Posts from the ‘ปั่นจักรยาน’ Category

ว่าด้วยการออกกำลังของผม


 

12647444_10153857928404326_7807919593008677253_n.jpg

ว่าด้วยการออกกำลังของผม
===================เหลืออีกสิบวัน จะครบโปรแกรม เลย ขอมาเล่าเรื่องการออกกำลังในช่วง‪#‎sixpackforlove‬ ซึ่งเป็น Season 2 ต่อจาก ‪#‎sixpackfordad‬ ของผมครับ

ผมทำได้แค่วันละอย่างครับ จัดเวลาวันละสองชั่วโมง ไม่รวมการเดินทาง ดังนั้น พยายามทำอะไร ที่เดินทางน้อยครับ เราจะได้เสียเวลาไปกับ กิจกรรมที่ไม่จำเป็น

เช่น ที่ออกกำลังผมจะเลือก ที่บ้าน กับที่ทำงาน

ที่บ้าน เหมาะตอนเย็น หรือ เช้าวันหยุด แค่ใส่รองเท้า เดิน สิบก้าว ก็ ออกไปวิ่งได้แล้ว รอบละ 5 โล รอบหมู่บ้าน ออกเช้า อากาศดี ไม่ร้อน วิ่งสองรอบ ได้ 10 โล Burn ไป 1000 kjul

ถ้าปั่นจักรยาน ก็ รอบหมู่บ้าน หกรอบ ก็ได้ 30 โล ละ ชั่วโมงกว่าๆ แต่ จะ burn ได้น้อยกว่า เหมาะสำหรับ วันที่อยากพัก เพราะผมมองว่า ช่วยคลายเส้น

ที่ทำงานนี่ วิ่งเป็นหลัก ผมเดินทางจาก นครปฐม มาบางซื่อ ตื่น ตีสี่ครึ่ง ออกจากบ้าน ตีห้า มาทำงาน ถึงที่ทำงานก่อนหกโมง ก็ ใส่ชุดวิ่งมาเลยครับ มาถึงก็วิ่ง รอบ SCG 10 รอบ ก็ได้ 10 โล วิ่งประมาณชั่วโมงครึ่ง เข้าไป คลายเส้นใน fitness ต่อ อาบน้ำอาบท่า ทำงานต่อเลย burn ไป 1000 kjul เหมือนกัน

จริงๆ แล้ว แค่จัดวันละสองชั่วโมง ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง (ผมเจียดเวลาที่ต้องอยู่หน้าโทรศัพท์ เล่น facebook อ่านเรื่องราว ทักชาวบ้าน และ ยังเป็น Admin Page อีก สาม page กลุ่มอีก สองกลุ่ม ) ลองดู สองสามเดือนแล้ว ทำได้สบาย

กลางคืน มีเวลานอนดูหนัง อ่านหนังสือ ได้อีก และ จะไม่นอนดึก เพราะ มันเพลีย เช้า ต้องตื่นเช้า วันนึง ผมได้นอน 5-6 ชั่วโมง ก็ถือว่า เพียงพอ

แต่ละคนลองศึกษาพฤติกรรมตัวเอง ดูแล้ว ปรับครับ สูตรใครสูตรมัน ไม่มี Free size ใช้ได้ทุกคน

การออกกำลัง ไม่ต้องหักโหม ผมวิ่ง 10 โล ก็เริ่มจาก 1 โล มาก่อน ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่ ต้องมีเป้า ว่าเราจะไปแค่ไหน เรื่องวิ่งผมตั้งเป้า วิ่ง full marathon ในอีก สองปี ค่อยๆ เพิ่มระยะ ให้ ขามันรับได้ เข่า ไม่เจ็บ ส้นไม่ช้ำ .. ระหว่าง ทางมีเจ็บบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ อย่าฝืน พอๆ กับ อย่า สำออย ยอมแพ้ง่ายๆ

ดีใจที่ชวนคนมาออกกำลังเป็นเพื่อนได้ หลายคน ก็ออกกกันอยู่แล้ว ตั้งกิจกรรมขึ้นมา มีพูดคุย มี post รูป บ้างทำให้ ช่วยเตือนใจ ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ เพื่อนๆ เข้ามา post เข้ามาพูดคุย มันช่วย กระตุ้น และ สร้างบรรยากาศครับ และ ที่สำคัญ คนทำก็ได้เองครับ .. หุ่นดีขึ้นเห็นๆ ไม่ต้องไป เสียเงินเสียทองมาก แค่จัดเวลาที่เรามีแต่ละวันให้ลงตัว

อีกสิบวันครับ .. ลุยกัน ไม่ได้ six pack ก็ไม่แปลก ถ้าคนชอบ เดี๋ยวทำ season III กันต่อ .. วันนึง ก็ได้ หุ่นดี สุขภาพดี ใส่เสื้อผ้าอะไรก็สวย .. จริงๆ นะ หุ่นดี แก้ผ้า ยังสวย ยังหล่อเลย บ่องตรง

Advertisements

Review Nikon AW 130 กล้องกันน้ำ 30 เมตร


หลังเจ้า Cannon A110 ของผมจากไปอย่างสงบ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องมาจากเอามาถ่ายภาพ ตอนไปเที่ยวน้ำตก แล้วฝนดันกระหน่ำลงมา จนซุกยังไงก็เปียก .. ทำให้เจ้า shutter มันวิ่งแบบมีชีวิตทุกครั้งที่เปิดกล้องทำงาน..
อาการ shutter รวนคราวนี้ ทางศูนย์ บอกว่าค่าเยียวยา สูงถึง 6,000 กว่าบาท เทียบค่าตัวแกะกล่องแล้วต่างกันไม่มาก ผมเลยต้องตัดใจกลายร่างกล้องเป็นที่ทับกระดาษไป

คราวนี้เลยระบุ spec แบบว่า เอาให้ sure เรื่องน้ำไปเลย โดยไปโพสถามใน facebook ได้ข้อมูลมาหลายรุ่น แต่สะดุดตาเอารุ่นนี้คือ Nikon AW 130 กล้อง compact หน้าตาสี่เหลี่ยม ที่ผมมองแว๊บแรกก็รู้สึกเหมือนอุปกรณ์ที่ใช้ใต้น้ำในทันที เพราะ รูปแบบของปุ่มต่างๆ ออกแบบมาให้กันน้ำได้ เพราะ ชีวิตหลังๆ ของผมจะโลดโผนเยอะ
Nikon Coolpix AW130 Specification

  • เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3″ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • ISO 125-6400
  • เลนส์ซูมออฟติคอล 5x ระยะ 24-120mm f/2.8-4.9
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพต่อวินาที
  • จอแสดงผล OLED ขนาด 3.0″ ความละเอียด 921,000 พิกเซล
  • ถ่ายวิดีโอ Full HD 1920×1080 ที่ 60i, 50i, 30p, 25p
  • มี Wi-Fi และ NFC ในตัว
  • มี GPS ในตัว พร้อมแผนที่ในตัวและฟังก์ชั่น Point of Interest(POI)
  • กันน้ำลึก 30 เมตร ทนอุณหภูมิได้ -10 องศาเซลเซียส ทนการตกจากที่สูงได้ 2.1 เมตร
  • หน่วยความจำในตัว 473MB
  • ใช้แบตเตอรี่ EN-EL12
  • น้ำหนัก 221 กรัม

สารภาพตามตรงเลยว่านี่เป็นกล้อง Nikon ตัวแรกของผม หลังจากใช้ Cannon ท้้งกล้องเล็กกล้องใหญ่มาหลายตัว ่ลุยไปทุกๆ ที่ ก็ต้องบอกว่า ทนใช้ได้ จนกระทั่งมาเจอเรื่องน้ำนี่แหล่ะ ที่ทำให้ ต้องมองหาสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์ ดังนั้น สิ่งที่มองหาก็ต้องเน้นทนทาน ทั้งเรื่องกระแทก และ กันน้ำ เพราะไม่มีปัญหาจะซื้อกล้องใหม่บ่อยๆ  ทีนี้เวลาซื้อกล้อง สิ่งที่จะทำการเปรียบเทียบก่อนก็คงจะเป็นพวก function ต่างๆ ดูเร็วๆ ก็พบว่า ตัวกล้องรุ่นนี้ มี mode ในการถ่าย และ แต่งภาพ build in เอาไว้ พอสมควร เดี๋ยวตอนใช้งาน คงจะดูกันละเอียดต่อไป

กล้องตัวใหม่สำหรับการผจญภัยของผม

กล้องตัวใหม่สำหรับการผจญภัยของผม

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจในเรื่องของความทนทาน ต่อการใช้งาน ที่เป็นสิ่งที่ผมต้องการเป็นอันดับแรกดูก่อน

เรื่องของการกันน้ำ มีการบอกไว้ว่า สามารถกันน้ำได้ลึก 30 m

เรื่องของการทนต่อการหล่น บอกไว้ว่า สามารถทนต่อการหล่นจากที่สูงได้ 2 m

มาทำความเข้าใจกันทีละเรื่องก่อน

เรื่องกันน้ำ ตัวกล้องออกแบบด้วยค่า IP68 แสดงว่า กันน้ำระดับ 8 และ กันฝุ่น ระดับ 6 ทำให้ถ่ายใต้น้ำได้ลึก 30 m เป็นเวลา 60 นาที ถ้าลึกหรือนานกว่านั้นที่ความลึก 30 m โอกาสน้ำเข้าจะมี

เท่าที่ดำมา 30 m นาหนึ่งชั่วโมง ก็ไม่ใช่การดำน้ำธรรมดาแล้วล่ะครับ เพราะถ้า open water ปกติก็ดำกัน ไม่เกิน 18 m

ถ่ายภาพใต้น้ำสวยๆ

ถ่ายภาพใต้น้ำสวยๆ

แต่การใช้งานไม่ได้บอกว่า จะรับประกันทุกกรณีการใช้นะครับ เพราะ ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า

1. ห้ามดำลึกกว่า 30 m

2. ห้ามใช้งานต่อเนื่องใต้น้ำนานกว่า 60 นาที

3. ช่วงอุณหภูมิใช้งาน 0-40 C

4. ห้ามใช้งานที่น้ำพุร้อน

5. ห้ามเปิดฝาขณะอยู่ใต้น้ำ (อันนี้ควรรู้อยู่แล้ว)

6. ห้ามให้กล้องรับแรงกระแทกขณะใช้งาน  อย่ากระโดดลงน้ำพร้อมกับกล้อง หรือ ให้กล้องอยู่ในสภาวะที่น้ำมีแรงดันสูง ดังนั้น ค่อยๆ หย่อนลงหรือ กันกล้องดีๆ ตอนโดดลงน้ำ (Giant strike)

7. กล้องไม่ลอยน้ำ เมื่อเทียบกับ กล้องที่ใส่ housing แล้ว กล้องจะจมเร็วกว่า ดังนั้น ระวังด้วย

เรื่องการกันกระแทก การกันกระแทกนี้ ทำการทดสอบใน lab ของ Nikon เอง โดยให้ตกจากความสูง 210 cm บนไม้อัดหนา 5 cm อันนี้ Nikon ไม่ได้คิดเอง แต่ เป็นไปตาม มาตรฐาน MIL-STD 810F Method 516.5-Shock ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบของกระทรวงกลาโหมของ USA
โดยการทดสอบนี้ จะเป็นการปล่อยกล้อง 5 ตัวลงมาด้วยทิศทางต่างๆ 26 ท่า (ขอบ 8 มุม 12 และ ด้าน 6 ท่า) จากความสูง 122 cm โดยดูว่า กล้อง 1-5 ตัวต้องผ่าน ถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น กล้องอีกห้าตัวจะถูกส่งมาทดสอบ เพื่อให้มั่นใจว่า 1-5 ตัว ผ่านการทดสอบ

ขนาดและการจับ เรื่องนี้ จำเป็นสำหรับผมมาก เพราะว่า ผมใช้งานทั้งขี่มอเตอร์ไซต์ และ ดำน้ำ ซึ่งใส่ถุงมือทั้งคู่ ชนาดกล้องประมาณ 110.4, x66.0, x26.8 มม. (4.4, x2.6, x1.1 นิ้ว)  ตัวเครื่องมี หูสำหรับ ร้อยเชือกห้อยคอ ซึ่งใช้งานจริง ผมคงต้องใส่ เชือกที่เป็นห่วงคล้องมือด้วย เพราะ ใช้บ่อยกว่า

เทียบขนาดเมื่อถือด้วยมิอข้างเดียว เพราะหลาย shot ผมต้องถ่ายตอนขี่มอเตอร์ไซต์

เทียบขนาดเมื่อถือด้วยมิอข้างเดียว เพราะหลาย shot ผมต้องถ่ายตอนขี่มอเตอร์ไซต์

ตัวกล้องลื่นๆ แต่มี Grip สำหรับ จับด้วยมือขวา แน่นหนาทะมัดทแมง ปุ่มกดแต่ละปุ่มต้องออกแรงกด โดยทำปุ่มที่ใช้งานบ่อย มาให้ที่ด้านซ้ายของกล้อง ที่เป็นปุ่มใหญ่สามปุ่ม
สามปุ่มนั้น มีหน้าที่ดังนี้
ปุ่มบนสุด เป็นการเข้าสู่ แผนที่ Digital ที่ติตตั้งไว้ในเครื่อง และ สามารถแสง เข็มทิศ ได้ด้วย เรียกได้ว่า ไม่ต้องกลัวหลง
ปุ่มกลาง เป็นการจัดการเกียวกับ เรื่องการเชื่อมต่อ WiFi ไว้ ใช้งานแล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ
ปุ่มล่าง เป็นการสลับโหมดการทำงานจากการกดปุ่มเป็นแบบสั่งการด้วยการเคลื่อนไหว เช่น สั่น หรือ เอียงเครื่อง ซึ่ง ในแง่ของ Adventure คิดว่า mode นี้ จำเป็นครับ แต่ สั่งด้วยการเคลื่อนไหวแบบนี้ จะได้เป็นบางอันที่ใช้บ่อยนะครับ ไม่ใช่ทุก function

ตัวปุ่มกันน้ำ สามปุ่มใหญ่ด้านข้าง

ตัวปุ่มกันน้ำ สามปุ่มใหญ่ด้านข้าง

การเชื่อมต่อกับไร้สาย

หลังจากกล้องตัวที่แล้วของ Cannon ซึ่งมี Wifi เชื่อมต่อ ทำให้ สามารถโอนภาพจากกล้องเข้า smartphone ได้ ทำให้สามารถ นำไปอวดกันใน โลก Social ทันที ผมเลยคิดว่า Function นี้ เป็น Function จำเป็นของผมไปแล้ว
ทางเลือกนึงสำหรับคนที่ใช้กล้องแบบไม่มี Wifi ก็คือ ใช้ SD Card แบบที่มี Wifi ในตัว เท่าที่สอบถาม 16 GB ก็ราคาอยู่ที่ พันกว่าบาทครับ
สำหรับ Nikon AW130 ตัวนี้ ให้ wifi มาเลย แถมให้ NFC มาด้วย (อ่านเพิ่ม NFC คืออะไร)

เชื่อมต่อไร้สายแล้วได้อะไร ถามผมก็ตอบง่ายๆ ดังนี้ครับ

1. ดูภาพในกล้อง (ปกติดูจากกล้องก็ได้ แต่ ถ้าจอใหญ่ไม่สะใจ ก็เอามาดูใน tablet หรือ มือถือแทน)
2. โอนภาพที่ต้องการ เข้ามา smartphone หรือ tablet โดยดูแล้วเลือกไว้ หรือ จะโอนมาหมดเลยก็ยังได้
3. สั่งการกล้องจากโทรศัพท์ อันนี้ ถ้ามี ขา selfie ก็ใช้มือถือเป็น remote ได้เลยครับ

การเชื่อมต่อ  วิธีการไม่ยากครับ

1. ทำการ load App ชื่อว่า Wireless Mobile Utility ซึ่งมีทั้งบน Android และ iOS ลงใน smart phone ก่อน

2. กดปุ่มเชื่อมต่อไร้สาย (ปุ่มกลางที่อยู่ด้านซ้าย) ของกล้อง หน้าจอที่กล้องจะแสดง ชื่อ ID ของ กล้องขึ้นมา

3. กดปุ่ม wifi บน smartphone และ ทำการ pair โดยทำการ pair ให้ตรงกับ ชื่อ ID ของกล้อง

4. เปิด App ตัว wireless mobile utility บน smartphone โดย ให้ โปรแกรมนี้ อยู่บนจอนะครับ ไม่ใช่ เปิดแล้ว ไปเล่น facebook หรือ app อื่น การอยู่หน้าจอ จะเป็นการ active ตัว app ให้ทำการเชื่อมต่อกับกล้องอย่างสมบูรณ์

5. บนหน้าจอ smartphone จะมีคำสั่งให้เลือกสองอันคือ เป็น remote กับ การ View ภาพ

6. บนหน้าจอ กล้อง จะมีคำสั่งในการ ส่งภาพ หรือ ให้เลือก แล้ว mark เพื่อทำส่งทีละหลายๆ ภาพ

ผมจะเน้น Function ที่ผมมองว่า แปลก และ น่าสนใจก่อนนะครับ ส่วนเรื่องพื้นฐาน ก็จะเล่าหลังๆ เดี๋ยวจะมาเล่าต่อ ถึงการสั่งการด้วยการเคลื่อนไหว ซึ่งผมมองว่า เป็น Function ที่ออกแบบมาสำหรับ การผจญภัยครับ
(ยังไม่จบครับ จะมา reivew ต่อเรื่อยๆ)  เข้ามาอ่านแล้ว ลงชื่อให้ความเห็นไว้นะครับ

แบ่ง ๆ กันขับ แบ่งๆ กันขี่


ตอน แบ่ง ๆ กันขับ แบ่งๆ กันขี่

จากข่าวคราวที่มีผู้ถีบจักรยานแล้วโดนปาดเสียชีวิตนั้น
ในความเห็นของดิฉันซึ่งเป็นผู้ขี่จักรยานมองว่า เราไม่ควรเหมารวมว่าคนถีบจักรยานออกกำลังกายแล้วเกะกะ เพราะในบางพื้นที่ที่ดิฉันเดินทางผ่านไปนั้นไม่มีถนนสำหรับจักรยาน หรือที่เรียกว่า Bike lane ในเขตเชียงใหม่มีผู้นิยมถีบจักรยานเป็นจำนวนมากเพราะมีวัดเยอะ นักท่องเที่ยวนิยมปั่นจักรยานชมวัด และที่นี่ธุรกิจการให้เช่าจักรยานมีเป็นจำนวนมากเช่นกัน ถ้าเทียบกับเมืองท่องเที่ยวอื่นเช่นพัทยา สงขลา ขอนแก่น ภูเก็ต กระบี่ ดิฉันมองว่าเชียงใหม่มีจักรยาน

และในโลก social ที่ดิฉันได้ไปสิงสถิตอยู่ตามเพจและเฟสบุคต่าง ๆ มีการวิพากย์วิจารย์หลายประเด็น
1. “พวกถีบจักรยาน ออกกำลังกาย รักษ์โลก นี่น่ารำคาญ”
ขอตอบว่า “แล้วยังไงคะ เราควรปลูกฝังให้คนถีบจักรยานเยอะ ๆ บางประเทศมีสะพานลอยสำหรับจักรยานด้วยซ้ำ ลดปัญหารถติด แต่ไม่ใช่ว่ารถไม่ติดแล้วจะขี่แว้นกันเพราะตามกฏหมายแล้วในเมืองก็ต้องลดความเร็วอยู่แล้วเพราะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรเดินเท้าอย่างหนาแน่น ถ้าสมมติว่าคุณไปชนแขกขายโรตีคุณก็จะด่าว่าพวกเค้าผิดมาเข็นรถขายโรตีอย่างั้นหรือคะ” ถ้าเราขับรถไม่เร็วและระมัดระวัง รู้จักทางเอกทางโท ชะลอ และมีน้ำใจใครก็ด่าเราไม่ได้และไม่เกิดอุบัติเหตุหรอกค่ะ จริงมั้ย
2. การถีบจักรยานมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยว นักกีฬา ในกรณีนักท่องเที่ยวและนักกีฬา เวลาเค้าฝึกถีบหรือเที่ยวเป็นกลุ่มก็เหมือนกับกลุ่ม biker ของพวกเรานี่แหละค่ะ เค้าก็มีการจัดขบวน มีการขับเป็นแนวในเขตเมืองเหมือนกัน แต่ก็มีบางคนที่ถีบจักรยานแบบไม่รับผิดชอบ อันนี้เห็นกับตาแต่เอากล้องออกมาชักภาพไม่ทัน มีอยู่วันหนึ่งนั่งรถแดงเชียงใหม่ แล้วดิฉันนั่งข้างหน้า เห็นฝรั่งคนหนึ่งหล่อเตะตามาก แต่ว่าเรื่องที่ไม่หล่อและอยากจะลงไปเตือนคือ “ถีบจักรยานออกกำลังกายแล้วใส่หูฟังในเมือง” ซึ่งมีรถเยอะมากเพราะขณะนี้ประชากรในเมืองเชียงใหม่หนาแน่กว่าเดิม รถติดเหมือนกรุงเทพเป๊ะ ดังนั้นถ้าเราถีบจักรยานแล้วไม่มี bike lane แล้วยังถีบแบบแต๋นแต้ไม่สนใจชาวบ้าน สมมติว่าถ้าไอ้ฝรั่งคนนี้ไปชนรถคันไหนแล้วเค้าติดกล้องวงจรปิดว่าเค้าได้บีบแตรแล้วแต่ไอ้ฝรั่งดั้งขอมันไม่หลบอันนี้จะไปโทษเค้าก็ไม่ได้จริงมั้ย ดังนั้นไม่ว่าเราจะขับรถจักรยานยนตร์ ถีบจักรยาน ขับรถสี่ล้อ หกล้อ แปดล้อ สิบล้อ สิบสองล้อ อีแต๊น หรือแม่แต่รถถังของท่านผู้นำ ก็มีสิทธิ์วิ่งบนถนนได้ทั้งนั้น แต่ถ้าไม่มีสติ ถ้าเมา ถ้าทำผิดกฎจราจร

3. ช่วงระยะเวลาต้นปีที่ผ่านมาดิฉันมีโอกาสนั่งรถแดงและดิฉันจะนั่งข้างหน้าเพื่อพูดคุยกับคนขับรถถึงเรื่อง AEC ที่จะเข้ามาในเขตเศรษฐกิจอาเซียนรวมถึงรูปแบบการคมนาคมที่จะเปลี่ยนไปเพราะแว่วว่าจะมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านเชียงใหม่แล้วการดำเนินชีวิตของรถแดงจะเปลี่ยนไป ประเด็นหนึ่งที่เราพูดคุยกันคือเรื่อง Bike lane แต่ดิฉันมีภารกิจด่วนที่ต้องไปเก็บข้อมูลอีกเรื่องหนึ่งจึงไม่ได้ติดตามเรื่อง bike lane ที่เชียงใหม่ต่อ แต่ได้เริ่มโทรเข้าไปถามหน่วยงานราชการบ้างแล้วเพื่อสอบถามเรื่องการทำ bike lane จังหวัดเชียงใหม่ตามคำบอกเล่าของคนขับรถแดงหลายคนแต่ยังไม่มีใครให้คำตอบทีแน่ชัดได้ อย่างไรก็ตาม ขอเป็นกำลังใจให้หน่วยงานราชการที่เชียงใหม่ ที่จะดำเนินการทำ bike lane เพิ่มขึ้นเพราะจัดระเบียบจักรยานต่อไป

4. ดิฉันขอขอบคุณใครหลายคนที่ส่งข้อความมาให้จึงได้ทราบข่าวการเสียชีวิตนักปั่นเนื่องจากดิฉันเป็นหนึ่งในนักปั่นเดี่ยวเพื่อสุขภาพ ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะถ้าไม่เมาก็เอาชีวิตดิฉันไปกินไม่ได้เพราะดิฉันปั่นช้าในเขตเมืองและให้ทางคนเร่งรีบไปก่อน (ถ้าใครขับกวนส้นทีนมากจะอวยพรตามหลังว่า “อืม มึงจะรีบไปตายกูก็จะเปิดทางให้”) เพราะการถีบจักรยานชิวๆ ก็อาจโดนหมั่นไส้ได้ถ้าคุณขี่เลนขวาซึ่งไม่สมควร

5. อย่าเหมารวมว่า big bike ไม่ดีต้องไม่ดีเหมือนกันทุกคนเพราะอย่างน้อยก็มีอาป๋องที่ช่วยเขียนเรื่องราวดี ๆ ให้กับ big bike และสองล้อทุกซีซีได้ขับขี่อย่างปลอดภัย เป็นตัวอย่างที่ได้ให้แก่ biker ใน generation เลือดใหม่ต่อไป อย่าเหมารวมว่าคนถีบจักรยานต้องถีบกวนตีนเหมือนกันทุกคนเพราะอย่างน้อยดิฉันรู้ว่าการขับจักรยานยนต์เป็นเรื่องอันตรายสำหรับดิฉัน ดิฉันถีบจักรยานด้วยความระมัดระวังสำหรับเพื่อนร่วมทางเพราะความตายและการพิการไม่ได้คุ้มค่าสำหรับใครเลย บางครั้งความประมาทไม่ได้ทำให้เราเจ็บหรือพิการแต่ถ้ามันเกิดขึ้นกับคนอื่นแล้วเรามีจิตสำนึกความผิดนั้นจะติดอยู่ในใจเราตลอดไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับเพื่อนสาวคนหนึ่งของดิฉันเอง ดิฉันจึงรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการยอมไม่ขับจักรยานยนต์แล้วหันมาถีบจักรยานแทน ซึ่งการขี่จักรยาน ง่าย จะพกพาไปไหนก็ได้ ไม่ต้องมีใบขับขี่ ตำรวจไม่เคยมาตรวจว่ามีอะไรในจักรยานหรือไม่ จักรยานจะแปลงสภาพติดโน่นนี่ยังได้ แต่บิ๊กไบค์ กฎหมายควบคุมเสียง ล้อ อุปกรณ์เสริม หมวกกันน้อค แล้วยังต้องซื้อการ์ดเยอะแยะมากมาย ส่วนตัวแล้วถ้าขี่มอเตอร์ไซด์ไมได้ขอรับผิดชอบแค่นี้แล้วกันนะคะ

‪#‎วิงซ้ายแซงขวาเปิดทางไม่แช่า‬
‪#‎หน้าปะทะลมนมปะทะหลัง‬
‪#‎ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี‬

ปั่นจักรยาน


ปั่นจักรยาน
========

เมืองไทยนี่ดีอย่าง วันหยุดเยอะดี…
หยุดยาวแบบนี้อยากทำอะไรทำได้เต็มที่เพราะไม่ต้องรีบตื่นไปทำงาน…

ยุคใหม่สมัยนี้ผู้หญิงเท่าเทียมผู้ชาย เดี๋ยวนี้ผู้กินเหล้ากลายเป็นสัญลักษณ์การมีระดับไปแล้ว …อะไรผู้ชายทำได้ สาวมั่นอย่างฉันก็ทำได้….

วันก่อนเบื่อพ่อบ่นมาก เรื่องขอถอยรถใหม่มาใช้งาน

สมัยนี้อากาศร้อน ใครจะสู้แดดไหว รถติดไม่เป็นไรขอให้แอร์เย็นเป็นใช้ได้ แม่ยังเข้าใจเลย แต่พ่อซิบ่นอยู่ได้ว่า เราเพิ่งเรียนจบ หาเงินเลี้ยงตัวยังไม่ได้ ยังไม่ควรมีรถ …แถมใบขับขี่ก็ยังไม่มีอีก

วันนั้นเลยบอกพ่อไปว่าถ้าสอบใบขับขี่ได้ ให้ซื้อรถให้เอาเปล่า พ่แฟังแล้วก็ส่ายหน่า…

“ที่ทำงานเอ็งอยู่ห่างบ้านแค่ สิบกิโลเอง หัดนั่งรถเมล์ หรือ ถีบจักรยานไปทำงานก็ได้ ออกกำลัง ประหยัด และลดโรคร้อน…” …พ่อบอก

“ไม่เอาหรอก พ่ออยากปั่น พ่อก็ปั่นของพ่อคนเดียวเหอะ” ฉันบ่นกลับ แต่ตานี่งเล่นโทรศัพท์ ไม่อยากสบตาพ่อ

พ่อหลังเกษียณ ก็ไม่มีอะไรทำ แกก็นัดแนะเพื่อนเก่ารุ่นเดีบวกัน ออกไปเดินเร็วบ้าง ถ้าวันหยุด ก็เห็นนัดกันปั่นจักรยานแถวบ้าน ตอนเช้าๆ หาเรื่องออกจากบ้านได้ทุกวัน

บ้านฉันมันเป็นจังหวัดทางเหนือ เช้าๆ ากาศดีไม่ร้อน อากาศสบาย วันหยุดเป็นไม่ได้ เห็นพ่อชวนเพื่อนออกไปปั่นจักรยานเป็นประจำ สามสี่คัน

พ่อบอก แก่แล้วต้องดูแลสุขภาพ จะไปวิ่งก็กลัวหัวเข่าก็ไม่ไหว มีขี่จักรยานนี่แหล่ะที่ปั่นได้เรื่อยๆ สนุกด้วย…
“ทำอะไรก็ได้ สุขภาพจะได้ดี…จะได้อยู่นานๆ…” พ่อบอก

ฉันว่าพ่อบ้าจักรยาน ถึงอยากให้ฉันปั่นจักรยานเหมือนพ่อ

ฉันไม่เอาด้วยหรอก…เพื่อนล้อแน่ เด็กๆ ก็พอปั่นได้แต่นี่ฉันทำงานแล้ว มันต้อง upgrade หน่อย ให้สมฐานะ

เรื่องรถนี่ฉันต้อง้อาให้ได้ ฉันอ้อนแม่ จนแม่ยอมถอนเงืนในธนาคาร ไปดาวน์รถให้ แต่มีเงื่อนไข ให้ฉันผ่อนเอง…

“โธ่แม่…หนูเพิ่งทำงาน ค่าเครื่องสำอาง ค่ามือถือ ค่าเนท หนู ก็แทบไม่เหลือกินแล้ว หนูจะผ่อนไหวเหรอ…แม่ช่วยหนูก่อนจิ”

ฉันอ้อน ตอนแรกแม่ไม่ยอม แต่สุดท้าย ฉันบอกจะช่วยออกครึ่งนึง แถมขู่จะย้ายไปอยู่กับเพื่อน ถ้าแม่ไม่ให้ แม่เลยต้องยอม…คริๆ

ถึงแม้ฉันจะเรียนไม่เก่ง แต่ฉันก็สวย และ ฉลาดนะเฟ้ย

ฉันจำวันที่ได้รถ ฉันดีใจมาก ป้ายสีแดงของ มันทำให่รถของฉันดูสวยกว่ารถคันอื่นๆ ไปไหนคนก็ต้องหันมาดู…ฉันมีความสุขทุกครั้งที่เห็นสายตามองมา

“ขับยังไม่แข็ง อย่าไปเร็วนักนะลูก…” ฉันได้ยินเสียงพ่อทุกครั้งที่ก้าว้ข้าไปในรถ

“แล้วอย่ากลับให้มันดึกนักล่ะ” ช่วงนี้ มันเงียบๆ น่ากลัว…”พ่อบอก

“ไม่ต้องห่วงน่ะพ่อ หนูไปปาร์ตี้ กับเพื่อนแถวตลาดนี่เอง” คนแก่ก็งี้ห่วงไปหมด จริงๆ ก็ไม่ได้ไปไหนไกลเลย..เพื่อนเราพ่อก็เคยเห็นหมดแล้ว

“กลับไม่ได้ก็โทรมานะ พ่อจะออกไปรับ” ฉันพยักหน้า จำได้ว่าเคยโทรมา พ่อขับรถไปรับ แต่ถ้าตอนนี้ คงนั่ง Taxi ไปรับ เพราะต้องขับรถฉันกลับ

…..

ปาร์ตี้วันนี้ สนุกดี มีดื่มไปบ้าง เพื่อนๆ ขุดเรื่องมาคุยได้ทั้งคืน

ตอนแรกตั้งใจจะกลับตีหนึ่ง แต่เหล้าไม่หมด เลยยาวไปเรื่อย สุดท้ายนั่งเอาเกือบเช้า…

“เฮ้ยกลับไหวเปล่าวะ….” เพื่อนถามเพราะเห็นตาแดงกร่ำ

“หวายซิวะ กูหวาย”…ไม่ให้เสียเชิงอยู่แล้ว แต่จริงๆปวดหัวตึ๊บ เหลือบดูนาฬิกา ตีห้าครึ่ง…

“กูไปละ…ช้าแล้ว” ว่าแล้วก็ปิดประตูสตาร์ทเครื่องออกไปทันที

ไม่รู้เพราะความเย็นของแอร์หรือเปล่า ความง่วงทำให้ตาแทบปิดสนิท จนต้องจอดนอนในปั๊มไปงีบนึง… สะดุ้งตื่นพลิกนาฬิกามาดู โอยโย๋ เผลอหลับไปสิบกว่านาที ….รีบ เข้าเกียร์ เหยียบออกไปทันที….

ฉันขับตามองเขม็งไปข้างหน้า…แอร์เย็นๆ ไหลผ่านตัว…ความรู้สึกเคลิ้มๆ

“เฮ้ยยยย…!!” ภาพเสาไฟฟ้าที่รถกำลังพุ่งเข้าหา ทำให้ฉันตกใจหักรถไปทางขวา รถเสียหลักท้ายปัด ฉันตกใจมือหักพวงมาลัยไปทางซ้าย รถเสียหลักปัดไปอีกทาง…พุ่งเข้าหา กลุ่ม คนที่อยู่ข้างถนน…! ฉันหักพวงมาลัยอีกทีรู้สึกเหมือนถนนกลับไปอยู่ข้างบน ตัวฉันเหมือนโดนดูดออกมานอกรถ ขาข้างนึงอยู่ข้างนอกรถ อีกข้างยังอยู่ในรถ…..

ฉันพยายามลุก ขึ้น แต่มันงง ทำไมทุกอย่างกลับตาลปัด … ฉันเจ็บแปล็บที่หลัง.. …ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องโอยๆ ให้คนได้ยินจะได้มาช่วย….

ก่อนฉันจะหมดสติ…ได้ยินว่า..มีคนเจ็บ อีกสามคน

…….
ฉันตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาล ฉันเห็น แม่ร้องไห้…
“แม่อย่าร้อง…หนูไม่เป็นไร”….จริงๆ ก็เจ็บ แต่ไม่อบากให้ใครมาสงสาร
แม่ร้องไห่ไม่หยุด….ฉันมองดูหน้าคนในห้องทีละคน…ทีละคน ไมาเห็นหน้าพ่อ

“พ่อล่ะ…” ฉันถาม…

แม่มองหน้าฉัน นิ่งเงียบ แล้วก็ปล่อยโฮ ออกมา…

ฉันนิ่ง…มองหน้าแม่ …นึกถึงคำพ่อ

“….ทำอะไรก็ได้ สุขภาพจะได้ดี…จะได้อยู่นานๆ…”

ก่อนจะปล่อยโฮ…ตามแม่ไปด้วยกัน

================
บทความนี้ เขียนโดย Pongroofman มอบให้แก่ นักปั่นจักยานผู้รักสุขภาพทุกท่าน และ ขอให้เป็นอุทธาหรณ์ แก่ผู้ขับขี่พาหนะทุกท่าน

‪#‎จงรับผืดชอบตัวเองและอย่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น‬

เผยแพร่ครั้งแรกในกลุ่ม ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
กลุ่มสร้างนิสัยที่ดีในการใช้พาหนะของไทย
แชร์ได้ เผยแพร่ได้และโปรดให้เครดิต

‪#‎เหลืองเบรคแดงจอดเว้นเป็นดี‬

link ใน Facebook

ล้ม…! =====


วันศุกร์แล้ว….
วันนี้เป็นวันที่”เจ็ด”ที่ผมตั้งใจออกกำลังด้วยการปั่นจักรยาน…

สัปดาห์หนึ่งทำงานห้าวัน…แล้วปั่นจักรยานทุกวันนี่มันไม่หมูเอาเลย…

มีปีศาจ..ลอยมาถามทุกวันว่า …จะรีบตื่นไปหนายยยย นอนต่อดีกว่า…. รถก็มี ขับเย็นๆ ไม่ดีกว่าหรือ….

บางทีก็ถามว่า …ขี่รถควันเยอะ …อันตรายก็มาก…จะขี่ไปทำไม….

บางทีแม็คก็คิดนะ….!

แต่คราวนี้คิดแล้ว..ตั้งใจจะทำให้ได้สักเดือนแล้วดูผล…ดูว่าน้ำหนักจะเหลือกี่โล แล้วต่อด้วยการล้างพิษช่วงสงกรานต์ (ปีนี้งดเที่ยว งดออกทริปช่วงสงกรานต์ครับ)

วันนี้วิ่ง Route ใหม่ กะเอา กิโลเยอะๆ …ถีบๆ อยู่ เห็นจักรยานข้างหน้าล้ม คนขับนอนแอ้งแม้ง ผมรีบจอดลงไปช่วยทันที

พอพยุงขึ้นมาปรากฏว่าเป็นคุณพี่อายุ 77 ปี สาเหตุคือแกพยายามปั่นขึ้นเนินชัน ตรงสะพานข้ามคลองปะปา แต่ขึ้นไม่ไหว เลยล้ม

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ…?” ผมถาม ตามองเห็นเข่าเลือดซิบๆ
“ไม่เป็นไรครับ” คุณพี่บอก
“แน่ใจนะครับ” ผมลองจับตามข้อแขนข้อเข่าเบาๆ คุณพี่โบกไม้โยกมือ บอกว่า ok

ผมพยุงรถขึ้นเนินให้ ถามแกว่าให้ไปส่งมั๊ย แกบอกไม่ต้อง พร้อมกับขอบคุณ

ผมร่ำลาแล้วถีบรถออกมา วิ่งมาสักพักนึกขึ้นได้ เลยถีบกลับไปใหม่

“คุณพี่มีหมวกมั๊ยครับ?” ผมถาม ตุณพี่ส่ายหน้า
“ผมถีบใกล้ๆ แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก” แกบอก
ผมเลยเล่าเคสที่ พ่อผม อายุพอๆ กับแก ถีบวันละยี่สิบโล …วันนึงรถเฉี่ยวหัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง กลายเป็นผัก เสียความทรงจำ ต้องรักษาอยู่นาน ก็ดีขึ้นนิดหน่อย สุดท้ายต้องจากไป ให้แกฟัง…แกฟังดูสีหน้าตื่นเต้น

“หาหมวกใส่นะครับ” ในใจอยากจะถอดหมวกตัวเองให้จริงๆ แต่คิดว่าให้แกหาเองดีกว่า ไม่งั้น ให้ไปก็ไม่ใส่…

รำลาจากแกอีกรอบ …ถีบรถไปอมยิ้มไป…

สบายใจจัง

TGIF…

Facebook link

ปั่นไปพุทธมณฑล


ผมอยู่แถวพุทธมณฑลเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน แล้วก็ย้ายมานครชัยศรี …อยู่มานานแต่ก็ไม่เคยปั่นจากนครชัยศีมาพุทธมณฑล

ว่ากันว่า เวลาเรามุ่งมั่นจะทำอะไรให้สำเร็จ มักจะมีปีศาจ…มาคอยทำให้เรา เปลี่ยนความตั้งใจ

วันนี้ผมตั้งใจ ปั่นให้ได้ 50 โล… ตอนแรกว่าจะไปปั่นที่เค้าจัดที่นนท์ แต่ไม่ชอบคนเยอะๆ เลยเปลี่ยนใจ มารับน้องปู PPu Chutimet เพื่อนสมัยเรียนวิศวะ โดยชวนพี่โขน Phuri Buddharuksa มาเป็น HOST ร่วม

คำนวณแล้ว ระยะทางจากบ้านไปก็ยี่สิบกว่า กลับทาคูณสอง รวมปั่นในพุทธมณฑล ยังไงก็เกิน

ฟิตมาก นอยเร็ว เที่ยงคืนนอนแระ ตื่นมาตีห้า …Aleart มาก พร้อมสุดๆ

แต่ปัญหาคือ มันมืดมาก น่ากลัวฉิบโป๋ง เลยนั่งเล่น ได้กลอนมาสองบท ก่อนจะรอแสงเช้าสาดออกมาค่อยออกจากบ้าน…

กลัวทั้งรถเฉี่ยว ทั้งผีหลอก (ที่หมู่บ้านนี่คฤหาสน์ร้างเยอะ) เอาปลอดภัยก่อนดีกว่า ประมาณแล้วยังไงก็ทัน

ปั่นจากนครชัยศรี วิ่งตรงยาวๆ อากาศเย็นๆ ปั่นจนเริ่มตึงขา ก็ยังไม่ถึง …ดูไมล์ ได้ สิบแปดโล ข้างหน้าพระอาทิตย์กลมบ๊อก

ไม่เคยเห็นพระอาทิตย์ลูกใหญ่ขนาดนี้เลย สีแดงส้ม ลูกใหญ่ มากเหใอนอยู่ใกล้แค่นี้ ภาพจากการหักเหของแสง ทำให้ผมรู้ว่าบรรยากาศโลกต่างจากตอนผมเป็นเด็กมาก

วิ่งมาถึงสะพานดาว น้องปูโทรมาตาม เพราะมาถึงกันแล้ว หลังจากนั้นผมเสียเวลากับการหาทางขึ้นสะพานดาวอยู่หลายนาที

วันนี้ มีปู โขน และ เพื่อนใหม่อีก สอง พี่จั๊ก กับ น้องจ๊อยส์ ได้ยินว่าเป็นญาติกับ เสี่ย big Vassa Kumperayarnnont เพื่อนผมอีกคน… โลกกลม

วันนี้วิ่งไป route เดิม (ยังไงก็ไม่ทั่ว) ข้ามสะพานดาว มากินกาแฟ ที่ อาม่า แล้วจบที่ ก๋วยเตี๋ยว นายเงี๊ยบ เช่นเคย… ดูไมล์ได้มา สี่สิบกว่าโลแล้ว ขากลับ อีกยี่สิบกว่า …ยังไงทะลุเป้าแหงมๆ

และแล้ว ปีศาจก็มา….

“เอ็งกำลังทำอะไรอยู่….?” ปีศาจถาม

“ปั่นจักรยานไง …ไม่เคยปั่นเหรอ” ผมตอบ

“ไม่ร้อนเหรอ?” ปีศาจถาม พร้อมกับเลียไอติมในมือ

“ร้อนสิ แสบหน้าชะมัด”  ผมตอบ มองไอติม เผลอ เลียริมฝีปากไปไม่รู้ตัว

“แล้วจะปั่นไปทำไม… ไปนอนเอาพัดลมเป่าดาก ดูหนังซดน้ำ italian โซดา หาหมอนวด มาจับเส้นไม่ดีเหรอ…” ปีศาจถาม พร้อมยักคิ้ว กวนๆ

อืม..แม๊คก็คิดนะ เป้าหมาย ทำได้ก็ดี แต่เห็นแดดแล้ว ถีบกลับตอน 11 โมงนี่ ดากเกรียมแน่ๆ หน้าไม่ต้องพูดถึง น้ำว่านหางจรเข้ก็เอาไม่อยู่…

ผมหันหน้าไปทางโขน …แล้งมองไปที่ Ford Ranger …

“กระบะนี่บรรทุกรถสองคันต้อง ถอดล้อมั๊ยครับ โขน”….ผมถาม

ปีศาจชนะอีกตามเคย…

ตกลงวันนี้ขี่ได้กี่โลครับ ใครทายถูก?

กลอนเช้าครับ

อรุณสวัสดิ์ เบิกบาน วันอาทิตย์
วันนี้ฟิต คิดจะขี่ จักรยาน
ออกกำลัง ผ่องใส สนุกสนาน
แสนสำราญ เจอเพื่อน เกลอเก่ากัน

วางเส้นทาง เส้นใหม่ ไม่เคยวิ่ง
วัดไร่ขิง เส้นเก่า ต้องเปลี่ยนผัน
ศาลายา ตัดใหม่ ท่าจะมันส์
20 โล หฤหรรษ์ แค่ขาไป

พุทธมณฑล จุดหมาย อยู่ข่างหน้า
ไม่รอช้า ออกไก่โห่ วิ่งไหลๆ
อากาศดี เย็นสบาย ไม่มีใคร
ไปกับใจ ปี่นเช้านี้ สุขใจเอย

นำแสดงโดย

Phuri Buddharuksa
PPu Chutimet
Jakri Rujirat
Nach JJ

กำกับโดย

Narong Wonggasem

image

ปั่นที่ อยุธยา


The gang นัดแนะไปกินของอร่อยกันที่อยุธยา …
พอบอกว่าของอร่อย ผมก็นึกถึงกุ้งแม่น้ำ สามตัวโล พร้อมน้ำจิ้มอันเอร็ดอร่อย ขึ้นมาเลยทีเดียว

เรานัดเจอกันที่อยุธยาเลยครับ น้องจอย น้องตั๊ก แล้วน้องเปรี้ยว มารออยู่แล้ว…ทั้งหมด ย้ายก้นมานั่งในรถพี่ป๋องกันหมด เพราะ จะได้ ไม่ต้องกระเตงไปสองคัน

เราเริ่มไปหาของกินก่อนเลยที่ร้านบ้านส้มตำก่อน …ร้านนี้ ตอนแรกนึกว่าหลง เพราะ เปิด GPS แล้วมันพาไปจอดหลังร้าน ที่ดันมีป้ายแขวนไว้ ที่บ้านเก่าหลังเล็กๆ … เลยพาลคิดว่า ร้านมันเลิกไปแล้ว
มองไปมองมาถึงเจอร้านจริง ….สั่งอาหารมาทานสองสามอย่าง … เพราะ Gang บอกว่า วันนี้ เน้นกินหลายที่ ไม่เน้นทานเยอะ

เกือบบ่ายสอง เราก็เปลี่ยนที่ ไปหากาแฟ กิน ร้านกาแฟ ชื่อแปลก ชื่อ “คนอยุธยา สบาย สบาย” ตัวร้านอยู่แถวๆ ท่ารถ เดินหาต้องถามๆ ทางเค้าเหมือนกัน แถมที่จอดรถแถวนั้นไม่มี …
ร้านกาแฟ ที่นี่ นั่งสบายๆ สมชื่อครับ นั่งเมาท์มอยกันอยู่นานพอควร

อากาศเริ่มระอุ เราก็เข้าวัดมหาธาตุกันตอนบ่ายสาม ตามด้วยวัดใหญ่ชัยมงคล เอาตอนเกือบจะบ่ายสี่

ปิดท้ายโปรแกรมกันที่ ก๋วยเตี๋ยวผักหวาน … แล้วบอกว่า กุ้งแม่น้ำ เอาไว้วันหลังนะ… สรุปแล้วเที่ยวนี้ โดนสาวๆ หลอก อีกแล้ว เพราะอดกินกุ้งกัน … แต่ก็นัดกันว่า เราจะไปปั่นจักรยานกันที่นครชัยศรี กันสักครา….

10262268_10152465878619326_4125641647475370751_n (1)

899296_10152389775049326_819094610_o