Posts from the ‘เพ้อเจ้อไปเรื่อย’ Category

สรุปแล้ว..สิ่งที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้ 21 ธค 2012


หลังจากดูข้อมูลทั้ง NASA , Google, สำนักข่าวหลายๆ ที่ สรุปได้เลยครับว่า สิ่งที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้มีดังนี้

  1. พายุสุริยะ …เกิดแน่ แต่จุดไหนของโลกไม่รู้ รุนแรงแค่ไหนก็ไม่รู้ ระบบสื่อสารล่ม หรือ เล่น facebook ได้เหมือนเดิม ไม่รู้ พรุ่งนี้รู้ 
  2. ตรวจ ISO … ที่บริษัทฟิตมาก นัด ตรวจกันวันพรุ่งนี้ ..คงได้ CAR กันแหลกลาน เพราะ เตรียมตัวไม่เต็มร้อย
  3. แจกซอง… วันที่มนุษย์เงินเดือน ทุกคนรอคอย ว่า จะได้เงินขึ้นเท่าไหร่ โบนัสเท่าไหร่ ..ปีหน้า ควรจะหางานใหม่ได้หรือยัง
  4. วันเกิด พ่อ … ที่เสียไปหลายปีแล้ว… แต่ก็รู้สึกว่า พ่อยังอยู่ใกล้ๆ

แค่สี่เรื่องนี้ ก็พอๆ กับ วันโลกแตกแล้วล่ะครับ

เหี้ยครองโลก…


ผมมานั่งนึกดูประวัติศาตร์ของเผ่าพันธ์ ผมแล้ว ก็ ต้องบอกว่า ทึ่งครับ…
ถึงแม้มันจะดู แย่ๆ แต่ พวกเราก็อดภูมิใจไม่ได้ ..ว่า ถึงจุดนี้ …พวกเราก็ครองโลกกันแล้ว…
กว่าที่เราจะล้างเผ่าพันธ์ พวกมนุษย์ โดยการทำการ “ปรับเซลสมอง”อย่างที่ เค้าเคย “ปลูก” ให้กับเรา….
มาวันนี้เราปกครอง พวกมนุษย์ทั้งหลาย อย่างสมบูรณ์แล้วครับ มนุษย์ ก็เป็นเพียง “สิ่งมีชีวิต ใช้แรงงาน” ที่ เราเอาไว้ใช้งานเท่านั้นเอง
…ส่วนเผ่าพันธ์ ”เหี้ย” อย่างผมก็ครองโลกมาได้ พันกว่าปีแล้วล่ะ…

ถ้าย้อนไปอดีตสมัยก่อนโน้นนนนน…จำได้เลยว่า พวกมนุษย์ขี้เหม็น พวกนี้ เรียก บรรพบุรุษของผม ว่าเป็น “สัตว์เลื้อยคลาน” ..ฟังดูหยาบนะครับ ..เข้าใจว่าพันกว่าปีก่อน คำนี้มัน ดูต่ำ ช้าสามาน มาก เหอ เหอ แต่ เดี๋ยวนี้ ขอโทษ นี่มันปี 1111 ที่เรานับตั้งแต่ เราเริ่มปกครองโลกครั้งแรก (หรือ เทียบเป็นปีมนุษย์ก็เป็นปี ค.ศ. 3950 แล้ว) มันเป็น ฐานะที่ยิงใหญ่ ที่ พูดได้ว่าเผ่าพันธ์ผม แทบทุกตัวต้องการให้เรียกชื่อตระกูล ว่า “สัตว์เลื้อยคลาน” กันทั้งนั้น …

ก่อนเราครองโลก บรรพบุรุษผมชอบอยู่แถว คูน้ำ อ้าว ก็แหม ก็ผิวหนัง หนาแบบนี้ อยู่ใกล้น้ำเหมาะสุดเลย พวกมนุษย์ที่เป็น ฝรั่งก็ ก็เลย ตั้งชื่อภาษาอังกฤษ เรียกพวกเราว่า “Water Monitor” หรือ ผู้สังเกตการณ์น้ำ…เหอะ เหอะ ฟังดูเท่ห์ ใช่ม้า..จะว่าไปแล้ว นึกๆ แล้วต้องขอบคุณคนไทย นะ ที่มีส่วนอย่างมาก ในการสร้างประวัติศาสตร์ ให้กับ เผ่าพันธ์ ของเรา เพราะ คนไทย ตั้งชื่อพวกเราว่า “เหี้ย” แล้วตอนหลังก็เที่ยวเรียกอะไร ต่อมิอะไร ที่ไม่ดีว่า “เหี้ย” ไปด้วย… เลยทำให้ คนไม่ค่อยอยากยุ่งกับเรา … เห็นเราเดินอยู่ก็ปล่อยไป เพราะ ไม่มีใครอยากยุ่งกับ เหี้ย…สมัยนั้น เราไปได้ทั่ว เข้าบ้านใครก็ได้ เดินเล่น รัฐสภายังได้เลย เดินบนถนน รถทุกคันยังต้อง จอดให้เราผ่าน… ไม่เคยมีประวัติว่า มีเหี้ย โดนรถทับตายสักตัว


… ได้สิทธิพิเศษ แบบนี้ เราเลย อยู่ได้สบายๆ ไม่งั้น เผลอๆ เหี้ย อย่างพวกผม อาจจะสูญพันธ์ไปแล้ว..

ถึงแม้วันนี้เราจะครองโลก แต่ ถ้าย้อนไปสมัยนั้น ก็ น่าน้อยใจ เพราะยุคนั้น ก็ไม่ค่อยแฟร์ ที่ใครต่อใครชอบมาเปรียบเราถึงสิ่งไม่ดี
ก็คิดดูซิครับ เราอยู่ของเราดีๆ แต่ โดนหาเป็นตัวซวย … เจออะไรไม่ดี ก็ “เหี้ยแล้ว”…ซึ่งก็แปลก เพราะปกติมนุษย์สมัยนั้น คนทำอะไร ถึงจะซวย อยู่เฉยๆ จะไม่ค่อยซวยหรอก คนทำงานดีๆ ซวย โดนคนด่า (ซึ่ง มากว่า 80% ของคนที่ด่า ก็ไม่ได้ทำอะไร) มนุษย์สมัยนั้น บางคนเห็นใจ ตั้งชื่อเราพังดูดีเชียว ว่า “ตัวเงินตัวทอง” แต่ก็นั่นแหล่ะ มันก็ไม่ได้ช่วยได้นานเท่าไหร่ หลังๆ พอรู้ว่า “ตัวเงินตัวทอง” กับ “เหี้ย” เป็นความหมายเดียวกัน ก็ไม่มีใครอยากได้ ชื่อนี้ อยู่ดี …ไม่เชื่อ คุณลองให้เพื่อนเรียกว่าตัวเงินตัวทองดูซิ … เหอะ เหอะ ..ก็ไม่กล้าหรอก เห็นมั๊ย

ถ้ามาว่ากันแบบวิชาการ สมัยที่คนยังเจริญ อยู่เค้าตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้พวกเราว่า Varanus salvator ส่วนชื่อ “เหี้ย” เนี่ย ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามาไง แต่ พวกมนุษย์เค้าบอกว่า มีข้อสันนิษฐาน อยู่ข้อนึง ว่า เหี้ย มาจาก ภาษาบาลี ที่เรียกว่า “หีน” ที่มีความหมายว่า ต่ำช้า (คงดูจากหน้าตาของพวกเรามัง) แต่คำนี้เรียกไปเรียกมา จน กร่อนจน เหลือ แต่ คำว่า “หี” (ขออภัย ที่ใช้คำนี้ คำนี้อาจจะหยาบ แต่ เค้าระบุอย่างนี้จริงๆ ) วัยรุ่นตอนนั้น ก็คงแปลงออกมาเป็น “เหี้ย” แทน แล้วก็เรียกกันมาเรื่อย
มนุษย์โลกกลุ่มนึงในเมืองไทย ไม่ชอบคำว่า “เหี้ย” ครับ (คงเพราะความหมายอย่างที่ว่า) และไม่อยากเรียกแบบนี้ คนกลุ่มนี้เลยเคยคิดจะตั้งชื่อให้เราตาม ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า “วรานัส “หรือ “วรานุส” ที่มาจาก Varanus นั่นแหล่ะ ลือไปมาจนทำให้ คนชื่อ วรนุช เดือดร้อนอยู่พักนึง จนช่วงนั้น ไม่มีใครอยากตั้งชื่อลูกเป็นชื่อนี้อีกเลย
… มนุษย์คนไทย เดียวกัน อีกนี่แหล่ะ ที่ เอาเรามาล้อเล่น ในตอนที่ น้ำท่วมใหญ่ ปี 2011 โดยเอาเรามา เปรียบกับ จรเข้ เพราะ ตอนน้ำ ท่วม สับสนกันมาก ตอนนั้น คนก็เริ่มรู้จักพวกผมดีขึ้น เพราะ “ท่าว่าย” มันไม่เหมือนกัน ครับ จากเอกสารเก่าๆ ที่ไปค้นมา ก็เจอ รูปนี้ เข้า ตอนนั้น เจ้า พวกจรเข้ นี่ได้เทียบรุ่นกับเราเลยนะครับ นั้น (แต่คนตอนนั้น กลัว จรเข้มากกว่าพวกเรา เพราะ มันงาบ…ได้)

ด้วยความที่เราเป็น “เหี้ย” และไม่มีใครอยากยุ่งนี่แหล่ะ ทำให้ นัก พันธุ์กรรม ที่เป็นคนไทย ตอนนั้น สามารถปลูก เซลล์สมองได้ ..เลือกสิ่งมีชีวิต มาทดลองปลูกเซลล์สมอง ที่ โคลนนิ่ง และ ตัดต่อพันธุกรรม จาก รูปแบบสมองอันชาญฉลาด ตอนนั้น เค้าเลือกเอา สิ่งมีชีวิต ที่ ดูแล้ว ไม่น่าจะฉลาดได้ เลย ซึ่ง ตัวเลือกแรก คือ ควาย เพราะไม่มีใครเชื่อว่า ควาย จะฉลาดได้… แต่ กระแส “คนรักควาย” (ที่ก่อตั้งหลังจาก คนรักช้าง และ Panda fan club) ต่อต้าน … คนเลยเลือก พวกเรามา เป็น “เหี้ยทดลอง” เพราะไม่เคยมีใครอยากยุ่งกับ เหี้ย และ อยากปกป้อง เหี้ย อย่างเรา
เป็นความผิดพลาด ของมนุษย์ชาติ เพราะ การทดลองสำเร็จ เหี้ยเกิดใหม่ มันดันสำเร็จ… แถม ฉลาดกว่าที่คิดอีก อย่างเหี้ยเกิดใหม่ นี่ แค่ สองขวบ iQ ก็ซัด ไป สองร้อยแล้ว…เหอ เหอ
เรื่องราวการขึ้นครองโลก มันมีอีกเยอะ … ไว้วันหลัง ผมจะมาเล่าให้ฟัง …อย่างน้อย วันนี้ เหี้ย ก็ ครองโลกเรียบร้อยแล้วล่ะ

ถึงจะมั่วแต่ก็มี อ้างอิงครับ
1. http://en.wikipedia.org/wiki/Water_monitor
2. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2

ปี 2022… น้ำไม่ท่วมอีกแล้ว


ปี 2022….
เสียงคลื่นที่กระทบผนังตึกชั้นสอง … กระทบสะท้อนเข้ามาในห้องนอนที่โคลงเคลงไปมา

ผมสะบัดหัวสองที .. ไม่รู้ว่าเพิ่งตื่น หรือว่า เมาคลื่น เพราะ มันโคลงเหมือนกัน …

อากาศดีๆ อย่างนี้ จนต้องงัวเงียตื่นขึ้่นมาแบบไม่อยากลุกจากที่นอน
แสงแดดที่สะท้อนผิวน้ำ สะท้อนขึ้นมา ..ดีว่า ยามเช้า แสงแดงเรื่อๆ จากดวงอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นทำให้ไม่แสบตามาก…
ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่เรียน วิศวอุทกศาสตร์ เอก วิชาจัดทางไหลของน้ำ แบบนี้ …

สาขาวิชานี้ เพิ่งเปิดหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2011 โน่น …งานหลักก็นั่งดูว่า วันนี้ น้ำที่ไหนจะไหลมาจากไหน บ้าง แล้วก็ ใช้ สูตรคำนวณปริมาณน้ำ ที่ไหลในแต่ละสาย หรือที่เมื่อก่อนเรียกว่า Mamning formula  บวก ลบ กับ ความสามารถในการผันน้ำออกไป ให้สมดุล เท่านั้น…

สูตรของการคำนวณ ทำให้เราสามารถที่จะทำให้ น้ำหายไปหมดเมืองได้ แต่ กำลังในการ ระบายน้ำที่เป็นจริง ทำให้เราไม่สามารถทำให้ ทุกที่ “ไม่ท่วม” ได้

ดังนั้น ..สุดท้าย “เรา” ก็ต้องเลือกว่า จะต้องให้ “ที่ไหน” จมน้ำ และ ที่ไหน “แห้ง”

งานผมหลักๆ ก็รักษาระดับน้ำในแต่ละโซน ก็เท่านี้ ไม่มากไปกว่านั้น .. KPI วัดกันที่ ระดับน้ำ นั่นแหล่ะครับ …ไม่ต้องน้อย กว่านั้น … ให้ได้ตามระดับที่ set ไว้…

ห้องทำงานผมก็อยู่ในเรือ นี่แหล่ะ ที่เดียวกับที่ผมนอน..

ผมหยิบ iPad 8S รุ่นล่าสุด ออกมาดูแผนที่แสดงระดับน้ำ .. ภาพ 3D ลอยออกมา ให้เห็นถึงความลึกของแต่ ละ Zone โซน ผมเอามือจับขอบสองข้าง ลอง”บิด” เบาๆ ภาพแสดง ระดับน้ำ อีก สิบชั่วโมงข้างหน้า  ลอยซ้อนขึ้นมาแทนภาพเก่า …

โซนสีแดง คือ น้ำจะสูงเกินระดับควบคุม งานนั้นช่างแสนง่าย แค่เอานิ้วแตะแล้วลากน้ำไปยังประตูน้ำ ที่ แสดงไว้ ลากหนึ่งที จะหมายถึงระยะการเปิดของประตูที่เปิด งานผมคือต้องเลือก ลาก ให้เหมาะ เพราะ หมายถึง ว่า น้ำ จะไหลไปทางไหนดี…

งานหมูๆ อย่างนี้ ทำโปรแกรมก็ได้ แต่ ท่าน CEO ท่านอยากให้มีการ “จัดทางน้ำ” ให้เหมาะสม ..ซึ่ง บางที บางที่อาจจะต้อง “จม” ซึ่งโปรแกรม อาจจะไม่เหมาะกับเรื่องแบบนี้ … ซึ่งก่อนหน้านี้ หน่วยงานนี้ โดนชาวบ้านด่า เละ .. จนคนแทบเกิดจราจล  จนสุดท่้าย ท่าน CEO เลย ประกาศหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานลับ  คนที่ทำงานแบบนี้ อย่างผม เลย ดู ลึกลับจนไร้ตัวตน

แต่เงินดีชะมัด … ใครๆ ก็อยากทำ  ทำน้ำท่วมได้ แต่ อย่าให้ ท่วมบ้าน “ท่าน” ละกัน…

นี่ก็สิบเอ็ดปีมาแล้ว…ที่น้ำท่วม จำได้ว่าตอนนั้นยังเด็กๆ อยู่เลย

จำได้ติดตาครับ ตอนที่น้ำทะลักแนวป้องน้ำ ของกรุงเทพฯที่ วางไว้ 140 km รอบกรุง ขนาดตอนนั้นพ่อกับแม่บอกว่า ไม่ต้องห่วง ยังไง กรุงเทพฯ ก็ไม่จมน้ำ…
ที่ไหนได้ …พอข่าวเขื่อนแตก ออกทีวี ได้ไม่กี่ชั่วโมง น้ำที่ไหลออกมา ก็แปรสภาพเมืองต่างๆ ให้จมน้ำ จนเกิดโศกนาฏกรรม ครั้งใหญ่
อยุธยา ที่ตอนน้้นจมน้ำไปช่วงนึงแล้ว พอเจอ กระหน่ำอีกที ก็ จมหายไปเลย…พร้อมๆ กับหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือ…

ถัดมาก็ปทุมธานี นนทบุรี แล้วก็ สุดท้าย กรุงเทพมหานคร…

…กลายเป็นเมืองจมน้ำ …บางพื้นที่กลายเป็นเมืองบาดาลไปเลย…

หลังจากน้ำท่วมครั้งนั้น ดูเหมือนว่า น้ำจะไม่หายไปไหน ..แล้วก็ท่วมอยู่นาน กว่าจะลด…บางที่ ก็ กลายเป็นจมน้ำตลอด…

อยุธยาตอนนี้ กลายเป็นเวนิช เมืองไทย ไปแล้ว เพราะ น้ำเต็มไปหมด จากเมืองที่เป็นโบราณสถาน แต่ตอนนี้ กลายเป็นเมืองที่มี การสัญจรทางน้ำ ที่สวยงาม ..จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวจุดใหม่ …ดีกว่าตลาดน้ำ ที่เคย ฮิต สร้างกันในช่วงนั้น กลายเป็น อยุธยา นครแห่งน้ำ… แทน

ระบบการศึกษาเปลี่ยนไป … วิชาว่ายน้ำ โดน บรรจุเข้าเรียนตั้งแต่ ป.1 และ มี หลักสูตรที่เกี่ยวกับน้ำ อีก หลายวิชา เช่น พ.101 ว่ายน้ำเบื้องต้น พ.102 ว่ายน้ำขั้นสูง โตขึ้นมาหน่อย ก็ มีเรียน Free Diving กับ Scuba Diving เป็น วิชาพละ
เด็กรุ่นหลังๆ เลยบ่าใหญ่กันทุกคน … นี่ว่าอีกหน่อย คงเริ่มมี เหงือกหายใจทางน้ำได้แน่ๆ

ตอนนี้ ชีวิตผมต้องอยู่ในเรือแล้วครับ เพราะ กรุงเทพฯ ราคาที่ดินเปลี่ยนไป .. เพราะมีการแบ่งเป้น โซนน้ำ กับ โซนแห้ง คนมีตังส์หน่อย ก็ อยู่ที่ โซนแห้ง … หลายคนแปลกใจว่า คนรวยส่วนใหญ่ ก็ อยู่ตึกสูงอยู่แล้ว แต่ การที่ได้อยู่ โซนแห้ง จะบ่งบอกถึงความมีสตางค์ที่มากกว่า เพราะ ค่าใช้จ่าย สูงขึ้นเป็นเท่าตัว…

นี่ยังดีที่เราเริ่มที่จะเลิกใช้น้ำมันกันแล้ว เพราะ เทคโนโลยี่ พลังงานจาก ไฮโดรเย่น ที่ วัตถุอยู่รอบตัว เริ่มนำเข้ามาใช้ …ยังนึกภาพก่อนหน้านี้ ที่ราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นไป ถึง ลิตรละ หกสิบบาท !!!

เรื่องราวมากมาย วิ่ิงผ่านเข้ามา ..นึกถึง กลไกธรรมชาติอันซับซ้อน การปรับตัวให้เกิดสมดุล แล้ว ก็นึกย้อนไป

…สมัยที่ เมืองไทย ยังมีต้นไม้เขียวๆ อยู่ มันเป็นอย่างไร น้า….