“เส้นหาย”… พยาบาลสาวอุทานออกมาขณะที่พยายามยกแขนข้างขวาของผมขึ้น

หลังจากที่พยายามที่จะแทงเข็มเข้าไปในเส้นเลือด ผมรู้สึกปวดตุ่ยๆตรงเส้นเลือด

“ทะลุเส้นหรือเปล่าครับ ลองถอยเข็มออกมาหน่อยอาจจะเจอ” ผมบอก เผื่อจะได้ไม่ต้องแทงใหม่ เพราะนี่เป็นรูที่สองแล้วใน5 นาทีนี้ หลังจากรูแรกที่หลังมือซ้ายเจาะเอาเลือดไปไป 3 tube และคาเข็มไว้เผื่อว่าต้องให้ยา

” โอ้ย..” อันนี้สะดุ้งเลย หลังจากพยาบาลขยับมือและเข็มคงไปโดนอะไรเข้า…

สุดท้ายพยาบาลย้ายมาเจาะแขนซ้าย เหตุผลคือ ตัวอย่างเก็บจากที่เดียวกันไม่ได้

เลยได้ครบสามรู พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์… ครบพอดี

จะว่าไป เจาะเลือดไม่เจ็บเท่าไหร่ เพราะ เข็มเล็ก คมกริบ เจ็บจริงๆ 20% ส่วนที่เหลือ เป็นจินตนาการช่วยล้วนๆครับ เพราะ โดนจิ้มเป็นประจำ แต่ตอนเอาเอาน้ำมูกไปตรวจนี่ซิ… สุดจริง

ใครเคยโดนแหย่จมูกคงรู้ดี เนื้อเยื่อบางๆ ในจมูก… หรือที่ไหนๆ ที่ไม่เคยสัมผัสสิ่งแปลกปลอม เวลาโดนครั้งแรกนี่… น้ำตาเล็ดเลย

พยาบาลเอาที่้เก็บน้ำมูกมา… ลักษณะเป็นก้านตรงปลายเป็นพุ่มขนเล็กๆ แหย่เข้าไปในจมูก… จึ๊กแรก น้ำตาเล็ด…

“เดี๋ยวจะใส่เข้าไป 3 อันเลยนะคะ..” พยาบาลบอก…

“ไม่ใส่ทีละอันล่ะครับ” ผมถามอันเดียวยังน้ำตาไหลเลย สามอันนี่สงสัยขี้แตกแน่

“ต้องเก็บอีก 6 น่ะคะ ข้างละสาม ถ้าใส่ทีละอันจะเจ็บหลายที” น้องพยาบาลอธิบาย สมการนี้คิดง่าย

“งั้นยัดหกอันเลยก็ได้” ผมตอบแบบไม่กลัวจมูกแหก คิดแง่ดี ต่อไปจะได้หายใจโล่งๆ

“ไม่ได้ค่ะ ต้องเก็บสองข้าง” น้องบอก ผมทำหน้ายอม จากนั้นผมเห็นก้านสามก้านแหย่เข้าไป…
… น้ำตาไหลยิ่งกว่าตอน Iron man ตายเสียอีก

อ่านถึงตรงนี้ คงนึกสงสัย แล้วผมมาทำอะไรที่นี่วะ….?

========

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว…..

========

ผมมาทำงานวันแรก หลังจากพักร้อนไปตะลุยตุรกีมาหลายวัน

เมื่อวานหยุดพักผ่อนปรับเวลา นอนตื่นสาย รู้สึกตัวเองเหมือนจะตัวรุมๆ พอเข้า office สะดุดกึกกับกลิ่นสี ที่ office เพิ่งทาใหม่ๆ

อาการแพ้อากาศทุนเดิม ทำเอานั่งคัดจมูกตลอดทั้งเช้า… รู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นหวัด หน้ากากก็ไม่ได้ใส่มา เลยตัดสินใจออกมาหาหมอแถวบ้าน

รอบคอนโดมี รพ.เยอะครับ ทั้งศรีธัญญา นนทเวช เกษมราษฎร์ พระนั่งเกล้า แต่วันก่อนพาคนป่วยที่คอนโดไปส่งที่สถาบันบำราศนราดูร ได้เห็นห้อง ICU และ ส่วนหน่วยควบคุมโรคติดต่อ ตึกใหม่สะอาด ดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็ รู้สึกว่า professional ดี ไปหาข้อมูลใน internet เลยรู้ว่า โรคที่เกี่ยวกับการติดเขื้อ อย่าง ไวรัสซาร์ ก็ต้องที่นี่ล่ะ แสดงว่า หมอเฉพาะทางด้านนี้ ที่นี่ต้องไม่ธรรมดา…

มีคนกลัวที่นี่เหมือนกันนะครับ เข้าใจว่า เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อร้ายแรง และ เมื่อก่อนตึกอาจจะดูเก่าๆ ฟังๆ กันมา เพี้ยนๆ ไปบ้างเลยไม่ค่อยมีคนพูดถึงทางดีมากนัก

คนไทย.. ดีชมน้อย ถ้าไม่ดีนี่แชร์สนั่น…

โดยส่วนตัว ผมเองมาเจอเองก็ว่าดีนะ

วันนี้ผมเลยมาที่นี่ึครับ ออกจากที่ทำงานขับๆรู้สึกเหมือนรถลมยางจะอ่อน เลยแวะเช็คลม ช่างเติมลมให้บอกพร่องไม่มากเสร็จแล้วก็มาที่โรงบาลเลย

มาถึง แจ้งเจ้าหน้าที่ ให้บัตรประชาชนไป เจ้าหน้าที่ถามอาการ ผมก็ตอบไป ว่าคัดจมูก ไม่มีเสมหะ ไม่เจ็บคอ แต่อาจจะตัวรุมๆ เหมือนจะมีไข้

เจ้าหน้าที่ถามว่า เพิ่งเดินทางต่างประเทศหรือเปล่า ผมบอกเพิ่งมาจากตุรกี

เท่านั้นแหล่ะ… ทุกอย่างเปลี่ยนไปเลย…

======

เชิญทางนี้คะ… พยาบาลเชิญ ให้มานั่งตรงที่จัดไว้ด้านนอก มีป้ายบอกเฉพาะเลยว่าเป็นที่พักผู้ป่วยตรวจคลีนิคโรคทางเดินหายใจ พร้อมกับยื่นหน้ากากให้ผมสวม

พยาบาลขออนุญาต ถ่ายรูป โดยบอกว่าจะติดข้างๆ ไม่เห็นหน้า ผมก็งงๆ จะถ่ายข้างไปทพำม หน้าตาผมไม่หล่อพอหรือไง… สักพักเข้าใจ เขาคงเอาไปทำรายงานคนป่วย จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ ถือกล้องคอยถ่ายรูปตามไปตลอด ตลอดจริงๆ

“เขิญทางนี้ค่ะ” พยาบาลให้ผมเดินไปตามทาง ระหว่างทาง ไม่มีให้สวนมาเลย ตอนเดินผ่านเจ้าหน้าที่ท่านนึง ได้ยินถามกันว่ามีอะไร ถึงต้อง เคลียร์ทางเดิน… เห็นเขาคุยกันเป็นศัพท์เทคนิค ผมไม่เข้าใจ

ผมเดินจากตึกแรก เหมือนจะผ่านมาอีกตึกมาตึกทฝหมายเลข 7 ตอนเดินไม่ได้เดินตามทางเดินคนทั่วไป แต่จะลัดเข้าห้องโน้นห้องนี้ ผ่านประตูมาน่าจะ 7 ประตูได้ มาจนถึงห้องผู้ป่วย สะอาด โปร่ง ดูสบาย

“ต้องขอดูอาการนะคะเนื่องจาก ตุรกี เป็นเขตเฝ้าระวังไวรัสเมอร์ส….”

“เมอ… อะไรแว้…” เคยได้ยินแต่ ซาร์ อีโบล แต่ เมอร์ส นี่ไม่คุ้น

“ผมต้องโดนกักตัวอยู่นี่เหรอครับ ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย ว่าจะให้หมอตรวจว่า้ปผ้นไข้หวัดใหญ่หรือเปล่าแค่นั้น…” ผมคิดเล่นๆก่อนหน้านี้ ยังอำเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันทาง line เลย… ตอนนี้โดนกักจริงๆ

ผม text บอกที่ทำงานก่อน แล้วเปลี่ยนโทรศัพท์ เป็น save mode เพราะ จะได้เ้ก็บไว้ใช้นานๆ.. ที่ชาร์ทอยู่ในรถนี่เอง แต่ตอนนี้ ออกจากประตูห้องนี้ก็คงไม่ได้แล้ว…

” เดี๋ยวเปลี่ยนชุดเลยนะคะ สักครู่พยาบาลจะมาขอเจาะเลือดไปตรวจคะ”

========

ตอนนี้ผมอยู่ในห้องคนเดียวละ ห้องนี้สะอาดมาก ข้างบนมีช่องดูดอากาศสองช่องบนเพดาน เข้าใจว่าระบบปรับอากาศที่นี่ต้องมีระบบฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการติดต่อทางอากาศ (Air bond)

พยาบาลเข้ามาสองท่าน หน้าตาดีเหมือนกันหมด เพราะใส่หน้ากากปิดไปครึ่งหน้า เห็นแต่ตาสวยๆ กับเสียงเพราะๆ เธอหยิบ หลอดตัวอย่างให้ผมขากเสลดใส่ หลอดทั้ง 4 ผมไม่มีเสลดเลยขากจนหน้าเขียวก็ได้แต่น้ำลาย

เสร็จแล้วส่งแก้วมีฝาปิดมาอีกสอง ให้ผมฉี่ใส่.. ผมบอกว่าเพิ่งจะฉี่ไปเอง พยาบาลทำหน้าวิงวอน เพราะว่าจะได้ไม่ต้องมาอีกที ผมเลยไปจัดออกมาให้อีก ช่วงนี้ดื่มน้ำวันหลายลิตร ฉี่ได้ตลอดเวลา

และแล้วก็มาถึงตอนเจ็บตัวล่ะ พยาบาลขอมือซ้ายผมไปดูเส้น ผมสงสัยไม่เจาะจากข้อแขน..

“ต้องคาเข็มไว้คะ… ตรงข้อแขนไม่้หมาะ เดี๋ยวเผลองอแขน…” พยาบาลสาวสวยบอก

อ่อ.. นานๆ ได้คาเข็มไว้ที… จะว่าไป ผมนอนโรงบาลน้อยมาก ล่าสุดที่จำได้คือ คืนก่อนบินไป HongKong อันนั้นอาหารเป็นพิษ นอกนั่นก็เข้าไปตรวจ ขอยา ซน เล็บหลุด ทำแผล… นอนป่วยนี่น้อย

ดังนั้นวันนี้ให้นอน ก็อยากนอนนะ… นานละไม่ได้นอนโรงพยาบาล

เจาะได้เลือดไปสามหลอด… สักพักมาขอผมเจาะข้อแขนขวา… เพราะว่า ต้องส่งตัวอย่าง คนละจุดกัน….

“เส้นหาย”… พยาบาลสาวอุทานออกมา…

========

ผมนอนดูเพดานห้อง ทบทวนอะไรหลายอย่าง นึกสงสารเพื่อน และ คนรู้จัก ที่ป่วยติดเตียง มันคงทรมาน ไม่ได้นอนสบาย เพราะ คนป่วยจะปวดตามเนื้อตามตัว… ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ

ผมหลับไปตอนเคารพธงชาติ หกโมงเย็น ตื่นมาฉี่อีกสองรอบ ตอนนี้ยังไม่สองทุ่ม แต่รู้สึกเหมือนนอนอิ่มแล้ว….

นั่งดู TV ก็ไม่สนุก TV ที่นี่จอใหญ่ ชัดด้วย แต่วันนี้ไม่อยากจะดูอะไร หมอเข้ามาตรวจ เล่าให้ฟังว่า เรามาจากประเทศตะวันออกกลาง และมีอาการต้องสงสัย ขึงต้องตรวจให้ละเอียด ผมนั่งอ่านดู ไวรัสเมอร์สนี่ถึงตาย และ ไม่มีทางรักษา ระบาดหนักเมื่อสี่ปีที่แล้ว ค้างคาว และ อูฐ เป็นพาหะ

ตอนหัวค่ำ ตอนโดนถามถึงถามเยอะว่า ขี่อูฐ จับอูฐ กินเนื้ออูฐ กินนมอูฐ มาหรือเปล่า ผมบอกว่าเปล่า แต่ถ่ายรูปอูฐไกลๆ เพราะ ถ้าใกล้ๆ มันคิดเงิน… นี่รอดเพราะงกเลยนะเนี่ย

ผมบอกหมอว่า ค่าใช้จ่ายให้ใช้สิทธิ์ประกันสังคมนะ แต่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ผมอยู่เกษมราษฎร์ โน่น หมอบอกเดี๋ยวจัดการให้

ผมจ่ายประกันสังคมเดือนละ 750 บาท นี่เป็นครั้งที่สองที่ลองใช้บริการดู หลังจากครั้งแรกลองไปตัดหูดที่นิ้ว…ที่เกษมราษฎร์มา ครั้งแรกนั้นไม่ประทับใจนักคนไข้เยอะรอนาน แต่ครั้งนี้ Super VIP มาก

สักพักมาขอ X Ray ปอด เจ้าหน้าที่มีเครื่องมาทำให้ถึงเตียงเลย… เรียกว่าไม่ต้องออกจากห้อง ห้องผม ประตูสองชั้น เปิดปิดด้วยเซ็นเซอร์ ไม่ต้องเอามือสัมผัสอะไรทั้งนั้น ก๊อกน้ำ ก็ใช่ กล่องสบู่ก็ใช่ เหลือฝักบัว ชักโครก กับสายชำระ ที่ยัง manual อยู่

ดึกๆ หมอมาส่งข่าว ว่าผล Lab ที่บำราศฯ ออกละ แต่ต้องขอผลจาก กองควบคุมโรค กับ จุฬา ยืนยันอีกสองทีี่ คาดว่าตอนเช้าจะทราบผม

ผมรอได้ นอนโรงบาลก็สบายดี.. Batt โทรศัพท์ใกล้หมด เลยโทรบอกน้องหน่อยให้เอามาให้ เพราะ ร.พ. กับ คอนโด ใกล้กันนิดเดียว

ห้าทุ่ม ท้องร้อง ทานเย็นไปนิดเดียว อาหารจืดๆ พยาบาลบอกว่า ต้องจืด เพราะเกรงมีผลกับความดัน ไวรัสเมอร์ส จะมีผลทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนง่าย กับ คนสูงอายุ คนเป็นเบาหวาน และ คนเป็นความดัน ต้อง save ไว้ก่อน

พยาบาลเข้ามาวัดไข้ให้ทุกชั่วโมง แต่ก็ไม่มีไข้… วัดออกมาอยู่ที่ 36.5 C ดีไป ผมบ่นหิว สักพักพยาบาลกลับมาเอา เมล็ดทานตะวัน ขนมปัง กับนมข๊อคโกแลคมาให้…. บอกว่า พวกเธอไปเที่ยวและซื้อมาทานกัน…

นางฟ้าอยู่ในห้องผมนี่แหล่ะ ไม่ได้อยู่ไกลเลย….

หลังจากนั้นผมหลับสบาย…..

=========

ตอนเช้าตื่นมา สบายตัวดีจัง หมอเริ่มให้ยาปฏิชีวนะ ไปหนึ่งเม็ดเมื่อคืน…

ตอนสายๆ หมอมาตรวจบอกว่าไม่พบไวรัส เมอร์ส และ อีก 33 สายพันธ์ แต่พบเชื้อแบททีเรีย และ หลอดลมอักเสบเล็กน้อย… กลับบ้านได้

เจ้าหน้าที่เอาบัตรประชาชนมาคืน และ ตัดยอดค่าใช้จ่ายมาให้ ค่ายาที่ทานรวมกลับบ้านด้วย แค่ยี่สิบบาท…

แต่ค่าตรวจ ค่าห้อง ค่าอื่นๆ รวมกันสองหมื่นกว่าบาท… ดังนั้นหาหมอเดี๋ยวนี้ เตรียมสิทธิ์ให้พร้อม ไม่งั่นมีสิทธิ์เป็นลมเพราะบิลค่าตรวจรักษาได้นะครับ….

ขอบคุณทุกท่านทีี่่ให้กำลังใจ และ เป็นห่วงนะครับ รู้ว่าทุกท่านอยู่กับผมตลอดแบบนี้ก็ดีใจครับ เป็นเพื่อนกันห่วงใยกัน แค่นั่นก็พอครับ