Posts from the ‘ฺฺBikerนิสัยดี’ Category

คุณโชคดีที่เมียผมท้อง


คุณโชคดีที่เมียผมท้อง

ตอนกลางคืนมีเพื่อนชวนไปทานข้าวแถวคอนโด ผมเลยขับรถออกมา ช่วงกลางคืนจะใส่แว่นและขับช้าๆ เพราะ สายตาไม่ดี
มาถึงร้านข้าวผัดปู พระราม 5 เห็นรถปิ๊กอัพ จอดทางซ้ายตรงทางเข้าร้าน ยังนึกในใจว่าจอดตรงนี้เลี้ยวเข้าอันตราย เพราะ ไม่รู้ว่ารถจะเดินหน้า หรือไม่
พอรถมาใกล้ๆ จึงเห็นว่ารถเคลื่อนตัวเลยทางเข้าไปแล้ว โดยท้ายรถอยู่เลยปากทางเข้าพอดี

ผมเลี้ยวซ้ายเข้าร้าน ระหว่างกำลังจะเลี้ยว เห็นรถคันดังกล่าว เปิดไฟถอย

ผมรีบบีบแตร ให้สัญญาณ รถผมคันนี้แตรมาตรฐานติดรถ เสียงไม่ดังเหมือนรถมอเตอร์ไซต์ บีบไปเกรงจะไม่ได้ยิน เพราะไฟถอยไม่ลด หากถอยต่อก็จะชนแน่ เพราะ ถอยหลังมา เลยรัวไป 4 ปี๊บ

รถหยุด ผมเลี้ยวจอด สังเกตุเห็น รถคันดังกล่าวถอย แล้วเลี้ยวเข้ามาในร้าน มาจอดอยู่ท้ายรถผม ผมนึกในใจ วันนี้อาจจะมีสถานการณ์…

พอลงจากรถ รถปิ๊กอัพ เปิเกระจก มีผู้ชายร่างใหญ่ มากับผู้หญิงท้องโต พูดออกมา..
“กดแตรทีเดียวก็พอแล้ว… ทีเดียวก็ได้ยินแล้ว…”

ผมเข้าใจละ ว่าพี่เขาต้องการอะไร คนขับรถสวนเลน ย่อมใหญ่เสมอ ผมเขิ่อว่าคนประเภทนี้วันนึงย่อมครองโลกได้ เพราะ ไม่กลัวตาย และ ไร้กฏเกณฑ์ …

“ผมกดทีเดียว ไม่ได้ เพราะกดแล้ว พี่ก็ยังถอย ผมไม่มีทางรู้ได้ว่าพี่ได้ยินหรือเปล่า เพราะไฟถอยยังไม่ดับ..”

“ทีเดียวก็ได้ยินแล้ว…” เขายังย้ำ ซึ่งผมก็ไม่ได้เถียง

“ได้ยินแล้วก็ควรปลดเกียร์ถอย ผมจะได้รู้ แล้วไม่บีบอีก… ” ผมบอก

“พี่ลองฟังผมนะ การเข้าเกียร์ถอย หากมีรถมาข้างหลัง เห็นแล้วเราต้องปลดเกัยร์ ไม่ใช่แค่เบรค… ” ผมอธิบายไม่ขาดคำ

“ผมไม่ฟัง…ไม่ต้องอธิบาย… ” เล่นไม้นี้แสดงว่า ไม่อยากคุย

“ชับรถสวนเลนก็อันตรายอยู่แล้ว ยังมาหาเริ่องคนอีก…” ผมต่อ

ท่าทางพี่แกโกรธจัดเพราะ กะมาด่า แต่เหมือนโดนด่าซะเอง ผมด็ยืนเป็นไอ้ตี๋ใส่แว่น อยู่ข้างรถ พี่เขาชี้หน้าผม

“คุณโชคดีที่เมียผมท้อง…” พูดแค่นั้น แล้วถอยรถออกไป เดาว่าตั้งใจพาเมียมากินข้าวผัดปูที่นี่ เลยอดกินไปด้วย

ผมโชคดีที่เมียพี่เขาท้องจริงๆ ไม่งั้นเมื่อคืนคงแย่แน่ๆ …

รอเมียพี่เขาคลอด เขาคงคิดได้ครับ

เห็นว่าแปลกดี เลยเล่าสู่กันฟัง

#sirenมีให้หนีลงข้าง ==========


คำเตือน : เฉพาะผู้มีความชำนาญเท่านั้น

คติเตือนใจ ประจำวันที่ 27 Dec 2017 – 2 Jan 2018

10k!
===
เมื่อเช้าจัดไป 10 กิโลครับ
ไม่ใช่การวิ่ง Jogging แต่เป็นการวิ่งนำรถฉุกเฉิน

เรื่องของเรื่องคือเมื่อเช้าตอนช่วงเวลาเร่งด่วนผมได้ยินเสียง Siren มาจากด้านหลัง
ถนน กรุงเทพฯ นนท์ ยามเช้า ช่วงใต้ MRT ใครใช้จะรู้ว่าติดสนิท ถนนสองเลน คับคั่งด้วยรถของผู้คนที่กำลังไปทำงาน มีแค่ช่องให้มอเตอร์ไซต์แทรกตรงกลางได้คันเดียว

ยังเคยคิดไว้ว่าถ้ามีคนเจ็บหนักสงสัยได้ตายคารถ เพราะติดมาก

วันนี้พอได้ยิน Siren และเห็นเป็นรถพยาบาล ผมเริ่มทำงานทันที
มือขวาเหยียดไปทำท่ายันๆ ให้รถทางขวา หันหัวเข้าด้านขวา
มือซ้ายก็ทำท่าดันๆ ให้รถหันหัวเข้าด้านซ้าย

ทำทีละมือนะครับ ไม่งั้นมีคว่ำ

สิ่งที่แปลกใจคือ รถทุกคัน”ช่วย”หันหลบให้หมด ไอ้จะจอดงงๆ หรือ บีบแตรว่า เหมือนห้าปีที่แล้วไม่มีเลยครับ

เป็นวัฒนธรรมที่ผมอยากเห็นมานานมาก และ ได้เห็นวันนี้จริงๆ

ระยะทางร่วม 10 k ผมและรถพยาบาลวิ่งฉิว ระหว่างนั้นก็มี Big Bike ทรง sport อีกคัน มาวิ่งช่วยบอก

ผมแยกกับรถพยาบาล ตรงสะพานสูง และ แยกกับ BB อีกคันตรง สถานีรถไฟบางซื่อ

ก่อนจากกัน เรายกนิ้วโป้งให้ เป็นสัญลักษณ์ของ #ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

ป๋อง นิสัยดี รุ่น 1

#sloganbiker

ทางชันช่วงเทศกาล ============


ผมมักเอารถไปขี่ยาวๆ ช่วงปีใหม่
ปีไหนขึ้นเหนือ และเข้าเส้นทางชัน ยอกเลยว่ามีเครียด

เพราะขาผมที่สูงพอดีเป๊ะ ถ้าเจอทางชัน และ รถเอียงผิดมุมมีหวังล้มแปะ เป็นอาแป๊ะวัดพื้น

ช่วงเทศกาลเพิ่มความเครียดด้วย ปริมาณรถที่ขึ้นไปติดบนเขา

ปีนี้ขาขึ้นโป่งแยง รถติดยาวเหยียด ต้องอาศัยแซงรถที่ติดขึ้นไป และ หลบรถที่สวนลงมา ผมเลยเรียนรู้ว่า

1.จังหวะแซงตัองเปิดไฟเลี้ยว เสมอ
2. ระวังรถที่อยู่ด้านซ้าย ให้สัญญาณแตร
3. ไม่ sure อย่าไป ตอนจอดเล็งความสูงพื้น และลงเท้า ด้านที่พื้นสูงกว่าเสมอ
4. ถ้ามีคนซ้อน บอกคนซ้อนด้วยว่าลงเท้าด้านไหน จะได้เอียงทางเดียวกัน
5. ไม่แซงช่วงโค้ง โอกาสรถสวน กินเลนมีสูง
6. อย่าแซงช่วงทางชันมาก เพราะรถขึ้นกำลังจะตก ในขณะรถสวนลง มาด้วยความเร็ว แบบนี้ เจ็บ ตายมาเยอะแล้ว อย่ามั่นใจในรถมาก
7. รถเยอะๆ อย่าคนอง คนอาจอารมณ์ หงุดหงิด เพราะรถติด ไม่มีเรื่องก็ หาเรื่องได้

เห็นว่าดี ก็เลยมา share ครับ

ป๋อง นิสัยดี รุ่น 1

#แว้นไม่ดีจะมีภัย
#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

เป็ดย่างเมตตา ========


ตอนเด็กๆ ผมไม่ค่อยได้ทานเป็ด ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่ร้านเป็ดก็อยู่ปากซอยหน้าบ้าน ชื่อรัานจิ๊บกี่โภชนา

เข้าใจว่าคงแพง พรอเลยไม่ค่อยซื้อ ซื้อแต่ไก่่เพราะ กินข้าวมันไก่แทบทุกวัน

วันก่อนผ่านไปทาน ร้านก็ยังดำเนินกิจการอยู่ เข้าใจว่าเป็น Generation ที่สามละ

ร้านอาหารที่อร่อย ก็ประมาณนีัิ้ ฝีมือจะถ่ายทอดรุ่นต่อรุ่น จุดดีก็คงไว้ และ ต่อยอดเข้าไปให้ทันสมัย

ที่แพร่ ผมมีโอกาสรู้จักน้องอยู่คนนึง ชื่อ ป๊อกเป็ดย่างสะท้านฟ้า ตอนแรกที่อ่านชิ่อผมไม่ได้นึกถึงเป็ดเลยจริงๆ แต่นึกถึง จอมยุทธในบู้ลิ้มที่มีอาวุธเป็นเป็ด ซะมากกว่า

ป๊อกมีร้านอยู่ในเมือง สองปีก่อนผมเคยมาเยือน มาเที่ยวนี้ก็แวะมาเงียบๆ เพราะ นอกจากพี่ต๋อย ภูวนาถ สงวนวรรณ แล้ว ไม่บอกใครเลย… เกรงใจ

ป๊อกเปิดร้านใหม่ ไม่ไกลจากร้าน Biker hair design ที่ผมมาเมื่อคืน ชื่อร้านเป็ดเมตตา ใกล้ชนาดเรียกว่าเดินมาหากันได้

พี่ต๋อยพามา พอเจอหน้า ป๊อกก็เดินเข้ามาทัก บอกว่า รูปสองปีที่แล้ว เพิ่งเดังขึ้นมา กำลังดูอยู่เลย

รัานใหม่ ป๊อก ทำกันกับ พิมพา สุรินทร์ แฟนสาวคนเก่ง รัานใหญ่โต สะอาด และที่สำคัญ เป็ดคงความอร่อยตามสูตรเดิม และเพิ่มเติมความหน้าตาดีเข้าไป

ป๊อกคุยกับผมสักพัก เดินไปหยิบของชิเนหนึ่งมาให้ บอกว่าซื้อไว้เป็นปีละ รู้ว่าพี่ป๋องชอบ เป็นพวงกุญแจ กดปุ่มแล้วมีไฟว่บๆ ออกตา แถมรัองได้

ผมงี้อึ้ง..รู้สึกดีใจ

ช่วงเวลาเศร้าๆ แบบนี้ เจอเรื่องดีๆ ความปิติมันก็มา

ผมหันไปมองที่ตู้หน้าร้าน คิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้ ผมว่าเป็ดทุกตัวยิ้มให้ผมนะ …

#2017wintertrip

29 hrs.


19 hrs.
=====
ผมว่ารถคันนี้มีชีวิต …
หลัง Pack ของและกำลังจะออกจาก Bat cave ที่นครชัยศรี ทุกอย่างก็ไม่ทำงาน ไม่มีแสงไฟจากหน้าปัด

ช่างเป็นการเลือกที่เสียได้ดีมาก เพราะ เสียที่บ้าน การจัดการเรื่องต่างๆ ทำได้ง่าย
ทริปปีที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ เสียแต่ละที่ เหมาะๆ ทั้งนั้น

ตั้งแต่ตีสี่วันนี้ กระบวนการแก้ปัญหาก็เกิด ความช่วยเหลือจากเพื่อนพ้อง และ Clubmoto ที่ช่วยกันหา และ แทบจะรื้อรถออกมาเพิ่อให้มั่นใจ จนในที่สุดก็พบสาเหตุ

ขอบคุณ
Por Porpower น้องปอ ส่งทีมมาช่วยแต่เช้า
คชาสันต์ แสนเสน ลุยรื้อตั้งแต่กุญแจ ยันสายไฟ ลุยรวด 12ัชั่วโมง
Nuch หาของให้ถึงสองเที่ยวแม้เป็นวันหยุด
Wuttisak Prasertsom มาช่วย มาทำ แถมได้ Versys ไปเอาแผ่นชารต์ ไปกลับ 100 โล
Aof วิ่งเอา Relay start มาให้ไกลถึง 50 km
Indy Bikeshop พี่นัท สำหรับคำปรึกษาด้านเทคนิค ไม่ให้เหลือจุดละเลย
ภูวนาถ สงวนวรรณ พี่ต๋อย ส่งความห่วงใยมาตลอด ขอโทษที่ผิดนัดที่ภูทับเบิกวันนี้ พรุ่งนี้ ผมจะไปหาที่แพร่ครับ

ทริปวันแรกเปลี่ยนทิศ จากภูทับเบิกเป็นนครชัยศรี ถึงอากาศจะดีไม่เท่า แต่ความอบอุ่นของมิตรภาพนั้นแสนประทับใจ

#2017wintertrip day1/11

โดนล้วงที่ปารีส


#นิสัยดีมีไว้ประจำใจ

===============

Slogan ประจำ วันที่ 7-14  Nov 2015

ช่วยกันอ่าน และ ขานรับครับ

===============

เมื่อวานซืนเดินอยู่ในเมืองใหญ่เมืองหนึ่งครับ ขณะกำลังขึ้นรถไฟ เจอน้องผู้หญิงผิวดำคนหนึ่ง ด้วยความเคยเป็นนิสัยก็เลยพยักหน้าทักทาย พร้อมกับกล่าว “บองชู” เบาๆ 
รถไฟแน่นมาก ตอนขึ้นเบียดกันจนผมต้องจับกระเป๋าสตางค์ ไว้ตลอดเวลา รู้สึกโดนเบียดโดนดันไปหมด แต่มองดูรอบตะวเป็นผู้หญิงตัวเล็ก เลยคิดว่าปลอดภัย
สักพัก เสียงน้องดำทำเสียงดุ “No” ผมมองไปเห็นสายตาเธอกำลังดุ ผู้หญิงผิวขาว ที่ตอนแรก อยู่ด้านซ้าย ตอนนี้ มาอยู่ด้านขวาแทน…
น้องเขาทำสีหน้าไม่พอใจ ที่โดนว่า น้องดำดุอีก บอกว่า อย่านะ ห้าม พร้อมชี้ไปที่มือ มือนั้นมีเสื้อหนาวปิดไว้ และ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะล้วงกระเป๋าถือผมที่ผมห้อยไว้ข้างหน้า…
ทันทีที่รถจอดที่สถานี น้องนักล้วงคนนั้นรีบลงไปทันที ผมสังเกตว่ามีเพืาอนลงไปกับเธอด้วย
ผมขอบคุณน้องดำ(ขอเรียกแบบนี้) เธอหันมายิ้มให้ ถ้าเธอไม่ทัก ผมก็คงสูญของไปแล้ว …เพราะ บางคนก็ไม่อยากยุ่ง
มาเล่าให้ฟังเพราะ ถ้าผมเป็นน้องดำ ผมก็คงทำเหมือนกัน เพราะ เรานิสัยดี
ช่วยกันนะครับ
ป๋อง

Pongroofman
ทำดีไม่ต้องหลบซ่อนครับ..

2016 Winter trip


ช่วงหลายปีหลังมานี่ ผมจะจัดขี่รถทริปยาวๆ ปีละทริปครับ ..
จัดแต่ละครั้ง ก็ไปคันเดียวครับ ..นัดคันอื่นไม่ได้จริงๆ เพราะ มันเป็นการเที่ยวตามใจตัวเอง..

ปี 2016 นี่ Plan ไว้ 13 วัน หยุดตั้งแต่ ช่วง คริสมาสต์ ยาวข้ามปีไปเลย.. สูตรนี้ work เพราะ ออกเดินทางรถไม่ติด ได้ feeling การขี่รถเทียวที่แท้จริง..

เพราะวันปกติ เจอรถติดทุกวัน .. ถ้าออกช่วงเทศกาล คงไม่ต่างกันนัก.. เผลอๆ จะหนักกว่า เพราะ ระยะติดไกลกว่า

ทริปนี้ ตั้งใจไปเทีย่วถึง สิงค์โปร์ครับ .. เพราะอยากไป Universal studio เพื่อนที่ไปมา บอกว่า ต้องมาให้ได้ .. ครั้งนี้ เลย วิ่งลงใต้ แวะเรื่อยๆ กะว่า จะไปหาเพื่อนชาวต่างชาติ สองคน คือ Andy และ Chia ด้วย

สองคนนี้ คนแรก อยู่ มาเลย์ คนที่สอง อยู่สิงค์โปร์ .. ทั้งสองคนบอกว่า มีโอกาสแวะมาบ้านเขา ขอให้บอก .. ครั้งนี้ เลยว่าจะไปเยี่ยม

ทริปนี้ ก่อนออกเดินทาง ระบบไฟในรถผมแปลกๆ คือ วิ่งๆ แล้ว Batt หมด ต้อง เข็น ต้อง พ่วง .. เลยส่งให้ ศูนย์ตรวจเช็ค อย่างละเอียด ศูนย์ส่งกลับมา พร้อมบอกว่า ตรวจสอบ ระบบ Charge และ ฺBattery แล้ว ไม่เป็นไร .. ผมจึงเตรียมรถออกมาอย่างมั่นใจ

ที่ไหนได้ แค่วันที่สองของการเดินทาง ผมก้เจอ เรื่องยุ่งๆ กับรถผมซะแล้ว .. การตัดสินใจ เดินทางต่อในต่างแดน อีก 11 วัน พร้อมกับ รถที่มี ปัญหา เป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจ ยากมาก

ถ้ายกเลิก ทริปนี้ ก็ พัง .. ที่พักที่จองไว้ ทั้งหมด คงเสียฟรี นั่นไม่สำคัญเท่าความตั้งใจที่อยากทำให้สำเร็จ ..

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผมจะผ่าน ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร .. ได้บันทึกไว้ใน album ภาพ พร้อมเนื้อเรื่อง คำบรรยาย รูปแต่ละรูป ตลอด ทริปนี้ ไว้ครับ ..

ตั้งใจเก็บไว้ ดู ตอนที่อายุเยอะๆ และ ขี่รถไม่ไหวแล้ว.. แต่ เห็นว่า เอามาแบ่งปัน ให้ คนอื่นดูน่าจะดี ..

อ่านแล้ว แล้ว ก็ แชร์ เขีนน comment ไว้ หน่อย ครับ เผื่อ มีเรื่องได้คุยกัน

Day 1 กับการขี่ยาวๆ ฝ่าฝน ลงใต้
https://goo.gl/Xv4afE

Day 2 คีรีวง กับ เรื่อง Surprise บนขุนเขา
https://goo.gl/kYucbc

Day 3 น้ำใจจาก มิตร เก่า และ มิตรใหม่ พร้อมกับ การตัดสินใจสำคัญพุ่งทะยาน ข้ามสะพาน สู่ เกาะ ปีนัง
https://goo.gl/zqdx7R

Day 4  ตื่นมาที่ปีนัง..  มุ่งสู่ KL
https://goo.gl/ToVF1i

Day 5 เจอเพื่อนเก่า ที่ Singapore

https://goo.gl/EU7HgE

Day 6 กลับมาเป็นเด็ก ที่ Universal studio
https://goo.gl/w7NELN

Day 7  ตะเวณกิน 

https://goo.gl/rdWezu

Day 8  การเดินทางอันยาวนาน จาก Singapore มา Malaysia 

https://goo.gl/2xkqo5

Day 9  Countdown กลางหาด ที่ลังกาวี 
https://goo.gl/L3q4Bc

Day 10 กับความเสียว ในจุดที่สูงที่สุด ของลังกาวี และ สะพานเสาเดี่ยว ความเสียวที่ 1 ของโลก
https://goo.gl/fZLGdN

Day 11 หาดใหญ่  แวะตรัง ก่อน จอดที่สุราษฏร์  กับการฝ่าพายุฝน

https://goo.gl/FTxt1M

Day 12  อิ่มอร่อย ที่สุราษฏร์ แล้ว นอนแช่น้ำร้อนที่ ระนอง

https://goo.gl/2pdmqU

Day 13  วันสุดท้าย กับ เรื่อง surprise ก่อนถึงกรุงเทพฯ 200 km
https://goo.gl/uFGhEb

15585025_10154788747499326_6465092121465976352_o.jpg

ม้าลาย =====


สองอาทิตย์ก่อน ขณะขี่รถกลับบ้าน ปรากฏว่า มีทางม้าลายแถวบ้าน ผมสังเกตเห็นรถชะลอ

…ตามหลัก #ชะลอเตรียมหยุดเมื่อถึงทางม้าลาย ผมเลยชะลอจอด

มี้ด็ดนักเรียนข้ามถนนออกมาจริงๆ ด้วย เหลี่ยมรถบังพอดี

หลังจากนั้น 2 วินาที มอเตอร์ไซต์ คันหลัง ก็มาทิ่มตูดซะ..ดีว่ากำเบรค ยืนมั่นคงเลยไม่ล้มลงจร

ผมบอกน้องให้จอด ตัวเองก็จอด หลังจากนั้นเดินไปเก็บป้ายทะเบียนที่โดนชนหลุด

ตอนแรก คิดว่าแค่ป้ายทะเบียนโดนชน เลย กะจะปล่อยน้องไปแล้วซ่องเอง แต่เห็นหมุด stand อีกอัน เลยรู้ว่า หมุดขาด

…คงเอาโช๊คมาชนตรงหมุดพอดี…

ตัวหมุดเชื่อมกับสวิงอาร์ม ผมเลยต้องโทรให้ประกันมาจัดการ….

งานนี้เป็นคราวเคราะห์ของน้องมันจริงๆ ที่ขี่เร็ว จี้ตามรถ…

บอกน้องไปเหมือนกัน ไม่รู้จำได้หรือเปล่า…

ป็นบทเรียน Biker

1. มีประกัน อย่าได้ขาด
2. ชะลอเตรียมหยุดเมื่อถึงทางม้าลาย
3. รถพังซ่อมได้ อย่า ชนเด็ก

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

จ่อย…เด็กซิ่ง


#รักเด็กซิ่งให้ยิ่งปลอดภัย

จ่อยเป็นเด็กรูปร่างผอม ผอมจนเห็นซี่โครง น้องอาศัยอยู่บ้านใกล้ๆ ผมครับ

เมื่อก่อนผมเห็นจ่อยมันปั่นจักรยานในหมู่บ้านบ่อยๆ ตอนหลัง ไปได้รถมาจากไหนไม่รู้ จ่อยก็เลิกปั่นจักรยาน หันมาขี่แต่รถมอเตอร์ไซต์แทน

“มันเร็วกว่าพี่.. ไม่เหนื่อยด้วย” จ่อยบอก

มอเตอร์ไซต์ที่จ่อยได้มาเป็นรถ 110 CC มาวันแรก มันก็หน้าตาเหมือนรถทั่วๆ ไปนั่นล่ะ .. แต่พออยู่ๆ ไปเหมือนรถมันจะกลายร่างได้ ..

เริ่มจากตัวถังก่อนเลย ที่ จ่อยจะรื้อถอดของที่ไม่จำเป็นออก .. ทีละชิ้นสองชิ้น จนดูเหมือนรถมันยังประกอบไม่เสร็จ

“รถจะเร็วไม่เร็ว อยู่ที่น้ำหนักครับพี่ อย่างผมนี่ ต้องเลี้ยงหุ่นแบบนี้ไว้ แต่บางทีก็ไม่พอ ต้องทำให้รถมันเบาด้วย..” จ่อยบอก ยิ้มเห็นฟันหลอ

“ตอนนี้หนักกี่โล..” ผมถาม

“สี่สิบห้าโลครับพี่..” จ่อยบอก ดูเหมือนจะภูมิใจกับ น้ำหนักตัวเองเสียเหลือเกิน

“แล้วนี่จะทำอะไรกับรถอีกล่ะเนี่ย .. หน้าตามันหน้าเกลียดขึ้นทุกวัน” ผมถาม

จ่อยมองผมค้อนๆ เหมือนจะบอกว่า พี่น่ะดูไม่เป็นเอง แล้วก็ตอบมา “พี่คอยดูต่อไปละกัน .. ผมจะทำให้รถผมเป็นรถที่เร็วที่สุดประจำซอยนี้ ให้ดู”

สองอาทิตย์ต่อมา จ่อยขี่รถมาอวดผมถึงบ้าน

“พี่ดูนี่รถผม เป็นไง …” จ่อยบิดล้อไปมา

“เฮ้ย.. ทำไมล้อมันเล็กแบบนี้ แล้วมันจะเกาะถนนเหรอ..” ผมตกใจรถมอเตอร์ไซต์ ล้อเล็กยังกับจักรยาน

“โห.. พี่เกาะไม่เกาะ มันอยู่ที่เทคนิค เวลาวิ่งเร็วๆ น่ะ รถแทบไม่อยู่บนถนนอยู่แล้ว .. มันต้องแบบนี้ .. ล้อแบบนี้ ถึงจะซิ่งมันส์..”
“แล้วนี่เอ็งจะแต่งรถ ไปแข่งกับใครล่ะ .. เห็นทำอยู่คนเดียว” ผมถาม

“แข่งกับ พวกรถซิ่ง ที่หมู่บ้านโน้นน่ะพี่ .. เดี๋ยวเสาร์นี้ ก็เจอกันแล้ว…”

ผมสังเกตว่า จ่อย ลงทุนไปกับรถเยอะมาก .. แต่ ไม่ได้ทำอะไรกับเนื้อตัวตัวเองเลย เสื้อผ้าก็เดิมๆ รองแท้าแตะ ไม่มีแม้แต่หมวกกันน๊อค

“ใครเขาใส่กันพี่ ป๊อดตายห่าเลย ใส่หมวก”  จ่อยบอก

ผมกะว่า เสาร์นี้ จะตามไปดู จ่อยแข่งซะหน่อย ไม่เคยดู คนแข่งรถกันด้วยซ้ำ

จ่อยบอกว่า แถวหมู่บ้านน่ะมีซิ่งกัน ทุกเสาร์ ตอนดึกๆ ถนนโล่งๆ จะเป็นที่รู้กัน ในหมู่ นักซิ่ง

“เอ็งรู้หรือเปล่า ทำไมเขาเรียกว่า ซิ่ง”  ผมถามจ่อย

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะพี่.. ” จ่อยตอบไม่รู้ แต่ ไม่ได้ทำหน้างง

“มันมาจากคำว่า เรซซิ่ง ที่แปลว่า การแข่ง นะโว้ย จ่อย” ผมบอก  “การแข่ง จะมีกฏกติกา อย่างที่จ่อยแข่งอยู่นี่ มัน มีกฏกติกา หรือเปล่า”

“มีดิพี่ …ใครถึงเส้นชัยก่อนก็ชนะไง” จ่อยบอก

“ไม่ใช่โว้ย .. กฏกติการ แบบนั้น น่ะรู้แล้ว แต่ กฏอย่างอื่นที่มีส่วนใหญ่ เขามีเพื่อให้ ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ และ ที่สำคัญ เขาต้องการให้การแข่งขัน มีความปลอดภัย” ผมอธิบาย

“ถ้าเอ็งจะซิ่ง พี่ว่าเอ็งต้อง ซิ่งให้เป็นว่ะ ” ผมบอก

“ต้องทำไงพี่” จ่อยถาม

“อย่างน้อยเรื่องของ การแต่งตัว ก็ต้องมีอุปกรณ์ ป้องกันการบาดเจ็บ อย่างหมวกเนี่ย ต้องมีใส่ เพราะ หัวเรา บอบบาง ไม่ล้มไปฟาดไม่รู้หรอก ดังนั้นต้องใส่หมวก และหมวกที่ใส่ก็ต้องมีมาตรฐาน ” ผมบอก

“มาตรฐาน ยังไงวะพี่” จ่อยยังงง

“ก็มาตรฐาน การผลิตไง ง่ายๆ ก็ดู ตรา ม.อ.ก. แต่ ถ้าเป็นหมวกที่ผลิตต่างประเทศ เขามักจะไม่ส่งไปตรวจที่ ม.อ.ก เพราะ อาจติดเรื่องค่าใช้จ่าย ขายแค่ไม่กี่ใบ ส่งไปตรวจหลายใบ ก็ไม่คุ้ม ดังนั้น ก็ต้องดู มาตรฐานอื่นแทน ไว้จะสอนว่าดูยังไง แต่ ตอนนี้ หามาใส่ก่อน” ผมบอก กลัว มันหลอกให้เล่ายาว

“ไว้ผมถามเพื่อนก่อนนะ ว่ามันจะใส่กันมั๊ย เปลืองตังส์” จ่อยบอก

“เปลืองไรว้า.. แต่งรถหมดเยอะกว่านี้อีก .. ” ผมเปรยๆ

“เอาน่า .. แล้วผมจะไปถามให้” ..

สรุปเสาร์นั้น ภาพการแข่งขันที่ผมเห็นคือ รถทุกคัน ไม่มีคนไหน ใส่หมวกเลย แถมหนีบแตะ กันทั่วหน้า ผมเห็นก็งงว่า ไม่กลัวกันเลยหรือไง

“ป๊อดน่า พี่.. เขาก็แต่งตัวกันอย่างนี้แหล่ะ .. แล้วพี่ไม่ร้อนเหรอเนี่ย แต่งตัวซะขนาดนี้ ” อันหลังนี่ จ่อยมันแซว เพราะผมใส่ทั้ง เสื้อการ์ด และ หมวก ถุงมือ รองเท้า

“ร้อนซิ แต่ จอดก็ถอดแล้ว ตอนชี่มันไม่ร้อนหรอก” ผมบอก

แว้น

การแข่งขัน เป็นไป ด้วยความตื่นเต้น เสียงรถแผดเสียงดัง .. วัยรุ่น ที่มาดู ส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน และ ไม่เกิดอุบัติเหตุ ใดๆ อย่างที่ผมกลัว ..

“เห็นมะ ไม่เห็นเป็นไรเลย ” จ่อยบอก “พี่แม่ง ป๊อดไปได้…”

ผมฟังจ่อยมันพูด แล้ว ก็ เผลอนึกขึ้นมาในใจ

“….เอ .. หรือ เราจะป๊อดจริงๆ..”

 

ผมว่าเรื่องแบบนี้ มันอยู่ที่ วัย ..

เราทุกคน ต้องผ่านวัยสนุกมาแล้วทั้งนั้น มุมมอง ตอนนั้น กับ ตอนนี้ ต่างกัน ด้วย วุฒิภาวะ และ ประสบการณ์ที่มากขึ้น

เรื่องที่วัยรุ่น อย่างจ่อย ทำไม่ใช่เรื่องผิด หากแต่ ต้องให้ความรู้ การระมัดระวังตัวที่ถูกต้อง และ ปรับทัศนคติ ความบ้าบิ่น แบบไม่ระมัดระวังตัวลง

นึกถึงภาพวัยรุ่น มีการนัดชุมนุม และ จัดการแข่งรถ ในที่ๆ กันไว้ให้เป็นพิเศษ ใส่อุปกรณ์ ครบถ้วน น่าจะเป็นเรื่องที่ดี หากแต่ว่า การแข่งขันใดๆ ก็ตามย่อมมีความเสี่ยง และ อาจจะมีการบาดเจ็บตามมา ดังนั้น คนที่จะมาทำกิจกรรมแบบนี้ต้องมั่นใจว่า ได้รับการฝึกฝน จนชำนาญพอแล้ว เท่านั้น

ใครมีน้อง ที่นิยมซิ่ง แบบจ่อย ก็คงต้องช่วยกันบอก ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ให้เป็น เพื่อลดการบาดเจ็บ อย่างน้อยก็เป็นการปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องให้น้องๆ เขาครับ

ช่วยกันคนละแรง เราได้เยาวชนที่ดี ในอนาคตแน่นอน

เป็น Big Bike แล้วอย่าแกล้งกัน


วันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว .. มีอุบัติเหตุเกิดชึ้น แต่ ผมยังไม่เคยเขียนเล่าเลย..

เป็นเรื่องที่ผมประสบและเป็นแรงบันดาลใจอย่างนึงให้มาทำกลุ่ม ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

จำได้ว่าวันนั้น กำลังไปทำธุระเอานาฬิกาที่ไปซ่อมไว้ที่ห้างแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะไปทำบุญ เป็นเจ้าภาพ สวดอภิอธรรม สังขาร หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ที่วัดสังฆทาน

ขณะขี่รถลงมาจากสะพานลอย เจอรถ naked  คันหนึ่ง วิ่งอยู่ด้านซ้าย แต่งกายแบบเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร วิ่งอยู่เลนซ้าย ท่อลั่น

ผมวิ่งแซงมาอยู่เลนกลาง รถเยอะครับ .. วิ่งลำบากอยู่เพราะผมมี กล่องข้างสองใบด้วย แต่ วิ่งอยู่ทุกวัน เลยวิ่งระหว่างช่องรถ ไปเรื่อย จนแซง naked คันนั้น

ไม่รู้ไปทำความหมั่นไส้อะไรให้หรือเปล่า พอถึงจุดทางออก ผมก็เลยเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ตามปกติ  และเว้นช่วงให้เห็น พร้อมกับเปลี่ยนเลน .. เพื่อเข้าช่องทางออก

“บรื้นนนนน” ผมได้ยินเสียงเครื่องยนต์เร่งเครื่องขึ้นมาเลยครับ . .ก่อนเลี้ยว ก่อนเปิดไฟมองเช็คกระจกแล้ว เห็น naked คันนั้น อยู่ใสระยะปลอดภัย ผมเลี่ยวได้ แต่ เสียงที่ได้ยิน นี่ทำให้ผมต้องบิดออกไปทางขวา .. เพราะเสียงมาใกล้มาก..

ใจตอนนั้น นึกเลยว่าคงเป็นจังหวะที่ไม่ดี  เพราะ เร่งเครื่องขึ้นมาหลังเราเปิดไฟเลี้ยว .. ไม่ได้คิดว่า โดนแกล้ง เพราะ ขี่รถใหญ่มา ไม่ค่อยเจอ คนขี่รถแบบนี้ .. แบบที่จะมาแกล้งกัน

ผมหักออกทางขวา .. ช่องทางออกข้างหน้า มีจำกัด ผมเร่งเครื่อง แซงรถยนต์คันข้างหน้า แล้ว ตีไฟใหม่ ครั้งนี้ต้องเลี้ยวแล้ว เพราะ ถ้าพ้นนี่ไป คงวิ่งอีกยาวเลยเพราะไม่มีทางออก ประเมินคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่า ห้ากิโล ไปกลับ ก็เป็น สิบโล

สิ่งที่ไม่อยากให้เกิด .. ดันเกิดจริงๆ เจ้า naked คันนั้น เร่งเครื่องขึ้นมาอีก ..เสียงเบิ้ลขณะขี่นี่ .. มันส่งสัญญาณบางอย่าง.. แตรไม่บีบ แต่ ใช้เครื่องยนต์ มา..

..เพื่ออะไร …

ผมคิดว่า ครั้งที่สองผมต้องเลี้ยวแล้ว .. ถ้าจะแกล้งผม .. ผมก็คงไม่ยอม ..

ผมเลี้ยวตามที่คิด .. เสียงดังเข้ามา แล้วผมก็รู้สึกถึงการเสียการทรงตัว ..

รถผมปัดไปทางขวา จากการถูกกระแทก .. ตัวรถสะบัดทั้งคัน ผมคิดอะไรไม่ออก ตอนนั้น นอกจากพยายามทรงตัว รถปัดมาทางซ้าย แล้วขวา เร็วมาก จำได้ดี ว่า ปัดอย่างนั้น อยู่ 4 ครั้ง ..

ระหว่างที่ปัด ผมนึกภาพอดีตตอนผมล้มได้ .. มันภาพเดียวกัน .. รถหนัก สองร้อยกว่าโล คนซ้อนอีก .. ผมไม่อาจต้านแรงม้นได้..นึกภาพตัวเอง ต้องไถลไปกับพื่นแน่ๆ เพราะความเร็วตอนนั้น น่าจะอยู่เกือบๆ ร้อย .. (อย่าลืมว่า รถเยอะ )

เสียงเหล็กถูไปกับพื้น ดังทางด้านซ้ายของผม .. เจ้า naked คันนั้น ไถลไปกับพื้น จากเลนที่ผมอยู่ ตัดออกไป อีกสองเลน รถกับคน ไปทางเดียวกัน ..รถ slide ไปชนมอเตอร์ไซต์ แบบครอบครัว ที่มีผู้หญิงขี่และซ้อนกันมา

ผมเห็นภาพอยู่นิดนึง ก่อนที่จะพ้นระยะการมองเห็น ตอนนั้นผมสนใจอยู่กับรถตัวเองมากกว่า เพราะ เชื่อว่าล้มแน่ๆ

ผมจับแฮนด์ พยายามทำตัวตามการสะบัดของรถไม่ได้ฝืน .. จำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติ รู้ตัวอีกที ผมค่อยๆ หยุดรถ..

ทันทีที่รถกำลังจะหยุด ผมเอามือซ้ายคว้า คนซ้อนที่กำลังจะโดนสะบัดออกจากรถ เพราะ รถเหวียงรุนแรงมาก ..

มือขวาจับแฮนด์ .. มือซ้ายหันหลังมือ โอบคนซ้อนไว้ ทั้งคน . คนซ้อนขาขวา เกี่ยวกับอาน ตัวหล่นออกจากเบาะแล้ว แต่ ไม่ร่วงลงพื้น เพราะมือซ้ายและแขนของผมที่โอบไว้….

รถยังตั้งอยู่ .. ขาผมแตะพื้นทั้งสองข้าง .. รู้สึกได้ ว่า ขาสั่นริกๆ…

หัวใจเต้นแรง บอกตรงๆ ว่า โมโหมาก .. ตอนนั้น การควบคุมสติยังไม่ดี .. ใจนึกอยากลงไปกระทืบเจ้าคนขี่คันนั้นมาก .. (ผมไม่ใช่นิสัยอันธพาลนะ แต่ โมโหจนอยากทำอะไรสักอย่างจริงๆ … )

ขี่รถ.. เ ห XX ย อะไรแบบนี้.. ทำคนเดือดร้อน ตอนนั้นคิดแบบนี้

มองไปเห็นรถ naked ล้ม นอนอยู่ข้างถนน .. คนชับลุกขึ้นมา

รถมอเตอร์ไซต์ครอบครัวที่ล้ม .. คนขี่คงเจ็บ แต่เห็นลุกขึ้นมาได้ ..

ปกติเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผมต้องเข้าไปช่วย .. แต่วันนั้น บอกเลยว่า .. โมโหมาก 

ผมตั้งสติ .. แต่ ยอมรับว่าตั้งไม่ได้ .. ถ้าลงจากรถตอนนั้น ผมว่า มีเรื่องมีราวอีกเยอะแน่ เพราะตอนนั้น …โมโหถึงขีดสุด

คนซ้อน..รู้ว่าผมกำลังเลือดขึ้นหน้า .. ผมถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่า ไม่เป็นไร .. และเอามือแตะตัวผมเตือนสติให้ใจเย็นๆ ..

ผมนิ่งอยู่เกือบสิบวินาที แล้วก็ขี่รถออกไป โดยไม่ได้ช่วยเหลือ..

หลังจากน้้นผมก็ มองเห็นเหตุการณ์ อีกหลายครั้ง ที่มาจากการขี่รถ Big Bike แบบนิสัยไม่ดี .. ทำให้เกิดความรู้สึกว่า น้องๆ เขาจะรู้มั๊ย ว่า การขี่แบบนี้ นอกจากสร้างความรำคาญแล้ว อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เดือดร้อนตัวเอง และ คนอื่น ..

เลยคิดว่า ถ้ามีโอกาส ก็อยากมาทำอะไรสักอย่าง .. ที่ทำให้ คนที่คิดคล้ายๆ กับเรา ที่อยากให้ท้องถนน มีคนขี่บิ๊กไบค์ แบบนิสัยดีเยอะๆ .. แล้วออกมาช่วยกัน

ช่วยกัน.. ทำตัวดีๆ ให้เป็นตัวอย่าง ในการขี่รถ
ขี่ให้ปลอดภัย …
ขี่ให้ถูกกฏ…
ขี่ให้มีน้ำใจ ..

คิดอย่างเดียวไม่พอ.. อยากให้ตัวเองดี ก็ แค่เป็นคนดี .. อยากให้สังคมดี .. ต้องออกแรง ..

จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมใช้เวลา 15 เดือน .. ทุกๆ วัน ค่อยๆ ทำกลุ่มๆ นี้.. ค่อยๆ เห็นมันเติบโต .. เห็นคนนำตัวอย่างดีๆไปใช้.. ทำให้คนได้คิด ทำให้คนได้มีสติ ..

อีกไม่กี่วัน เราจะมีสมาชิก ครบ 11,000 คนครับ เป็นการปิดรับรุ่น ที่ 11 ลงไปด้วย ..

คน 11,000 คนนี้ จะช่วยกันเป้นตัวอย่าง การขี่รถที่ดี .. ถ้าผมเชื่อว่า ผมสามารถชวนคนมาขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดีได้ .. ผมก็เชือว่าทุกคนทำได้เหมือนกัน ..

รอที่จะเห็นเรื่องราวดีๆ บนถนนของเราครับ

ป๋อง pongroofman
16 Mar 2016

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
#มือใหม่เคยเจออย่าเผลอไปทำ
#casebiker