไหว เลยพามา

มาแล้วก็รู้สึกว่า นี่แหล่ะ ความสุข ของพ่อ วันที่พ่อจะได้พบเพื่อนสมัยร่วมรบด้วยกัน หลายคนก็จากไปแล้ว ..

“เพื่อนกินหายาก เพื่อนตายหาง่าย” พ่อบอก “มันตายกันไปทุกปี”

 

และปีนั้นก็เป็นปีเดียวที่ผมได้พาพ่อมา.. หลังจากนั้น พ่อก็จากผมไป ..

หลังจากนั้น ผมสัญญากับตัวเองว่า จะพาพ่อมางานให้ได้ทุกปี …

ทุกปี ผมจะมาตอนเช้า แล้วก็กลับไปทำงาน เพราะงานมีเช้าตรู่ งานจะแบ่งเป็นช่วงพิธีการ มีการวางพวงมาลา เสร็จจากตรงนี้ ก็จะมีงานรื่นเริงที่ ราบ 11 ผมเคยไปครั้งนึง แล้วก็บอกตัวเองว่า มันเหมาะที่เพื่อนรุ่นพ่อ จะนั่งคุยกัน รื้อฟื้นความหลัง ผมไปแค่งานช่วงเช้าก็พอ

ปีนี้พาพ่อมา คนก็มองเหมือนทุกปี ผมว่า งานเช้า ไม่ค่อยมีญาติๆ เท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นตัวทหารเองที่มา

 

มาปีนี้ ผมว่างานจัดออกมาสวย และ ดูยิ่งใหญ่ มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ด้วย ผมเอง ก็มีโอกาสได้ถูกสัมภาษณ์ ถึงสองช่อง

 

ช่อง New TV ช่อง 18

 

รายการ Hotline Thailand ของช่อง 5

 

ได้ on air หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ ที่แน่ๆ ได้ถ่ายไปครับ ^^