Posts from the ‘ขี่มอเตอร์ไซต์’ Category

#sirenมีให้หนีลงข้าง ==========


คำเตือน : เฉพาะผู้มีความชำนาญเท่านั้น

คติเตือนใจ ประจำวันที่ 27 Dec 2017 – 2 Jan 2018

10k!
===
เมื่อเช้าจัดไป 10 กิโลครับ
ไม่ใช่การวิ่ง Jogging แต่เป็นการวิ่งนำรถฉุกเฉิน

เรื่องของเรื่องคือเมื่อเช้าตอนช่วงเวลาเร่งด่วนผมได้ยินเสียง Siren มาจากด้านหลัง
ถนน กรุงเทพฯ นนท์ ยามเช้า ช่วงใต้ MRT ใครใช้จะรู้ว่าติดสนิท ถนนสองเลน คับคั่งด้วยรถของผู้คนที่กำลังไปทำงาน มีแค่ช่องให้มอเตอร์ไซต์แทรกตรงกลางได้คันเดียว

ยังเคยคิดไว้ว่าถ้ามีคนเจ็บหนักสงสัยได้ตายคารถ เพราะติดมาก

วันนี้พอได้ยิน Siren และเห็นเป็นรถพยาบาล ผมเริ่มทำงานทันที
มือขวาเหยียดไปทำท่ายันๆ ให้รถทางขวา หันหัวเข้าด้านขวา
มือซ้ายก็ทำท่าดันๆ ให้รถหันหัวเข้าด้านซ้าย

ทำทีละมือนะครับ ไม่งั้นมีคว่ำ

สิ่งที่แปลกใจคือ รถทุกคัน”ช่วย”หันหลบให้หมด ไอ้จะจอดงงๆ หรือ บีบแตรว่า เหมือนห้าปีที่แล้วไม่มีเลยครับ

เป็นวัฒนธรรมที่ผมอยากเห็นมานานมาก และ ได้เห็นวันนี้จริงๆ

ระยะทางร่วม 10 k ผมและรถพยาบาลวิ่งฉิว ระหว่างนั้นก็มี Big Bike ทรง sport อีกคัน มาวิ่งช่วยบอก

ผมแยกกับรถพยาบาล ตรงสะพานสูง และ แยกกับ BB อีกคันตรง สถานีรถไฟบางซื่อ

ก่อนจากกัน เรายกนิ้วโป้งให้ เป็นสัญลักษณ์ของ #ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

ป๋อง นิสัยดี รุ่น 1

#sloganbiker

Advertisements

ทางชันช่วงเทศกาล ============


ผมมักเอารถไปขี่ยาวๆ ช่วงปีใหม่
ปีไหนขึ้นเหนือ และเข้าเส้นทางชัน ยอกเลยว่ามีเครียด

เพราะขาผมที่สูงพอดีเป๊ะ ถ้าเจอทางชัน และ รถเอียงผิดมุมมีหวังล้มแปะ เป็นอาแป๊ะวัดพื้น

ช่วงเทศกาลเพิ่มความเครียดด้วย ปริมาณรถที่ขึ้นไปติดบนเขา

ปีนี้ขาขึ้นโป่งแยง รถติดยาวเหยียด ต้องอาศัยแซงรถที่ติดขึ้นไป และ หลบรถที่สวนลงมา ผมเลยเรียนรู้ว่า

1.จังหวะแซงตัองเปิดไฟเลี้ยว เสมอ
2. ระวังรถที่อยู่ด้านซ้าย ให้สัญญาณแตร
3. ไม่ sure อย่าไป ตอนจอดเล็งความสูงพื้น และลงเท้า ด้านที่พื้นสูงกว่าเสมอ
4. ถ้ามีคนซ้อน บอกคนซ้อนด้วยว่าลงเท้าด้านไหน จะได้เอียงทางเดียวกัน
5. ไม่แซงช่วงโค้ง โอกาสรถสวน กินเลนมีสูง
6. อย่าแซงช่วงทางชันมาก เพราะรถขึ้นกำลังจะตก ในขณะรถสวนลง มาด้วยความเร็ว แบบนี้ เจ็บ ตายมาเยอะแล้ว อย่ามั่นใจในรถมาก
7. รถเยอะๆ อย่าคนอง คนอาจอารมณ์ หงุดหงิด เพราะรถติด ไม่มีเรื่องก็ หาเรื่องได้

เห็นว่าดี ก็เลยมา share ครับ

ป๋อง นิสัยดี รุ่น 1

#แว้นไม่ดีจะมีภัย
#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

29 hrs.


19 hrs.
=====
ผมว่ารถคันนี้มีชีวิต …
หลัง Pack ของและกำลังจะออกจาก Bat cave ที่นครชัยศรี ทุกอย่างก็ไม่ทำงาน ไม่มีแสงไฟจากหน้าปัด

ช่างเป็นการเลือกที่เสียได้ดีมาก เพราะ เสียที่บ้าน การจัดการเรื่องต่างๆ ทำได้ง่าย
ทริปปีที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ เสียแต่ละที่ เหมาะๆ ทั้งนั้น

ตั้งแต่ตีสี่วันนี้ กระบวนการแก้ปัญหาก็เกิด ความช่วยเหลือจากเพื่อนพ้อง และ Clubmoto ที่ช่วยกันหา และ แทบจะรื้อรถออกมาเพิ่อให้มั่นใจ จนในที่สุดก็พบสาเหตุ

ขอบคุณ
Por Porpower น้องปอ ส่งทีมมาช่วยแต่เช้า
คชาสันต์ แสนเสน ลุยรื้อตั้งแต่กุญแจ ยันสายไฟ ลุยรวด 12ัชั่วโมง
Nuch หาของให้ถึงสองเที่ยวแม้เป็นวันหยุด
Wuttisak Prasertsom มาช่วย มาทำ แถมได้ Versys ไปเอาแผ่นชารต์ ไปกลับ 100 โล
Aof วิ่งเอา Relay start มาให้ไกลถึง 50 km
Indy Bikeshop พี่นัท สำหรับคำปรึกษาด้านเทคนิค ไม่ให้เหลือจุดละเลย
ภูวนาถ สงวนวรรณ พี่ต๋อย ส่งความห่วงใยมาตลอด ขอโทษที่ผิดนัดที่ภูทับเบิกวันนี้ พรุ่งนี้ ผมจะไปหาที่แพร่ครับ

ทริปวันแรกเปลี่ยนทิศ จากภูทับเบิกเป็นนครชัยศรี ถึงอากาศจะดีไม่เท่า แต่ความอบอุ่นของมิตรภาพนั้นแสนประทับใจ

#2017wintertrip day1/11

2016 Winter Trip day 1


นี่ผมขับรถมาไกลถึง 690 กิโลเมตรเพื่อมาดูหิ่งห้อยหรือนี่…

ไม่ใช่หรอกครับ…นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นหรือการเดินทางวันแรกของทริปหน้าหนาวประจำปี 2016 ของผม

ปกติผมจะขี่รถอย่างนี้เป็นประจำทุกปี โดยวางแผนเดินทางแล้วก็ขี่ยาวๆเลยหลายวันเพื่อท่องไปในโลกกว้าง
…ไปดูสิ่งที่ไม่เคยเห็น
…ไปเห็นสิ่งที่ไม่เคยคิด
…พิชิตจุดหมายที่ฝันเอาไว้

ปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วครับที่ผมทำแบบนี้ และตั้งใจจะทำมันทุกปีจนกว่าจะขี่ไม่ไหว…

2 ปีที่แล้วผมเลือกที่จะท่องเที่ยวทางเหนือของประเทศไทย…ปีนี้ผมลองตั้งจุดหมายลงใต้ดูครับ

ใต้สุดที่ผมเคยไปนั้นคือประเทศมาเลเซียแต่ครั้งนี้ขอขยับไปนิดนึงคือ…สืงค์โปร์

เอาเข้าจริงๆ หลังศึกษาเส้นทางแล้วผมพบว่าการเดินทางไปยังสิงคโปร์นั้นสามารถทำได้

…แต่การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ในสิงคโปร์นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเอาเสียเลยเพราะว่า กฎเกณฑ์ต่างๆและค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงผมเลยตัดสินใจที่จะขี่รถมาสิงคโปร์โดยจอดรถไว้ที่มาเลเซียแล้วก็หาตั๋วเครื่องบินบินไป

แผนเดิมแต่แรกเนี่ยตั้งใจว่าจะประหยัดเวลาเดินทางในคืนแรกโดยการจะนั่งรถไฟขบวนพิเศษ ที่เพิ่งเปิดบริการปีนี้ เพราะน่าสนใจมาก

….นานๆ การรถไฟจะทำอะไรน่าสนใจแบบนี้ ก็ต้องไปโดนซะหน่อย

ตอนที่จะนั่งรถไฟ กะว่าได้นอนสบายๆ แล้วเอารถมอเตอร์ไซค์ขนเป็นสัมภาระมา แต่ไปไปมามา รถขบวนที่ผมจะไปนั้นมันไม่สามารถขนสัมภาระแบบมอเตอร์ไซค์นี้ได้

ส่วนรถไฟตู้ที่มีการขนสัมภาระนั้น ก็ต้องมีคนนั่งมาด้วย ซึ่งผมก็ไม่ได้อยากนั่ง

สุดท้ายก็เลยต้องเปลี่ยนแผนเป็น เดินทางเร็วขึ้นอีก 1 วัน เพื่อใช้ในการขี่ลงมาทางใต้เอง

นี่แหละครับการเดินทางวันนี้ถือว่าเป็นการเดินทางที่มีระยะทางมากที่สุดของทริปนี้ นั่นคือประมาณ 690 กิโลเมตร

ผมออกเดินทางตั้งแต่ ตี 5 จากนครชัยศรีแล้วตั้งใจว่าจะมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่สุราษฎร์ธานี ช่วงออกเดินทางเอาเข้าจริงช้าเป็นชั่วโมงครับเพราะว่าอดนอนมาหลายคืน พอเมื่อคืนนี้เลยจัดเต็มอิ่ม

แต่เมื่อออกวิ่งจริงๆก็วิ่งไล่กวดเวลาเอา เพราะ ตอนวางแผนคำนวณเวลาแบบรถยนต์ วิ่งจริง ก็เร็วกว่าหน่อย เพราะ เป็น Big Bike พอชดเชยเวลาที่หายไปได้

ออกมาจากบ้านแล้วก็เจออุบัติเหตุแต่เช้าเลยครับแต่เป็นคนอื่นเจออุบัติเหตุ Nissan skyline วิ่งชนแท่งคอนกรีตที่กำลังก่อสร้างสะพานอยู่ช่วงนครปฐมคงจะมาเร็วครับทำให้หลบไม่ทัน เลยจากนครปฐมมาก็แวะเข้าราชบุรี

ผมแวะทานก๋วยเตี๋ยวไข่ที่ราชบุรีก่อนครับร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ถือเป็นจุดเช็คอินของผมเวลามาราชบุรีเลยทีเดียวมาถึงตอนเช้าคนยังไม่เยอะเพราะร้านเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าครับ

ทานก๋วยเตี๋ยวไข่อิ่มหนำสำราญแล้วก็ตียาวไปที่อุทยานราชภักดิ์ ที่ประจวบครับ ที่นี่ผมเพิ่งมากับแก๊ง Elantra

แวะจอดถ่ายรูปสักครู่หนึ่งก็ออกมาแล้วครับเพราะว่าอากาศค่อนข้างร้อน จุดหมายต่อไปเป็นสะพานสราญวิถีที่ประจวบ

สะพานนี้เป็นสะพานที่ทอดยาวออกไปในทะเลสวยงามครับ ตอนที่มา ไม่ค่อยมีคนมากนัก อากาศเย็นเย็น ลมพัดสบาย ฟ้าครึ้ม มาถึงที่นี่แล้วอยากมาวิ่งจ๊อกกิ้งมาก

โน๊ตไว้ว่าจะต้องกลับมาวิ่งที่นี่อีกสักครั้ง…

ตอนที่มาสะพานเนี่ยตั้งใจมาสะพานก่อนแต่ มาถึงแล้วก็หิวข้าวครับเลยไปนั่งทานข้าวที่ ครัวหัวบ้านเพชรในรู ร้านอาหารเล็กๆที่เป็นที่นิยมของชาวประจวบ

อาหารเขาอร่อยจานโตราคาไม่แพง ทานข้าวเสร็จก็ออกมาเดินเล่นที่สะพานสราญวิถีเป็นการย่อยอาหาร

ตอนมาถึงนี่โดนถ่ายรูปด้วยครับโดยพระภิกษุรูปหนึ่งท่านบอกว่าท่านจะมี facebook ของท่านเหมือนกันขาใหญ่เลย ผมก็อยากดูจริงๆว่าท่านพูดอะไรบ้างใน facebook ของท่านนั้นจะไม่ได้ถามตัวเองว่าเป็นกิจของสงฆ์…หุหุ

ขี่ต่ออีก 200 กว่าโล มาที่สวนลุงดำ ที่สวนนี้กรมอนามัยเขาจัดไว้ให้เป็นสถานที่ทัศนศึกษาโดยให้ความรู้เกี่ยวกับสุขอนามัยเรื่องส้วมเรื่องขี้ เลยเป็นที่ที่น่าสนใจอีกที่นึง

ระหว่างทางมาเจอฝนครับเลยต้องใส่เสื้อกะนฝน ขี่มา เจออยู่สามระลอกตกหนักมาก .. นึกถึงตอนมาขี่กับสายใต้ ที่ยอกผมว่า “อยู่นี่ขี่รถไม่ต้องกลัวฝน เพราะ ถ้ากลัวก็ไม่ได้ขี่ ฝนแปด แดดสี่”

ไปต่อไปเดินทางอีก 200 โลมาที่สะพานศรีสุราษฎร์สะพานที่สูงที่สุดในภาคใต้เลยนะครับ เพราะมองเห็นโด่งมาแต่ไกลเลย ผมมาถึงที่สะพานนี้ตามเวลาที่จะมาถึงตอนพระอาทิตย์ตก

ตั้งใจมาดูพระอาทิตย์แต่วันนี้ฟ้าครึ้มทำให้มองไม่เห็นพระอาทิตย์อย่างตั้งใจ บรรยากาศดีมากๆครับมีคนมายืนคอยชมพระอาทิตย์ตกกันพอสมควรแล้วก็มี ชาวจักรยานปั่นกันขึ้นมาครับ ดูแล้วคงต้องปั่นกันจนน่องบวมเลยเพราะว่าสะพานสูงชันมาก

ดูพระอาทิตย์ตกจนพระอาทิตย์ไม่อยู่ให้ดูแล้วนี่ก็มาเช็คอินที่ Sucholtee ที่เป็นรีสอร์ทที่อยู่แล้วว่าสะอาดสวยงาม และไม่แพงเสนอราคาแค่ 500 บาทต่อคืนเท่านั้น มีทุกอย่างอย่างที่โรงแรมดีๆจะมีกัน

มื้อเย็นไปเดินหาของกินตรงบริเวณซอยหน้าศาลเจ้าครับของกินเยอะมาก…นึกถึงตอนไปเดินถนนคนเดินแถวทางเหนือบรรยากาศดีไม่แพ้กันแถมของกินอร่อย

เดินไปกินไปพุงจะแตก…ช่วงหลังทานอะไรนิดหน่อยก็อิ่ม

เสร็จแล้วก็ขี่รถมาที่บริเวณสถานีตำรวจน้ำซึ่งตรงจุดนั้นจะมีเรือพาไปดูหิ่งห้อยครับผม

เคยดูหิ่งห้อยที่อัมพวามาแล้วมาดูหิ่งห้อยที่นี่ต้องบอกว่าคนละบรรยากาศเลยนะครับ เรือนำเที่ยวคิดราคาเหมาเที่ยวละ 300 บาทถ้ามี 6 คนขึ้นไปก็หารออกมาได้ครับคนละ 50 เดือนลำใหญ่ไม่มีหลังคา มีชูชีพ เป็นที่นั่งชม นอนไม่ได้ เพราะฉะนั้นรับประกันได้ว่าไม่มีทางหลับเหมือนตอนไปดูที่อัมพวา เพราะที่อัมพวานั้น เอนหลังนอนได้ นอนลงไปปุ๊บก็ไม่เคยได้เห็นหิ่งห้อยเลยสักตัวครับตื่นมาอีกทีเรือจอดกับที่เดิมแล้วทุกครั้งเป็นอย่างนี้เรื่อยมา

ผมเลยมาเห็นหิ่งห้อยกันที่ สุราษฎร์เนี่ยครับต้องบอกว่าหิ่งห้อยที่มีอุดมสมบูรณ์ดีเหลือเกินเวลามาชมนี่ก็จะเห็นชัดเพราะว่าไม่มีหลอดไฟแสงสว่างจากบ้านใดๆมารบกวนที่นี่มืดสนิทครับ หิ่งห้อยอยู่เต็มต้นลำภู ส่งแสงไฟเป็นจังหวะหาคู่ ผมไม่รู้มันผสมพันธุ์กันยังไงนะครับหรือว่าแค่ปล่อยแสงมาแป๊บแล้วก็เสร็จเลย อันนี้คงต้องไปหาอ่านกันอีกที

วันแรกเดินทางท่องเที่ยวได้ประมาณนี้ เติมน้ำมันไปทั้งหมด … บาท คิดเป็น …ลิตร ระยะทาง 690 km

ราคา @27.5 บาท/liter ตกแล้ว km/liter ครับ ซดอยู่

12 Days to go… ===========


ทริปหนาว ปลายปี ตอนที่ 4

หลังเอารถเข้า ศูนย์ เปลี่ยน ของเหลว และ ผ้าเบรค เช็คพร้อม..

วันนี้เป็นวันจัดการกับ Accessories …

เหลือไม่กี่วันสำหรับทริปปลายปี… ปีนี้ ผมขี่รถน้อยกว่าปีที่แล้วอีกครับ ปีที่แล้ว ขี่ไปแค่ 12,000 เพราะ มัวแต่ไปวิ่ง

ปีนี้ วิ่งก็น้อย ขี่รถก็น้อย แต่ไปใช้เวลากับการ จัดการคอนโดที่อยู่ซะเยอะครับ

วันนี้ Check sport light และ เปลี่ยน shield หน้าที่เริ่มกรอบ …ผมกลัวไปแตกปลิวใส่หน้า ตอนขี่ใน Malay…

Shield งานไทย 1,400 ทรงเดียวกับ Givi 3,900 แตกต่างกันตรงทรง ไม่แนบกับ console นัก มีผลทำให้ Screw คลายตัวได้ วิธีแก้คือ ต้อง chim พลาสติก และ เปลี่ยน Screw ยาวแทน

ร้าน Furii Shop Part ใกล้บ้านมากครับ ไม่ถึง 2 km มีทั้งช่าง และ ของแต่ง.. เห็นน้องหลิน บริหารร้านนี้ ตั้งแต่อยู่ที่เก่า… ยังสวยเหมือนเดิม

#ทริปยาวปลายปี
#pingponglifestyle
#2016wintertrip

5″ ==


ทริปหนาวปลายปี ตอนที่ 6

NUVI 42 ตัวที่แล้วรับใช้มานานมาก…
ผมว่า 4 ปีได้ …พาน้องซีดส์ วิ่งไปมากกว่า 100,000 โลละ…

ผ่านร้อน ผ่านฝน ผ่านหนาว มาหลายฤดู…

ในที่สุดก็จากไปอย่างสงบด้วยอาการ Batt เสื่อม…

การรักษา ต้องส่งไป Taiwan ครับ อัตราค่ารักษา …น้องบอก ซื้อใหม่ดีกว่า

NUVI 57 จอใหญ่กว่าเดิม โตเป็น 5″ ราคา 4,100 บาท ซื้อ ขา Rammount อีก 550 บาท มายึดเข้ากับชุดเดิม…

แค่นี้ก็พร้อมลุยแล้วครับ

#ทริปยาวปลายปี
#2016wintertrip

2016 Winter trip


ช่วงหลายปีหลังมานี่ ผมจะจัดขี่รถทริปยาวๆ ปีละทริปครับ ..
จัดแต่ละครั้ง ก็ไปคันเดียวครับ ..นัดคันอื่นไม่ได้จริงๆ เพราะ มันเป็นการเที่ยวตามใจตัวเอง..

ปี 2016 นี่ Plan ไว้ 13 วัน หยุดตั้งแต่ ช่วง คริสมาสต์ ยาวข้ามปีไปเลย.. สูตรนี้ work เพราะ ออกเดินทางรถไม่ติด ได้ feeling การขี่รถเทียวที่แท้จริง..

เพราะวันปกติ เจอรถติดทุกวัน .. ถ้าออกช่วงเทศกาล คงไม่ต่างกันนัก.. เผลอๆ จะหนักกว่า เพราะ ระยะติดไกลกว่า

ทริปนี้ ตั้งใจไปเทีย่วถึง สิงค์โปร์ครับ .. เพราะอยากไป Universal studio เพื่อนที่ไปมา บอกว่า ต้องมาให้ได้ .. ครั้งนี้ เลย วิ่งลงใต้ แวะเรื่อยๆ กะว่า จะไปหาเพื่อนชาวต่างชาติ สองคน คือ Andy และ Chia ด้วย

สองคนนี้ คนแรก อยู่ มาเลย์ คนที่สอง อยู่สิงค์โปร์ .. ทั้งสองคนบอกว่า มีโอกาสแวะมาบ้านเขา ขอให้บอก .. ครั้งนี้ เลยว่าจะไปเยี่ยม

ทริปนี้ ก่อนออกเดินทาง ระบบไฟในรถผมแปลกๆ คือ วิ่งๆ แล้ว Batt หมด ต้อง เข็น ต้อง พ่วง .. เลยส่งให้ ศูนย์ตรวจเช็ค อย่างละเอียด ศูนย์ส่งกลับมา พร้อมบอกว่า ตรวจสอบ ระบบ Charge และ ฺBattery แล้ว ไม่เป็นไร .. ผมจึงเตรียมรถออกมาอย่างมั่นใจ

ที่ไหนได้ แค่วันที่สองของการเดินทาง ผมก้เจอ เรื่องยุ่งๆ กับรถผมซะแล้ว .. การตัดสินใจ เดินทางต่อในต่างแดน อีก 11 วัน พร้อมกับ รถที่มี ปัญหา เป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจ ยากมาก

ถ้ายกเลิก ทริปนี้ ก็ พัง .. ที่พักที่จองไว้ ทั้งหมด คงเสียฟรี นั่นไม่สำคัญเท่าความตั้งใจที่อยากทำให้สำเร็จ ..

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผมจะผ่าน ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร .. ได้บันทึกไว้ใน album ภาพ พร้อมเนื้อเรื่อง คำบรรยาย รูปแต่ละรูป ตลอด ทริปนี้ ไว้ครับ ..

ตั้งใจเก็บไว้ ดู ตอนที่อายุเยอะๆ และ ขี่รถไม่ไหวแล้ว.. แต่ เห็นว่า เอามาแบ่งปัน ให้ คนอื่นดูน่าจะดี ..

อ่านแล้ว แล้ว ก็ แชร์ เขีนน comment ไว้ หน่อย ครับ เผื่อ มีเรื่องได้คุยกัน

Day 1 กับการขี่ยาวๆ ฝ่าฝน ลงใต้
https://goo.gl/Xv4afE

Day 2 คีรีวง กับ เรื่อง Surprise บนขุนเขา
https://goo.gl/kYucbc

Day 3 น้ำใจจาก มิตร เก่า และ มิตรใหม่ พร้อมกับ การตัดสินใจสำคัญพุ่งทะยาน ข้ามสะพาน สู่ เกาะ ปีนัง
https://goo.gl/zqdx7R

Day 4  ตื่นมาที่ปีนัง..  มุ่งสู่ KL
https://goo.gl/ToVF1i

Day 5 เจอเพื่อนเก่า ที่ Singapore

https://goo.gl/EU7HgE

Day 6 กลับมาเป็นเด็ก ที่ Universal studio
https://goo.gl/w7NELN

Day 7  ตะเวณกิน 

https://goo.gl/rdWezu

Day 8  การเดินทางอันยาวนาน จาก Singapore มา Malaysia 

https://goo.gl/2xkqo5

Day 9  Countdown กลางหาด ที่ลังกาวี 
https://goo.gl/L3q4Bc

Day 10 กับความเสียว ในจุดที่สูงที่สุด ของลังกาวี และ สะพานเสาเดี่ยว ความเสียวที่ 1 ของโลก
https://goo.gl/fZLGdN

Day 11 หาดใหญ่  แวะตรัง ก่อน จอดที่สุราษฏร์  กับการฝ่าพายุฝน

https://goo.gl/FTxt1M

Day 12  อิ่มอร่อย ที่สุราษฏร์ แล้ว นอนแช่น้ำร้อนที่ ระนอง

https://goo.gl/2pdmqU

Day 13  วันสุดท้าย กับ เรื่อง surprise ก่อนถึงกรุงเทพฯ 200 km
https://goo.gl/uFGhEb

15585025_10154788747499326_6465092121465976352_o.jpg