Posts from the ‘คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต’ Category

วิธีป้องกันการ Block Social Network เมื่ออยู่ใน จีน


ที่ จีน นี่ block social network เรียบ… วิธีการที่จะเข้าได้คือ

1. ใช้ Roaming ซึ่งกลับมาคงกระเป๋าฉีก
2. ต้องทำเสมือนว่า เครื่องเรา ไม่ได้อยู่ใน จีน (ถึงแม้ตัวเราจะเข้า network จีน) อันนี้ต้องเล่นกับ VPN และนี่คือ ทางออก

 

ตัว free VPN ที่ผมใช้รอบนี้คือ
SurfEasy

Advertisements

รถกระตุก


รถกระตุก
======

เมื่อเช้าขี่รถมาทำงาน ฝ่าจราจรกรุงเทพฯตามปกติ

อยู่ๆ รถเก๋งที่อยู่เลนขวา ก็กระตุกมาเลนซ้าย
…ดีนะที่ผมห่าง ไม่งั้นกระแทก โดนข้ารถเก๋งนั่น แน่ๆ

แต่ก็สงสัยเพราะไม่มีอะไรให้หลบข้างหน้า เลยขี่ขึ้นไปประกบดู  เลยเห็นว่า สาวคนขับ เล่นมือถือไปด้วย… OMG … มือซ้ายยังถืออยู่เลย

สันนิษฐานว่า คงเล่น ตาไม่ดูถนนจนรถเฉียงจะปีนฟุตบาทด้านขวา เลย ตกใจกระตุกรถออกมา โดยไม่เช็คซ้ายก่อน

จังหวะไม่มีรถด้านข้าง ซึ่งอาจเป็นผม ถ้ามาเร็วกว่านี้นิดนึง

บอกตรงๆ อยากจับมาอบรมมาก … เขาก็รณรงค์กันโครมๆ ว่าไม่ให้เล่นมือถือตอนขับรถ

ผมหาจังหวะจอดรอตรงไฟแดง จะอบรมสักหน่อย พวกคงรู้ จอดห่าง สองช่วงรถเลย

ฝากนักขี่ทุกท่าน ระวังรถประเภทนี้ด้วย ดูไม่ออกเลย ..(ไม่รู้จะระวังยังไง) ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้น  อย่างเคสนี้ หลักฐานไม่มี เผลอๆ she มาทำตาใสๆ แบบ dj เกียร์ R บอกผมแทรกมาโดน … รถบุบด้านช้าง อย่างนี้ ลำบากเลย

image

ผมว่านิสัยมาจากติดการเล่นโทรศัพท์  อาการหนัก ขนาดเดินไปเล่นไป ขับรถไปเล่นไป (ขี่มอเตอร์ไซต์เล่นไปก็มี เคสหลังนี่ ไม่ต้องเตือน คิดว่าอยู่ได้ไม่นานหรอก) เริ่มเยอะขึ้นทุกวัน จนคิดว้าวันหนึ่ง การที่เราไปบอกไปเตือนเขา เรานี่ล่ะจะเป็นคนผิด

หลังๆ ผมเจอคนประเภทนี้จะบอกเขา(ดีๆ) ว่า ตอนเดิน ตอนขับ … ไม่ต้องเล่น…

ที่ผ่านมาบอกใครก็ฟังนะ แสดงว่ารู้ว่าไม่ดี แต่เผลอตัว…

คิดว่าดีก็ช่วยๆ บอกต่อ แต่ถ้าคิดว่าลำบาก ก็อ่านเล่นเพลินๆ ละกันครับ

ชีวิตมันไม่ “ยุ่ง” ขนาดตาไม่มองถนน หรือ ทางเดินหรอกนะครับ

เอาไปพิจารณากันด้วยนะครับ

ป๋อง Pongroofman
นิสัยดีรุ่น 1

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

#ศิษย์ดูต้องมีkeyศิษย์ดีต้องมีครู

Review Nikon AW 130 กล้องกันน้ำ 30 เมตร


หลังเจ้า Cannon A110 ของผมจากไปอย่างสงบ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องมาจากเอามาถ่ายภาพ ตอนไปเที่ยวน้ำตก แล้วฝนดันกระหน่ำลงมา จนซุกยังไงก็เปียก .. ทำให้เจ้า shutter มันวิ่งแบบมีชีวิตทุกครั้งที่เปิดกล้องทำงาน..
อาการ shutter รวนคราวนี้ ทางศูนย์ บอกว่าค่าเยียวยา สูงถึง 6,000 กว่าบาท เทียบค่าตัวแกะกล่องแล้วต่างกันไม่มาก ผมเลยต้องตัดใจกลายร่างกล้องเป็นที่ทับกระดาษไป

คราวนี้เลยระบุ spec แบบว่า เอาให้ sure เรื่องน้ำไปเลย โดยไปโพสถามใน facebook ได้ข้อมูลมาหลายรุ่น แต่สะดุดตาเอารุ่นนี้คือ Nikon AW 130 กล้อง compact หน้าตาสี่เหลี่ยม ที่ผมมองแว๊บแรกก็รู้สึกเหมือนอุปกรณ์ที่ใช้ใต้น้ำในทันที เพราะ รูปแบบของปุ่มต่างๆ ออกแบบมาให้กันน้ำได้ เพราะ ชีวิตหลังๆ ของผมจะโลดโผนเยอะ
Nikon Coolpix AW130 Specification

  • เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3″ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • ISO 125-6400
  • เลนส์ซูมออฟติคอล 5x ระยะ 24-120mm f/2.8-4.9
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพต่อวินาที
  • จอแสดงผล OLED ขนาด 3.0″ ความละเอียด 921,000 พิกเซล
  • ถ่ายวิดีโอ Full HD 1920×1080 ที่ 60i, 50i, 30p, 25p
  • มี Wi-Fi และ NFC ในตัว
  • มี GPS ในตัว พร้อมแผนที่ในตัวและฟังก์ชั่น Point of Interest(POI)
  • กันน้ำลึก 30 เมตร ทนอุณหภูมิได้ -10 องศาเซลเซียส ทนการตกจากที่สูงได้ 2.1 เมตร
  • หน่วยความจำในตัว 473MB
  • ใช้แบตเตอรี่ EN-EL12
  • น้ำหนัก 221 กรัม

สารภาพตามตรงเลยว่านี่เป็นกล้อง Nikon ตัวแรกของผม หลังจากใช้ Cannon ท้้งกล้องเล็กกล้องใหญ่มาหลายตัว ่ลุยไปทุกๆ ที่ ก็ต้องบอกว่า ทนใช้ได้ จนกระทั่งมาเจอเรื่องน้ำนี่แหล่ะ ที่ทำให้ ต้องมองหาสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์ ดังนั้น สิ่งที่มองหาก็ต้องเน้นทนทาน ทั้งเรื่องกระแทก และ กันน้ำ เพราะไม่มีปัญหาจะซื้อกล้องใหม่บ่อยๆ  ทีนี้เวลาซื้อกล้อง สิ่งที่จะทำการเปรียบเทียบก่อนก็คงจะเป็นพวก function ต่างๆ ดูเร็วๆ ก็พบว่า ตัวกล้องรุ่นนี้ มี mode ในการถ่าย และ แต่งภาพ build in เอาไว้ พอสมควร เดี๋ยวตอนใช้งาน คงจะดูกันละเอียดต่อไป

กล้องตัวใหม่สำหรับการผจญภัยของผม

กล้องตัวใหม่สำหรับการผจญภัยของผม

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจในเรื่องของความทนทาน ต่อการใช้งาน ที่เป็นสิ่งที่ผมต้องการเป็นอันดับแรกดูก่อน

เรื่องของการกันน้ำ มีการบอกไว้ว่า สามารถกันน้ำได้ลึก 30 m

เรื่องของการทนต่อการหล่น บอกไว้ว่า สามารถทนต่อการหล่นจากที่สูงได้ 2 m

มาทำความเข้าใจกันทีละเรื่องก่อน

เรื่องกันน้ำ ตัวกล้องออกแบบด้วยค่า IP68 แสดงว่า กันน้ำระดับ 8 และ กันฝุ่น ระดับ 6 ทำให้ถ่ายใต้น้ำได้ลึก 30 m เป็นเวลา 60 นาที ถ้าลึกหรือนานกว่านั้นที่ความลึก 30 m โอกาสน้ำเข้าจะมี

เท่าที่ดำมา 30 m นาหนึ่งชั่วโมง ก็ไม่ใช่การดำน้ำธรรมดาแล้วล่ะครับ เพราะถ้า open water ปกติก็ดำกัน ไม่เกิน 18 m

ถ่ายภาพใต้น้ำสวยๆ

ถ่ายภาพใต้น้ำสวยๆ

แต่การใช้งานไม่ได้บอกว่า จะรับประกันทุกกรณีการใช้นะครับ เพราะ ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า

1. ห้ามดำลึกกว่า 30 m

2. ห้ามใช้งานต่อเนื่องใต้น้ำนานกว่า 60 นาที

3. ช่วงอุณหภูมิใช้งาน 0-40 C

4. ห้ามใช้งานที่น้ำพุร้อน

5. ห้ามเปิดฝาขณะอยู่ใต้น้ำ (อันนี้ควรรู้อยู่แล้ว)

6. ห้ามให้กล้องรับแรงกระแทกขณะใช้งาน  อย่ากระโดดลงน้ำพร้อมกับกล้อง หรือ ให้กล้องอยู่ในสภาวะที่น้ำมีแรงดันสูง ดังนั้น ค่อยๆ หย่อนลงหรือ กันกล้องดีๆ ตอนโดดลงน้ำ (Giant strike)

7. กล้องไม่ลอยน้ำ เมื่อเทียบกับ กล้องที่ใส่ housing แล้ว กล้องจะจมเร็วกว่า ดังนั้น ระวังด้วย

เรื่องการกันกระแทก การกันกระแทกนี้ ทำการทดสอบใน lab ของ Nikon เอง โดยให้ตกจากความสูง 210 cm บนไม้อัดหนา 5 cm อันนี้ Nikon ไม่ได้คิดเอง แต่ เป็นไปตาม มาตรฐาน MIL-STD 810F Method 516.5-Shock ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบของกระทรวงกลาโหมของ USA
โดยการทดสอบนี้ จะเป็นการปล่อยกล้อง 5 ตัวลงมาด้วยทิศทางต่างๆ 26 ท่า (ขอบ 8 มุม 12 และ ด้าน 6 ท่า) จากความสูง 122 cm โดยดูว่า กล้อง 1-5 ตัวต้องผ่าน ถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น กล้องอีกห้าตัวจะถูกส่งมาทดสอบ เพื่อให้มั่นใจว่า 1-5 ตัว ผ่านการทดสอบ

ขนาดและการจับ เรื่องนี้ จำเป็นสำหรับผมมาก เพราะว่า ผมใช้งานทั้งขี่มอเตอร์ไซต์ และ ดำน้ำ ซึ่งใส่ถุงมือทั้งคู่ ชนาดกล้องประมาณ 110.4, x66.0, x26.8 มม. (4.4, x2.6, x1.1 นิ้ว)  ตัวเครื่องมี หูสำหรับ ร้อยเชือกห้อยคอ ซึ่งใช้งานจริง ผมคงต้องใส่ เชือกที่เป็นห่วงคล้องมือด้วย เพราะ ใช้บ่อยกว่า

เทียบขนาดเมื่อถือด้วยมิอข้างเดียว เพราะหลาย shot ผมต้องถ่ายตอนขี่มอเตอร์ไซต์

เทียบขนาดเมื่อถือด้วยมิอข้างเดียว เพราะหลาย shot ผมต้องถ่ายตอนขี่มอเตอร์ไซต์

ตัวกล้องลื่นๆ แต่มี Grip สำหรับ จับด้วยมือขวา แน่นหนาทะมัดทแมง ปุ่มกดแต่ละปุ่มต้องออกแรงกด โดยทำปุ่มที่ใช้งานบ่อย มาให้ที่ด้านซ้ายของกล้อง ที่เป็นปุ่มใหญ่สามปุ่ม
สามปุ่มนั้น มีหน้าที่ดังนี้
ปุ่มบนสุด เป็นการเข้าสู่ แผนที่ Digital ที่ติตตั้งไว้ในเครื่อง และ สามารถแสง เข็มทิศ ได้ด้วย เรียกได้ว่า ไม่ต้องกลัวหลง
ปุ่มกลาง เป็นการจัดการเกียวกับ เรื่องการเชื่อมต่อ WiFi ไว้ ใช้งานแล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ
ปุ่มล่าง เป็นการสลับโหมดการทำงานจากการกดปุ่มเป็นแบบสั่งการด้วยการเคลื่อนไหว เช่น สั่น หรือ เอียงเครื่อง ซึ่ง ในแง่ของ Adventure คิดว่า mode นี้ จำเป็นครับ แต่ สั่งด้วยการเคลื่อนไหวแบบนี้ จะได้เป็นบางอันที่ใช้บ่อยนะครับ ไม่ใช่ทุก function

ตัวปุ่มกันน้ำ สามปุ่มใหญ่ด้านข้าง

ตัวปุ่มกันน้ำ สามปุ่มใหญ่ด้านข้าง

การเชื่อมต่อกับไร้สาย

หลังจากกล้องตัวที่แล้วของ Cannon ซึ่งมี Wifi เชื่อมต่อ ทำให้ สามารถโอนภาพจากกล้องเข้า smartphone ได้ ทำให้สามารถ นำไปอวดกันใน โลก Social ทันที ผมเลยคิดว่า Function นี้ เป็น Function จำเป็นของผมไปแล้ว
ทางเลือกนึงสำหรับคนที่ใช้กล้องแบบไม่มี Wifi ก็คือ ใช้ SD Card แบบที่มี Wifi ในตัว เท่าที่สอบถาม 16 GB ก็ราคาอยู่ที่ พันกว่าบาทครับ
สำหรับ Nikon AW130 ตัวนี้ ให้ wifi มาเลย แถมให้ NFC มาด้วย (อ่านเพิ่ม NFC คืออะไร)

เชื่อมต่อไร้สายแล้วได้อะไร ถามผมก็ตอบง่ายๆ ดังนี้ครับ

1. ดูภาพในกล้อง (ปกติดูจากกล้องก็ได้ แต่ ถ้าจอใหญ่ไม่สะใจ ก็เอามาดูใน tablet หรือ มือถือแทน)
2. โอนภาพที่ต้องการ เข้ามา smartphone หรือ tablet โดยดูแล้วเลือกไว้ หรือ จะโอนมาหมดเลยก็ยังได้
3. สั่งการกล้องจากโทรศัพท์ อันนี้ ถ้ามี ขา selfie ก็ใช้มือถือเป็น remote ได้เลยครับ

การเชื่อมต่อ  วิธีการไม่ยากครับ

1. ทำการ load App ชื่อว่า Wireless Mobile Utility ซึ่งมีทั้งบน Android และ iOS ลงใน smart phone ก่อน

2. กดปุ่มเชื่อมต่อไร้สาย (ปุ่มกลางที่อยู่ด้านซ้าย) ของกล้อง หน้าจอที่กล้องจะแสดง ชื่อ ID ของ กล้องขึ้นมา

3. กดปุ่ม wifi บน smartphone และ ทำการ pair โดยทำการ pair ให้ตรงกับ ชื่อ ID ของกล้อง

4. เปิด App ตัว wireless mobile utility บน smartphone โดย ให้ โปรแกรมนี้ อยู่บนจอนะครับ ไม่ใช่ เปิดแล้ว ไปเล่น facebook หรือ app อื่น การอยู่หน้าจอ จะเป็นการ active ตัว app ให้ทำการเชื่อมต่อกับกล้องอย่างสมบูรณ์

5. บนหน้าจอ smartphone จะมีคำสั่งให้เลือกสองอันคือ เป็น remote กับ การ View ภาพ

6. บนหน้าจอ กล้อง จะมีคำสั่งในการ ส่งภาพ หรือ ให้เลือก แล้ว mark เพื่อทำส่งทีละหลายๆ ภาพ

ผมจะเน้น Function ที่ผมมองว่า แปลก และ น่าสนใจก่อนนะครับ ส่วนเรื่องพื้นฐาน ก็จะเล่าหลังๆ เดี๋ยวจะมาเล่าต่อ ถึงการสั่งการด้วยการเคลื่อนไหว ซึ่งผมมองว่า เป็น Function ที่ออกแบบมาสำหรับ การผจญภัยครับ
(ยังไม่จบครับ จะมา reivew ต่อเรื่อยๆ)  เข้ามาอ่านแล้ว ลงชื่อให้ความเห็นไว้นะครับ

ขั้นตอนการจองเลขทะเบียนรถ online


คนเรามีโอกาสจองทะเบียนรถกันไม่กี่ครั้งหรอกครับ ถ้างานไม่เกี่ยวกับ sale ขายรถ
ผมเองปกติ ก็ไปจองทะเบียนที่ขนส่ง เพราะต้องการเลขที่ชอบเอาไว้ … เรื่องของเรื่องคือ ที่บ้านรถจะเลขเดียวกันหมด ต่างกันที่หมวด .. ไม่ต้องจำเยอะ

วันนี้ มีความจำเป็นต้องเข้ามาจอง ..ไปขนส่งเค้าก็บอกว่า เปิดให้จองทาง web อย่างเดียว ..

หลังขับป้ายแดงได้สักพัก เริ่มเป็นปัญหา เพราะ ชอบโดนตรวจ โดยเฉพาะ เข้าที่ทำงานนี่ ป้ายแดง จะโดนดูแลเป็นพิเศษ …แถมจอดในที่จอดประจำก็ไม่ได้ได้ เพราะไม่มี sticker ติด ..

พอรู้ว่า เข้า web ก็เริ่มเข้าเลยครับ โดยเวลาทำการ เปิดให้จองนี่ อยู่ระหว่าง 10:00 – 16:00 เข้าก่อน หรือ หลัง มันจะจองไม่ได้ ขั้นตอนมีดังนี้

1.  ก็ต้องไป ที่ web จองก่อนครับ ไปที่นี่เลย http://www.tabienrod.com/?page_id=2683
2. เลือกรายการ “ตารางจองเลข.”ก่อน http://www.tabienrod.com/m/shownumber.html   ซึ่งตารางนี้จะบอกว่า รถประเภทไหน จะเปิดให้จองเลขไหนวันไหน .. เมื่อสัปดาห์ก่อน มีให้ดู แค่หนึ่งสัปดาห์ ดังนั้น ถ้าพลาด ก็ต้องลุ้นวันจันทร์รีบมาดูอีกที เพราะเลขที่เราอยากได้ อาจจะเปิดให้จอง แค่วันเดียวในหนึ่งสัปดาห์ ผิดวัน ก็ ต้องรอไปสัปดาห์หน้า
3. ที่ web จอง ให้เลือก จองเลขทะเบียน เมื่อกดแล้ว ก็จะมีเงื่อนไข มาให้อ่าน เราต้องอ่าน และ ทำเครื่องหมาย และกดยืนยัน รับทราบ หน้าจอจะแสดง ประเภทของรถให้เลือก

4. เลือกประเภทรถ จากนั้น หน้าจอ จะแสดงแบบฟอร์มให้กรอก โดยเราต้องเตรียม เลขบัตรประชาชน และ เลขตัวถังรถ ไว้ให้พร้อม กรอกเสร็จ ก็ กดปุ่ม จอง

ขั้นตอนปกติมีเท่านี้ แต่ วันนี้ ผมมาจองเอาวันที่เพิ่ม ปรับปรุงระบบใหม่ ให้ สามารถ ดูเลขที่ เหลือ ในหมวดอื่น และ จองได้ ทำให้ internet ตอน สิบโมงเช้า มีคนเข้ามากเป็นประวัติการณ์
จากที่เข้าได้ ทีละ 500 คน ปรากฏว่า คนเข้ามาที 2,000 คน เลยทำให้ หน้าจอ เกิดคำว่า unavailable บ่อย ๆ

ผมลองอยู่หลายรอบ จนเข้าได้ .. แต่ปรากฏว่า หน้าแบบฟอร์ม ดันเพี้ยนไปอีก คล้ายๆ เวลา เรารับข้อมูลได้ไม่ครบน่ะครับ

เลยต้องโทรไปหาเจ้าหน้าที่ ขนส่ง

เบอร์กลาง 02 271 8888 โทรเข้า ต่อเบอร์ 2515 หรือ 2512
เบอร์ตรง 02 271 8705

ผมโทรไปตอนแรก ไม่ทราบเบอร์ต่อ ตัด ศูนย์ รอสาย operator แทบหลับครับ .. นานจริงๆ คนคงโทรไปเยอะ

สุดท้าย ลองจนได้เบอร์ที่ต้องการมาให้กับ เจ้าน้อง Buboo คันใหม่ เลยมาเขียน share ไว้ตรงนี้ครับ ..

เผื่อใครต้องไปจองเบอร์จะได้เตรียมตัวได้ถูก

หลักเกณฑ์การจองเลขทะเบียนรถผ่านอินเตอร์เน็ต
1. กรณีรถใหม่ ท่านต้องได้รับรถยนต์มาแล้ว จึงจะจองเลขทะเบียนได้
2. ท่านสามารถใส่เลขทะเบียนที่เปิดให้จองได้ตามตารางจองเลข ได้ครั้งละ 1 เลข และสามารถใส่เลขใหม่ได้จนกว่าจะจองเลขทะเบียนได้
3. เลขทะเบียนรถยนต์ที่ท่านจองได้ต้องนำรถมาจดทะเบียนภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่กำหนดให้จดทะเบียน หากพ้นระยะเวลาดังกล่าว สิทธิในเลขทะเบียนนั้นจะตกไป กรมฯ จะนำเลขทะเบียนรถยนต์ที่ท่านจองได้ไปจดทะเบียนให้ผู้อื่น
4. เมื่อจองเลขทะเบียนรถได้แล้ว จะสามารถจองเลขทะเบียนรถยนต์ได้ใหม่อีกครั้งหลังจาก 3 เดือน
5. เลขทะเบียนที่ท่านจองได้จะไม่สามารถยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงเป็นชื่อผู้อื่นได้
6. ข้อควรระวัง ชื่อ – นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน หากอักษร หรือตัวเลข ไม่ตรงตามบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนบริษัทไม่ตรงกับเอกสารนิติบุคคล ให้ถือว่าไม่ใช้บุคคลเดียวกัน จะไม่สามารถนำเลขไปจดทะเบียนได้
7. ให้ใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนการค้า หรือ เลขหนังสือเดินทาง ต้องติดกัน เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน 3529999227711, เลขหนังสือเดินทาง P110234 เป็นต้น
8. หากรูปแบบการใส่ ชื่อ – นามสกุล และเลขบัตร ผิดไปจากที่กำหนดให้ตกเป็นโมฆะ
9. การจอง จะเปิดให้จองเป็นแบบวันต่อวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 16.00 น. ของวัน ตามตารางจองเลข
10. คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง (1 IP Address) สามารถจองได้เลขเดียวในวันนั้นๆ
11. กรมฯ อาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการจองตามความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Fakebook หรือ Facebook ปลอม


หลายคนโดนปลอม facebook (หมายถึงมี facebook ที่หน้าตา หรือ ชื่อ เหมือนเราเป๊ะ) แต่ไม่ใช่เรามาแล้ว …
เจตนาของคนที่ทำแบบนี้ มีสองแบบ

อย่างแรก ก็พวก fanclub ครับ ทำขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมข่าวสาร ของ ดารา หรือ เซเล๊ป ที่ตัวเอง ชอบ fanclub จะได้มีที่ได้มาเม้าท์มอยกัน … อันนี้ เจตนาดี  แต่ก็ไม่ถูก เพราะ ไม่ใช่เจ้าตัวจริง
อย่างที่สอง อันนี้ เจตนาไม่ดี บางทีก็เอาไปก่ออาชญากรรม บางทีก็เอาไปใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น .. ผมเอง โดน แบบที่สองมาครับ เห็นว่า เรื่อง่นี้มีประโยชน์ ก็เลยมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกัน

วันที่ 18 Sep 2014 อยู่ดีๆ กลางดึก ผมก็ได้รับ message จากน้องคนนึงที่ผมไม่รู้จัก มาบอกว่า ผมน่าจะ โดนปลอม Facebook เข้าแล้ว

  • น้องใจดี: “คือตอนนี้หนูกำลังคิดว่าพี่โดนแอบอ้างค่ะ ปลอมเฟสพี่ ว่าแล้วก็ส่งภาพมาให้ เป็นบทสนทนาทาง line ของ น้องที่ คุยอยู่กับ “ตัวผม” ”

  • น้องใจดี: “ภาพที่ส่งไปใช่พี่เองหรือป่าวคะที่คุย ถ้าไม่ใช่พี่ระวังเสียชื่อเสียงจากการแอบอ้างนะคะ …ขอโทดนะคะที่รบกวน แต่หวังดีจริงๆค่ะ”

    แค่นั้นแหล่ะ ผมก็รู้ว่า ผมโดนเข้าแล้ว …

    พอเข้าไปดู link ก็ปรากฏว่าเป็น Facebook คล้ายของผมครับ เพียงแต่ ตัวนามสกุล นั้น สะกดต่างกันตัวเดียว  ส่วนรูป profile และ สรรพคุณต่างๆ เหมือน เปี๊ยบ

    น้องใจดี บอกว่า ตอนแรกเชื่อเลยเพราะดู profile น่าเชื่อถือ แต่ ลองมา search google ดู เลยพบว่ามี ผมตัวจริง และ มั่นใจว่า ที่คุยอยู่ตัวปลอมแน่ๆ …เลยตัดสินใจมากบอก …
    น้องบอกว่า เค้าเองเจอพวกนี้บ่อย ในวงการซื้อขายของ online ซึ่งพวกนี้จะทำตัวอยู่ต่างจังหวัด (จริงๆ อยู่หรือเปล่าไม่รู้) แล้วก็ให้ทำการ โอนเงินไป แต่น้องใช้วิธี ดูของ แลกเงิน ทุกครั้ง จึงไม่พลาดท่าโดนหลอกเอาได้ …
    เชื่อว่า ปีๆ นึงมีคนโดนคนประเภทนี้ หลอก ค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นการเอาเปรียบคนทำมาหากินเกินไป ผมเลยไม่ค่อยชอบ และ อยากเอาเรื่องนี้มา share กันครับก็ต้องขอบคุณน้องใจดี ที่ เป็นพลเมืองดีครับ เพราะ น้องเค้าเป็นธุระ แจ้งมาให้ทำให้ผมได้ดำเนินการ จัดการเรื่องนี้ครับ ซึ่งถึงตอนนี้ คิดว่าน่านำมา share ให้เป็นความรู้กัน ว่า เวลาที่เราโดน ปลอม facebook ต้องทำอย่างไร

    1. เราเองถ้ามั่นใจว่า โดนปลอมแน่ๆ ก็เข้าไปที่ link นั้น และ ทำการรายงานไปที่ facebook ว่า โดนปลอม ….(ถ้าเข้าไม่ได้ อย่าแปลกใจ เพราะส่วนใหญ่ ตัวปลอม ก็อาจจะ block ตัวคุณไว้ถ้าเค้าเคยแอบเป็นเพื่อนคุณมาก่อนโดยใช้ชื่ออื่น แล้วมาเปลี่ยนชื่อทีหลัง)
    2. ส่ง message กลุ่ม บอก เพื่อนที่เรา สนิท และ พึ่งพาได้ ….ให้ ทราบว่าตอนนี้ เราโดน ปลอม facebook แล้ว และ ให้lส่ง link ตัวปลอมให้เพื่อน เข้าไป เพื่อ ทำการรายงานไปที่ facebook  การมีคนรายงานหลายคน จะทำให้ระบบเชื่อถือมากขึ้น (อย่าลืมว่า facebook ให้ ระบบเป็นตัวจัดการ)
    3. แจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ก่อน ว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้น ….ทำไว้เป็นหลักฐานครับ อย่าหวังว่าตำรวจจะแก้ไขปัญหาให้ได้ เพราะ ตำรวจหลายท่าน มีความรู้ด้าน IT ในระดับ user เท่านั้น  การไปร้องเรียน กับ ICT ผมอ่าน web ดู พบ feedback ที่ยังเป็นเชิงลบ อยู่ …และ ยังไม่เจอ case ที่ มีการจัด ตัวคนปลอมแปลงได้จริง ผมเลยไม่ได้ไปแจ้งกับ ICT ครับ
    4.อย่า post บนหน้า Wall  ว่า โดนปลอม facebook …เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น เริ่มตอนที่ผมเริ่ม post ในหน้า wall ว่ามีคนปลอม หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เจ้าตัวปลอม เปลี่ยน รูป profile ทันที โดยไม่เปลี่ยนชื่อ ผมเลยมีสมมุติฐานว่า เจ้า ตัวปลอม มันก็อาจจะใช้อีก account นึง ปนอยู่ในบรรดาเพื่่อนๆ เรานั่นล่ะ พวกนี้เหมือน หนอนที่มุดอยู่เฉยๆ ไม่แสดงอาการ ใดๆ แค่ส่งข่าวอย่างเดียว พอมันเห็น wall ผม มันก็เริ่ม เปลี่ยนรูปทันที  ผมเข้าใจว่า การเปลี่ยนรูป แต่ ไม่เปลี่ยนชื่อ ระบบ facebook จะมองเห็นเป็นพฤติกรรมปกติของ user ที่มีการเปลียน รูป profile  ทำให้การวิเคราะห์ผิดพลาดได้   สักสองชั่วโมงต่อมา ผมไม่สามารถเข้าถึง facebook ตัวปลอมได้อีก ในขณะที่ เพื่อนบางคน ยังเข้าได้อยู่ ดังนั้น จึงเชื่อได้ว่า ผม โดน block เรียบร้อย จาก เจ้าฝาแฝด คนนี้
    5.ใจเย็นๆ …. ปกติแล้ว ระบบ Facebook  จะตอบกลับมาครับ ซึ่งในกรณีผม ระบบตอบกลับมาในหนึ่งวัน ซึ่งของผมตอบกลับมา ว่า ระบบรับคำร้องเรียนแล้ว และ ประเมินว่า ไม่ทำให้เกิดความรุนแรงกับระบบ ดังนั้นจะไม่ ลบ Account นี้  ผมเดาว่า น่าจะเกิดจากการประเมินที่คลาดเคลื่อนตามที่กล่าวไว้ (ดังนั้นไม่ควร post บอกเพื่อนบน wall เพราะนอกจาก จะได้แต่ comment กำลังใจซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา จะทำให้การจัดการ เรื่องนี้ จากระบบ ผิดพลาดด้วย)

    6. อย่าหยุด … ปกติถึงแม้ facebook จะรายงานว่า ตัดสินใจทำอะไรไปแล้ว แต่ เค้าก็จะเขียนช่องทางเอาไว้ให้อีกเหมือนกันว่า เราคิดว่าอย่างไร อย่างกรณีผม facebook ไม่ลบ Account ปลอมให้ เค้าก็ถามเราด้วยว่า เราคิดว่าเค้า “คิดผิด” มั๊ย ผมก็ตอบไปเลยว่า “เออ เอ็งน่ะคิดผิด ” แล้ว ก็เล่าให้ facebook ฟังว่า ที่ตัวปลอม ปลอมซะเหมือนขนาดนั้น เพราะ เค้า เจตนาไม่ดี ต้องการแอบอ้างชื่อ แล้ว ไปหลอกคนให้ทำการโอนเงินมา ซึ่งถือเป็น อาชญากรรมอย่างหนึ่ง ผมในฐานะ ผู้ถูกแอบอ้าง และ facebook เอง ในฐานะระบบ ถ้าไม่ทำอะไร ก็เหมือนกับ ช่วยให้เกิดอาชญากรรมนี้ ดังนั้น ให้กลับไปใคร่ครวญหน่อย ว่า เราเอง อยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยากให้มีเรื่องไม่ดีอย่างนี้ ขึ้นดังนั้น ให้ทำอะไรสักอย่างซะ …

    บรรยายแบบนี้ ผมเขียนเป็นภาษาอังกฤษนะครับ กลัว เค้าไม่มีคนแปลให้ … เหอ เหอ

    7. รอ แล้ว ก็รอ … ระหว่างนี้ ก็ให้เพื่อนเรา ที่ไม่ได้เป็นเพื่อนใน facebook ทำการเข้าไปที่ link ตัวปลอม เพื่อดูว่า มันกลับมาอีกหรือเปล่า
    งานนี้ ผมรอ ตั้งแต่ 18 Sep 14 มาวันนี้ 22 Oct 14  เดือน กว่าๆ Facebook ส่ง มาแจ้งผมว่า

    ทีมช่วยเหลือของ Facebook

    เราได้ตรวจพิจารณาข้อมูลส่วนตัวที่คุณรายงานว่าปลอมเป้นคุณ เนื่องจากฝ่าฝืน มาตรฐานชุมชน ของเรา เราจึงได้ลบออก ขอบคุณที่รายงาน เราแจ้งให้ Narong Wonggasam ทราบว่าข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาถูกลบออกแต่ไม่ได้แจ้งว่าใครเป็นผู้รายงาน

    จบข่าวครับ …  Account ปลอมโดนลบออกไป แต่ อย่าลืม ว่า คนทำตัวปลอมยังคงอยู่ อันนี้ ก็ต้องฝาก ตำรวจไทยที่เก่ง IT จัดการเรื่องนี้กันต่อครับ

กลับหน้าจอโทรเข้าสำหรับ Android


Smart phone รุ่นแรกๆ ไม่กลับหน้าจอครับ เพราะ ไม่มี sensor ที่คอยบอกว่าเมื่อไหร่เครื่องมันเอียงทางไหน

ตอนหลัง sensor ตัวนี้ ถือว่าเป็นมาตรฐานสำหรับโทรศัพท์ ดังนั้น App ต่างๆ ก็จะกลับ หน้าจอเอง โดยอัตโนมัติ

แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ ทาง ผู้พัฒนา Android ถึงยังไม่ยอมให้ หน้าจอ ตอน โทรออก กับ รับสาย กลับอัตโนมัติ เพราะมันยังคง ตั่งแบบ Portrait ตลอดเวลา

ปัญหาของผมคือเครื่องผม เวลาหนีบใช้บนรถมอเตอร์ไซต์ หรือ รถยนต์ มันจะนอนอยู่แบบ Landscape เวลาคนโทรมา มันเลยเอียง เราก็เลยต้อง เอียงหัวรับไปด้วย

สุดท้าย ได้วิธีแก้ปัญหา หลัง จากลอง app ไปหลายตัว ก็พบว่า app นี้ช่วยได้ครับ

Rotation Lock Adaptive

มี Configuration ให้ตั้งถึง แปดแบบ … ตอบโจทย์เลยครับ

windows 8.1 โดนเปลี่ยน User account


เมื่อคืนนอนไม่หลับเลยลองเล่น คอม load app ใหม่ๆ มาลง

windows 8.1 ที่ใช้ อยุ่กับ คอมที่บ้าน มันใช้ง่ายดีครับ เหมือน กับ ใช้โทรศัพท์เลย …เมื่อวานโหลดมาหลายตัว แต่จำได้อยุ่ตัวนึงที่โหลดมาแล้วมีถาม

นั่นคือ facebook ซึ่งพอโหลดมาใช้งาน การใช้ก็จะเหมือนกับที่ ใช้ใน โทรศัพท์ android นั่นแหล่ะครับ แต่ จะมีอยุ่ตัวหนึ่ง ที่ไม่เหมือนกันคือ คำสั่ง sync รูปภาพ profile กับ desktop ให้เหมือนกับ profile และ cover ใน facebook

ผมว่าเข้าท่าดี กด ยอมรับไป แล้วก็เข้านอน…

 

ตื่นเข้ามาลองเปิดคอมดู โว้ว สวยงามเลย เพราะ หน้าจอ กับ profile ตรงกับ facebook เด๊ะๆ ผมกดปุ่ม มันก็ถาม User password ผมก็กรอกปกติ เครื่องก็เข้ามาได้อย่างที่เคย แต่ไอ้ที่ไม่เหมือนเดิม คือ

หน้า desktop เปลี่ยนไป app ที่ผม load ไว้ และ จัดหน้าจอไว้เรียบร้อย หายไปหมด มีอยู่ไม่กี่ตัว เหมือน กับ เพิ่งซื้อเครื่องใหม่ๆ

ใจหายวาบ …รีบเข้าไปดู folder picture ที่เก็บรูปไว้ ปรากฏว่า ไม่เหลือ สักรูป …ตายล่ะหว่า รูปเพิ่งถ่ายมาด้วย

 

หลังจากใช้หลักตั้ง สติ ก็ เลยค่อยๆ เข้าไปดู ใน This PC แล้วเข้าไป drive C: ก็พบว่า folder ของเดิมทั้งหมดยังอยู่ครับ แต่ ว่าอยู่ใต้ตัว account เดิมนั่นแหล่ะ เพียงแต่ ตอนนี้ เราเข้าไปตรงๆ ไม่เห็นเพราะว่า ตัว account ที่เราใช้อยู่ไม่ใช่ตัวเดิมซะแล้ว (ถึงแม้ว่า จะเข้ามาด้วยรหัสเดียวกันก็ตาม)

อีกปัญหาที่ได้มาคือ เปลี่ยน keyboard เป้นภาษาไทยไม่ได้ ลองทุกวิธี แล้วก็ไม่ได้ ทั้งๆ ที่วิธีการเปลี่ยน ก็ หมูๆ เปลี่ยนแล้ว ก็ยังไม่สามารถ จะ switch ได้อย่างที่เคยเป็น

ผมเลยโทรไปที่ microsoft  ขอคำแนะนำ ซึ่ง เจ้าที่รับเรื่องก็เป็นธุระให้อย่างดี แต่ ตอบคำถามไม่ได้ ต้องให้ ช่างเทคนิคโทรมา ซึ่งคิวนัดต้องรออีก ห้าชั่วโมง ….

ผมเลยโทรไปคุยกับน้องที่ดู IT อยู่ และ เห็นพ้องกัน ว่าให้ ลอง restore ดูครับ

โชคดีที่ผมทำ restore point ไว้ เมื่อปลายปีที่แล้ว เลยวิ่งกลับไปที่จุดนั้นก่อน …. เครื่องใช้เวลาอยุ่เกือบ สิบนาที จึง restart ใหม่

 

ผลปรากฏว่า ปัญหาต่างๆ หายไป app ที่ลงไว้ หลัง restore point ก็หายไปด้วย … แต่ตรงนั้นไม่ serious เพราะทุกอย่างกลับมาดังเดิม

ดังนั้น ข้อคิดสำหรับเรื่องนี้คือ หมั่นทำ restore point เอาไว้ครับ มีอะไร จะได้กลับไปได้ ..

 

ง่ายๆ แค่นั้นครับ