Posts from the ‘ของเล่น’ Category


เมื่อวานนี้เอาน้องบูบู้ Buboo รถ Hyundai Elantra ของผมมาทำการทดสอบวิ่ง ขอนแก่น นครปฐม ..

ผมวิ่งตั้งแต่ บ่ายโมง มาถึงบ้านเอาสี่ทุ่ม ขับอยู่ 8 ชั่วโมง .. !
เทียบกับตอนที่ผมเอา Toyota Corona 2.0  วิ่งถึงบ้าน ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 12 นาที เอง .. มันเป็นไปได้อย่างไร ..

เทคโนโลยี ยี่สิบปี ที่แล้ว (จำได้ว่าตอนนั้น Hyundai ยัง ต้อง ใช้เทคโนโลยี เครื่องจาก Mitsubishi) อยู่เลย ของ Toyota ยังเหนือกว่า Hyundai ตอนนี้ อยู่เลยหรืออย่างไร?

ผมเล่าความรู้สึกในการขับ Buboo คันนี้ของผมก่อนดีกว่าครับ

buboo

ผมออกจากขอนแก่น หลังทำธุระเสร็จ ดูที่เกจ น้ำมัน น้ำมันมีประมาณครึ่งถัง ..  เที่ยวกลับนี่ มีผู้โดยสารนั่งมาด้วยอีกสองคน กับสัมภาระ เต็มท้ายรถ

ผมออกตัว วิ่งออกมาถนนโล่งๆ วันนี้ ต้องรีบครับ เพราะเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว (เมืองไทย วันหยุดยาว บ้อยบ่อย .. เหมาะกับการพักผ่อนของลูกจ้างมาก แต่ นายจ้างอาจจะไม่ชอบ) ตัวรถพุ่งทะยานออกไป รู้สึกถึงอัตราเร่งที่ทำให้หลังแนบกับเบาะ

อัตราเร่งของ Elantra ตอนที่ผมไป Test drive ผมเฉยๆ รู้สึกว่าเครื่องมันเหมือนจะอืดๆ ด้วยซ้ำ แต่ขับไปสักพัก ดูเหมือน รถมันดูกระฉับกระเฉงขึ้น
ผมเข้าใจเอาเองว่า การเผาไหม้ กับ การส่งกำลัง อาจมีการปรับ ตามพฤติกรรมคนชับ ครับ ถ้าขับช้าๆ รถก็จะช้าๆ จิบน้ำมันน้อยๆ แต่ถ้า คนขับเท้าหนัก มันก็จะปรับให้ ดุมากขึ้น .. ผมเจอ แบบนี้กับรถหลายๆ คัน

เทียบดูอัตราเร่งแล้ว Elantra สร้างความสนุกในการขับให้ผมไม่น้อย ทำให้ผมหันมาสนใจการขับรถ หลังจาก หลงไหลกับอัตราเร่งของ Big Bike มาพักใหญ่ๆ

ผมเทียบแรงม้า กับ Accord คันเก่าของผม ม้าเท่ากันเด๊ะ แต่ เครื่อง Elantra เล็กกว่า  น้ำหนักน้อยกว่า เวลาวิ่งมันพุ่งดีกว่า.. จนบางทีรู้สึกว่า มันพุ่งมากไปหรือเปล่า

อัตราการกินน้ำมัน แล้ว แต่ น้ำหนัก เท้าเลยครับ วิ่ง highway ถ้า เอาแข่ง eco วิ่งสัก 60-80 km/hr ก็ จิบๆ เลย .. ผมเคยเห็นมัน มากกว่า 20 km/liter เลยครับ แต่ ถ้า กดลงไป วิ่งสัก 120 ตัวเลข ก็เห็นอยู่แถวๆ 16 km/liter

แต่อย่าเผลอเหยีบเชียว เพราะ เหยียบปุ๊บ ตัว consumption rate จะต่ำกว่า 10 km/liter ทำให้ ตัว เฉลี่ย อาจตกมา อยู่แถว 14-15 km/liter ได้

ค่าขนาดนี้ ผมโอเคนะครับ .. ไม่ได้ ขับ eco car นี่ . นี่มันกึ่งๆ  sport ด้วยซ้ำ

1517441_10152909879919326_3556795440385821596_n

สำหรับการควบคุม ระหว่างขับ ถนนเส้นขอนแก่น มีการทำถนน หลายจุด บางจุด ก็มีการลาดยางเป็นสันขั้นมา การควบคุม ยังทำได้ปกติ ระบบปรับพวงมาลัยให้หนักเบา ของ Elantra ตัวนี้  ทำให้ผมได้ปรับเล่นไปที่ Sport ที่ทำให้ น้ำหนัก หนักขึ้นอีกหน่อย

พูดถึง flex steer ผมแนะนำไม่ให้ปรับที่ comfort นะครับ มันไวไป เดี๋ยวเผลอกระตุก ตอนมีอะไรตัดหน้า จะพลอยได้ใช้งานระบบ ESP เปล่าๆ
(ESP คือ ระบบช่วยให้รถไม่ปัดเสียการทรงตัว เคยเขียนไว้ ใน web ของ Elantra ครับ สนใจลองไปอ่านดู
http://www.elantraclubthailand.com/index.php/topic,184.0.html )

ช่วงล่างเวลาเจอ ถนนไม่เท่ากัน มีดิ้นแปลกๆ อาการ เหมือน ล้อกับ ตัวรถมัน พยายามเป็นส่วนเดียวกัน ทำให้ ล้อที่ต้องเปลี่ยนมุมสัมผัส กับ ถนน ส่งผลมาถึงตัวถัง ผมเอง แรกๆ ไม่ค่อยคุ้นครับ ตอนนี้คุ้นแล้ว แต่ ก็ รู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่ดี ..
แต่ถึงแปลก ก็ไม่ได้รู้สึกว่า มันไม่ปลอดภัยนะครับ เพราะ อาการแบบนี้ พบได้กับรถที่ทำการ load ตัว สปริง เพียงแต่ไม่คิดว่า จะมาเจอในรถ บ้านซีดานแบบตัวนี้

ขับเที่ยวนี้ ผมใช้ cruise control ตลอดครับ มันใช้ง่าย และ ตอบสนองได้ดี อย่างขากลับ ผมตั้งใจว่า ทำเวลานิดๆ แต่ไม่อยากให้มัน สูบ น้ำม้นมาก ก็เลย วิ่งมาที่ 120 km/hr แล้วก็ กด ปุ่ม Cruise ให้ไฟติดที่หน้าปัด แล้วก็ กด set ที่พวงมาลัย เครื่องก็จะจำค่าความเร็วนี้ไว้ แล้ว จะสั่งให้รถวิ่งเท่านี้ตลอด

การใช้ cruise ให้ระวัง ตอนขึ้นสะพาน ถ้าเห็นมีรถบนสะพานเยอะ ให้ ปลดระบบครับ ทำได้ทั้ง กดปุ่ม cruise หรือ แตะ เบรคเบาๆ ระบบจะกลับมาสู่ manual ทันที …ที่แนะนำแบบนั้น เพราะ ตอนขึ้นสะพาน มันจะเป็นทางชัน ปกติ เครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้น ดังนั้น มันจะ เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ และ เร่งรอบเครื่อง เพื่อ คงความเร็วให้คงที่ครับ

ที่มันอันตรายเพราะ รถชาวบ้านจะวิ่งช้าลง มันจะไป จิ้มตูดเขาเท่านั้นเอง

ผมขับมาเรื่อยๆ ครับ แต่ ต้องบอกว่า ขับได้สนุกสนานดี หากแต่ สภาพจราจรที่รถเยอะมาก ทำให้ ช่วงที่เป็นโค้ง สวยๆ แถว ลำตะคอง หรือ แก่งคอย รถติดระนาว อดขับตามโค้ง เลย

ตกลงสู้ Toyota เมื่อยี่สิบปีก่อนไม่ได้เหรอ

ไม่่ใช่แบบนั้นหรอก ผมว่า รถมันขับดีกว่า 20 ปีก่อน เยอะ แต่ สภาพถนน และ จำนวนรถ ปัจจุบันนี่ซิ โดยเฉพาะ ตอนช่วงเทศกาล รถขับดีขนาดไหน ก็ยัง เล่นเอา ซะปวดหลัง

ตอนนั้น ที่วิ่ง 4 ชั่วโมง 12 นาที นี่ ผมเหยียบมาสัก 175 km/hr แทบตลอดทาง มานึกดูตอนนี้ ก็รู้สึกตัวเอง บ้าๆ ทำไปได้อย่างไร คงจะเป็นเพราะ ถนนมันมันโล่งมากจริงๆ และ สมัยนั้น ขับไปทุกอาทิตย์ครับ เรียกได้ว่าคุ้นเส้นทาง จนจะจำหลุมได้ทุกหลุมละ เลยประมาทไปหน่อย

แต่ถ้าถามว่า ให้ เอา elantra มาวิ่งทำเวลาแบบนี้ เอามั๊ย ผมคงตอบทันที ว่าไม่เอา .. เพราะ ปัจจุบัน ปัจจัยให้เกิดอุบัติเหตุ เยอะมาก ..

เก็บเวลา และ ร่างกาย ไว้หาความสุข บนโลกใบนี้ดีกว่าครับ เพราะยังมีสิ่งดีๆ รอให้เราชื่นชมอยู่ครับ

ใครที่สนใจ Elantra อยู่ก็ ไปลองขับดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า มันเป็นอย่างผมว่าจริงๆ หรือเปล่า

…จริง ไม่จริง ก็ มาบอกกันมั่งนะครับ

 

Advertisements

Review Nikon AW 130 กล้องกันน้ำ 30 เมตร


หลังเจ้า Cannon A110 ของผมจากไปอย่างสงบ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องมาจากเอามาถ่ายภาพ ตอนไปเที่ยวน้ำตก แล้วฝนดันกระหน่ำลงมา จนซุกยังไงก็เปียก .. ทำให้เจ้า shutter มันวิ่งแบบมีชีวิตทุกครั้งที่เปิดกล้องทำงาน..
อาการ shutter รวนคราวนี้ ทางศูนย์ บอกว่าค่าเยียวยา สูงถึง 6,000 กว่าบาท เทียบค่าตัวแกะกล่องแล้วต่างกันไม่มาก ผมเลยต้องตัดใจกลายร่างกล้องเป็นที่ทับกระดาษไป

คราวนี้เลยระบุ spec แบบว่า เอาให้ sure เรื่องน้ำไปเลย โดยไปโพสถามใน facebook ได้ข้อมูลมาหลายรุ่น แต่สะดุดตาเอารุ่นนี้คือ Nikon AW 130 กล้อง compact หน้าตาสี่เหลี่ยม ที่ผมมองแว๊บแรกก็รู้สึกเหมือนอุปกรณ์ที่ใช้ใต้น้ำในทันที เพราะ รูปแบบของปุ่มต่างๆ ออกแบบมาให้กันน้ำได้ เพราะ ชีวิตหลังๆ ของผมจะโลดโผนเยอะ
Nikon Coolpix AW130 Specification

  • เซนเซอร์ CMOS ขนาด 1/2.3″ ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • ISO 125-6400
  • เลนส์ซูมออฟติคอล 5x ระยะ 24-120mm f/2.8-4.9
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพต่อวินาที
  • จอแสดงผล OLED ขนาด 3.0″ ความละเอียด 921,000 พิกเซล
  • ถ่ายวิดีโอ Full HD 1920×1080 ที่ 60i, 50i, 30p, 25p
  • มี Wi-Fi และ NFC ในตัว
  • มี GPS ในตัว พร้อมแผนที่ในตัวและฟังก์ชั่น Point of Interest(POI)
  • กันน้ำลึก 30 เมตร ทนอุณหภูมิได้ -10 องศาเซลเซียส ทนการตกจากที่สูงได้ 2.1 เมตร
  • หน่วยความจำในตัว 473MB
  • ใช้แบตเตอรี่ EN-EL12
  • น้ำหนัก 221 กรัม

สารภาพตามตรงเลยว่านี่เป็นกล้อง Nikon ตัวแรกของผม หลังจากใช้ Cannon ท้้งกล้องเล็กกล้องใหญ่มาหลายตัว ่ลุยไปทุกๆ ที่ ก็ต้องบอกว่า ทนใช้ได้ จนกระทั่งมาเจอเรื่องน้ำนี่แหล่ะ ที่ทำให้ ต้องมองหาสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์ ดังนั้น สิ่งที่มองหาก็ต้องเน้นทนทาน ทั้งเรื่องกระแทก และ กันน้ำ เพราะไม่มีปัญหาจะซื้อกล้องใหม่บ่อยๆ  ทีนี้เวลาซื้อกล้อง สิ่งที่จะทำการเปรียบเทียบก่อนก็คงจะเป็นพวก function ต่างๆ ดูเร็วๆ ก็พบว่า ตัวกล้องรุ่นนี้ มี mode ในการถ่าย และ แต่งภาพ build in เอาไว้ พอสมควร เดี๋ยวตอนใช้งาน คงจะดูกันละเอียดต่อไป

กล้องตัวใหม่สำหรับการผจญภัยของผม

กล้องตัวใหม่สำหรับการผจญภัยของผม

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจในเรื่องของความทนทาน ต่อการใช้งาน ที่เป็นสิ่งที่ผมต้องการเป็นอันดับแรกดูก่อน

เรื่องของการกันน้ำ มีการบอกไว้ว่า สามารถกันน้ำได้ลึก 30 m

เรื่องของการทนต่อการหล่น บอกไว้ว่า สามารถทนต่อการหล่นจากที่สูงได้ 2 m

มาทำความเข้าใจกันทีละเรื่องก่อน

เรื่องกันน้ำ ตัวกล้องออกแบบด้วยค่า IP68 แสดงว่า กันน้ำระดับ 8 และ กันฝุ่น ระดับ 6 ทำให้ถ่ายใต้น้ำได้ลึก 30 m เป็นเวลา 60 นาที ถ้าลึกหรือนานกว่านั้นที่ความลึก 30 m โอกาสน้ำเข้าจะมี

เท่าที่ดำมา 30 m นาหนึ่งชั่วโมง ก็ไม่ใช่การดำน้ำธรรมดาแล้วล่ะครับ เพราะถ้า open water ปกติก็ดำกัน ไม่เกิน 18 m

ถ่ายภาพใต้น้ำสวยๆ

ถ่ายภาพใต้น้ำสวยๆ

แต่การใช้งานไม่ได้บอกว่า จะรับประกันทุกกรณีการใช้นะครับ เพราะ ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า

1. ห้ามดำลึกกว่า 30 m

2. ห้ามใช้งานต่อเนื่องใต้น้ำนานกว่า 60 นาที

3. ช่วงอุณหภูมิใช้งาน 0-40 C

4. ห้ามใช้งานที่น้ำพุร้อน

5. ห้ามเปิดฝาขณะอยู่ใต้น้ำ (อันนี้ควรรู้อยู่แล้ว)

6. ห้ามให้กล้องรับแรงกระแทกขณะใช้งาน  อย่ากระโดดลงน้ำพร้อมกับกล้อง หรือ ให้กล้องอยู่ในสภาวะที่น้ำมีแรงดันสูง ดังนั้น ค่อยๆ หย่อนลงหรือ กันกล้องดีๆ ตอนโดดลงน้ำ (Giant strike)

7. กล้องไม่ลอยน้ำ เมื่อเทียบกับ กล้องที่ใส่ housing แล้ว กล้องจะจมเร็วกว่า ดังนั้น ระวังด้วย

เรื่องการกันกระแทก การกันกระแทกนี้ ทำการทดสอบใน lab ของ Nikon เอง โดยให้ตกจากความสูง 210 cm บนไม้อัดหนา 5 cm อันนี้ Nikon ไม่ได้คิดเอง แต่ เป็นไปตาม มาตรฐาน MIL-STD 810F Method 516.5-Shock ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบของกระทรวงกลาโหมของ USA
โดยการทดสอบนี้ จะเป็นการปล่อยกล้อง 5 ตัวลงมาด้วยทิศทางต่างๆ 26 ท่า (ขอบ 8 มุม 12 และ ด้าน 6 ท่า) จากความสูง 122 cm โดยดูว่า กล้อง 1-5 ตัวต้องผ่าน ถ้ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น กล้องอีกห้าตัวจะถูกส่งมาทดสอบ เพื่อให้มั่นใจว่า 1-5 ตัว ผ่านการทดสอบ

ขนาดและการจับ เรื่องนี้ จำเป็นสำหรับผมมาก เพราะว่า ผมใช้งานทั้งขี่มอเตอร์ไซต์ และ ดำน้ำ ซึ่งใส่ถุงมือทั้งคู่ ชนาดกล้องประมาณ 110.4, x66.0, x26.8 มม. (4.4, x2.6, x1.1 นิ้ว)  ตัวเครื่องมี หูสำหรับ ร้อยเชือกห้อยคอ ซึ่งใช้งานจริง ผมคงต้องใส่ เชือกที่เป็นห่วงคล้องมือด้วย เพราะ ใช้บ่อยกว่า

เทียบขนาดเมื่อถือด้วยมิอข้างเดียว เพราะหลาย shot ผมต้องถ่ายตอนขี่มอเตอร์ไซต์

เทียบขนาดเมื่อถือด้วยมิอข้างเดียว เพราะหลาย shot ผมต้องถ่ายตอนขี่มอเตอร์ไซต์

ตัวกล้องลื่นๆ แต่มี Grip สำหรับ จับด้วยมือขวา แน่นหนาทะมัดทแมง ปุ่มกดแต่ละปุ่มต้องออกแรงกด โดยทำปุ่มที่ใช้งานบ่อย มาให้ที่ด้านซ้ายของกล้อง ที่เป็นปุ่มใหญ่สามปุ่ม
สามปุ่มนั้น มีหน้าที่ดังนี้
ปุ่มบนสุด เป็นการเข้าสู่ แผนที่ Digital ที่ติตตั้งไว้ในเครื่อง และ สามารถแสง เข็มทิศ ได้ด้วย เรียกได้ว่า ไม่ต้องกลัวหลง
ปุ่มกลาง เป็นการจัดการเกียวกับ เรื่องการเชื่อมต่อ WiFi ไว้ ใช้งานแล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ
ปุ่มล่าง เป็นการสลับโหมดการทำงานจากการกดปุ่มเป็นแบบสั่งการด้วยการเคลื่อนไหว เช่น สั่น หรือ เอียงเครื่อง ซึ่ง ในแง่ของ Adventure คิดว่า mode นี้ จำเป็นครับ แต่ สั่งด้วยการเคลื่อนไหวแบบนี้ จะได้เป็นบางอันที่ใช้บ่อยนะครับ ไม่ใช่ทุก function

ตัวปุ่มกันน้ำ สามปุ่มใหญ่ด้านข้าง

ตัวปุ่มกันน้ำ สามปุ่มใหญ่ด้านข้าง

การเชื่อมต่อกับไร้สาย

หลังจากกล้องตัวที่แล้วของ Cannon ซึ่งมี Wifi เชื่อมต่อ ทำให้ สามารถโอนภาพจากกล้องเข้า smartphone ได้ ทำให้สามารถ นำไปอวดกันใน โลก Social ทันที ผมเลยคิดว่า Function นี้ เป็น Function จำเป็นของผมไปแล้ว
ทางเลือกนึงสำหรับคนที่ใช้กล้องแบบไม่มี Wifi ก็คือ ใช้ SD Card แบบที่มี Wifi ในตัว เท่าที่สอบถาม 16 GB ก็ราคาอยู่ที่ พันกว่าบาทครับ
สำหรับ Nikon AW130 ตัวนี้ ให้ wifi มาเลย แถมให้ NFC มาด้วย (อ่านเพิ่ม NFC คืออะไร)

เชื่อมต่อไร้สายแล้วได้อะไร ถามผมก็ตอบง่ายๆ ดังนี้ครับ

1. ดูภาพในกล้อง (ปกติดูจากกล้องก็ได้ แต่ ถ้าจอใหญ่ไม่สะใจ ก็เอามาดูใน tablet หรือ มือถือแทน)
2. โอนภาพที่ต้องการ เข้ามา smartphone หรือ tablet โดยดูแล้วเลือกไว้ หรือ จะโอนมาหมดเลยก็ยังได้
3. สั่งการกล้องจากโทรศัพท์ อันนี้ ถ้ามี ขา selfie ก็ใช้มือถือเป็น remote ได้เลยครับ

การเชื่อมต่อ  วิธีการไม่ยากครับ

1. ทำการ load App ชื่อว่า Wireless Mobile Utility ซึ่งมีทั้งบน Android และ iOS ลงใน smart phone ก่อน

2. กดปุ่มเชื่อมต่อไร้สาย (ปุ่มกลางที่อยู่ด้านซ้าย) ของกล้อง หน้าจอที่กล้องจะแสดง ชื่อ ID ของ กล้องขึ้นมา

3. กดปุ่ม wifi บน smartphone และ ทำการ pair โดยทำการ pair ให้ตรงกับ ชื่อ ID ของกล้อง

4. เปิด App ตัว wireless mobile utility บน smartphone โดย ให้ โปรแกรมนี้ อยู่บนจอนะครับ ไม่ใช่ เปิดแล้ว ไปเล่น facebook หรือ app อื่น การอยู่หน้าจอ จะเป็นการ active ตัว app ให้ทำการเชื่อมต่อกับกล้องอย่างสมบูรณ์

5. บนหน้าจอ smartphone จะมีคำสั่งให้เลือกสองอันคือ เป็น remote กับ การ View ภาพ

6. บนหน้าจอ กล้อง จะมีคำสั่งในการ ส่งภาพ หรือ ให้เลือก แล้ว mark เพื่อทำส่งทีละหลายๆ ภาพ

ผมจะเน้น Function ที่ผมมองว่า แปลก และ น่าสนใจก่อนนะครับ ส่วนเรื่องพื้นฐาน ก็จะเล่าหลังๆ เดี๋ยวจะมาเล่าต่อ ถึงการสั่งการด้วยการเคลื่อนไหว ซึ่งผมมองว่า เป็น Function ที่ออกแบบมาสำหรับ การผจญภัยครับ
(ยังไม่จบครับ จะมา reivew ต่อเรื่อยๆ)  เข้ามาอ่านแล้ว ลงชื่อให้ความเห็นไว้นะครับ

Hybrid plug in


Volvo เป็นอีกสินค้าหนึ่งของชาว Sweden ที่คนไทยเชื่อว่าเป็นรถยนต์ทีมีการออกแบบด้านความปลอดภัยที่ดี

ปัจจุบัน Volvo มีการออกแบบพัฒนา ภายในรถยนต์ได้น่าใช้มาก โดยที่เพิ่มในเรื่องของการจัดการพลังงาน และ ความปลอดภัยในการใช้งานเข้าด้วยกัน

ในเมืองนอก นั้น รถยนต์ที่มีการใช้พลังงานจาก Battery จะจะมีอยู่สองแบบคือ

แบบ Hybrid คือ การขับเคลื่อน ด้วย เครื่องยนต์ ผสมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า จาก Battery

แบบ Hybrid + Plug in เหมือนแบบข้างบน แต่ กำลังไฟฟ้า ที่ป้อนให้ Battery สามารถเสียบปลั๊ก เติมไฟได้ด้วย นั่นหมายถึงว่า ถ้าต้องการวิ่งด้วย ไฟฟ้าอย่างเดียว ก็สามารถทำได้ หมดแล้วก็เติม

เมืองไทย ตอนนี้ ยังไม่มี Plug in ใช้ครับ ซึ่งถ้าเริ่มมี เราจะเห็นตามปั๊มน้ำมันจะมี ช่องให้ พ่วงไฟ อยู่ใกล้ๆ ก็เป็นได้

ปัญหา เครื่องเล่น Bluray LG BD 660 ไม่อ่านแผ่น


ซื้อเครื่อง Bluray  ตัวนี้เพราะ อยากเล่น 3 D ได้ครับ เลยจัดมาเข้าชุดกับ LCD 47 นิ้ว ตัวใหม่

เล่นมาได้ประมาณ เก้าเดือน สังเกตว่า แผ่น 3D ที่ซื้อมา จะอ่านไม่ได้ …(แผ่นที่ว่าซื้อมาจากแถวๆ ย่าน สะพานเหล็ก ปกติ ก็อ่านได้ปกติ)

ผมเอาแผ่นไปเปลี่ยนที่ร้าน อยู่หลายรอบเพราะเข้าใจว่าเป็นที่แผ่น แต่ตอนหลัง ลอง ทดสอบกับเครื่องเล่นของทางร้านดู พบว่า เล่นได้ แต่ พอเอามาเล่นกับเครื่องเรา กลับเล่นไม่ได้ ดังน้้นปัญหาอยู่ที่เครื่องเราแน่นอน

 

 

เข้าใจว่าเป็นที่ software เพราะแผ่นอื่นๆ โดยเฉพาะ 2D ก็เล่นได้ เลย ให้เวลา นักพัฒนาเค้า ไหวตัว ทำตัว firmware ใหม่ออกมาให้ download กัน เลิกซื้อแผ่นมาดู อยุ่สามเดือน…

ลองเข้าไปดู update โดยผมจะต่อ net เข้าเครื่อง แล้วเครื่องจะทำการเช็คได้ ซึ่งปกติ จะบอกว่ามี firmware ใหม่มา หรือ ยัง คราวนี้ นอกจากจะไม่บอกว่ามีหรือไม่มี แล้ว ยังค้างอยู่หน้า การเช็คนั้น ไม่เลิก…
ผมลองเปิดให้มันเช็คอยู่ตลอดคืน ก็ไม่หายค้าง (แต่กดออกจากหน้าจอนั้นได้) เลยคิด่วาถึงเวลาต้องคุยกับช่างแล้ว

 

โทรไป LG Call center  02-8785757 เจ้าหน้าที่ ดีเหลือหลาย บอกว่าให้เอาเครื่องไปทำการ up firmware ที่ศูนย์บริการ ตรงตากสิน

 

ผมวิ่งจากนนทบุรี เอาเครื่องไปให้ พอน้องเค้ารับเรื่องเค้า ก็ให้ช่างดูให้เลย …เร็วจริงๆ

ช่างแจ้งผมทันทีว่า วันนี้ ท่าทางจะไม่ทัน เพราะ ไม่มี firmware ซึ่งต้องทำการ download ใหม่ ใช้เวลา …( เริ่มงงเล็กน้อยกับความพร้อม แต่ ก็ไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจ)

ผมเป็นห่วงว่าช่างจะทดสอบไม่ละเอียด เลย วิ่งไปซื้อแผ่น 3D Bluray จากร้านมาให้ ลอง (เล่นที่ร้านได้ แต่ มั่นใจว่าเล่นกับเครื่องผมไม่ได้แน่ๆ ) มาถึงช่างลองแผ่นดังกล่าวดู ปรากฏว่าเครื่องผมเล่นไม่ได้ แต่ เล่นจากเครื่องอีกเครื่องทีมีอยู่ได้ … แสดงว่า เครื่องผมน่าจะมีปัญหา จริงๆ

ช่างรับไว้ บอกว่า พรุ่งนี้น่าจะได้

วันรุ่งขึ้นผมโทรตาม ช่างบอกว่า ลอง firmware แล้วไม่หาย สงสัยจะเป็น ที่หัวอ่าน จะทำการ เปลี่ยนหัวอ่านดู … ผมฟังแล้วก็ OK แต่พอช่างบอกว่า

“หัวอ่านต้องเบิกครับ น่าจะอาทิตย์หน้า … ” ผมเร่ิ่ม งงอีก กับความพร้อมของการซ่อมที่นี่ .. แต่ ก็ต้องยอมเพราะ ไม่มีทางเลือก

 

รอประมาณอาทิตย์ ผมโทรไปความคืบหน้า ช่างบอกว่า .. สงสัยจะเป็นที่ main board …ผมนึก นี่ไล่จนเกือบจะครบแล้ว

“เปลี่ยน หัวอ่านดูแล้วเหรอครับ ” ผมถามเพราะหัวอ่านมาอาทิตย์นึง

“หัวอ่านไม่เสียครับ Trainer บอกว่า ไม่เกี่ยวกับหัวอ่าน” จากคำตอบ ผมฟังเหมือนกับไม่ได้ลองทดสอบหัวอ่านใหม่ด้วยซ้ำ เพราะ อย่างผม ก็มองว่า มันอ่านแผ่นอื่นได้ มันก็ไม่ควรจะเสียอยู่แล้ว แต่ ก็ต้องฟังช่าง LG เค้า วิเคราะห์ก่อนครับ

“แล้ว ลองเปลี่ยน main board หรือยังครับ ” ผมถาม และเดาๆ คำตอบ ที่จะได้ ซึ่งก็ใช่จริงๆ

“Main board” ต้องเบิกครับ ศูนย์เราอยู่ที่ระยอง ต้องรอ อาทิตย์หน้า …    ” ฟังแล้วเหมือนมีตาทิพย์ เดาได้แม่นจริงๆ  แต่ ก็ทำอะไรไม่ได้

 

ผมรออยู่อีกอาทิตย์ ทีนี้ ช่างโทรมาเองเลย ..

“พี่ครับ ผมคิดว่าเป็นที่ software ครับ ตอนนี้เรากำลังติดต่อ กับทาง programer ที่ อินโด ให้แก้ไข ทางโน้นให้ส่งตัวอย่าง แผ่น ไปให้ดู” … ชางบอก

“พี่ซื้อแผ่นที่ไหนครับ ..เราจะไปซื้อส่งให้อินโด เค้าแก้ไข” ช่างแสดงความรับผิดชอบ แต่ ผมฟังแล้ว งง

“แผ่นที่ผมซื้อให้ กะให้พี่ลองอยู่แล้ว เอาของผมส่งไปก็ได้ครับ แต่ อย่าให้แผ่นเป็นรอยเสียกลับมา” ผมบอก อยากให้ เรื่องนี้จบเร็วๆ

“นั่นแหล่ะครับ ทางเราไม่อยากแตะต้องแผ่นลูกค้า ดังนั้น พี่่ช่วยบอกผมหน่อยว่า แผ่นซื้อที่ไหน ทางเราจะได้ไปซื้อ ” ช่างยัง ยืนยัน วิธีเดิม ผมนั่งนึก แค่หาอะไหล่ซอมที่ตัวเอง ทำอยู่ทุกวัน ยังใช้เวลาเป็นอาทิตย์ นี่ให้ไปซื้อ ของที่ตัวเองไม่เคยซื้อ ผมมิต้องรอเป็นเดือน หรือนี่ …

ผมคุยกับ คนที่เข้าใจว่าเป็นหัวหน้าช่างคนนั้น อีก หลายนาที จนช่างเค้า ยอมที่จะเอาแผ่นผมไป …. แต่ไม่วายที่ผมจะแนะนำ

“พี่ครับยุค internet แบบนี้ พี่หาวิธีส่ง ข้อมูลผ่าน net เพื่อไปทดสอบ จะไม่เร็วกว่าหรือครับ” …บอกไป ก็ไม่คิดว่าเค้าจะทำหรอก แต่ ก็อยากบอก

 

ผมรออีก เป็นอาทิตย์ ก็มี สายจาก LG โทรมา

“พี่ครับ พี่มารับเครื่องพี่กลับไปได้แล้วครับ ” น้องบอก ผมดีใจ เสร็จเสียที

“ทางเราติดต่อ กับ ทาง อินโดได้แล้วครับ ทางโน้น รับเรื่องพี่ไว้แล้ว และ จะทำการแก้ไขโปรแกรมให้ใหม่ ครับ ” …ผมฟัง เริ่มรู้สึกตะหงิดๆ

“ตกลง เครื่องพี่หายเสีย หรือยังครับ ” ผมถามตรงๆ

“ยังครับ แต่ให้พี่รับเครื่องกลับไปก่อน เมื่อ มีการแก้ไขแล้ว ทางเราจะติดต่อ ให้เอาเครื่องกลับมา upgrade อีกที”  น้องตอบ .. น้องคงเด็ก เลยไม่เข้าใจว่า พี่ซื้อ เครื่องเล่น มาเพื่อจะได้ดูหนัง ไม่ได้เอามาทับกระดาษแน่ๆ ก็ปัญหายังแก้ไม่ได้ แล้ว พี่จะซื้อหนังใหม่ๆ มาดูได้อย่างไร

“น้องเก็บเครื่องพี่ไว้ที่นั่นแหล่ะครับ ซ่อมได้แล้วค่อยตามพี่ไปรับละกัน ” ผมบอกไป

 

จริงๆ ผมเคยบอกเหมือนกัน ว่า ถ้าแก้ไม่ได้ ก็หาวิธีอื่นให้ผมก็ได้เช่นหาเครื่องเทียบเคียงกันมาให้ใช้ก่อน หรือ เปลี่ยนเครื่องใหม่ ที่เล่นได้ให้ผมไปเลย หรือ จะให้จ่ายเงิน upgrade เปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ก็ว่ากัน …แต่ น้องบอกว่า

“เราไม่มีนโยบายครับ …”

 

หายไป สามวัน มีโทรศัพท์ จาก LG มาอีก

“พี่ครับ เครื่องพี่ ซ่อมเสร็จแล้วครับ  มารับเครื่องได้ ” น้องบอก ผมแทบไม่เชื่อหู เพราะ สองวันที่แล้ว เพิ่งตามให้มารับกลับ

“ทางอินโด ส่ง file มาให้แล้วครับ ” น้องบอก

 

ผมดิ่งไปรับเครื่องทันที … เครื่องทำงานได้อย่างดี และ ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะอยู่ในระยะประกัน

ผมเจอน้องที่เป็นผู้ช่วยช่าง และ ฝากบอกไป

“น้องครับ พี่แนะนำน้องในฐานะ แผนกซ่อมดังนี้ครับ ”

“1. ควรจะมี file update ไว้เสมอครับ แล้ว ลูกค้าที่ นำเครื่องมา ก็ทำการ update ให้เลย เพราะวันนึง ก็จะเจอปัญหานี้แน่ๆ ”

“2. อะไหล่สำคัญอย่างหัวอ่าน หรือ mainboard รุ่นที่ขาย มีไว้ สักชุดเถอะครับ เพราะมีแล้ว จะวิเคราะห์ และ ซ่อมได้เร็วมาก อย่างกรณีนี้ ถ้ามี รับรอง ไม่ถึงอาทิตย์ พี่ก็ได้เครื่องคืนแล้ว ”

 

น้องบอก จะรับไปบอกให้ ในที่ประชุม …ผมไม่รู้หรอกว่าเค้าจะมีประชุม และ สนใจเรื่องนี้แค่ไหน

 

ก่อนแยกมา ผมถามว่า ถ้าต่อ net ไว้ (เครื่อง Bluray ต้องต่อ net อยู่แล้ว เพราะ ต้อง load content จาก net มาใช้สำหรับ แผ่นบางแผ่น ) แล้วเครื่องบอกว่า ต้อง update firmware ผมควรทำอย่างไร

น้องบอกว่า ไม่ควร update … ผมฟังแล้วก็งง เพราะ คนออกแบบ น่าจะอยากให้ ลูกค้า update ให้ทันสมัยเพราะ เป็นวิธีที่ดีที่สุด แล้ว …

 

หรือ ว่า LG เค้าอยากให้ ลูกค้าที่ซื้อเครื่องทุกคน เอาเครื่องไปให้ศูนย์ ที่มีอยู่ไม่กี่ที่ นั่ง update ทีละเครื่อง ….ก็ไม่รู้

ใครรู้ ช่วยบอกทีเหอะ

หน้าปัดเรืองแสง วัดความเร็ว


โหลดมาใช้นานแล้วครับ

ชอบมาก เพราะสวยและ มี function ใช้งาน หลายรูปแบบ

ตั้งนอนในรถ ก็ งาม

ใช้ใน Hikari

หรือเอามา ใช้กับมอเตอร์ไซต์

วิ่งฝ่าหมอก

กลางคืนจะงามมาก

โปรแกรมชื่อ Ulysse speedometer ครับ

อยากได้ หน้าปัด ความเร็ว เรืองแสงสวยๆลองไปดาว์นโหลดดูแอปนี้ได้ครับรับรองจะชอบ

ไปโหลดใน Play ของ Android ได้ครับ

Check out “Ulysse Speedometer”

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.binarytoys.speedometer

ข้อดี และ ข้อเสีย ของการขี่ Big Bike


ใครที่กะว่าจะเข้ามาดูตารางเปรียบเทียบ ข้อดีข้อ เสีย ของน้องซีสสส์ ที่ผมขี่อยู่นี่ …ต้องขอบอกว่า อาจจะผิดหวังครับ…

เพราะ ด้วยความที่ “ขี่” มาไม่ถึงเดือนนี้ …คงยังมีความรู้ไม่พอ จะมา Review เปรียบเทียบ ได้ขนาดนั้น …

แต่ ที่ มาตั้งกระทู้นี้ ..เพราะ ว่า ขี่มาพักใหญ่ …ได้เห็นข้อดี …และ ข้อเสีย ที่ ไม่เคยคิดว่าจะได้ จากการขี่รถรุ่นนี้เลยครับ …

มาเรื่องข้อดีก่อน…
ข้อดี นี่ …ได้เพื่อนเยอะขึ้นครับ …เพื่อนในคลับ เวลาออกทริป นี่ก็เรื่องนึงครับ …
แต่ เพื่อนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนนี่…. ไปเจอเอาตามที่ต่างๆ เยอะมากครับ …

อย่างตอนไปเดินงาน ที่ Central world วันก่อน …แบบไม่นัดใคร นี่ก็เจอคนที่ รู้จัก ..และ คนที่ เราไม่รู้จักเค้า รวมกันแล้วเกือบ สิบคน

สัปดาห์ที่แล้ว …ไปออกทริป กับกลุ่ม รถยนต์ที่ใช้ที่เขาใหญ่ …ก็เจอ พี่ๆ Versys  CVT เอา Versys เอา ER เอา Haya มาร่อนกัน หลายลำ…ทักทายเพราะเจอกันโดยบังเอิญที่ น้ำตกเหวสุวัติ….
งานนั้น …ทำเอา คลับ รถยนต์ที่ผมไป …อึ้งเลย.. ว่า คลับ CVT ทำไม คนเยอะ …ไปไหนก็เจอ…

มีอยู่วัน … รถติดอยู่สี่แยกอโศก มีน้อง ขี่ ER มาทักทาย ..ทั้งๆ ที่ใส่หมวกแทบไม่เห็นหน้่า …ว่า ใช่พี่ป๋องหรือเปล่า… โห …ผมงี้ งงเลย …เค้าบอกว่าจำรถได้… สุดยอดเลยครับ …

เล่าแล้ว ก็ ปลี้มใจ ที่ได้มาอยู่ คลับดีๆ อบอุ่นแบบนี้ …

เมื่อวานไปร้าน motoaholic ไปเอา ทะเบียน … ปรากฏว่า …มีคนมาทักครับ… ว่าใช่พี่ป๋องหรือเปล่า .. ติดตามผลงานกันเป็นประจำ… เหอ เหอ  นี่ผมต้องลาออกจากงาน มา เป็น staff คลับ ดีกว่า… เดือนเดียวคนรู้จักกันขนาดนี้… ถ้าอยู่นานกว่านี้ สงสัย รู้จักกันทั้งประเทศแน่ๆ … 555

กลายเป็น ซุปตาร์ กันแบบไม่รู้ตัว ….

เพื่อนช่วยแต่ง…เป็นอีก กลุ่มครับ …
เพื่อนกลุ่มนี้ ขยันหา ของแต่งรถ แต่งตัว มาให้ครับ… ทำมาบ้าง รับมาบ้าง หารกันบ้าง .. มีกันครบ ..
นิสัย ดีๆ น่ารัก กันทุกคนครับ …

อย่างวันก่อน ก็ไปได้ ชิวหน้า หนา 4 mm จากน้อง Gus หนาดีมาก…วิ่งไม่มีพริ้ว .. แถมราคา สบายกระเป๋า…

…เอ่อ น้อง Gus ครับ …พี่ป๋องว่า ชิวจะให้ดี ต้องให้หนาเท่าหนังหน้าพี่ป๋องครับ …รับรอง วิ่งเร็วๆ หินลอยมา โดนหิน หินเป็นแตกกระจาย… 555

พูดถึงน้อง Gus ขอชมหน่อย น้องเค้า น่ารักชนะเลิศ .. ตอนผมโทรหา ตัวน้องอยู่รามอินทรา พี่ป๋อง ทานข้าวอยู่ พระรามเก้า …กำลังคิดว่าจะนัดเจอกันที่ไหนดี ..น้อง Gus รีบบอก

“พี่ป๋องรออยู่นั้้่นแหล่ะ เดี๋ยวผมไปหา…ถึงแล้วขะโทรบอก” ….

ปรู๊ด เดียว น้อง Gus มาถึงแระ …ยืนหล่อรออยู่ที่รถ …หอบเอา Shield มัดติดท้ายมาให้เลือกด้วย เอามาตั้งสองสามอัน …

“ให้พี่ป๋องเลือก เลย…  นี่เป็นอันดับต้นๆ ของ Lot เลยนะ… ” เข้าใจว่ามีก่อนหน้่าได้ไปแล้วคนนึง

บทสนทนา วันนั้น …นำมาซึ่งมิตรภาพที่ดีมากๆ ครับ… น้อง Gus มีอาชีพ ที่ต้อง เดินทาง ไปโน่นนี่ บ่อย ดังนั้น ..ของติดมือ จากต่างประเทศ จะมีเป็นประจำ

วันหน้า วันหลัง …ต้องโดนพี่ป๋อง รบกวนหิ้วของมาให้แน่ๆ … อิ อิ

อีกรายที่ อดจะกล่าวถึงไม่ได้คือ พี่ติ๊ก …
พี่ติ๊ก นี่ โทรมาหา ตั้งแต่ เข้า club ใหม่ๆ … พี่ติ๊ก เป็นพี่ชายใจดีครับ ..หุ่นแก น่ารัก บ่งบอก ถึงคน อารมณ์ดี ..และ ใจดี

ตอนที่จะไป Trip นครสวรรค์ เยี่ยม เฮียไฮ้ …ตอนนั้น อยากได้ที่เสียบที่จุดบุหรีมาก… พี่ติ๊ก อาสา บอกว่าให้ซ์้อมา จะติดให้ ..
“Relay ผมมีอยู่แล้วป๋อง … เดี๋ยวใส่ให้เลย….ทำเองได้ ไม่ยาก ไม่ต้องไปเสียตังส์เยอะ…”
น้ำใจงาม จากคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน แบบนี้ …ทำเอา ผมซึ้ง น้ำตาซึมครับ … งานการแต่ละคนมี ยุ่งเหมือนกันหมด แต่ พี่ชายคนนี้ ..ยินดี มานั่งทำให้…

เมื่อวันก่อนไปรับป้าย …ลองโทรหาพี่ติ๊ก ..เพราะทราบว่า office แกอยู่ไม่ไกลจาก Motoaholic โทรไปปุ๊ป แก อยู่ที่ร้านพอดี…
“ผมจะไปถึงในครึ่งชั่วโมงนี่แหล่ะ พี่ ..รอด้วยดิ ..คิดถึง” …  พูดเพราะรู้สึกอย่างนั้น จริงๆ เหมือนกับ เคยเจอกัน บ่อย

ผลจากการรอเจอผมวันนั้น …รถปิ๊กอัพ ของพี่ติ๊ก ที่จอดอยู่หน้าร้าน ..โดน lock ล้อไปเรียบร้อย โรงเรียนจีน สน. แถวนั้น
เสียเวลาวิ่งวุ่น …เคลียร์ ใบสั่งอยู่เป็นชั่วโมง…
พี่ติ๊กครับ …น้องกราบขออภัย …งามๆ ฐานเป็นสาเหตุ ให้พี่เสียเวลานะครับ …
โดนปรับวันวาเลยไทน์ ฉลอง วันสีชมพู ซะด้วย …  :P :P

เขียนมา … พี่ๆ อาจจะเริ่มหมั่นไส้ อยาก จะ เอาที่ใช้เข้าเกียร์ มาเขี่ย ผมแทน… แฮะๆ งั้น ไปเล่าเรื่อง “เพื่อน” อีกแบบ ที่ได้ มา ดีก่า…

เพื่อน ประเภท นี้ เข้าใจว่า เพื่อนๆ พี่ๆ คงเจอเหมือนกัน หมด … นั่นคือ เวลาไปรถติดตามไฟแดง …จะมีคน มาคุยด้วยครับ

คำถามพูดคุยก็จะประมาณว่า … “รถสวยนะ… ของ Kawa เหรอ …ไม่เคยเห็น…”

“…คันนี้กี่ CC …” หลังจากบอกไป ก็ จะทำ ปาก ” โอ้โห …ใหญ่เนอะ…”    อันหลังไม่รู้ว่า เค้าหมายถึงรถ หรือ หมายถึง “อะไร” ของผม… ^^

“…วิ่งเร็วสุดได้เท่าไหร่… ” อันหลัง ถาม คล้ายๆ ว่า อาชีพ พี่เค้า จะเป็นพวกนักแข่ง ที่ … ความเร็ว เป็น ปัจจัยหลัก ในการซื้อรถ…

เร็วสุดเท่าไหร่ ผมไม่ทราบ หรอกครับ …เข้าโค้ง ที่ 160 ก็ เสียว จะแย่ อยู่แล้ว…..

ข้อดี มีเยอะ ละ … เมื่อวาน …เพิ่งเจอข้อเสีย เหมือนกัน …

มาเจอ ตอนวิ่งในกรุงเทพฯ เนี่ย แหล่ะ เพราะ ตอนหลัง ผมใส่ กล่อง E21 ไปไหน เลยไม่ต้องคิด เพราะ มีที่ให้ใส่ของ แถม ขนาดกล่อง ก็ พอๆ กับ ระยะ Hand

แต่ ใส่กล่อง ยังไง ๆ มันก็ ไม่กล้า มุด เหมือน ตอนตัวเปล่า หรอกครับ …ดังนั้น เวลา เจอ รู แคบๆ ก็ไม่อยาก มุด เข้าไปกลัว กระเป๋า ไปสีโดนรถเค้า…

…กลัวกระเป๋าเป็นรอย น่ะ …เหอ เหอ….   อีกอย่าง ไปที่แคบๆ ล้มแปะไป อายเค้าแย่เลย…

เมื่อวาน ก็เจอ เหตุการณ์ นี้ครับ คือ วิ่งออกมาจาก Motoaholic จะไปสาธร …ระหว่าง จะเลี้ยวขวา เพื่อขึ้นสะพาน มันก็ ติด รถคันหน้า … ช่องมันแคบ แล้ว ไฟก็แดง….

“ปี้นนนนนน แตแน่ แตแน่ แตแน่ นนนนนนนนน” เสียงแตร สารพัดเสียง …ดังมาจากข้างหลัง …
มือคงไปโดนมัง เพราะ แตร ประเภท นี้ กดทีเดียว มันดัง ไม่เลิก…

“ปี้นนนนนน แตแน่ แตแน่ แตแน่ นนนนนนนนน” อ้าว …ดังอีก …. อย่างนี้ไม่บังเอิญ แล้ว … ผมหันไปดูด้าน ขวา แต่ ใส่หมวก เต็มใบ ทัศนวิสัย มันไม่กว้าง เลยไม่รู้ว่า เสียงมาจากคันไหน …

หันให้รู้ว่า …พี่ครับ ..พี่จะบีบ ทำไมครับ… ผมรำคาญครับ…..

สักพัก มีเสียง เหมือนคนมาตีที่กล่องข้างผม…”ตุ๊บ ๆๆๆๆๆ”
“หลบออกไป … หลบไปด้านขวาโน่น….” เสียง ดังออกมา ผมก็ไม่เห็นเจ้าของเสียงอยู่ดี พยายามหันไปมอง แต่ มุมมองมันไม่ได้ …. อยู่จุดอับพอดี

หน้ารถผมก็เป็นรูแคบๆ ครับ …รถต้องเล็กจริงๆ ถึงจะไปได้… ผมวิ่งมาสุดตรงนี้ แล้วไปไม่ไหว เห็นว่า ไฟแดงแล้ว …ก็หยุดรอ …
จำได้ว่ามีพี่เค้าเอา clip ที่ จอดแถวหน้า แล้วโดนปาดเรียบ และ แนะว่า มาจอดคัน ที่สาม สี่ ดีกว่า … ก็เลย ไม่รีบร้อนจะต้องมุดออก

“หลบไปด้านขวาซิ” เสียงโวยวาย ดังมาอีก ทีนี้ ผมเห็นตัวคนพูดแล้ว เป็นคนร่างเล็ก อายุน่าตจะ ห้าสิบกว่า..

ผมดูแล้ว ขวาของเค้า ผมเลี้ยวไปไม่ได้ ต้องถอย แล้วค่อยเลื่อน ข้างหลัง รถก็เยอะ ถอยไป ก็ต้องโดนคันอื่นแน่ๆ …เลยตอบไป
“เลื่อนได้ แต่ ต้องช่วยผมดึง หน่อยครับ …รถมันหนัก” …พูดเสร็จ รถทางตรง ไฟเขียว เริ่มขยับ แต่ เลนเลี้ยว ขวา ของผม ยังแดงอยู่ เจ้ารถ เจ้าของเสียงโวยวาย เลย ตีรถออกซ้าย …แทนที่จะ แซง ดันมาจอดข้างผม แล้ว โวยวายต่อ

“คุณมาจอดขวางทำไม พวกผมคนทำมาหากิน นะ ต้องรีบไป …” เสียง แบบว่าโกรธมาก หน้าตาไม่ต้องพูดถึง … เหมือนโกรธ กันมาทั้งชาติ ….

ใจเรานึก …เอ เราก็ทำมาหากินเหมือนกัน … นี่ก็จะรีบไปตามนัด …สายมากแล้ว… ไม่ได้มาขี่รถชมวิวนะเว้ย…

เหมือน เค้ากลัวว่า ผมจะไม่ได้ยินทุกถ้อยคำครับ…เลยชี้หน้าผม แล้วบอก ให้เปิดหมวก

“เปิดหมวก …เปิดหมวกออกมา… ” ชี้หน้าผม ท่าทาง want มาก … ผมเข้าเกียร์หนึ่งไว้ เลย ต้อง ตบเกียร์ว่าง แล้ว เลื่อน ขิว หน้าหมวกขึ้น …

“รถมันหนักพี่… ถอยได้ แต่ ต้องช่วยดึงหน่อย ..” ผมบอก

“หนักอะไร… รถพวกนี้ ผมขี่มาหมดแล้ว … พัน ซี ซ๊ ก็เคยขี่ แค่นี้ไม่หนักหรอก ” … พี่เค้าพูด ผมมองข้ามไป เห็นแกขี่ Honda Nova อยู่…ท่าทางแกคงจะเบื่อ รถใหญ๋ เลย เล่น ขนาดเหมาะกับตัวแก…

“เอ่อ …พี่ไม่หนัก …แต่ ผมหนักนี่ครับ…” ผมก็บอก น้ำเสียง ราบเรียบ….

“ขับรถมาขวางทางอย่างนี้ ใช้ไม่ได้…” แกตะเบ็งเสียง… พลังแกเยอะ หรือเกิน… มันก็ติดกันทุกคัน …เพราะ ติด ไฟแดง ไม่ได้ติดรถผมที่ไหนเล่า….

ท่าทางแก ต้องการให้เป็นที่จดจำ ของ ผู้ใช้ถนน ตรงนั้น จริงๆ ทั้งท่าทาง ทั้งน้ำเสียง… อยากเข่นฆ่า ให้อาสัญ จริงๆ …

“…ขี่รถใหญ่ ให้คนขื่นขม … อย่าขี่ให้คนเค้า อยากสู่สมทางเพศ เอ้ย  สมเพช” คำกล่าวของ ปรมาจารย์ ท่านหนึง แห่ง สำนัก CVT ลอยเข้ามาในหัว….

…..”ท่าทางพี่จะอยากมีเรื่องมากใช่มั๊ย”…. ผมถามไป ด้วยเสียงเริ่มดังขึ้นมา อีก 10 db

“อยากมีเรื่องมาก ไปจอดข้างหน้า …ตรงนี้ ทำชาวบ้านเค้ารถติด…” ผมบอกพลางชี้มือไปที่ มุมแยกตรงหน้า  เพราะเห็นสัญญาณไฟเขียว ติดขึ้นแล้ว…

… พูดพลาง วอร์มหัวไหล่ ต้นคอ และ กำปั้นไว้รอ…

…. เหตุ การณ์ เป็นยังไงกันต่อ…เดากันเอาเองครับ….

แต่ผมว่า นี่เป็น ข้อเสียของการขี่ Versys อย่างเดียวที่ผมเจอ จริงๆ ….

เลือก คอมพิวเตอร์ อะไรดี…มาเจอ “อีแปด”


คนเราบางทีก็อยากให้มีอะไร ให้เลือกเยอะๆ …
แต่เวลาเจอ ทางเลือก เยอะๆ แล้ว บางทีถึงกับเลือกไม่ถูกเลยเหมือนกัน …

เมื่อวาน มีโจทย์ที่ต้องเลือก …นั่นก็คือ การต้องหาคอมพิวเตอร์มาใช้งานแทนของเดิมในบ้าน…

ตั้งใจอย่างเต็มที่ว่าจะซื้อแบบ Desktop ก็แบบเครื่องใหญ่ๆ ที่ไม่ใช่ Notebook นั่นแหล่ะครับ …
เนื่องจากว่า เครื่อง Notebook เก่าที่ซื้อมา หลายปีแล้วนั้น …ตอนนี้ upgrade ยังไง มันก็ยังอืด สู้ Netbook หรือ โทรศัพท์ประเภท Smart phone ยังไม่ได้….และด้วยน้ำหนัก ที่มีไม่น้อยของมัน ทำให้ เจ้า Notebook HP ที่ซื้อมาร่วมหกหมื่นบาทสมัยนั้น ไม่เคยโดน ขยับออกจากโต๊ะไปที่อื่นให้สมกับที่ตัวมันเป็น Notebook เลย…
ดังนั้น Desktop ก็เลยเป็น ทางเลือกแรก เพราะ จัดชิ้นส่วนได้ตามใจ ว่าอยากได้อะไรแค่ไหน  นี่ตั้งใจว่าจะ อย่างน้อยจะจัดทั้ง Core i5 Bluray ทั้งอ่านเขียน พร้อม กับ จอ 3D ไปเลย เพราะ ดูๆ แล้ว จัดออกมา ไม่รวมจอ ก็ยังแค่สองหมื่น บวก จอ 3D ศิริรวมแล้วก็คงสัก สี่หมื่นกว่าๆ

พอมาเดินหาของที่ห้าง ทั้ง พันธ์ทิพย์ และ Fortune ก็ เจอ ตัวเลือกเพิ่ม นั้่นคือ Desktop แบบ All in one … ที่ดูเหมือนเป็นจอ อย่างเดียว แต่ มีทุกอย่างในนั้น ความเร็วเครื่อง 3.2 GHz เหมือนกัน Ram ติดมา เริ่มต้นที่ 2GB แต่ เพิ่มได้ถึง 8GB… Ram 4 GB เดี๋ยวนี้ แค่ 890 บาทเอง มาพร้อมหน้าจอ Touch Screen ต่างหาก …อะไร จะขนาดนั้น ..

เคยเห็นว่าเอามาเปิดตัวไม่นานมานี้ ด้วยราคาแพงกว่านี้ แป๊บเดียว ราคาถูกกว่าโทรศัพท์แพงๆ อีก… เหอ เหอ น่าใช้ดี

ลองเครื่องอยู่พักนึง สังเกตว่า จอจะคมสู้พวกจอธรรมดาไม่ค่อยได้ …ไม่รู้ว่าเป็นเพราะขนาดที่ใหญ่ และ ต้องเป็น Touch Screen หรือเปล่า แต่ ก็ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ครับ … ราีคา หย่อน สองหมื่นมาสามร้อยบาท มาพร้อม การผ่อน 0% อีก 10 เดือน …โอ๊ะ เดือนละไม่ถึงสองพัน

ตกลงปลงใจ จะ ถอยตัวนี้แล้วเพราะ ไม่ต้องรอนาน ได้ Window 7 มาด้วย ..แต่ก็ติดๆ ว่า Upgrade จออะไรไม่ได้ พร้อมกับ ไม่มี port ต่อออกจอใหญ่

ระหว่างกำลังรอน้องไป เอาของอยู่ …เดินไป เจอเจ้า ASUS Eee Pad Transformer วางโชว์อยู่ร้านตรงข้าม…

ไม่ต้องดู Spec อะไร กันมากมายครับ เพราะ Design นั้นตอบโจทย์มากๆ ไม่ว่า จะ การออกแบบที่ ทำให้ Tablet ตัวนี้ สามารประกอบกับ Keyboard ที่ทำหน้าที่เป็น Dock ที่จะช่วยให้ Battery เพิ่มมาขึ้น ถึง 16 ชั่วโมง (Notebook ทั่วไป ก็ ใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ส่วน iPad ได้ 10 ชั่วโมง
ที่สำคัญ เวลาประกอบแล้วพับลงไป มัน บางกว่า Netbook ทั่วไป อีก … ทำให้นึกถึงเจ้า Mac Air ที่เป็นของที่อยากได้อีกตัวหนึ่ง…
Skin ห่อหุ่มไว้ เข้ากันได้ดีกับ ลายเคฟล่าห์ที่ เป็น case ของ iPad พี่ป๋อง ต่างกันที่ว่า …เจ้า Transformer นั้นเป็นสี แชมเปญ …

ต้องมานั่งศึกษา การใช้อยู่เหมือนกัน เพราะ นี่คือ Android 3.2 Honeycomb ซึ่งแตกต่างกันกับ เจ้า version 2.3 Gingerbread ที่พี่ป๋องใช้อยู่บน Samsung Galaxy SII
แต่คิดว่าไม่นานครับ เพราะ มีความคล้ายกัน .. ลองเอามาลูบๆ คลำๆ วันแรก หน้าจอไหลเลื่อนและมุมมองภาพ ได้กว้างดี..การเชื่อมต่อกับ Net ที่บ้านและ Download app ทำได้ง่ายตาม Style Android

ตกลงระหว่าง Desktop ที่ตั้งใจ กับ All in one ที่ น่าสนเพราะมีทีวี ในตัวด้วย เอาไปวางในครัว ก็เหมาะ อันนี้ ใครชอบอยู่ในครัว หรือห้องนั่งเล่น มีวางไว้ ใช้งานได้หลากหลายดี ก็น่าสน จนมาเป็น Tablet แบบที่แปลงร่างได้อย่าง Transformer

ตั้งใจว่า จะเอามาทำงานเอกสารด้วยครับ .. เลย ตัดสินใจ ถอยมาเลย ..ราคา ก็ไม่แพงมาก …และ เวลาใช้งานจะไม่ ดู “ซ้ำๆ” เหมือนคนอื่น…. 555

ไว้ใช้งานเอกสาร ประเภท Office ได้ผลเป็นอย่างไร จะลองมาเล่าให้ฟังนะครับ

==========================================================

ถึงจะเขียนแบบมั่วๆ แต่ก็มีอ้างอิง

http://en.wikipedia.org/wiki/Android_(operating_system)

http://eee.asus.com/eeepad/