Posts from the ‘ท่องเที่ยว’ Category

สะพาน


คนไทยต้องรู้…

===========

สะพานพระราม ๖ สร้างในรัชกาลที่ ๖

สะพานพระราม ๗ ไม่ได้สร้างในรัชกาลที่ ๗ แต่สร้างในรัชกาลที่ ๙ ยุคเดียวกับ สะพานพระราม ๔,๕,๗,๘ และ ๙

พระราม ๑, ๒ และ ๓ ไม่ใช่ชิ่อสะพาน แต่เป็นชื่อถนน เวลาเป็นชื่อ ถนน จะมีคำว่า “ที่” ตามหลังพระราม

ถึงไม่มีสะพานพระราม ๑ แต่เราก็มีสะพานพุทธ สร้างรัชกาลที่ ๗

ถึงไม่มีสะพานพระราม ๒ แต่เราก็มีสะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ แม่น้ำแม่กลอง และ สวน ร.๒ ที่อัมพวา

พระราม ๔ มีทั้งสะพานและถนน

สะพานพระปิ่นเกล้า เป็นชื่อกษัตริย์ในรัชกาลที่ ๔ ที่ไม่ใช่ พระจุลจอมเกล้า ยุคนั้นเป็นยุคเดียวที่มีกษัตริย์ 2 พระองค์พร้อมกัน

ที่มากกว่า ๑ สะพาน

สะพานพระราม ๓ +สะพานพระนั่งเกล้า และ สะพานเจษฎาฯ (ชื่อท่านเหมือนกัน) อยู่ที่นนท์ทั้งคู่ อาจเป็นเพราะท่านสร้างวัดเฉลิมพระเกียรติ ที่นี่

สะพานพระราม ๗ + สะพานพระปกเกล้า

สะพานพระราม ๙+ สะพานภูมิพล ๑,๒

ุเคยขึ้นไปยืนบนสะพานมาครบทุกที่ละ อยากให้ลองแล้วจะรักเมืองไทยขึ้นอีกมาก

หมายเหตุ: ไม่มั่นใจว่าผมไปเที่ยวเขื่อนกับเยือนโรงพยาบาล ครบหรือยัง ไว้มั่นใจจะมาเขียนรวมเข้าไปด้วยครับ

นี่เขียนจากความจำ ไม่ได้ Google ตรงไหนข้อมูลไม่ Update ก็ ช่วยมาเติมด้วยครับ ไม่ต้องว่ากันนะครับ

อ่านแล้วอย่าลืมกด share/ Like ถ้าชอบใจก็กด Follow ผมไว้เลยครับ จะสัมผัสประสบการณ์ที่ดีๆ ร่วมกันครับ

 

#pingponglifestyle
#สะพาน

Advertisements

วัดป่าคำชะโนด


กบ Mean Min โทรมาเมื่อคืน ถามว่าขึ้นรถหรือยัง?
ผมบอกว่าขึ้นแล้ว ไปถึงโพนพิสัย หกโมงเช้า

กบถามว่ามากี่คน ผมบอกคนเดียว กบบอกดี พรุ่งนี้จะชวนไปคำชะโนด…

คำชะโนด ดินแดนของพญานาค ป่าศักดิ์สิทธิ์ ลี้ลับ อาถรรพ์ เกาะลอยน้ำ กับเรื่องราวความเชื่อที่ว่าเกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ เพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา รวมถึงผู้คนทีีมาพร้อมความหวัง ได้เลขรวยเป็นล้านจากที่นี่

ไม่รวมตำนาน ผีจ้างหนัง ที่มีคนจ้างหนังไปฉาย คนมาคึกคัก เช้ามากลายเป็นป่าร้าง

ผมโตจากอีสาน ตำนานคนเก่าๆ เล่าต่อๆกันมา หลายสิ่งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ อย่างบั้งไฟพญานาค ที่นั่งดูตั้งแต่เด็ก

วันนี้ได้มาสักการะ สถานที่อีกแห่ง ที่เป็นตำนาน ถือว่าโชคดี เพราะ ได้ยินมาตลอดชีวิต แต่ไม่เคยได้มาเยือน

เป็นทริปทำบุญที่สุขใจจริงๆ
ขอบใจน้องกบที่ชวนมา น้องตุ๋ย+แฟน+ พี่ขุน ที่ขับรถพาเที่ยวครับ ^^

โกน้อย ====


ทริปนี้ไม่พูดถึงผู้ชายคนนี้คงไม่ได้

ชายหน้าคม ตาม Style คน สตูล คนนี้มาทักผมตั้งแต่วันแรก

โกน้อยอยู่ที่เกาะเต่ามา 19 ปีละ จัดเป็น ปูชนียบุคคล ประจำเกาะเลยก็ว่าได้ ตอนนี้เป็นเจ้าของ Carabao diving resort ที่โกน้อยบริหารงานสองคนกับ ภรรยาคู่ใจ พี่พร คนหลังนี่ที่น่ารักไม่แพ้กัน

มาดำน้ำเที่ยวนี้ พี่น้อยดูแลเป็นอย่างดี Story มากมายของเกาะเต่า ผมรับรู้ผ่านการสนทนา จนวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ผมว่าเราคุยกันได้ทั้งวัน ผมมีเรื่องมากมายที่อยากรู้เกี่ยวกับธุรกิจดำน้ำ และ เกาะเต่าโมเดล เมืองสวรรค์ของไทย ที่เดินไปไหนก็รายล้อมด้วยฝรั่งสาวๆ กับ Bikini ตัวจิ๋ว

พี่น้อยถ่ายทอดเรื่องต่างๆให้ฟังได้ไม่รู้เบื่อ

วันที่สองของการดำน้ำ พี่น้อยบอกจะลงน้ำด้วย จะไปถ่ายภาพให้
ส่วนวันที่สาม ผมงดดำ พี่น้อยก็นั่งคุยเป็นเพิ่อนทั้งวัน…ไม่เหงาเลย

ตอนเย็นผมนึกถึงน้องคนนึง ที่มาอยู่ที่้กาะเต่า พอถามโกน้อย โหพาไปตามหา “หนุ่ม” น้องที่ผมไม่เจอหลายปีจนเจอ ทั้งๆที่ตอนแรกผม ไม่รู้ว่าหนุ่มอยู่ไหน รู้แต่ว่าอยู่เกาะเต่า

โกน้อยพาขี่รถรอบเกาะชมเมือง พาหาหมอ พาไปซื้อยา ซื้อต้มเลือดหมูและปาทั่งโก๋ให้ทุกเช้า

จนวันสุดท้าย พามาส่งถึงท่าเรือ

เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมต้องกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้งแน่ๆ…ว่าแต่โกน้อย อยากให้ผมมาอีกหรือเปล่าไม่รู้นะ 555

ถ้าโก มีโอกาสมาอ่าน ก็ต้องขอบคุณตรงนี้อีกครั้งครับ

28379300_10156065229979326_5573315658264870912_n.jpg

โดนล้วงที่ปารีส


#นิสัยดีมีไว้ประจำใจ

===============

Slogan ประจำ วันที่ 7-14  Nov 2015

ช่วยกันอ่าน และ ขานรับครับ

===============

เมื่อวานซืนเดินอยู่ในเมืองใหญ่เมืองหนึ่งครับ ขณะกำลังขึ้นรถไฟ เจอน้องผู้หญิงผิวดำคนหนึ่ง ด้วยความเคยเป็นนิสัยก็เลยพยักหน้าทักทาย พร้อมกับกล่าว “บองชู” เบาๆ 
รถไฟแน่นมาก ตอนขึ้นเบียดกันจนผมต้องจับกระเป๋าสตางค์ ไว้ตลอดเวลา รู้สึกโดนเบียดโดนดันไปหมด แต่มองดูรอบตะวเป็นผู้หญิงตัวเล็ก เลยคิดว่าปลอดภัย
สักพัก เสียงน้องดำทำเสียงดุ “No” ผมมองไปเห็นสายตาเธอกำลังดุ ผู้หญิงผิวขาว ที่ตอนแรก อยู่ด้านซ้าย ตอนนี้ มาอยู่ด้านขวาแทน…
น้องเขาทำสีหน้าไม่พอใจ ที่โดนว่า น้องดำดุอีก บอกว่า อย่านะ ห้าม พร้อมชี้ไปที่มือ มือนั้นมีเสื้อหนาวปิดไว้ และ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะล้วงกระเป๋าถือผมที่ผมห้อยไว้ข้างหน้า…
ทันทีที่รถจอดที่สถานี น้องนักล้วงคนนั้นรีบลงไปทันที ผมสังเกตว่ามีเพืาอนลงไปกับเธอด้วย
ผมขอบคุณน้องดำ(ขอเรียกแบบนี้) เธอหันมายิ้มให้ ถ้าเธอไม่ทัก ผมก็คงสูญของไปแล้ว …เพราะ บางคนก็ไม่อยากยุ่ง
มาเล่าให้ฟังเพราะ ถ้าผมเป็นน้องดำ ผมก็คงทำเหมือนกัน เพราะ เรานิสัยดี
ช่วยกันนะครับ
ป๋อง

Pongroofman
ทำดีไม่ต้องหลบซ่อนครับ..

2016 Winter Trip day 1


นี่ผมขับรถมาไกลถึง 690 กิโลเมตรเพื่อมาดูหิ่งห้อยหรือนี่…

ไม่ใช่หรอกครับ…นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นหรือการเดินทางวันแรกของทริปหน้าหนาวประจำปี 2016 ของผม

ปกติผมจะขี่รถอย่างนี้เป็นประจำทุกปี โดยวางแผนเดินทางแล้วก็ขี่ยาวๆเลยหลายวันเพื่อท่องไปในโลกกว้าง
…ไปดูสิ่งที่ไม่เคยเห็น
…ไปเห็นสิ่งที่ไม่เคยคิด
…พิชิตจุดหมายที่ฝันเอาไว้

ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วครับที่ผมทำแบบนี้ และตั้งใจจะทำมันทุกปีจนกว่าจะขี่ไม่ไหว…

2 ปีที่แล้วผมเลือกที่จะท่องเที่ยวทางเหนือของประเทศไทย…ปีนี้ผมลองตั้งจุดหมายลงใต้ดูครับ

ใต้สุดที่ผมเคยไปนั้นคือประเทศมาเลเซียแต่ครั้งนี้ขอขยับไปนิดนึงคือ…สืงค์โปร์

เอาเข้าจริงๆ หลังศึกษาเส้นทางแล้วผมพบว่าการเดินทางไปยังสิงคโปร์นั้นสามารถทำได้

…แต่การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ในสิงคโปร์นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเอาเสียเลยเพราะว่า กฎเกณฑ์ต่างๆและค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงผมเลยตัดสินใจที่จะขี่รถมาสิงคโปร์โดยจอดรถไว้ที่มาเลเซียแล้วก็หาตั๋วเครื่องบินบินไป

แผนเดิมแต่แรกเนี่ยตั้งใจว่าจะประหยัดเวลาเดินทางในคืนแรกโดยการจะนั่งรถไฟขบวนพิเศษ ที่เพิ่งเปิดบริการปีนี้ เพราะน่าสนใจมาก

….นานๆ การรถไฟจะทำอะไรน่าสนใจแบบนี้ ก็ต้องไปโดนซะหน่อย

ตอนที่จะนั่งรถไฟ กะว่าได้นอนสบายๆ แล้วเอารถมอเตอร์ไซค์ขนเป็นสัมภาระมา แต่ไปไปมามา รถขบวนที่ผมจะไปนั้นมันไม่สามารถขนสัมภาระแบบมอเตอร์ไซค์นี้ได้

ส่วนรถไฟตู้ที่มีการขนสัมภาระนั้น ก็ต้องมีคนนั่งมาด้วย ซึ่งผมก็ไม่ได้อยากนั่ง

สุดท้ายก็เลยต้องเปลี่ยนแผนเป็น เดินทางเร็วขึ้นอีก 1 วัน เพื่อใช้ในการขี่ลงมาทางใต้เอง

นี่แหละครับการเดินทางวันนี้ถือว่าเป็นการเดินทางที่มีระยะทางมากที่สุดของทริปนี้ นั่นคือประมาณ 690 กิโลเมตร

ผมออกเดินทางตั้งแต่ ตี 5 จากนครชัยศรีแล้วตั้งใจว่าจะมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่สุราษฎร์ธานี ช่วงออกเดินทางเอาเข้าจริงช้าเป็นชั่วโมงครับเพราะว่าอดนอนมาหลายคืน พอเมื่อคืนนี้เลยจัดเต็มอิ่ม

แต่เมื่อออกวิ่งจริงๆก็วิ่งไล่กวดเวลาเอา เพราะ ตอนวางแผนคำนวณเวลาแบบรถยนต์ วิ่งจริง ก็เร็วกว่าหน่อย เพราะ เป็น Big Bike พอชดเชยเวลาที่หายไปได้

ออกมาจากบ้านแล้วก็เจออุบัติเหตุแต่เช้าเลยครับแต่เป็นคนอื่นเจออุบัติเหตุ Nissan skyline วิ่งชนแท่งคอนกรีตที่กำลังก่อสร้างสะพานอยู่ช่วงนครปฐมคงจะมาเร็วครับทำให้หลบไม่ทัน เลยจากนครปฐมมาก็แวะเข้าราชบุรี

ผมแวะทานก๋วยเตี๋ยวไข่ที่ราชบุรีก่อนครับร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ถือเป็นจุดเช็คอินของผมเวลามาราชบุรีเลยทีเดียวมาถึงตอนเช้าคนยังไม่เยอะเพราะร้านเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าครับ

ทานก๋วยเตี๋ยวไข่อิ่มหนำสำราญแล้วก็ตียาวไปที่อุทยานราชภักดิ์ ที่ประจวบครับ ที่นี่ผมเพิ่งมากับแก๊ง Elantra

แวะจอดถ่ายรูปสักครู่หนึ่งก็ออกมาแล้วครับเพราะว่าอากาศค่อนข้างร้อน จุดหมายต่อไปเป็นสะพานสราญวิถีที่ประจวบ

สะพานนี้เป็นสะพานที่ทอดยาวออกไปในทะเลสวยงามครับ ตอนที่มา ไม่ค่อยมีคนมากนัก อากาศเย็นเย็น ลมพัดสบาย ฟ้าครึ้ม มาถึงที่นี่แล้วอยากมาวิ่งจ๊อกกิ้งมาก

โน๊ตไว้ว่าจะต้องกลับมาวิ่งที่นี่อีกสักครั้ง…

ตอนที่มาสะพานเนี่ยตั้งใจมาสะพานก่อนแต่ มาถึงแล้วก็หิวข้าวครับเลยไปนั่งทานข้าวที่ ครัวหัวบ้านเพชรในรู ร้านอาหารเล็กๆที่เป็นที่นิยมของชาวประจวบ

อาหารเขาอร่อยจานโตราคาไม่แพง ทานข้าวเสร็จก็ออกมาเดินเล่นที่สะพานสราญวิถีเป็นการย่อยอาหาร

ตอนมาถึงนี่โดนถ่ายรูปด้วยครับโดยพระภิกษุรูปหนึ่งท่านบอกว่าท่านจะมี facebook ของท่านเหมือนกันขาใหญ่เลย ผมก็อยากดูจริงๆว่าท่านพูดอะไรบ้างใน facebook ของท่านนั้นจะไม่ได้ถามตัวเองว่าเป็นกิจของสงฆ์…หุหุ

ขี่ต่ออีก 200 กว่าโล มาที่สวนลุงดำ ที่สวนนี้กรมอนามัยเขาจัดไว้ให้เป็นสถานที่ทัศนศึกษาโดยให้ความรู้เกี่ยวกับสุขอนามัยเรื่องส้วมเรื่องขี้ เลยเป็นที่ที่น่าสนใจอีกที่นึง

ระหว่างทางมาเจอฝนครับเลยต้องใส่เสื้อกะนฝน ขี่มา เจออยู่สามระลอกตกหนักมาก .. นึกถึงตอนมาขี่กับสายใต้ ที่ยอกผมว่า “อยู่นี่ขี่รถไม่ต้องกลัวฝน เพราะ ถ้ากลัวก็ไม่ได้ขี่ ฝนแปด แดดสี่”

ไปต่อไปเดินทางอีก 200 โลมาที่สะพานศรีสุราษฎร์สะพานที่สูงที่สุดในภาคใต้เลยนะครับ เพราะมองเห็นโด่งมาแต่ไกลเลย ผมมาถึงที่สะพานนี้ตามเวลาที่จะมาถึงตอนพระอาทิตย์ตก

ตั้งใจมาดูพระอาทิตย์แต่วันนี้ฟ้าครึ้มทำให้มองไม่เห็นพระอาทิตย์อย่างตั้งใจ บรรยากาศดีมากๆครับมีคนมายืนคอยชมพระอาทิตย์ตกกันพอสมควรแล้วก็มี ชาวจักรยานปั่นกันขึ้นมาครับ ดูแล้วคงต้องปั่นกันจนน่องบวมเลยเพราะว่าสะพานสูงชันมาก

ดูพระอาทิตย์ตกจนพระอาทิตย์ไม่อยู่ให้ดูแล้วนี่ก็มาเช็คอินที่ Sucholtee ที่เป็นรีสอร์ทที่อยู่แล้วว่าสะอาดสวยงาม และไม่แพงเสนอราคาแค่ 500 บาทต่อคืนเท่านั้น มีทุกอย่างอย่างที่โรงแรมดีๆจะมีกัน

มื้อเย็นไปเดินหาของกินตรงบริเวณซอยหน้าศาลเจ้าครับของกินเยอะมาก…นึกถึงตอนไปเดินถนนคนเดินแถวทางเหนือบรรยากาศดีไม่แพ้กันแถมของกินอร่อย

เดินไปกินไปพุงจะแตก…ช่วงหลังทานอะไรนิดหน่อยก็อิ่ม

เสร็จแล้วก็ขี่รถมาที่บริเวณสถานีตำรวจน้ำซึ่งตรงจุดนั้นจะมีเรือพาไปดูหิ่งห้อยครับผม

เคยดูหิ่งห้อยที่อัมพวามาแล้วมาดูหิ่งห้อยที่นี่ต้องบอกว่าคนละบรรยากาศเลยนะครับ เรือนำเที่ยวคิดราคาเหมาเที่ยวละ 300 บาทถ้ามี 6 คนขึ้นไปก็หารออกมาได้ครับคนละ 50 เดือนลำใหญ่ไม่มีหลังคา มีชูชีพ เป็นที่นั่งชม นอนไม่ได้ เพราะฉะนั้นรับประกันได้ว่าไม่มีทางหลับเหมือนตอนไปดูที่อัมพวา เพราะที่อัมพวานั้น เอนหลังนอนได้ นอนลงไปปุ๊บก็ไม่เคยได้เห็นหิ่งห้อยเลยสักตัวครับตื่นมาอีกทีเรือจอดกับที่เดิมแล้วทุกครั้งเป็นอย่างนี้เรื่อยมา

ผมเลยมาเห็นหิ่งห้อยกันที่ สุราษฎร์เนี่ยครับต้องบอกว่าหิ่งห้อยที่มีอุดมสมบูรณ์ดีเหลือเกินเวลามาชมนี่ก็จะเห็นชัดเพราะว่าไม่มีหลอดไฟแสงสว่างจากบ้านใดๆมารบกวนที่นี่มืดสนิทครับ หิ่งห้อยอยู่เต็มต้นลำภู ส่งแสงไฟเป็นจังหวะหาคู่ ผมไม่รู้มันผสมพันธุ์กันยังไงนะครับหรือว่าแค่ปล่อยแสงมาแป๊บแล้วก็เสร็จเลย อันนี้คงต้องไปหาอ่านกันอีกที

วันแรกเดินทางท่องเที่ยวได้ประมาณนี้ เติมน้ำมันไปทั้งหมด … บาท คิดเป็น …ลิตร ระยะทาง 690 km

ราคา @27.5 บาท/liter ตกแล้ว km/liter ครับ ซดอยู่

12 Days to go… ===========


ทริปหนาว ปลายปี ตอนที่ 4

หลังเอารถเข้า ศูนย์ เปลี่ยน ของเหลว และ ผ้าเบรค เช็คพร้อม..

วันนี้เป็นวันจัดการกับ Accessories …

เหลือไม่กี่วันสำหรับทริปปลายปี… ปีนี้ ผมขี่รถน้อยกว่าปีที่แล้วอีกครับ ปีที่แล้ว ขี่ไปแค่ 12,000 เพราะ มัวแต่ไปวิ่ง

ปีนี้ วิ่งก็น้อย ขี่รถก็น้อย แต่ไปใช้เวลากับการ จัดการคอนโดที่อยู่ซะเยอะครับ

วันนี้ Check sport light และ เปลี่ยน shield หน้าที่เริ่มกรอบ …ผมกลัวไปแตกปลิวใส่หน้า ตอนขี่ใน Malay…

Shield งานไทย 1,400 ทรงเดียวกับ Givi 3,900 แตกต่างกันตรงทรง ไม่แนบกับ console นัก มีผลทำให้ Screw คลายตัวได้ วิธีแก้คือ ต้อง chim พลาสติก และ เปลี่ยน Screw ยาวแทน

ร้าน Furii Shop Part ใกล้บ้านมากครับ ไม่ถึง 2 km มีทั้งช่าง และ ของแต่ง.. เห็นน้องหลิน บริหารร้านนี้ ตั้งแต่อยู่ที่เก่า… ยังสวยเหมือนเดิม

#ทริปยาวปลายปี
#pingponglifestyle
#2016wintertrip

5″ ==


ทริปหนาวปลายปี ตอนที่ 6

NUVI 42 ตัวที่แล้วรับใช้มานานมาก…
ผมว่า 4 ปีได้ …พาน้องซีดส์ วิ่งไปมากกว่า 100,000 โลละ…

ผ่านร้อน ผ่านฝน ผ่านหนาว มาหลายฤดู…

ในที่สุดก็จากไปอย่างสงบด้วยอาการ Batt เสื่อม…

การรักษา ต้องส่งไป Taiwan ครับ อัตราค่ารักษา …น้องบอก ซื้อใหม่ดีกว่า

NUVI 57 จอใหญ่กว่าเดิม โตเป็น 5″ ราคา 4,100 บาท ซื้อ ขา Rammount อีก 550 บาท มายึดเข้ากับชุดเดิม…

แค่นี้ก็พร้อมลุยแล้วครับ

#ทริปยาวปลายปี
#2016wintertrip