Posts from the ‘หมาตัดหน้า’ Category

ปาดหน้า


ปาด
===ขี่รถช่วงหลังๆ โดนน้องมา “ปาด” บ่อย
เมื่อวาน โดนไปสองรอบ เช้ากับเย็น

ปาดเสร็จ พอเราตาม น้องจะหนี .. คิดว่า รถใหญ่ๆ อุ๊ยอ้าย .. คงตามไม่ทัน

ตามน่ะไม่ยากหรอก เพราะ เรา ขี่ในกรุงทุกวัน .. ถึงวันละไม่เยอะ แต่ ก็ท่ายาก เพราะ ขี่ตอนช่วงเวลาเร่งด่วน เช้าเย็น

มุดตาม ไม่นานก็ทัน ..ระหว่างตาม ก็สร้างความเสียวให้กับรถที่ติดๆ อยู่ไม่น้อย เพราะ รถใหญ่ เวลาวิ่งก็แคบ วิ่งไป เฉียดรถไปนิดเดียว

น้องหนี .. ก็เข้าใจว่ารู้ว่า ทำไม่ถูก ก็เลยหนี (แล้วมันจะทำทำไมวะ) บางทีเห็นตามมา ก็ หนีต่อ วิ่งไปอย่างนี้ ก็ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนใหญ่ตามทันครับ .. ที่ไม่ทัน เพราะ กลัว เดี๋ยวจะไปทำเค้า หรือ ตัวเอง คว่ำ ซะเอง เหอ เหอ

อยากจะบอกว่า เวลาขี่ ให้ ดู line กันดีๆ ( line ขี่รถนะครับ ไม่ใช่ line ใน โทรศัพท์ เดี๋ยวจะกลิ้ง) และ เวลาจะแซง อย่าปาด ครับ

เทคนิคการแซง ที่ปลอดภัย

1. ดูระยะห่างระหว่างรถก่อน .. ดูว่า ด้านขวา ไม่มีรถมาด้านหลัง (ดูกระจกนะ อย่าหันไปดู )
2. เปิดไฟเลี้ยวล่วงหน้า อย่างน้อย ให้มันกระพริบ สักสามวิครับ …กะเอา ให้มั่นใจว่า คนด้านหลัง และ ด้านหน้าเห็นสัญญาณ ถ้ากลัวไม่พอ ก็ ใช้สัญญาณมือ
3. เปลี่ยนเลนแล้ว เร่งเครื่องไปเลยครับ อย่าเปลี่ยนเลน แล้ว ไปวิ่งอืดแช่ในเลนแซง
4. เปิดไฟ เลี้ยวซ้าย เพื่อ เปลี่ยนเลนกลับ ตอนเปลี่ยนเลนกลับ ให้ แซงพ้นด้านซ้าย ก่อน สักสองวิครับ (นับหนึ่งพันหนึ่งหนึ่งพันสองช่วย) ถ้าระยะแซงไม่ได้ ให้ เร่งเครื่องวิ่งจนได้ระยะ ครับ ค่อยแซง ถ้าเป็นกลุ่มนิสัยดี จะหันไป ผงกหัว ให้สัญญาณมือ ขอแซงก่อนครับ
5. จังหวะแซง บางที รถจะหลบให้เราแซง ถ้ามีระยะปลอดภัย ดีพอ ยกนิ้วโป้งมือซ้ายขอบคุณรถที่เราแซงด้วยครับ .. อันนี้ จะบอกเลยว่า “หล่อมาก”

ทำได้ตามนี้ .. บอกได้เลย ว่านิสัยดีมากๆ ครับ

ป๋อง Pongroofman

 

Advertisements

Trip 2013/14 ขี่รถไปมาเลย์ (ช่วงที่หก ตรัง-ตะกั่วป่า พังงา)


ความเดิมตอนที่แล้ว วันที่ห้า ผมเล่าถึงการเดินทางออกมาจาก มาเลย์
วันที่ หก ผมอยู่ที่เมืองไทยแล้วครับ …การเดินทางยังไม่สิ้นสุด โดยเมื่อคืนนอนอยู่ที่ ตรัง

เมื่อคืน ผม พี่จิ้ว พี่โอ๊ด พี่อู๊ด และ โกสุ่น นั่งทางอาหาร อยู่ที่ Junt Shushi จนดึก ..แปลกที่ผมไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เลย
น่าจะเหมือนกับตอนที่เราติดอะไรสักอย่าง ที่ทำโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมังครับ … ผมว่าหลายคนคงจะเข้าใจ เพราะ คงมีประสบการณ์ อย่างนี้ แทบจะทุกคน …หากแต่ต่างกันที่ กิจกรรมเท่านั้นเอง

ของแบบนี้แหล่ะ ที่เรียกว่า “งานอดิเรก”

“บ้านชายทุ่ง” ที่ พี่จิ้วจัดให้ นอนสบายดีเหลือเกิน แสงแดดยามเข้า ปลุกผมให้ลุกขึ้นมา เพราะพี่จิ้ว พี่โอ๊ด ชวนไปทาน ติ่มซำ ร้านเด็ดที่นี่

ใครมาที่ตรัง ก็เช้าๆ ก็ต้องลองทานที่ร้านติ่มซำ ร้านดังๆ มีหลายที่ครับ บางร้านคนแน่น รอนาน ด้วยความที่พี่จิ้ว พี่โอ๊ด ทราบว่าวันนี้ผมต้อง “ทำเวลา” เพราะ ตั้งใจว่าจะตีไปให้ถึงระนอง แล้ววันนี้ มีนัดกับ โกสุ่นไว้ตั้งแต่เมื่อคืนด้วย เลย ต้องหาร้านที่รอไม่นานนัก มาทานกัน

นี่เลยครับ ร้านต้นนุ่น แต้เตี้ยม 2 เป็นร้านที่นัดกันไว้ครับ หาไม่ยาก ผมมาตามทางที่บอก แป๊บเดียวก็มาถึง …แอบสังเกตว่า เช้าๆ ตำรวจ ที่ ตรังฟิตมากครับ ยืน คอยแจกใบสั่งอยู่ตรงแยก….

ดูดีๆ คนต่างถิ่นมาขี่รถแถวนี้ต้องวิ่งให้ถูกครับ เพราะ ตรงแยกมันเหมือน วงเวียน วิ่งเข้าผิดทาง เป็นได้รับใบสั่ง กลับบ้านแน่ๆ

เราทานติ่มซำ กันอย่างอิ่มหนำ แล้วก็กลับไป เช็คเอาท์ ที่โรงแรม แล้วไปต่อที่ร้านโกสุ่นเลยครับ

ร้านโกสุ่นเป็นร้านอาหาร อยู่ตรงท่าเรือ กันตัง ท่าเรือใหญ่ ของที่นี่

ชื่อร้าน อาจจำยากนิด เพราะเป็นภาษาจีน (คนจีนคงจำไม่ยาก) ชื่อว่า “ล่อคุ้ง” แปลตรงๆ ว่า กลองดัง … ประวัติร้านมีลงหนังสือ ใส่กรอบ ผมเลยถ่ายเอาไว้ อ่านด้วย อ่านแล้วจะรู้ว่า โกสุ่นนี่ เก๋า มาก ยิ่งได้พูดคุยประวัติตั้งแต่หนุ่มแล้วล่ะก็ ผมว่าประวัติผู้ชายคนนี้คงเขียนหนังสือได้เป็นเล่มโตเลยครับ …

ถ้าจะนับคนร่ำรวยความสุข ผมว่า โกสุ่น ต้องเป็นคนนึงที่อยู่อันดับต้นๆ ของประเทศ แน่ๆ ครับ แววตา การพูดคุย ที่ผมได้รับบอกผมอย่างนั้น โกสุ่น และ พี่ๆ สร้างความประทับใจด้วยการปรุง ราดหน้าสูตรพิเศษ ให้ทานครับ ..กุ้งตัวเบ่อเริ่ม (ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยทานราดหน้ามาเลยก็ว่าได้) แอบถามราคา … ผงะ เลย ชามที่ทานนี่เกือบห้าร้อยบาท

ตอนทานติ่มซำ พี่จิ้ว กระซิบบอกให้ เผื่อท้องไว้หน่อย เพราะ ต้องมาเจอสูตรเด็ดโกสุ่นอีก ..ผมทำตามบอก ..สองมื้อนี้ อิ่มแปร้ อร่อยพุงกาง แทบไม่อยากขี่รถต่อเลย

ถึงเวลาที่ผมต้องลาพี่ๆ สายใต้น่ารัก กลุ่มนี้ เพื่อเดินทางต่อแล้ว โกสุ่น พี่จิ้ว และ พี่โอ๊ด ต้อนรับขับสู้ ด้วยมิตรภาพจากใจที่ผมประทับใจ และ ช่วยเติมเต็มความสุขในทริปนี้อย่างมาก …

ก่อนออกจากร้าน โกสุ่น แนะนำให้ผมไปขึ้นแพขนานยนต์แทนการขี่ข้ามสะพาน ตามปกติ … “มันไม่ต้องอ้อม” โกสุ่นบอกอย่างนั้น
จริงๆ แล้ว ผมไม่คิดว่า การขี่รถข้ามสะพาน จะช้า กว่า ข้ามแพหรอกครับ แต่ ผมเข้าใจเจตนาของโกสุ่นที่อยากให้ ผมได้ สัมผัส “ประสบการณ์” ในการขี่รถต่างหาก เพราะการ ขี่รถมอเตอร์ไซต์ ข้ามแม่น้ำ โดยผ่าน แพขนานยนต์ ใช่ว่าจะมีประสบการณ์ได้ทุกคน
และนั่นเป็นการเอา Big Bike ขึ้นแพ ครั้งแรกของผมครับ … ต้องขอบคุณกุศโลบาย ของโกสุ่นครั้งนี้มากๆ ครับ


เส้นทางช่วงข้ามแพ ก็เป็นประสบการ์ที่ดีครับ ลงจากแพก็มีหลงนิดหน่อย โชคดีว่า มี GPS ช่วยนำ ทำให้ มั่นใจว่า ยังอยู่ในเส้นทางอยู่

ผมขี่รถด้วยหัวใจอิ่มเอิบ นึกๆ ว่าต้องขี่รถอีก 457 km ไประนอง วันนี้ น่าจะเป็น ภารกิจใหญ่ยิ่ง เพราะ มีนัดกับ พี่เนาว์ และพี่ หนุ่มที่ระนอง

ระยะทางจากตรัง ไปตะกั่วป่า มีระยะทาง 276 km พี่เนาว์ บอกว่าจะวิ่งมารับผมที่พังงา ซึ่งระยะ ประมาณ 63 Km แสดงว่า ผมต้องขี่อีก 213 km ก็จะเจอพี่เนาว์ … ระยะทางกับเส้นทางไม่คุ้นแบบนี้ คงต้องมี สองชั่วโมงล่ะครับ

ใครจะไปรู้ว่า 213 km นี้ มีเหตุการณ์เล่นเอาผมเกือบดับ เพราะรถวิ่งชนหมาทิ่วิ่งตัดหน้าด้วยความเร็ว 150 !! นึกแล้ว สยองไม่หาย …เอาไว้เล่าวันอื่นดีกว่า

ผมมาเจอพี่เนาว์ ที่จุดหมาย พี่เนาว์มารอผมก่อนแล้ว …คำถามแรกคือ คืนนี้ผมอยากนอนที่ไหน เพราะ พี่เนาว์บอกว่า ถ้าไป ระนอง คงจะไม่สามารถแวะที่ใดได้นาน เพราะเส้นทาง โค้งเยอะ วันนี้คงเป็นวันที่ต้องขี่รถกันทั้งวัน

แต่ถ้านอนตะกั่วป่า ก็สามารถเก็บรายละเอียดแถวนี้ได้ … ผมแทบไม่ต้องคิดเพราะ การมาค้างระนองหรือ ตะกั่วป่า นั้น ทำให้ เวลาที่วางแผนไว้ใน ทริป เกินไปหนึ่งวันทั้งคู่ เรียกว่า ยังไง ก็ เกิน แต่การได้ “เก็บรายละเอียด” อย่างที่พี่เนาว์ว่า นั้น ผมว่า น่าสนใจมาก …

อีกอย่าง รู้สึกเกรงใจพี่หนุ่ม ระนองมากครับ เพราะ มีความรู้สึกเหมือนไปรบกวนแก ถ้าจะไปค้างที่ระนอง เลยเลือก จะรบกวนพี่เนาว์มากกว่า เพราะ ได้พูดคุยกับ พี่เนาว์มานานร่วมปีแล้ว เลย กล้าที่จะรบกวน
ส่วนพี่หนุ่มนี่ ..คุยนับคำได้เลย…เลยเกรงใจ

พอตัดสินใจ ไม่นอนที่ระนอง แต่มานอนตะกั่วป่า แทน พี่เนาว์เลย เปลี่ยน route ให้ผมขี่รถมาที่สะพาน สารสิน และ เขาหลัก โดย ซึ่งที่นี่ ผมได้มีโอกาสเจอ โกสุ่น (คนที่ประดิษฐ์ Ministand มาขาย)  กับ โกศักดิ์ เพื่อน Biker อีกคน

ที่เขาหลัก เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาที่ อนุสรณ์สถาน ตอนที่ เกิด ซึนามิ เมื่อตอน ปี 2547 ด้วยครับ ทำให้ ระลึกถึงเหตุการณ์ ตอนนั้น เหมือนว่า ผ่านมาไม่นาน
พี่เนาว์ต้อนรับขับสู้ ดีมากครับ ที่พัก ก็ สวยสะอาดดี คืนนั้น เป็น มื้อเย็นที่เอร็ดอร่อย และ อบอุ่นมากเพราะ ได้มาทานข้าวกับ ครอบครัวพี่เนาว์ และ ครอบครัวของโกสุ่น (Ministand)
คืนนี้ นอนหลับฝันดีอีกวัน

วิ่งมาทั้งหมด ระยะ 379 Km รวมวิ่งมา หกวัน วิ่งมาร่วม 2,544km

Album ใน Facebook

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151532050849326.1073741841.566784325&type=3

อ่านตอนต่อไป วันที่เจ็ด