Posts from the ‘อาหารและเครื่องดื่ม’ Category

บะหมี่น้ำธรรมดา


 

เหตุเกิดที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือลุงเล็ก อยุธยา

SDC15956

รับอะไรดีครับพี่…

พี่ป๋องถาม “มีบะหมี่น้ำมั๊ย”

“มีครับ …”น้องตอบ

“เอาบะหมี่น้ำมาชามนึง” สั่งเลยเพราะหิวมาก

“บะหมี่น้ำ น้ำใสหรือ น้ำข้นครับ “ น้องถาม

“เอาบะหมี่น้ำครับ”  พี่ป๋องบอก

“บะหมี่น้ำน้ำใสนะครับ” น้องบอก พร้อมกับจด

“ใส่เครื่องใน มั๊ยครับ” น้องถาม

“เอาบะหมี่น้ำครับ “ พี่ป๋อง ตอบ

“บะหมี่น้ำไม่ใส่เครื่องใน” น้องจดบุกยิก

“เอาเป็นต้มยำมั๊ยครับ” น้องถามอีก

“เอาบะหมี่น้ำครับ” พี่ป๋องบอก

“บะหมี่น้ำไม่ต้มยำ” น้องจดต่อ…

“…เอา..” น้องกำลังจะถาม

“น้องไปเอาบะหมี่น้ำ มาชามนึงเลยครับ …บะหมี่น้ำ ธรรมดา ที่เค้ากินกันน่ะครับ ..พี่ชอบอะไรง่ายๆ ครับ “….

 

เค้าจะหาว่าเรากวนมั๊ยเนี่ย

หมูกะทะ


ตอนไปอยู่เขมร ช่วงนั้น เพิ่งเคยมี เนื้อกะทะ ครับ …

ที่เขมร เรียก สัด-โก-อัง แปลว่า เนื้อย่าง …

เป็นที่นิยม มากมาย เปิดเยอะยิ่งกว่า เซเว่น บ้านเราเสียอีก … ไปไม่กี่เมตร ต้องมี ร้าน สัด-โก-อัง ตลอด

กินแล้วคอแห้ง…อาจเป็นทั้งเนื้อ และ ผงชูรส ที่ เยอะมากจนคอแห้ง

ตอนนั้นกลับมาเมืองไทย เริ่มเห็นว่า ร้านหมูกะทะ ในไทย ก็เริ่มนิยมเช่นกัน…

แต่เคยเข้าไปทานแค่สองครั้งเองครับ ….

วันนี้ได้เห็นวิธีการทานหมูกะทะ ของ ท่านอุดม แต้พาณิช เค้าเขียนไว้ …เลยเอามาฝาก

49 วิธีกินหมูกะทะ(หมูย่างเกาหลี)ให้สะใจ

1.ไม่ควรแต่งกายเมืองหนาว
2.เตรียมผ้าเช็ดหน้าไปด้วย
3.เครื่องดื่ม Sponsor จะช่วยได้ในยามเสียเหงื่อ
4.ควรเลือกที่นั่งอยู่เหนือลมป้องกันขี้เถ้าเข้าตา
5.อย่านั่งใกล้ชั้นวางเครื่องดื่มเพราะจะทำให้คุณอาจจะเปลี่ยนจากผู้บริโภคเป็น
ผู้บริการทันที
6.ไม่ควรนั่งหันหน้าเข้าข้างฝา
7.เพราะการหันหลังคีบหมูกะทะยากมาก
8.ดูฮวงจุ้ยดีๆ คีบถนัด เอื้อมแขนถึง
9.ไม่ควรสั่งเนื้อมากินเพราะเป็นสัตว์ใหญ่
10.ไม่ควรสั่งละมั่งมากินเพราะเป็นสัตว์สงวน
11.แยกหม้อถ้าไม่กินเนื้อ
12.แยกหม้อถ้าไม่กินผัก
13.แยกกันถ้ามันเรื่องมากนัก
14.เตรียมดอกไม้ไปจากบ้านเพราะจะมีเด็กมาขายและทำให้สียเงิน
15.อย่าเอาดอกกุหลาบที่ซื้อมากำละ20ไปจีบสาวโต๊ะข้างๆเพราะเป็นการลงทุนต่ำทั้ง
เงินและสติปัญญา
16.อย่าจีบเด็กเสิร์ฟขณะยกหม้อมา
17.ไม่ควรเปิดเพลง เจ้าตากของคาราบาวระหว่างการกินหมูกะทะเพลงเร็วย่างไม่ทันกิน
18.คีบเนื้อให้มั่นคง
19.เพราะในหม้อหมูกะทะเหมืองสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเนื้อจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
20.หากเนื้อคุณหายให้เอาตะเกียบไปใกล้ๆตะเกียบของเพื่อนร่วมหม้อและคีบเอาเนื้อ
ของม ันมา
21.แล้วท่านจะได้เนื้อของท่านคืนมา
22.ไม่ควรกินเหล้าระหว่างการกินหมูกะทะเพราะจะทำให้เมา
23.ถ้าเมาแล้วไม่ควรพยายามขับรถกลับบ้าน
24.หรือขับหมูกะทะกลับบ้าน หรือขับรถกลับหมูกะทะ
25.ถ้าไม่อยากหัวเหม็น เลือกร้านที่โอเพ่นแอร์เท่านั้น
26.ชวนหญิงดูพระจันทร์ในหม้อหมูกะทะจะโรแมนติกมาก
27.นักมวยควรถอดฟันยางก่อนกิน
28.หยุดทำทุกอย่างขณะยกเตามา
29.ไม่จำเป็นต้องกินให้หมดถ้าอิ่ม เพราะไม่ใช่โออิชิไม่มีปรับของเหลือ
30.ไม่ต้องปั้นหน้าอร่อยเหมือนพิธีกรรายการ อร่อยบ่ายคลายเครียด
31.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะทั่วไปกับหมูกะทะแซบฮัท
32.แยกให้ออกระหว่างหมูกะทะแซบฮัท กับ เดอะหมูกะทะแซบคัมปะนี
33.หลอกเพื่อนไม่กินเนื้อว่านี่คือหมู
34.หลอกเพื่อนไม่กินหมูว่านี่คือผักบุ้ง
35.หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปในหม้อหมูกะทะจะมีกลิ่นอ่อนๆเทอราปีช่วยครายเครียด
36.คนผมยาวรวบผมให้ดี ผมสยายลงในจานเนื้อเหม็นมาก
37.โกนหนวดก่อนจะดี เศษจิ้มจุ่มติดหนวดดูเซ็กซี่เกินไป
38.ไปกินหลายๆคน
39.แล้วแย่งกันกิน
40.ร้านที่กินต้องบุฟเฟ่เท่านั้น
41.ร้านแถวรามก็ดีไปเลย
42.แต่อย่าไปเลยถ้าไปกินน้อยกว่า 4คน เพราะจะไม่หนุก
43.เอ่อ…ล้างมือก่อนกิน
44.อ่า…กินเสร็จแล้วล้างมือ
45.อืม…เอ่อ…ยังไงดี
46.อ้อ…การให้ทิป ทำให้พนักงานเสิร์ฟมีกำลังใจสู้ชีวิต
47.อ่า…จะถึง49ไหมวะเนี่ย
48.แบบว่า…หมูกะทะ หมูกะทะ หมูกะทะถูกเผา มันจะถูกตะเกียบจ๊ากก!!
มันจะถูกตะเกียบเจี๊ยก!! คีบหมูซ้าย คีบหมูขวา ร้อนจริงๆ ?้อนจริงๆ ร้อนจริงๆ
49.ไชโย
*..ก่อนจบ คุณรู้หรือไม่ว่า หมูกะทะ หมุย่างเกาหลี หรือ จิ้มจุ่มนั้น!
!!ทำมาจากเนื้อช้าง!!! นี่คือเรื่องจริง!!
เพราะมีการพิสูจน์กันมานักต่อนักแล้ว!!
ถ้าคุณไม่เชื่อ!! คุณไปพิสูจน์ด้วยตัวเองได้เลยตามร้านต่างๆ…
ให้สังเกตุดู!! ว่าตรงเนื้อที่เค้าจัดมาให้เรานั้น มีงาติดมาด้วย!!..
( เอ้า งงๆ….งงเข้าไป )
หรือว่าจะเถียง!!!! ว่านั่น!! ไม่ใช่งา!! โอ้!!…. เนื้อช้างชัดๆ

ก๋วยจั๊บสามทุ่ม



ช่วงนี้ฟิดครับ ทั้งเรื่องงานทั้งกางเกง….

เค้าว่าคนนอนดึกจะยิ่งอ้วน…สงสัยท่าจะจริงเพราะช่วงหลังนอนดึก…

ตอนนี้เลยต้องจัดโปรแกรมการนอนใหม่ครับ…นอนซะตั้งแต่สี่ทุ่ม เพื่อตื่นมาตีสาม

ไม่ได้ตื่นมาฉี่แล้วนอนต่อนะครับ แต่ตื่นมาอ่านหนังสือ…ช่วงนี้ฟิดอยากอ่านหนังสือ

และหนังสือที่ซื้อมามันเยอะเหลือเกิน ถ้าไม่เริ่มอ่านสงสัยชาตินี้คงอ่านไม่ทัน

เริ่มจากหนังสือภาษาอังกฤษที่ต้องไปสอบสิ้นเดือนนี้ก่อนละกัน

ปูนนี้แล้วเค้ายังให้ไปสอบอยู่เลย… ทำงานที่นี่เค้าส่งไปให้เรียนตลอด

ต้องบอกว่าเรื่องพัฒนาคนที่นี่เค้าเจ๋งจริงๆ



พอตั้งใจนอนเร็ว Notebook ก็ไม่ต้องเอากลับบ้านล่ะครับ กะว่าจะเลิกหอบงานกลับมาทำที่บ้านบ้าง

จะได้มีเวลามา อ่านหนังสือ กับ up space (อย่างงี้จะได้นอนเร็วเหรือเปล่าไม่รู้)

ไปๆมาๆ กลายเป็นว่าเลยเกิดนิสัยใหม่…ออกจากที่ทำงานช้า…ลากซะสามทุ่มค่อยออก กลับบ้านอาบน้ำก็สี่ทุ่มพอดี

ช่วงนี้จะเป็นแบบนี้ วันนี้ก็ทำแบบนี้…แถมเชื้อระบาดไปที่น้องที่ทำงานด้วยคือ น้องโม่ กับน้องออฟ อีกสองคน

….ทำงานดึกกันแบบนี้ ให้รางวัลน้องซะหน่อย เลยลองชวนไปกินก๋วยจั๊บสามทุ่มกันดู


“ก๋วยจั๊บสามทุ่ม”  (พิกัด GPS N 13 48.163 E 100 32.352) ชื่อนี้จริงๆครับ เป็นร้านอาหารอร่อย อยู่ตรงหน้าสถานีรถไฟบางซื่อ ผมมาที่นี่สองทีแล้ว เพราะ กิติศัพท์โด่งดังเหลือเกิน

ว่ากันว่าอร่อย และ ต้องเข้าแถวรอกันเลยครับ…ผมทำงานอยู่ตรงนี้เอง ต้องลองเสียหน่อย

จะได้ไม่เสียชื่อว่าอยู่ปูนฯ แล้วไม่รู้จัก “ก๋วยจั๊บสามทุ่ม”

…..

จำได้เลยครับ ครั้งแรกที่มา มาเอาสองทุ่มสี่สิบ ตอนนั้นมาสองคนกับน้องวี

เดินไปถึงร้าน จะสั่งมากิน ป้าเจ้าของร้านแกไม่ขายครับ …เพราะยังไม่สามทุ่ม

…นัยว่าผิด concept ของร้าน

ตอนแกบอก แกแค่เหลือบตามองชื่อร้าน เป็นการส่ง Sig

ผมเงยหน้ามองตามขึ้นไป เห็นชื่อร้านตัวเบ่อเริ่ม “ก๋วยจั๊บสามทุ่ม”

ก๋วยจั๊บสามทุ่ม ยังดันจะมากินสองทุ่ม…เดี๋ยวโดนป้าจับทุ่มซะงั้น

ผมอ้อนวอน ขอร้อง อยู่สองสามคำ ดูแล้วป้าไม่เล่นด้วย เลยเปลี่ยนกลยุทธ เป็นมานั่งกินเบียร์รออยู่ฝั่งตรงข้าม

ร้านก๋วยจั๊บของป้า ไม่ได้เป็นร้านตึกแถวนะครับ แต่จะเป็นรถเข็น ใครผ่านมาตรงสถานีรถไฟบางซื่อ หรือ นั่งรถ MRT มาสุดสายบางซื่อ จะสังเกตเห็นได้ง่าย เพราะจะเป็นรถเข็นอยู่คันเดียว

ถ้าวิ่งจากสพานสูงมาเร็วๆ แล้ว เลี้ยวขวาหลุดโค้ง รถเราก็จะไปเกยกับรถก๋วยจั๊บของป้าพอดี

Layout ร้านเป็นแนวยาวครับ เอารถก๋วยจั๊บเป็น Center ข้างๆ รถซ้ายขวาก็จะเป็นโต๊ะนั่งครับ

มีหลังคาให้เรียบร้อย ก็หลังคาที่เป็นที่รอรถ Taxi หน้าสถานีนั่นแหล่ะครับ ยามหน้าฝนนี่มีประโยชน์นัก

เพราะช่วยกันฝนได้ดีอย่างคืนนี้

สั้งก๋วยจั๊บเสร็จ ก็เลือกนั่งได้เลยครับ จะนั่งเดี่ยว นั่งคู่ นั่งคี่ (คอควายนะครับไม่ใช่ขอไข่) นั่งได้ตามสบาย

….


เล่าต่อดีกว่า วันนั้นผมนั่งซดเบียร์ ยังไม่ทันจะหมดขวด แป๊บเดียวหันไปมอง คนเข้าคิวรอก๋วยจั๊บ ยาวเบื้ยยยยยยย

โห…ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ  เพราะ แป๊บเดียวจริงๆ ไม่รู้คนมาจากไหนล้วงคองูเขียว เข้าแถวตัดหน้าไปซะแล้ว

…ผมสะกิดน้องวี ให้จ่ายค่าเบียร์ และ ย้ายชัยภูมิไปอีกฝั่งก๋วยจั๊บ

เดินข้าวถนนไปถึงร้าน ก็นั่งโต๊ะเลยครับ รอสั่งเต็มที่….


นั่งอยู่เกือบห้านาที…ไม่มีใครมารับ order เลย…เลยลุกไปถามป้าคนขาย

ป้าเงยหน้ามามอง…ก็ยิ้มเห็นฟันขาว เพราะพวกผมได้ว่าสองหนุ่มที่มาอ้อนวอนขอกินตอนสองทุ่มนั่นเอง

…“ต้องเข้าแถวนะ ไม่มีเสริฟ” สั้นๆ ได้ใจความครับ…self service แบบไทยๆ นี่เอง

ผมว่าป้าแกเป็นมวยน่ะครับ การจัด Self service แบบนี้  Marketing ที่ดีมากครับ

ก็ใครอยากกินก็ต้องมารอ และชามก๋วยจั๊บนี่มันก็ใหญ่แถมร้อนด้วย คนนึงถือได้ไม่เกินสองชามหรอกครับ เพราะฉะนั้น คนกินก็ต้องมาออเข้าแถวกันหมด ร้านก๋วยจั๊บสามทุ่ม ป้าแกเลยมีแถวยาวเบื้อยยย อย่างที่เห็น

พอคนกินต้องมาเสริฟเอง คนเสริฟก็เลยไม่ต้องมี ลดกำลังพลไปได้อีกคนสองคนเลยทีเดียว กระบวนการผลิตของป้าแกเลยจะออกแนว Production Excellence เพราะหน่วยผลิต (ทำก๋วยจั๊บ) มีป้า กับ สาวหน้าตาดีอีกคน (เดาว่าเป็นลูกหรือหลาน)  ขายกันอยู่ ทั้งขายและเก็บตังส์ แล้วก็มีเด็กตัวเล็กๆ อีกคนตักน้ำเก๊กฮวยขาย ซึ่งเดาว่างานหลักน่าจะเป็นการเก็บจาน กับ ล้างจาน

ถ้าไปยืนรอก๋วยจั๊บจะเห็นโหลเล็กๆ อยู่สองสามใบ อย่าเข้าใจผิดนึกว่าเป็นเครื่องปรุงนะครับ เพราะเหมือนโหลน้ำส้มเหลือเกิน จริงๆแล้วเป็นโหลน้ำนะครับ พวกน้ำเก๊กฮวย น้ำผลไม้ ป้าแก จัดไว้ให้ครบ เรียกว่า ทุกตารางนิ้วมี Value หมดครับทำรายได้ได้ทุกตัว

ก๋วยจั๊บที่นี่ราคาปกติครับ ไม่แพง มีสองราคาครับ ธรรมดา 20 พิเศษ 25 ส่วนน้ำแก้วละห้าบาทขาดตัว


ต้องบอกว่าวันนี้เป็นครั้งที่สองที่ผมได้มากินนะครับ มาคราวนี้ เปลี่ยนจากควงน้องวี มาเป็น ควงน้องโม่ กับ น้องออฟ แทน

น้องสองคนนี่มีมิติ ที่ต่างกันลิบลับครับ ความสูงก็พอๆกันน่ะครับ แถวๆ ร้อยแปดสิบ แต่น้องโม่น้ำหนักร้อยกว่าโล ส่วนน้องออฟน้ำหนัก หกสิบ

วันนี้ ผมพาน้องมาพร้อมฝนครับ ฝนตกพรำๆ เดินถือร่มกันคนละคัน เห็นเดินถือร่มมาก็ฮาแล้ว

เพราะร่มน้องออฟน่ะ เป็นร่มตี Golf ใบเบ่อเริ่ม ส่วนร่มน้องโม่น่ะ Size เล็กมาก ประมาณว่าเวลาพับแล้วเหลือขนาดใหญ่กว่าปากกานิดนึง….

ร่มน้องโม่กางออกมาร่มใหญ่กว่าไหล่นิดเดียว คลุมคนๆเดียวยังไม่ทั่วเลย

….สองคนเดินกางร่มมา เหมือนผิดฝาผิดตัวดูแปลกๆ  ยังไงไม่รู้…ทำไปด้าย



ใครขับรถมากินต้องเอารถไปจอดแถวหน้าสถานีรถไฟบางซื่อนะครับ

จอดหน้าสถานีแถวๆ คนรอรถเมล์ไม่เสียตังส์ แต่อาจเสียรถ เพราะคนเดินไปเดินมาเยอะ

ให้ดีก็มีที่รับฝากรถอยู่ครับ เข้าใจว่าคิดค่าจอดไม่กี่บาท จอดได้สบายใจ แต่ถ้าวิ่งผ่านร้าน เช็คดูก็ได้ครับว่าหน้าฟุตบาทมีที่จอดหรือเปล่า ถ้ามีก็เสียบได้เลยครับ ปลอดภัย (เพราะดูเอง) และ ไม่เสียเงิน

ผมจอดรถไว้ในปูนฯ แล้วเดินทอดน่อง ฝ่าฝนผ่านสถานี MRT พอมาถึงร้านก๋วยจั๋บ เป็นอันต้องผงะ โอ้ว… วันนี้แถวช่างยาวจริงๆ

ส่งสายตาให้น้อง เป็นความหมายว่า มาถึงนี่แล้ว ก็ต้องกินล่ะครับ เพราะหิวด้วย สามทุ่มกว่าแล้ว ว่าแล้วก็ไปต่อแถวซะเลย


ยืนเข้าแถวอยู่นานหลายนาทีครับ ผมยังพูดเล่นๆกับน้องเลยว่าพอถึงคิวเรา ของหมดจะทำยังไง

น้องออฟบอกถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ถือเป็นคราวซวยสุดๆ อาจประกาศกร้าวว่าชาตินี้จะไม่มากินร้านนี้อีกเลย

คนทำทำเร็วครับ แต่ คนสั่งๆ เยอะ เห็นใส่ถุงกลับไปทุกคน แถวเลื่อนไปเรื่อยๆ ใกล้จะถึงคิวเรา ผมเริ่มเช็ค order กับพรรคพวกทันที

“พี่เอาทุกอย่างชามนึง ออฟ กับโม่เอาอะไร”

“ผมสั่งให้ครับพี่ “ออฟบอก เป็นธรรมเนียมรุ่นน้องที่มาใหม่ที่นี่ ที่จะถูกฝึกงานบริการ โดยเริ่มจากบริการรุ่นพี่ก่อน

ออฟ หันไปเช็คกับโม่แล้ว สรุปยอดเรียบร้อย ก็ส่งเสียงดังตามสไตล์

“พิเศษสอง เฉพาะเนื้อไม่เอาเครื่องในสอง ใส่ถุงสอง” ท่าทางไม่ค่อยหิว แต่สั่งทีครึ่งโหลเลย

ผมกลัวป้าไม่ได้ยิน เลยช่วยทำ Echo ให้  “พิเศษสอง.. เฉพาะเนื้อสอง.. ใส่ถุงสอง”  พยายามรวบคำสั้นๆ กลัวป้าจำไม่ได้

“พี่ครับ..ผมว่าสั่งว่า..ไม่เอาเครื่องในดีกว่านะครับ พี่สั่ง..”เฉพาะเนื้อ”….เนี่ย ผมกลัวงเค้าจะได้ยินเป็น…”กระเพาะเนื้อ”…มันจายุ่งนาครับ” ออฟเตือนเหมือนเคยมีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อน

อืม..มันฟังดูคล้ายกันจริงๆ “เฉพาะเนื้อ” กับ “กระเพาะเนื้อ” น่าจะมีประเด็น (คำฮิตอีกแล้ว) ผมตัดปัญหาเลยให้ ออฟ มันสั่งไปซะเลย หมดเรื่อง

“พิเศษสอง เฉพาะเนื้อไม่เอาเครื่องในสอง ใส่ถุงสอง” ออฟย้ำอีกรอบ เป็นสามรอบ

ป้ากับหลานเหมือนจะงงกับ เพราะไม่มีสัญญานตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก เราชักสงสัยว่าจะเอาไง

สักครู่คนที่ต่อแถวข้างหลัง เลยเฉลยให้หายงง …

“แถวนี้ใส่ถุงครับ…ใส่ชามแถวโน้นครับ”

……

อยากเขกกระโหลกตัวเองครับ ไม่อยากเชื่อร้านก๋วยจั๊บสามทุ่ม รถเข็นร้านนี้ มีช่องทางการจัดจำหน่าย โคตรเป็นระบบเลยครับ กินยากชมัด

มีการแบ่งแผนกด้วย ใส่ชามแถวซ้าย take home แถวขวา และพิเศษเฉพาะ Member ขาประจำเพราะไม่มีป้ายติดไว้ ถ้ามาบ่อยจะรู้เอง

เสียค่าโง่ยืนรออยู่ร่วมสิบนาที ร้านนี้ช่างสอนความอดทนกับนักกินยามดึกอย่างพวกผมได้ดีจริงๆ

ผมว่าเป็นกลยุทธครับ กินยากอย่างนี้ ก๋วยจั๊บจะรสชาตดีขึ้นทันที อีก 12%

ผมว่าไอ้ที่ยืนๆ เข้าแถวอยู่นี่ต้องเข้าแถวผิดเสียฟอร์มกันมาบ้างแหล่ะผมว่า เค้าคงขำเหมือนกัน ว่าแบบนี้ตูก็เคยโดนมาแล้ว

เข้าผิดไม่ผิดเปล่าดันไปเข้าผิดเอาแถวที่ช้าด้วย เพราะ เจ้าแถว “ยืดอก ใส่ถุง” นี่ก็ช้ามากเพราะพวกสั่งกันคนละหลายๆ ถุง

ส่วนเจ้าแถวที่ใส่ชามสั้นจุ๊ด เพราะ คนส่วนใหญ่สั่งกันคนละชามเท่านั้น มี ออฟ ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยที่สั่งทีสองชาม

ถ้ามีโอกาสมาที่นี่ก็อย่าเข้าแถวผิดนะครับ

ใส่ชามแถวซ้าย…ใส่ถุงแถวขวา

ไม่ใช่ผู้หญิงทางซ้าย ผู้ชายทางขวานะครับ อันนั้นน่ะ เพลง

อ๋อลืมบอกไป…ก๋วยจั๊บเค้าอร่อยจริงครับ