Posts from the ‘ฺฺBikerนิสัยดี’ Category

2016 Winter trip


ช่วงหลายปีหลังมานี่ ผมจะจัดขี่รถทริปยาวๆ ปีละทริปครับ ..
จัดแต่ละครั้ง ก็ไปคันเดียวครับ ..นัดคันอื่นไม่ได้จริงๆ เพราะ มันเป็นการเที่ยวตามใจตัวเอง..

ปี 2016 นี่ Plan ไว้ 13 วัน หยุดตั้งแต่ ช่วง คริสมาสต์ ยาวข้ามปีไปเลย.. สูตรนี้ work เพราะ ออกเดินทางรถไม่ติด ได้ feeling การขี่รถเทียวที่แท้จริง..

เพราะวันปกติ เจอรถติดทุกวัน .. ถ้าออกช่วงเทศกาล คงไม่ต่างกันนัก.. เผลอๆ จะหนักกว่า เพราะ ระยะติดไกลกว่า

ทริปนี้ ตั้งใจไปเทีย่วถึง สิงค์โปร์ครับ .. เพราะอยากไป Universal studio เพื่อนที่ไปมา บอกว่า ต้องมาให้ได้ .. ครั้งนี้ เลย วิ่งลงใต้ แวะเรื่อยๆ กะว่า จะไปหาเพื่อนชาวต่างชาติ สองคน คือ Andy และ Chia ด้วย

สองคนนี้ คนแรก อยู่ มาเลย์ คนที่สอง อยู่สิงค์โปร์ .. ทั้งสองคนบอกว่า มีโอกาสแวะมาบ้านเขา ขอให้บอก .. ครั้งนี้ เลยว่าจะไปเยี่ยม

ทริปนี้ ก่อนออกเดินทาง ระบบไฟในรถผมแปลกๆ คือ วิ่งๆ แล้ว Batt หมด ต้อง เข็น ต้อง พ่วง .. เลยส่งให้ ศูนย์ตรวจเช็ค อย่างละเอียด ศูนย์ส่งกลับมา พร้อมบอกว่า ตรวจสอบ ระบบ Charge และ ฺBattery แล้ว ไม่เป็นไร .. ผมจึงเตรียมรถออกมาอย่างมั่นใจ

ที่ไหนได้ แค่วันที่สองของการเดินทาง ผมก้เจอ เรื่องยุ่งๆ กับรถผมซะแล้ว .. การตัดสินใจ เดินทางต่อในต่างแดน อีก 11 วัน พร้อมกับ รถที่มี ปัญหา เป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจ ยากมาก

ถ้ายกเลิก ทริปนี้ ก็ พัง .. ที่พักที่จองไว้ ทั้งหมด คงเสียฟรี นั่นไม่สำคัญเท่าความตั้งใจที่อยากทำให้สำเร็จ ..

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผมจะผ่าน ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร .. ได้บันทึกไว้ใน album ภาพ พร้อมเนื้อเรื่อง คำบรรยาย รูปแต่ละรูป ตลอด ทริปนี้ ไว้ครับ ..

ตั้งใจเก็บไว้ ดู ตอนที่อายุเยอะๆ และ ขี่รถไม่ไหวแล้ว.. แต่ เห็นว่า เอามาแบ่งปัน ให้ คนอื่นดูน่าจะดี ..

อ่านแล้ว แล้ว ก็ แชร์ เขีนน comment ไว้ หน่อย ครับ เผื่อ มีเรื่องได้คุยกัน

Day 1 กับการขี่ยาวๆ ฝ่าฝน ลงใต้
https://goo.gl/Xv4afE

Day 2 คีรีวง กับ เรื่อง Surprise บนขุนเขา
https://goo.gl/kYucbc

Day 3 น้ำใจจาก มิตร เก่า และ มิตรใหม่ พร้อมกับ การตัดสินใจสำคัญพุ่งทะยาน ข้ามสะพาน สู่ เกาะ ปีนัง
https://goo.gl/ToVF1i

Day 4  ตื่นมาที่ปีนัง..  มุ่งสู่ KL
https://goo.gl/EU7HgE

Day 5 เจอเพื่อนเก่า ที่ Singapore
https://goo.gl/EbQn7R

Day 6 กลับมาเป็นเด็ก ที่ Universal studio
https://goo.gl/w7NELN

Day 7  ตะเวณกิน 

https://goo.gl/rdWezu

Day 8  การเดินทางอันยาวนาน จาก Singapore มา Malaysia 

https://goo.gl/2xkqo5

Day 9  Countdown กลางหาด ที่ลังกาวี 
https://goo.gl/L3q4Bc

Day 10 กับความเสียว ในจุดที่สูงที่สุด ของลังกาวี และ สะพานเสาเดี่ยว ความเสียวที่ 1 ของโลก
https://goo.gl/fZLGdN

Day 11 หาดใหญ่  แวะตรัง ก่อน จอดที่สุราษฏร์  กับการฝ่าพายุฝน

https://goo.gl/FTxt1M

Day 12  อิ่มอร่อย ที่สุราษฏร์ แล้ว นอนแช่น้ำร้อนที่ ระนอง

https://goo.gl/2pdmqU

Day 13  วันสุดท้าย กับ เรื่อง surprise ก่อนถึงกรุงเทพฯ 200 km
https://goo.gl/uFGhEb

15585025_10154788747499326_6465092121465976352_o.jpg

จ่อย…เด็กซิ่ง


#รักเด็กซิ่งให้ยิ่งปลอดภัย

จ่อยเป็นเด็กรูปร่างผอม ผอมจนเห็นซี่โครง น้องอาศัยอยู่บ้านใกล้ๆ ผมครับ

เมื่อก่อนผมเห็นจ่อยมันปั่นจักรยานในหมู่บ้านบ่อยๆ ตอนหลัง ไปได้รถมาจากไหนไม่รู้ จ่อยก็เลิกปั่นจักรยาน หันมาขี่แต่รถมอเตอร์ไซต์แทน

“มันเร็วกว่าพี่.. ไม่เหนื่อยด้วย” จ่อยบอก

มอเตอร์ไซต์ที่จ่อยได้มาเป็นรถ 110 CC มาวันแรก มันก็หน้าตาเหมือนรถทั่วๆ ไปนั่นล่ะ .. แต่พออยู่ๆ ไปเหมือนรถมันจะกลายร่างได้ ..

เริ่มจากตัวถังก่อนเลย ที่ จ่อยจะรื้อถอดของที่ไม่จำเป็นออก .. ทีละชิ้นสองชิ้น จนดูเหมือนรถมันยังประกอบไม่เสร็จ

“รถจะเร็วไม่เร็ว อยู่ที่น้ำหนักครับพี่ อย่างผมนี่ ต้องเลี้ยงหุ่นแบบนี้ไว้ แต่บางทีก็ไม่พอ ต้องทำให้รถมันเบาด้วย..” จ่อยบอก ยิ้มเห็นฟันหลอ

“ตอนนี้หนักกี่โล..” ผมถาม

“สี่สิบห้าโลครับพี่..” จ่อยบอก ดูเหมือนจะภูมิใจกับ น้ำหนักตัวเองเสียเหลือเกิน

“แล้วนี่จะทำอะไรกับรถอีกล่ะเนี่ย .. หน้าตามันหน้าเกลียดขึ้นทุกวัน” ผมถาม

จ่อยมองผมค้อนๆ เหมือนจะบอกว่า พี่น่ะดูไม่เป็นเอง แล้วก็ตอบมา “พี่คอยดูต่อไปละกัน .. ผมจะทำให้รถผมเป็นรถที่เร็วที่สุดประจำซอยนี้ ให้ดู”

สองอาทิตย์ต่อมา จ่อยขี่รถมาอวดผมถึงบ้าน

“พี่ดูนี่รถผม เป็นไง …” จ่อยบิดล้อไปมา

“เฮ้ย.. ทำไมล้อมันเล็กแบบนี้ แล้วมันจะเกาะถนนเหรอ..” ผมตกใจรถมอเตอร์ไซต์ ล้อเล็กยังกับจักรยาน

“โห.. พี่เกาะไม่เกาะ มันอยู่ที่เทคนิค เวลาวิ่งเร็วๆ น่ะ รถแทบไม่อยู่บนถนนอยู่แล้ว .. มันต้องแบบนี้ .. ล้อแบบนี้ ถึงจะซิ่งมันส์..”
“แล้วนี่เอ็งจะแต่งรถ ไปแข่งกับใครล่ะ .. เห็นทำอยู่คนเดียว” ผมถาม

“แข่งกับ พวกรถซิ่ง ที่หมู่บ้านโน้นน่ะพี่ .. เดี๋ยวเสาร์นี้ ก็เจอกันแล้ว…”

ผมสังเกตว่า จ่อย ลงทุนไปกับรถเยอะมาก .. แต่ ไม่ได้ทำอะไรกับเนื้อตัวตัวเองเลย เสื้อผ้าก็เดิมๆ รองแท้าแตะ ไม่มีแม้แต่หมวกกันน๊อค

“ใครเขาใส่กันพี่ ป๊อดตายห่าเลย ใส่หมวก”  จ่อยบอก

ผมกะว่า เสาร์นี้ จะตามไปดู จ่อยแข่งซะหน่อย ไม่เคยดู คนแข่งรถกันด้วยซ้ำ

จ่อยบอกว่า แถวหมู่บ้านน่ะมีซิ่งกัน ทุกเสาร์ ตอนดึกๆ ถนนโล่งๆ จะเป็นที่รู้กัน ในหมู่ นักซิ่ง

“เอ็งรู้หรือเปล่า ทำไมเขาเรียกว่า ซิ่ง”  ผมถามจ่อย

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะพี่.. ” จ่อยตอบไม่รู้ แต่ ไม่ได้ทำหน้างง

“มันมาจากคำว่า เรซซิ่ง ที่แปลว่า การแข่ง นะโว้ย จ่อย” ผมบอก  “การแข่ง จะมีกฏกติกา อย่างที่จ่อยแข่งอยู่นี่ มัน มีกฏกติกา หรือเปล่า”

“มีดิพี่ …ใครถึงเส้นชัยก่อนก็ชนะไง” จ่อยบอก

“ไม่ใช่โว้ย .. กฏกติการ แบบนั้น น่ะรู้แล้ว แต่ กฏอย่างอื่นที่มีส่วนใหญ่ เขามีเพื่อให้ ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ และ ที่สำคัญ เขาต้องการให้การแข่งขัน มีความปลอดภัย” ผมอธิบาย

“ถ้าเอ็งจะซิ่ง พี่ว่าเอ็งต้อง ซิ่งให้เป็นว่ะ ” ผมบอก

“ต้องทำไงพี่” จ่อยถาม

“อย่างน้อยเรื่องของ การแต่งตัว ก็ต้องมีอุปกรณ์ ป้องกันการบาดเจ็บ อย่างหมวกเนี่ย ต้องมีใส่ เพราะ หัวเรา บอบบาง ไม่ล้มไปฟาดไม่รู้หรอก ดังนั้นต้องใส่หมวก และหมวกที่ใส่ก็ต้องมีมาตรฐาน ” ผมบอก

“มาตรฐาน ยังไงวะพี่” จ่อยยังงง

“ก็มาตรฐาน การผลิตไง ง่ายๆ ก็ดู ตรา ม.อ.ก. แต่ ถ้าเป็นหมวกที่ผลิตต่างประเทศ เขามักจะไม่ส่งไปตรวจที่ ม.อ.ก เพราะ อาจติดเรื่องค่าใช้จ่าย ขายแค่ไม่กี่ใบ ส่งไปตรวจหลายใบ ก็ไม่คุ้ม ดังนั้น ก็ต้องดู มาตรฐานอื่นแทน ไว้จะสอนว่าดูยังไง แต่ ตอนนี้ หามาใส่ก่อน” ผมบอก กลัว มันหลอกให้เล่ายาว

“ไว้ผมถามเพื่อนก่อนนะ ว่ามันจะใส่กันมั๊ย เปลืองตังส์” จ่อยบอก

“เปลืองไรว้า.. แต่งรถหมดเยอะกว่านี้อีก .. ” ผมเปรยๆ

“เอาน่า .. แล้วผมจะไปถามให้” ..

สรุปเสาร์นั้น ภาพการแข่งขันที่ผมเห็นคือ รถทุกคัน ไม่มีคนไหน ใส่หมวกเลย แถมหนีบแตะ กันทั่วหน้า ผมเห็นก็งงว่า ไม่กลัวกันเลยหรือไง

“ป๊อดน่า พี่.. เขาก็แต่งตัวกันอย่างนี้แหล่ะ .. แล้วพี่ไม่ร้อนเหรอเนี่ย แต่งตัวซะขนาดนี้ ” อันหลังนี่ จ่อยมันแซว เพราะผมใส่ทั้ง เสื้อการ์ด และ หมวก ถุงมือ รองเท้า

“ร้อนซิ แต่ จอดก็ถอดแล้ว ตอนชี่มันไม่ร้อนหรอก” ผมบอก

แว้น

การแข่งขัน เป็นไป ด้วยความตื่นเต้น เสียงรถแผดเสียงดัง .. วัยรุ่น ที่มาดู ส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน และ ไม่เกิดอุบัติเหตุ ใดๆ อย่างที่ผมกลัว ..

“เห็นมะ ไม่เห็นเป็นไรเลย ” จ่อยบอก “พี่แม่ง ป๊อดไปได้…”

ผมฟังจ่อยมันพูด แล้ว ก็ เผลอนึกขึ้นมาในใจ

“….เอ .. หรือ เราจะป๊อดจริงๆ..”

 

ผมว่าเรื่องแบบนี้ มันอยู่ที่ วัย ..

เราทุกคน ต้องผ่านวัยสนุกมาแล้วทั้งนั้น มุมมอง ตอนนั้น กับ ตอนนี้ ต่างกัน ด้วย วุฒิภาวะ และ ประสบการณ์ที่มากขึ้น

เรื่องที่วัยรุ่น อย่างจ่อย ทำไม่ใช่เรื่องผิด หากแต่ ต้องให้ความรู้ การระมัดระวังตัวที่ถูกต้อง และ ปรับทัศนคติ ความบ้าบิ่น แบบไม่ระมัดระวังตัวลง

นึกถึงภาพวัยรุ่น มีการนัดชุมนุม และ จัดการแข่งรถ ในที่ๆ กันไว้ให้เป็นพิเศษ ใส่อุปกรณ์ ครบถ้วน น่าจะเป็นเรื่องที่ดี หากแต่ว่า การแข่งขันใดๆ ก็ตามย่อมมีความเสี่ยง และ อาจจะมีการบาดเจ็บตามมา ดังนั้น คนที่จะมาทำกิจกรรมแบบนี้ต้องมั่นใจว่า ได้รับการฝึกฝน จนชำนาญพอแล้ว เท่านั้น

ใครมีน้อง ที่นิยมซิ่ง แบบจ่อย ก็คงต้องช่วยกันบอก ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน ให้เป็น เพื่อลดการบาดเจ็บ อย่างน้อยก็เป็นการปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องให้น้องๆ เขาครับ

ช่วยกันคนละแรง เราได้เยาวชนที่ดี ในอนาคตแน่นอน

เป็น Big Bike แล้วอย่าแกล้งกัน


วันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว .. มีอุบัติเหตุเกิดชึ้น แต่ ผมยังไม่เคยเขียนเล่าเลย..

เป็นเรื่องที่ผมประสบและเป็นแรงบันดาลใจอย่างนึงให้มาทำกลุ่ม ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

จำได้ว่าวันนั้น กำลังไปทำธุระเอานาฬิกาที่ไปซ่อมไว้ที่ห้างแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะไปทำบุญ เป็นเจ้าภาพ สวดอภิอธรรม สังขาร หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ที่วัดสังฆทาน

ขณะขี่รถลงมาจากสะพานลอย เจอรถ naked  คันหนึ่ง วิ่งอยู่ด้านซ้าย แต่งกายแบบเสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไร วิ่งอยู่เลนซ้าย ท่อลั่น

ผมวิ่งแซงมาอยู่เลนกลาง รถเยอะครับ .. วิ่งลำบากอยู่เพราะผมมี กล่องข้างสองใบด้วย แต่ วิ่งอยู่ทุกวัน เลยวิ่งระหว่างช่องรถ ไปเรื่อย จนแซง naked คันนั้น

ไม่รู้ไปทำความหมั่นไส้อะไรให้หรือเปล่า พอถึงจุดทางออก ผมก็เลยเปิดไฟเลี้ยวซ้าย ตามปกติ  และเว้นช่วงให้เห็น พร้อมกับเปลี่ยนเลน .. เพื่อเข้าช่องทางออก

“บรื้นนนนน” ผมได้ยินเสียงเครื่องยนต์เร่งเครื่องขึ้นมาเลยครับ . .ก่อนเลี้ยว ก่อนเปิดไฟมองเช็คกระจกแล้ว เห็น naked คันนั้น อยู่ใสระยะปลอดภัย ผมเลี่ยวได้ แต่ เสียงที่ได้ยิน นี่ทำให้ผมต้องบิดออกไปทางขวา .. เพราะเสียงมาใกล้มาก..

ใจตอนนั้น นึกเลยว่าคงเป็นจังหวะที่ไม่ดี  เพราะ เร่งเครื่องขึ้นมาหลังเราเปิดไฟเลี้ยว .. ไม่ได้คิดว่า โดนแกล้ง เพราะ ขี่รถใหญ่มา ไม่ค่อยเจอ คนขี่รถแบบนี้ .. แบบที่จะมาแกล้งกัน

ผมหักออกทางขวา .. ช่องทางออกข้างหน้า มีจำกัด ผมเร่งเครื่อง แซงรถยนต์คันข้างหน้า แล้ว ตีไฟใหม่ ครั้งนี้ต้องเลี้ยวแล้ว เพราะ ถ้าพ้นนี่ไป คงวิ่งอีกยาวเลยเพราะไม่มีทางออก ประเมินคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่า ห้ากิโล ไปกลับ ก็เป็น สิบโล

สิ่งที่ไม่อยากให้เกิด .. ดันเกิดจริงๆ เจ้า naked คันนั้น เร่งเครื่องขึ้นมาอีก ..เสียงเบิ้ลขณะขี่นี่ .. มันส่งสัญญาณบางอย่าง.. แตรไม่บีบ แต่ ใช้เครื่องยนต์ มา..

..เพื่ออะไร …

ผมคิดว่า ครั้งที่สองผมต้องเลี้ยวแล้ว .. ถ้าจะแกล้งผม .. ผมก็คงไม่ยอม ..

ผมเลี้ยวตามที่คิด .. เสียงดังเข้ามา แล้วผมก็รู้สึกถึงการเสียการทรงตัว ..

รถผมปัดไปทางขวา จากการถูกกระแทก .. ตัวรถสะบัดทั้งคัน ผมคิดอะไรไม่ออก ตอนนั้น นอกจากพยายามทรงตัว รถปัดมาทางซ้าย แล้วขวา เร็วมาก จำได้ดี ว่า ปัดอย่างนั้น อยู่ 4 ครั้ง ..

ระหว่างที่ปัด ผมนึกภาพอดีตตอนผมล้มได้ .. มันภาพเดียวกัน .. รถหนัก สองร้อยกว่าโล คนซ้อนอีก .. ผมไม่อาจต้านแรงม้นได้..นึกภาพตัวเอง ต้องไถลไปกับพื่นแน่ๆ เพราะความเร็วตอนนั้น น่าจะอยู่เกือบๆ ร้อย .. (อย่าลืมว่า รถเยอะ )

เสียงเหล็กถูไปกับพื้น ดังทางด้านซ้ายของผม .. เจ้า naked คันนั้น ไถลไปกับพื้น จากเลนที่ผมอยู่ ตัดออกไป อีกสองเลน รถกับคน ไปทางเดียวกัน ..รถ slide ไปชนมอเตอร์ไซต์ แบบครอบครัว ที่มีผู้หญิงขี่และซ้อนกันมา

ผมเห็นภาพอยู่นิดนึง ก่อนที่จะพ้นระยะการมองเห็น ตอนนั้นผมสนใจอยู่กับรถตัวเองมากกว่า เพราะ เชื่อว่าล้มแน่ๆ

ผมจับแฮนด์ พยายามทำตัวตามการสะบัดของรถไม่ได้ฝืน .. จำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปอย่างอัตโนมัติ รู้ตัวอีกที ผมค่อยๆ หยุดรถ..

ทันทีที่รถกำลังจะหยุด ผมเอามือซ้ายคว้า คนซ้อนที่กำลังจะโดนสะบัดออกจากรถ เพราะ รถเหวียงรุนแรงมาก ..

มือขวาจับแฮนด์ .. มือซ้ายหันหลังมือ โอบคนซ้อนไว้ ทั้งคน . คนซ้อนขาขวา เกี่ยวกับอาน ตัวหล่นออกจากเบาะแล้ว แต่ ไม่ร่วงลงพื้น เพราะมือซ้ายและแขนของผมที่โอบไว้….

รถยังตั้งอยู่ .. ขาผมแตะพื้นทั้งสองข้าง .. รู้สึกได้ ว่า ขาสั่นริกๆ…

หัวใจเต้นแรง บอกตรงๆ ว่า โมโหมาก .. ตอนนั้น การควบคุมสติยังไม่ดี .. ใจนึกอยากลงไปกระทืบเจ้าคนขี่คันนั้นมาก .. (ผมไม่ใช่นิสัยอันธพาลนะ แต่ โมโหจนอยากทำอะไรสักอย่างจริงๆ … )

ขี่รถ.. เ ห XX ย อะไรแบบนี้.. ทำคนเดือดร้อน ตอนนั้นคิดแบบนี้

มองไปเห็นรถ naked ล้ม นอนอยู่ข้างถนน .. คนชับลุกขึ้นมา

รถมอเตอร์ไซต์ครอบครัวที่ล้ม .. คนขี่คงเจ็บ แต่เห็นลุกขึ้นมาได้ ..

ปกติเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผมต้องเข้าไปช่วย .. แต่วันนั้น บอกเลยว่า .. โมโหมาก 

ผมตั้งสติ .. แต่ ยอมรับว่าตั้งไม่ได้ .. ถ้าลงจากรถตอนนั้น ผมว่า มีเรื่องมีราวอีกเยอะแน่ เพราะตอนนั้น …โมโหถึงขีดสุด

คนซ้อน..รู้ว่าผมกำลังเลือดขึ้นหน้า .. ผมถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอบอกว่า ไม่เป็นไร .. และเอามือแตะตัวผมเตือนสติให้ใจเย็นๆ ..

ผมนิ่งอยู่เกือบสิบวินาที แล้วก็ขี่รถออกไป โดยไม่ได้ช่วยเหลือ..

หลังจากน้้นผมก็ มองเห็นเหตุการณ์ อีกหลายครั้ง ที่มาจากการขี่รถ Big Bike แบบนิสัยไม่ดี .. ทำให้เกิดความรู้สึกว่า น้องๆ เขาจะรู้มั๊ย ว่า การขี่แบบนี้ นอกจากสร้างความรำคาญแล้ว อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ เดือดร้อนตัวเอง และ คนอื่น ..

เลยคิดว่า ถ้ามีโอกาส ก็อยากมาทำอะไรสักอย่าง .. ที่ทำให้ คนที่คิดคล้ายๆ กับเรา ที่อยากให้ท้องถนน มีคนขี่บิ๊กไบค์ แบบนิสัยดีเยอะๆ .. แล้วออกมาช่วยกัน

ช่วยกัน.. ทำตัวดีๆ ให้เป็นตัวอย่าง ในการขี่รถ
ขี่ให้ปลอดภัย …
ขี่ให้ถูกกฏ…
ขี่ให้มีน้ำใจ ..

คิดอย่างเดียวไม่พอ.. อยากให้ตัวเองดี ก็ แค่เป็นคนดี .. อยากให้สังคมดี .. ต้องออกแรง ..

จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมใช้เวลา 15 เดือน .. ทุกๆ วัน ค่อยๆ ทำกลุ่มๆ นี้.. ค่อยๆ เห็นมันเติบโต .. เห็นคนนำตัวอย่างดีๆไปใช้.. ทำให้คนได้คิด ทำให้คนได้มีสติ ..

อีกไม่กี่วัน เราจะมีสมาชิก ครบ 11,000 คนครับ เป็นการปิดรับรุ่น ที่ 11 ลงไปด้วย ..

คน 11,000 คนนี้ จะช่วยกันเป้นตัวอย่าง การขี่รถที่ดี .. ถ้าผมเชื่อว่า ผมสามารถชวนคนมาขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดีได้ .. ผมก็เชือว่าทุกคนทำได้เหมือนกัน ..

รอที่จะเห็นเรื่องราวดีๆ บนถนนของเราครับ

ป๋อง pongroofman
16 Mar 2016

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
#มือใหม่เคยเจออย่าเผลอไปทำ
#casebiker

ยินดีต้อนรับ สมาชิกนิสัยดี รุ่น 11


ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่เข้ามาใหม่ด้วยครับ
วันนี้ผมรับเข้ามา 700 คน ถือเป็น รุ่น ที่ 11 นะครับ โดย รุ่นนี้ จะปิดรับ เมื่อสมาชิกเรา ครบ 11,000 คนครับ (เหลือ อีก 300 คน โดย ประมาณ)

image

เพื่อทำความเข้าใจ จึงขอ copy กระทู้ ปักหมุดมานะครับ

สมาชิกที่เข้ามาขอให้อ่าน และ รับทราบในช่องความเห็น
มีสามเรื่องนะครับ หน้าที่ ข้อห้าม ธรรมเนียม
=====
หน้าที่
=====
เข้ามาหน้ากลุ่มขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดีแล้ว ต้องทำห้าอย่างครับ
1. แนะนำตัว ทักทาย ชาวนิสัยดี …เพราะ การทักทาย เป็นนิสัยที่ดีอย่างแรก ของเรา
2. ตอนแนะนำตัวขอให้เขียนเรื่องนิสัยดี หรือประสบการณ์ดีๆ ที่เจอระหว่างขี่รถมาสัก หนึ่งเรื่อง .. อะไรก็ได้ที่คิดว่าดีของเรา
3. แบ่งปันการขี่รถแบบนิสัยดี และ บอกกล่าวให้เพื่อนทราบ ด้วยการ share อ่านเรื่องไหนอย่าแค่ like ให้ share เลยครับ
4. ทำหน้าที่เป็น รุ่นพี่นิสัยดี ด้วยการเข้าไปทักทายน้องใหม่ และ ให้คำแนะนำ ด้วยการ มา tag ชื่อใน post นี้ครับ
5. กด like หน้า .page นิสัยดี ด้านล่างด้วยครับ
ห้าอย่างง่ายๆ เราก็ จะมีโลกของ Biker นิสัยดีแล้วครับ
====
ข้อห้าม
=====
ห้ามนะครับ ผิดผมแบนเลยไม่เตือน
1. Post ขายของเชิงพาณิชย์ห้ามครับ ถ้าเอาของมาแจก ปราศจากเงื่อนไข ไม่ห้าม
2. พูดหยาบคาย ส่อเสียดผู้อื่นให้เกิดความเสียหาย หรือ ยั่วยุให้ทะเลาะกัน
=====
ธรรมเนียม
======
ผมจะนำเอาข้อคิด เทคนิค เพื่อความปลอดภัย และ นิสัยดี มาเขียนเป็นบทความทุกเช้าวันเสาร์ครับ เสร็จแล้วก็ ขมวดเป็นคำสั้นๆ ที่เรียกว่า slogan โดยทำเป็น hashtag เอาไว้
เวลา โพสอะไร หรือ comment ช่วยลงท้ายด้วย slogan
ในกลุ่มนิสัยดี ไม่อยากให้ผ่านตาเฉยๆ เห็นอะไร อย่างน้อยแปะ slogan ไว้ครับ
อันไหนอ่านแล้วชอบ share เลย like มันน้อยไปครับ
ปี 2015 เขียนไว้ทั้ง 52 สัปดาห์ หาอ่านใน กระทู้ปักหมุด ปีที่แล้ว

#pinpostbiker

ถ้าเข้าใจแล้ว ทดสอบขาน slogan กัน เลยที่ comment ครับ

#ไม่อยากมีเรื่องร้ายเช็คไฟท้ายทุกครั้ง

รถกระตุก


รถกระตุก
======

เมื่อเช้าขี่รถมาทำงาน ฝ่าจราจรกรุงเทพฯตามปกติ

อยู่ๆ รถเก๋งที่อยู่เลนขวา ก็กระตุกมาเลนซ้าย
…ดีนะที่ผมห่าง ไม่งั้นกระแทก โดนข้ารถเก๋งนั่น แน่ๆ

แต่ก็สงสัยเพราะไม่มีอะไรให้หลบข้างหน้า เลยขี่ขึ้นไปประกบดู  เลยเห็นว่า สาวคนขับ เล่นมือถือไปด้วย… OMG … มือซ้ายยังถืออยู่เลย

สันนิษฐานว่า คงเล่น ตาไม่ดูถนนจนรถเฉียงจะปีนฟุตบาทด้านขวา เลย ตกใจกระตุกรถออกมา โดยไม่เช็คซ้ายก่อน

จังหวะไม่มีรถด้านข้าง ซึ่งอาจเป็นผม ถ้ามาเร็วกว่านี้นิดนึง

บอกตรงๆ อยากจับมาอบรมมาก … เขาก็รณรงค์กันโครมๆ ว่าไม่ให้เล่นมือถือตอนขับรถ

ผมหาจังหวะจอดรอตรงไฟแดง จะอบรมสักหน่อย พวกคงรู้ จอดห่าง สองช่วงรถเลย

ฝากนักขี่ทุกท่าน ระวังรถประเภทนี้ด้วย ดูไม่ออกเลย ..(ไม่รู้จะระวังยังไง) ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้น  อย่างเคสนี้ หลักฐานไม่มี เผลอๆ she มาทำตาใสๆ แบบ dj เกียร์ R บอกผมแทรกมาโดน … รถบุบด้านช้าง อย่างนี้ ลำบากเลย

image

ผมว่านิสัยมาจากติดการเล่นโทรศัพท์  อาการหนัก ขนาดเดินไปเล่นไป ขับรถไปเล่นไป (ขี่มอเตอร์ไซต์เล่นไปก็มี เคสหลังนี่ ไม่ต้องเตือน คิดว่าอยู่ได้ไม่นานหรอก) เริ่มเยอะขึ้นทุกวัน จนคิดว้าวันหนึ่ง การที่เราไปบอกไปเตือนเขา เรานี่ล่ะจะเป็นคนผิด

หลังๆ ผมเจอคนประเภทนี้จะบอกเขา(ดีๆ) ว่า ตอนเดิน ตอนขับ … ไม่ต้องเล่น…

ที่ผ่านมาบอกใครก็ฟังนะ แสดงว่ารู้ว่าไม่ดี แต่เผลอตัว…

คิดว่าดีก็ช่วยๆ บอกต่อ แต่ถ้าคิดว่าลำบาก ก็อ่านเล่นเพลินๆ ละกันครับ

ชีวิตมันไม่ “ยุ่ง” ขนาดตาไม่มองถนน หรือ ทางเดินหรอกนะครับ

เอาไปพิจารณากันด้วยนะครับ

ป๋อง Pongroofman
นิสัยดีรุ่น 1

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

#ศิษย์ดูต้องมีkeyศิษย์ดีต้องมีครู

ปาดสามเลน


เมื่อวันจันทร์ ตอนขี่กลับบ้านตอนเย็น ขณะกำลังขี่ข้ามสะพานพระราม 5 ผมวิ่งเข้าเลนแซง(เลนขวา) สายตาข้างหน้า เห็น เก๋งเปลี่ยนเลนเข้าเลนแซง เร็วและดูอันตราย

ผมวิ่งตา รถคันนั้นก็เร่งเครื่อง ผมดูแล้วไม่น่าอยู่ใกล้ หลังพ้นรถช้าก็เข้ามาอยู่เลนซ้ายสุด

ข้างหน้าเป็นทางแยก ที่มี Tesco พระราม 5 อยู่ข้างหน้า ..เจ้ารถคันนั้น ยังอยู่เลนแซงถัดจากผมไปสามเลน

ทันใดนั้นมันก็เปลี่ยนเลนทีเดียวสามช่องมาอยู่หน้ารถผม….

เอาล่ะซิ…

ผมขี่แซงขึ้นไป บีบแตรสองที และ ส่งสัญญาณให้จอด จากนั้นผมค่อยๆ ขึ้นหน้า แล้วชะลอรถ รถคันนั้นก็ชลอ พอผมจอด มันก็แซงขึ้นไป ไม่ยอมหยุด

ผมขึ้นไปเรียกอีก ก็ไม่ยอมจอด …รถเบี่ยงออกซ้าย ข้างหน้าเป็นแยก กำลังติดไฟแดง…

ผมคิดในใจว่า หนีไม่รอดแน่ แต่ก็มองไม่เห็นข้างใน เพราะฟืมล์ หนา ถ้าลงมาหน้าตาเหมือนดีเจ เก่ง จะทำไง

เอาวะ ลองดู

(ต่อ)
ผมขี่ตามรถไป เหลือบมองไป แต่ ไม่สามารถมองทะลุกระจกให้เห็นได้ ว่า คนขับเป็น ผู้ชายหรือผู้หญิง …
เพราะจากที่ขี่ในกรุงฯ มา และ เจอเรื่องขับรถไม่สุภาพแบบนี้ บางที พบว่า คนขับ ที่เปรี้ยวๆ นี่ กลายเป็นผู้หญิง ซะนี่ ..

เจอผู้หญิงนี่ผมเอง ก็ไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยครับ เพราะ ส่วนใหญ่ คนขับมารยาทไม่ดี มักจะไม่ค่อยจะมีเหตุผลดีๆ อยู่แล้ว ถ้ายิ่งเป็นผู้หญิง เวลาคุยกัน จะกลายเป็นผมไปยืนเถียงกับผู้หญิงเปล่าๆ ..

ผมว่ามันเสียเวลา แต่ ถ้าเป็นผู้ชายนี่ ผมว่าคุยกันได้เต็มที่ เพราะ ดูแล้ว ถ้ามีเรื่องมีราว ต้องออกกำลัง ก็ ยังดูว่า ไม่ได้เป็นการ “เอาเปรียบ”

ส่วน “ทอม” นี่ที่เคยเจอ ผมก็จัดให้ อยู่ในข่าย ผู้หญิง น่ะครับ เพราะ ไม่อยากจะไปเสียเวลาด้วยเหมือนกัน .. ต่อให้เป็น ทอมแกร่ง ขนาดไหน ผมก็คงไม่อยากยุ่งด้วย

เจ้ารถคันนั้นคงเห็นสัญญาณไฟแดง อย่างที่ผมเห็น มันเลยค่อยๆ ขับ และ พยายามที่จะไม่หยุดรถ ตรงที่ผมจอดรอ .. คงถ่วงเวลาให้ ไฟเขียว .. (ผมเอา)

ผมรอแต่รถไม่จอด ผมเลยปล่อยให้แซง และ รอจนรถจอดสนิท แล้ว ไปจอดข้างคนขับ ให้สัญญาณว่า ให้เปิดกระจกคุยหน่อย .. แบบสุภาพนะ

…เงียบ…

ผมกวักมือ ให้สัญญาณว่าเลื่อนกระจกลง อีก รอบ เขาคงเห็นแต่ลูกตา เพราะเวลาใส่หมวก ผมใส่โม่งด้วย

…เงียบ…

ไฟยังแดงอยู่ .. แต่ก็คงอีกไม่นาน คงเขียว ผมประเมินแล้ว ถ้า หลุดไฟ นี้ คงไม่ได้คุยกัน เพราะ พวกคงไม่จอดให้ผมคุยแบบนี้ เพราะเมื่่อกี้ เรียกหลายรอบแล้วไม่จอด

ผมตัดสินใจเอื้้อมมือที่ใส่ถุงมือ ไปเคาะกระจก .. บังเอิญวันนี้ เข้าๆอากาศเย็น เลยใส่ถุงมือหนังมา แล้วเจ้าถุงคู่นี้ ตรง สันมือ เป็นการ์ด ชุบสีแบบโลหะมันวาว .. เคาะไปที เสียงดัง เป๊กๆ

…นิ่ง .. ไม่มีอะไรเกิด

ผมดูอีกสักพัก ก็เคาะด้วยน้ำหนักมือเท่าเดิม ทั้งๆ ที่ ใจอาจเริ่มมีขุ่น จากการไม่ตอบสนอง ..

“เป๊กๆ”…. สองทีพอ

ทีนี้ได้ผล กระจกค่อยๆ เลื่อนลงมา .. ผมก้มไปดู .. มีคนนั่งอยู่เต็มเบาะ นับแล้ว ได้ 4 คน ..

เอาไงต่อดี…

ต่อ…
ผมมองเข้าไป เห็นวัยรุ่นสี่คน ชายสาม หญิงหนึ่ง .. ใจนึงก็ไม่อยากยุ่ง รู้สึกว่า พูดไป เผื่อน้องไม่เข้าใจก็เสียเวลาเปล่า

ใจนึงก็อยากบอกกล่าว เพราะ บางที คนในครอบครัวบอก อาจไม่พอ…

“น้องขับรถอันตรายมากครับ .. ” ผมบอก คนขับ
“ก็ผมจะเลี้ยวเข้านี่..” น้องคนขับ ตัดผมเกรียนๆ บอก
“เปลี่ยนเลน ไม่ให้สัญญาณ และ เปลี่ยนไวมาก เมื่อกี้ ก็ เปลี่ยนเลนจากขวามาตัดหน้าผมอีก” ผมบอก
“ก็ผมจะเลี้ยวเข้าตรงนี้..” น้องบอก .. ผมเห็นว่านี่มันกลางถนน มาจอดคุยกันแบบนี้ จะทำให้ รถด้านหลังติด เลยบอก

ผมมองดูหน้าแต่ละคน แล้ว หลุดปากออกมา .. “ยังเด็กอยู่เลยนี่หว่า..”
เสียงสวนขึ้นมาจากเจ้าคนขับ . “อายุผมถึงแล้วนะ..” เด็กมันคงคิดว่า อายุถึงทำใบขับขี่ได้แล้ว ทำอะไรก็ได้มัง

“จอดคุยกับหน่อย .. ” ผมบอก
“พวกหนูกำลังรีบ …” น้องผู้หญิง ที่นั่งหน้า พูดขึ้นบ้าง
“รีบก็ต้องจอด จอดตรงนี้” ผมชี้ไปตรงจุดกลับรถข้างหน้า เพราะ มีพื้นที่จอด
“ไปจอดตรงโน้นได้มั๊ย ” น้องคนขับ บอก ชี้ไป ตรงพื้นที่ เลยไฟแดงไปแล้ว
“ไม่ได้ครับ .. จอดตรงนี้ล่ะ ..” ผมบอก ยืนยันจุดเดิม เพราะ ดูจากเมื่อกี้แล้ว ผ่านไฟแดงนี้ได้ คงเปิดแน่บ ..

หลังจอดรถเสร็จ น้องคนขับ เดินจ๋อยๆ ลงมา เด็กสมัยนี้ตัวสูงครับ สูงพอๆ กับผม เพื่อนมันเดินมาด้วยหนึ่งคน เป็นผู้ชาย ส่วนอีกสองอยู่ที่รถ

“ผมขออยู่เป็นเพื่อน เพื่อนผมนะ .. ” น้องหน้าขาว บอก ยืนอยู่ด้านขวา
“เมื่อกี้ขับรถ อันตรายมาก ทำไมคนองนัก… ตอนเย็นรถเยอะมาก อันตราย” ผมบอกเจ้าคนขับ สังเกตว่า ผมไม่ได้ เริ่มที่ปัญหาตัวเอง
“คืองี้พี่.. ” น้องหน้าขาว เริ่มพูด ” เมื่อกี้ มันมีรถ เพื่อนผมก็แซงออก มันต้องแซง ” น้องมันอธิบาย ผมไม่รู้หรอกว่า มันรู้หรือเปล่า ว่า เพื่อนมันเปลี่ยนเลนแซง ตอนรถผมกำลังมาพอดี .. แต่ ระยะไม่ได้กระชั้นชิดมาก ผมก็มองว่า มันอาจคิดว่าปลอดภัย แต่ ลีลาการโยกเปลี่ยนเลนมันซิ มันยั่วยวน.. ผมเอง ไม่ค่อยสนใจ น้องหน้าขาว นักเพราะมันไม่ได้ขับ .. ผมสนใจ คนขับมากกว่า

“แล้วเมื่่อกี้ ก็ เปลี่ยนเลน จากขวามาเลย ทีเดียวสามเลนรวด มาดัดหน้าผมนี่ มันแปลว่าอะไรกัน ” ผมถามคนขับต่อ ..
“พวกผมต้องเข้าช่องนี้ .. ช่องซ้ายก็ต้องมาแบบนี้ซะ” น้องหน้าขาวมันเถึยง ส่วนคนขับ ยืนหน้าจ๋อย
“เฮ้ย ผมกำลังพูดกับคนขับ .. คุณบอกอยู่เป็นเพื่อน ก็ฟังเฉยๆ ” ผมหันไปบอกเจ้าหน้าขาว

“ผมไม่มีเจตนานะพี่ รถมันขวาง มันก็ต้องหลบ แล้ว ต้องเลี้ยว มันก็ต้องเปลี่ยนเลน ” ไอ้หน้าขาวที่ ไม่ได้ ขับ อธิบาย ยังกับ มันขับซะเอง ผมทำทีไม่สนใจมัน เพราะ มันพูดต่อ ไม่หยุด มองไปที่คนขับ ยืนเงียบ..

“เมื่อกี้ ที่เรียกให้จอด ทำไมไม่จอด พื้นที่ คนเยอะ แบบนี้ จอดได้” ผมถามคนขับ

“คืองี้พี่.. เมื่อกี้ พวกผมก็คุยกัน .. และ กลัวว่าพี่จะมี .ของ.. เลยไม่กล้าจอด ” ไอ้หน้าขาว พยายามอธิบาย มันอธิบายได้ทุกเรื่องจริงๆ อยู่มหาลัย ผมว่า มันต้องเป็นพวกชมรมโต้วาที แน่ๆ .. แต่ ตอนนี้ ไม่ใช่ช่วงมาโต้วาที

“เอ็งช่วยยืนฟังเงียบๆ ได้มั๊ย … ” ผมบอก “บอกมายืนเป็นเพื่อน ก็เป็นเพื่อนซิ .. กูกำลังอบรมเพื่อนมึงอยู่.. ช่วยกันเถียงไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้ เพื่อนมันถึงได้คนองขับรถอันตราย .. คนเขากำลังกลับบ้าน ชนอะไรขึ้นมา .. มีปัญญาแก้ปัญหากันมั๊ย หรือ เอะอะ ก็โทรหาพ่อ หาแม่ เรียกประกันมาเคลียร์… ” ผมเร่งเสียงดัง พร้อมปรับวาทะ ให้เหมาะกับ ไอ้หน้าขาว เพราะเตือนแล้วไม่เงียบ…

ดูเหมือนจะได้ผล ตอนนี้ เงียบกริบ

ผมหันไปที่คนชับ ดูท่าที มัน จ๋อย และ เหมือนจะคิดได้

“ที่พี่เรียกให้ลงมาคุยน่ะ เพราะต้องการเตือน พวกเรา ขับรถในช่วงรถเยอะๆ แบบนี้ ไม่ควรขับเร็ว เปลี่ยนเลนเร็ว มันอันตราย เห็นผู้ใหญ่บางคนทำ ก็ไม่ต้องไปเอาอย่าง เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องไม่ดี .. ” ผมพูดมองหน้ามันไป ปรับสรรพนามเสียหน่อย ..

“เรายังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเจอ ถ้ามีอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นมา ปัญหาก็จะเกิด คนรอบตัวเราก็ต้องเดือดร้อน .. ” ผมบอก ดูเจ้าคนขับ มันฟัง ส่วนเจ้าหน้าขาว พอบอกให้เงียบ มันก็คงเลิกคิดหาคำเถียง และ มาฟังตาม

“พี่ไม่ได้มาหาเรื่อง ที่มาบอกเพราะห่วง ห่วงแทนพ่อแม่ของเรา เขาไม่รู้หรอก ว่า ให้รถลูกมาแล้วจะมาขับกันแบบนี้ .. เราเองเมื่อขับรถแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่อยู่ในรถ และ คนที่ใช้ถนนร่วมกับเรา พี่เห็นเราขับ ก็รู้แล้ว ว่า ยังไม่มีใครบอก ว่าควรขับแบบไหนอย่างไร เราจะเลี้ยวซ้าย แต่ เปลี่ยนเลนไปขวาสุด เพื่อตบมาสามเลน แบบนี้ ถือว่า ประสบการณ์ การขับรถไม่ดี เพราะ ถ้ามีรถเร็ววิ่งอยู่เลนซ้าย ก็คงชน หรือไม่ก็เบรคเสียหลัก ” ผมเทศน์ต่อ

“ไม่ต้องมอเตอร์ไซต์หรอกที่ล้ม รถเก๋ง บ้าพลัง วิ่งเร็ว และ เบรค เสียหลัก แทบตกสะพาน พี่ก็เห็นมาแล้ว ดังนั้น เชื่อพี่ ต่อไป ขับรถมีสติ กว่านี้ ถ้าทางโล่ง ไม่มีแยก เอ็งอยากวิ่งเร็ว และ คิดว่า ทักษะดีพอ ก็ ขับไป แต่ ในเขตชุมชนแบบนี้ .. ห้าม.. เข้าใจมั๊ย .. ” ผมบอก คิดว่าน่าจะพอแล้ว

น้องสองคน พยักหน้า ยกมือไหว้ผม
“พี่ครับผมขอโทษ .. ขอบคุณพี่มากครับที่เตือนสติ” เจ้าคนขับ พูดออกมาบ้าง .. ผมมองดู ก็ไม่เห็นดอกพิกุลร่วงลงมา ส่วนเจ้าหน้าขาว ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ ยกมือไหว้ตามเพื่อน

“ไปได้แล้ว จำไว้ ขับรถดีๆ แปลว่า ขับปลอดภัย” .. ผมบอก แล้วก็ขึ้นรถออกตัวไป

นึกว่าเป็นลูกเป็นหลานละกัน ..

ขอบคุณที่ ติดตาม มาทั้งสามตอนครับ
โปรดอ่านโดยใช้วิจารณญาณนะครับ ตรงไหน ดีก็เอาไป ตรงไหนไม่ดี ก็ทิ้งไว้ตรงนี้ครับ

ขอค่าเขียนเป็น ขาน slogan สัปดาห์นี้ ดังๆ ด้วยครับ .. วันสุดท้ายแล้ว

ป๋อง

อ่านแล้วอย่าลืมขาน slogan กันครับ

‪#‎เข้าเขตชาวบ้านถึงชำนาญก็ห้าสิบ‬

‪#‎เข้าเขตชาวบ้านถึงชำนาญก็ห้าสิบ‬


‪#‎เข้าเขตชาวบ้านถึงชำนาญก็ห้าสิบ‬
=====
กระทู้ Slogan วันที่ 9-16 Jan 2015
ชาวนิสัยดี ศึกษา ขานรุ่น ตามเพื่อน กันครับ
=====

50.jpg


วันนี้วันเด็ก เราเพิ่งผ่านปีใหม่มาไม่กี่วัน คงไม่ช้าไปถ้าจะถามว่าปีใหม่ไปเที่ยวไหน

ผมเองขึ้นเหนือแวะพักหลายจังหวัด อุตรดิตถ์-แพร่-เชียงราย-เชียงใหม่-กำแพงเพชร-ชัยนาท เรียกว่าอิ่มไปเลยครับ

ระหว่างทาง ก็มีวิ่งผ่านชุมชน หมู่บ้านเยอะ หล่ยที่ สังเกตว่า หลายๆที่ คนจะไม่ชินกับรถที่วิ่งเร็วๆ ทำให้กะระยะ และ ข้ามถนนในลักษณะที่เราเรียกว่า “ตัดหน้า” บ่อยๆ

ปกติเขตชุมชน เราจะลดความเร็วให้ไม่เกิน 50 km/hr ครับ เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน
ยิ่งถ้าเข้าเขตโรงเรียน เด็กๆ ซนมีวิ่งพรวดพลาด ยิ่งต้องระวัง ปกติเราไม่ให้เกิน 40 km/hr

สองเลขนี้ ชาวนิสัยดี ต้องจำให้ได้ 40/50 โรงเรียน/ชุมชน

และพึงระลึกอยู่เสมอว่า คนตัดหน้า ไม่มีหรอก มีแต่เราที่ขับเร็ว ….จะได้แก้ไขที่ตัวเราเวลามีอุบัติเหตุครับ

หลักนี้เอาไปใช้ตอนขับรถยนต์ด้วยนะครับ ใช้ตัวเดียวกัน

วันนี้วันเด็ก share เรื่องนี้เพื่อเด็กๆ กันครับ

ขอให้ ขับขี่ปลอดภัยทุกคน นะครับ

ป๋อง Pongroofman
9 Jan 2015

‪#‎ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี‬
‪#‎sloganbiker‬