Archive for กรกฎาคม, 2016

App วิ่ง Running app


เมื่อวานมีคนมาถามผมว่า ชอบวิ่งเหรอ . เห็นไปวิ่งบ่อยๆ

ผมตอบแบบไม่ต้องคิดเลยครับ ว่า “ไม่ชอบ”

แต่ที่วิ่งนี่ เพราะต้องการมีสุขภาพแข็งแรง .. เห็นพี่ๆ ที่อายุเยอะๆ บางคน หกสิบ เจ็ดสิบ แล้ว วิ่งกัน ปร๋อ เห็นแล้วก็อยากทำได้บ้าง

แต่อยากเฉยๆ มันไม่พอครับ ต้อง ลงมือทำ ทำแล้วก็ต้องมีเป้า มี แรงบันดาลใจ และ แรงกระตุ้น .. ผมว่า มี สามอย่างนี้ ทำอะไรก็สำเร็จครับ

เป้าหมาย .. ตั้งเรียบร้อย หลายเป้าเหลือเกิน เช่น
1. ไปวิ่ง full marathon ภายในสองปี หรือ วิ่งให้ได้ ก่อนอายุ 50
2. ทำ sixpack อันนี้ เริ่มตั้งแต่ Oct 15 แบ่งเป็น season ตอนนี้ มา Season 3 แล้ว เพิ่งจะมาเป็นเงารางๆ (ไขมันยังบังอยู่)
3. วิ่งและปั่นจักรยาน ตอนนี้ ตั้งเป้า วิ่ง 100 km และ ปั่น 100 km ต่อเดือน ทำทั้งปี 12 เดือน ตอนนี้ จะได้ สองเดือนละ คาดว่า ยังทำได้อยู่
4. นอนให้พอ อย่างน้อย เฉลี่ยวัน ต้องได้ 6 ชั่วโมง และ เป็น การนอนที่มีคุณภาพด้วย  อันนี้ ยังทำได้ไม่ดีครับ เพราะ ตื่นเช้า ทำให้ บางวัน ก็เลยนอนไม่ครบ

แรงบ้นดาลใจ … มีเยอะเลยครับ รอบๆ ตัว ตัวอย่างดีๆ มีให้เห็น (ตัวอย่างไม่ดี ตอนนี้ มองข้ามเลย)

แรงกระตุ้น … นอกจาก ตั้งเป้า เป็นการกระตุ้นแล้ว อุปกรณ์ ที่่ทำให้ การออกกำลังกายสนุกขึ้น ก็ต้องจัดครับ
สิ่งนึงที่ผมใช้ คือ พวก Application บนมือถือ ที่ออกแบบสำหรับการออกกำลังกาย

วันนี้มีหลาย app น่าใช้ครับ สำหรับผม สำหรับการวิ่งและ ปั่นจักรยาน ผมใช้อยู่ 3 App ผมเอาเด่นๆ ที่ผมชอบมา บอกคร่าวๆ นะครับ

Nike + running : App นี้ออกมานานแล้วครับ เป็นตัวปลุกกระแสการวิ่ง ให้คนทั้งโลกเลย

จุดเด่น:
1. มี Coach สำหรับ ฝึกสอนเราได้
2. ระบุ ประเภทการวิ่ง และ ความรู้สึกในการวิ่ง ครั้งนั้นได้
3. จับระยะทางของ รองเท้าแต่ละคู่ ของเราได้ จะได้ เฉลี่ย การใช้ และ ใช้ในการประเมินการปลดระวาง รองเท้า ที่ใช้เยอะแล้ว
4. เทียบ leader board กับเพื่อนได้ครับ เพื่อนบางคน ก็เป็นแรงกระตุ้นที่ดี
5. ใส่เพลง cheer up ได้
6. เป็น partner กับ S-health ของ Samsung ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ และ app กันได้
7. นับสะสมระยะวิ่ง รายเดือน ดูง่ายดีครับ รวมถึง ระยะวิ่งสะสม
6. มี Badge แจก กระคุ้น ตลอด ควรค่าการสะสม
จุดปรับปรุง
1. เวลาเปิดหลาย app เจ้า Nike+ running นี่ เด้งออกมาเอง บ่อยที่สุดครับ (เทียบที่สุดนะครับ แต่ จริงๆ ไม่บ่อย)

Endomondo : App นี้ นิยมใช้กันเยอะ มีตัวฟรี ตอนผมซื้อ Samsung Galaxy S5 เขาให้ Premium ใช้ฟรี ปีนึง (ไม่รู้เหมือนกัน ว่า premium มีอะไรเพิ่มบ้าง ที่เห็น คือ ไม่มีโฆษณาแทรก)

จุดเด่น:

1. มีกีฬาหลายประเภท ว่ายน้ำยังมี แต่ ตีคลี ไม่เห็น
2. ตัว สถิติ นั้น แจ่มแมว เพราะ เลือกดูได้หลายวิว หลาย scale ออกกำลัง หลายอย่าง ก็เอามารวมกันได้หมด ทั้งวิ่ง ปั่น เป่ากบ โดดหนังยาง (สองอันหลัง อนาคตคงมี)
3. ทำ Challenge จัดแข่งกับเพื่อน ที่เราเลือกได้ เช่น จะแข่งกัน ลดพุง ด้วยการวิ่ง กับ สาวๆ ก็สร้าง challenge แล้วเชิญเข้ามา อันนี้ ผมเห็น คลับ จักรยาน และ วิ่ง ของ SCG เล่น เลยเอาไปเล่นต่อ  ดีมากครับ ..

4, มี Route สำหรับการออกกำลัง ที่ สมาชิกสร้างเองได้ เบื่อ Route เดิมๆ ก็ เปิดหา จะมีที่สมาชิก ทำไว้ ให้ ที่อยู่ใกล้ๆ เรา เลือกได้เลยจะเอา Route ไหน เป็นการเปิดโลกทรรศน์ใหม่ๆ (ศึกษาเส้นทางดีๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยว เจอที่เปลี่ยว โดนจี้โดนปล้น)

จุดปรับปรุง
1. การเก็บ record ของ รองเท้า อุปกรณ์ ไม่มี ครับ ถ้ามี นี่ perfect

S-Health : App นี้  สำหรับ ลูกค้า Samsung Galaxy  ครับ ผมใช้มาปีกว่า เห็นการปรับปรุง สองสามครั้ง ตัวปัจจุบัน เก่งขึ้นมากครับ

จุดเด่น :
1. มีกีฬาให้เลือก หลายอย่าง ที่เป็นหลักๆ เช่น เดิน (แตกต่างจากนับก้าว ซึ่ง ไม่สั่งก็นับตลอดอยุ่แล้ว) วิ่ง ปั่น เดินเขา แถมเรื่องการ ใส่ข้อมูลอื่นอีก เช่น การนอน น้ำหนัก กินน้ำ กินกาแฟ และ อื่นๆ ที่ค่อยๆ เพิ่มมาเรื่อยๆ
2. ตัว interface สวยมาก .. ปรัชญาของ Samsung เน้น performance และความสวยงามเป็นเรื่องหลัก เรื่อง สูบแบต เป็นเรื่องที่ไม่สนเลย อย่าง ปั่นจักรยาน นี่ โชว์เป็น analog mile ติดหน้ารถ วิ่งกลางคืนดูสวยงามดีครับ หรือ วิ่ง นี่ถ้าวิ่งตามโปรแกรม จะทำให้ เห็น ghost ให้เราวิ่งตามกันเลยทีเดียว
3. Activity log ทำได้ดี มีแจกรางวัลเป็น badge ให้กำลังใจกันตลอด

จุดปรับปรุง:
1. เล่นคนเดียวเลย ไม่ เชื่อมต่อเพื่อนๆ สักคน

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ สำหรับ ท่านที่มี ประสบการณ์ การใช้ app อยากรบกวน ให้ share ในกระทู้นี้ หรือ แนบ link มาก็ดีครับ

ป๋อง

SCG Running Club (ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพ)

SCG Running Club Working Team

Cycling Club

ชมรมพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ

Motorbike club (ขี่มอเตอร์ไซต์แบบนิสัยดี)  –> อย่าชี่รถกันอย่างเดียว ออกกำลังกันบ้าง ^^

2016 Winter trip


ช่วงหลายปีหลังมานี่ ผมจะจัดขี่รถทริปยาวๆ ปีละทริปครับ ..
จัดแต่ละครั้ง ก็ไปคันเดียวครับ ..นัดคันอื่นไม่ได้จริงๆ เพราะ มันเป็นการเที่ยวตามใจตัวเอง..

ปี 2016 นี่ Plan ไว้ 13 วัน หยุดตั้งแต่ ช่วง คริสมาสต์ ยาวข้ามปีไปเลย.. สูตรนี้ work เพราะ ออกเดินทางรถไม่ติด ได้ feeling การขี่รถเทียวที่แท้จริง..

เพราะวันปกติ เจอรถติดทุกวัน .. ถ้าออกช่วงเทศกาล คงไม่ต่างกันนัก.. เผลอๆ จะหนักกว่า เพราะ ระยะติดไกลกว่า

ทริปนี้ ตั้งใจไปเทีย่วถึง สิงค์โปร์ครับ .. เพราะอยากไป Universal studio เพื่อนที่ไปมา บอกว่า ต้องมาให้ได้ .. ครั้งนี้ เลย วิ่งลงใต้ แวะเรื่อยๆ กะว่า จะไปหาเพื่อนชาวต่างชาติ สองคน คือ Andy และ Chia ด้วย

สองคนนี้ คนแรก อยู่ มาเลย์ คนที่สอง อยู่สิงค์โปร์ .. ทั้งสองคนบอกว่า มีโอกาสแวะมาบ้านเขา ขอให้บอก .. ครั้งนี้ เลยว่าจะไปเยี่ยม

ทริปนี้ ก่อนออกเดินทาง ระบบไฟในรถผมแปลกๆ คือ วิ่งๆ แล้ว Batt หมด ต้อง เข็น ต้อง พ่วง .. เลยส่งให้ ศูนย์ตรวจเช็ค อย่างละเอียด ศูนย์ส่งกลับมา พร้อมบอกว่า ตรวจสอบ ระบบ Charge และ ฺBattery แล้ว ไม่เป็นไร .. ผมจึงเตรียมรถออกมาอย่างมั่นใจ

ที่ไหนได้ แค่วันที่สองของการเดินทาง ผมก้เจอ เรื่องยุ่งๆ กับรถผมซะแล้ว .. การตัดสินใจ เดินทางต่อในต่างแดน อีก 11 วัน พร้อมกับ รถที่มี ปัญหา เป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจ ยากมาก

ถ้ายกเลิก ทริปนี้ ก็ พัง .. ที่พักที่จองไว้ ทั้งหมด คงเสียฟรี นั่นไม่สำคัญเท่าความตั้งใจที่อยากทำให้สำเร็จ ..

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผมจะผ่าน ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร .. ได้บันทึกไว้ใน album ภาพ พร้อมเนื้อเรื่อง คำบรรยาย รูปแต่ละรูป ตลอด ทริปนี้ ไว้ครับ ..

ตั้งใจเก็บไว้ ดู ตอนที่อายุเยอะๆ และ ขี่รถไม่ไหวแล้ว.. แต่ เห็นว่า เอามาแบ่งปัน ให้ คนอื่นดูน่าจะดี ..

อ่านแล้ว แล้ว ก็ แชร์ เขีนน comment ไว้ หน่อย ครับ เผื่อ มีเรื่องได้คุยกัน

Day 1 กับการขี่ยาวๆ ฝ่าฝน ลงใต้
https://goo.gl/Xv4afE

Day 2 คีรีวง กับ เรื่อง Surprise บนขุนเขา
https://goo.gl/kYucbc

Day 3 น้ำใจจาก มิตร เก่า และ มิตรใหม่ พร้อมกับ การตัดสินใจสำคัญพุ่งทะยาน ข้ามสะพาน สู่ เกาะ ปีนัง
https://goo.gl/zqdx7R

Day 4  ตื่นมาที่ปีนัง..  มุ่งสู่ KL
https://goo.gl/ToVF1i

Day 5 เจอเพื่อนเก่า ที่ Singapore

https://goo.gl/EU7HgE

Day 6 กลับมาเป็นเด็ก ที่ Universal studio
https://goo.gl/w7NELN

Day 7  ตะเวณกิน 

https://goo.gl/rdWezu

Day 8  การเดินทางอันยาวนาน จาก Singapore มา Malaysia 

https://goo.gl/2xkqo5

Day 9  Countdown กลางหาด ที่ลังกาวี 
https://goo.gl/L3q4Bc

Day 10 กับความเสียว ในจุดที่สูงที่สุด ของลังกาวี และ สะพานเสาเดี่ยว ความเสียวที่ 1 ของโลก
https://goo.gl/fZLGdN

Day 11 หาดใหญ่  แวะตรัง ก่อน จอดที่สุราษฏร์  กับการฝ่าพายุฝน

https://goo.gl/FTxt1M

Day 12  อิ่มอร่อย ที่สุราษฏร์ แล้ว นอนแช่น้ำร้อนที่ ระนอง

https://goo.gl/2pdmqU

Day 13  วันสุดท้าย กับ เรื่อง surprise ก่อนถึงกรุงเทพฯ 200 km
https://goo.gl/uFGhEb

15585025_10154788747499326_6465092121465976352_o.jpg

ม้าลาย =====


สองอาทิตย์ก่อน ขณะขี่รถกลับบ้าน ปรากฏว่า มีทางม้าลายแถวบ้าน ผมสังเกตเห็นรถชะลอ

…ตามหลัก #ชะลอเตรียมหยุดเมื่อถึงทางม้าลาย ผมเลยชะลอจอด

มี้ด็ดนักเรียนข้ามถนนออกมาจริงๆ ด้วย เหลี่ยมรถบังพอดี

หลังจากนั้น 2 วินาที มอเตอร์ไซต์ คันหลัง ก็มาทิ่มตูดซะ..ดีว่ากำเบรค ยืนมั่นคงเลยไม่ล้มลงจร

ผมบอกน้องให้จอด ตัวเองก็จอด หลังจากนั้นเดินไปเก็บป้ายทะเบียนที่โดนชนหลุด

ตอนแรก คิดว่าแค่ป้ายทะเบียนโดนชน เลย กะจะปล่อยน้องไปแล้วซ่องเอง แต่เห็นหมุด stand อีกอัน เลยรู้ว่า หมุดขาด

…คงเอาโช๊คมาชนตรงหมุดพอดี…

ตัวหมุดเชื่อมกับสวิงอาร์ม ผมเลยต้องโทรให้ประกันมาจัดการ….

งานนี้เป็นคราวเคราะห์ของน้องมันจริงๆ ที่ขี่เร็ว จี้ตามรถ…

บอกน้องไปเหมือนกัน ไม่รู้จำได้หรือเปล่า…

ป็นบทเรียน Biker

1. มีประกัน อย่าได้ขาด
2. ชะลอเตรียมหยุดเมื่อถึงทางม้าลาย
3. รถพังซ่อมได้ อย่า ชนเด็ก

#ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

ต้องการอะไร? ==========


อ่านแล้ว share ด้วยครับ
==========

เหตุการณ์ เกิดขึ้นระหว่างการออกทริป ของผม.. ในช่วงขากลับ

เมื่อครู่ออกมาจากกำแพงเพชร ข้างหน้าเป็นแยกไฟแดง รถติดยาว …
Pick up คันหน้าอยู่ในแถวดีๆ ก็ตบออกมาไหล่ทาง ซึ่งเขาไม่ได้ให้วิ่ง คงกะจะลักไก่ไฟเขียว เพราะออกมาก็วิ่งช้าๆ

ผมให้สัญญาณแตร เพื่อให้รู้และ แซงขวา พวกดันเบียดเข้ามาเสียชิด… คิดแง่ดี คงไม่ทันเห็น (คิดอีกที ไฟรถผม เยอะมาก ถ้ามองรับรองว่ายังไงก็เห็น)

ผมจอดรอไฟแดง หันไปดู เอ๊ะ .นี่มันชิดชนาดมันดมตูดกันเลย .. เหมือนเขาจะสื่อสารอะไรกับผมนะ… ตั้งใจมาจอดซะชิดขนาดนี้

ผมตั้งขาตั้ง…ลงจากรถตาม style นิสัยดี

ทักทาย
======
ผมลงจากมอเตอร์ไซต์ …นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันนี้ ตั้งแต่ขี่รถมาสี่ปี

สองครั้งแรกเกิดในกรุงเทพฯ ครั้งแรกมนุษย์ป้า ครั้งสอง วัยรุ่นตอนปลาย… ทั้งสองเคส จอดเสียบเข้ามาแบบนี้ และมาโดย “อวัยวะ” หรือ ชิ้นส่วนบางส่วนของน้องซีดส์ผม ซึ่งทั้งสองเคส ดูเหมือนเจ้าของรถยนต์จะไม่ Happy กับตอน ending นัก… เพราะต้องโดน”บอกกล่าว” ไปพอสมควร

นี่เป็นครั้งที่สามที่รถยนต์มาจอด สอดเข้ามาจนเสียวตูด ที่แปลกใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่เกิดในต่างจังหวัด…! เพราะผมเชื่อ ว่า อารมณ์ กวนๆ แบบนี้ ผมนึกว่าจะเกิดแต่ในกรุงเทพฯ ซะอีก

ผมเดินเข้าไปหา..เดินไป ก็ กระตุ้นกล้ามเนื้อไป .. เพราะผู้รู้ท่านบอกว่า ก่อนออกกำลังกาย ต้อง warm up ดังนี้ กล้ามเนื้อใช้งานทุกส่วน เลยโดนกระตุ้นให้ทำงาน จะออกกำลังท่าไหนไม่รู้หรอก แต่ วิทยาศาสตร์การกีฬาสอนไว้ว่าให้วอร์มร่างกายก่อนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ

“จอดเข้ามาจนชนรถผมแล้วนี่….” ผมพูดเสียงดังฟังชัด เจ้าของรถใส่แว่นเรย์แบนสีดำไว้หนวด ผมประเมินดูคร่าวๆ อายุน่าจะ พอสมควร แต่ไม่น่าจะมากกว่าผม

“ชนด้วยเหรอ” เจ้าของรถพูดออกมา ผมเดาสีหน้าไม่ได้เพราะพี่เขาใส่แว่น

“ลงมาดู…” การพูดจากห้วนๆ ไม่ใช่ ปกติของผม แต่ กรณีนี้ ถือว่าตั้งใจ พูดไม่ทันจบ ผมเปิดประตูรถออก เป็นการ เชิญ “เดี๋ยวนี้เลย” ประโยคหลัง บอกห้วนๆ ห้วนกว่า ตอนแรก อีก

คนขับลังเล… ผมกำชับด้วยเสียงอีกที เขาเอามือดึงเบรคมือ แล้วลงจากรถ คนเต็มรถ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมีอายุ คงจะกลับบ้าน ตามเทศกาลกัน

ผมชี้ให้ดู “นี่จอดใกล้ขนาดนี้…ต้องการอะไรเหรอ” ผมถาม เขาคงเดาอารมณ์ ผมจากน้ำเสียง เพราะ อย่างอื่นคงเห็นแต่ลูกตา เพราะ ผมยังไม่ได้ถอดหมวก

“ไม่ชนนี่” คนขับบอก เหมือน นึกมาแล้ว เพราะพวกไม่ได้ ตั้งใจให้ชน แต่ แค่ตั้งใจให้ชิด . เรื่องแบบนี้ ตำรวจบอกว่า “เหตุยังไม่เกิด เอาเรื่องไม่ได้”

“ไม่ต้องรอชนหรอก แค่นี้ก็มีเรื่องได้แล้ว จอดชิดขนาดนี้ ต้องการอะไรเหรอ” ผมถาม ที่ถามเพราะต้องการคำตอบ ถึงแม้สถานการณ์ จะเหมือนถามหาเรื่องก็ตาม

“ผมไม่ได้มีอะไรนะ” คนขับรถบอก “ผมไม่คิดว่าพี่จะจอดตรงนี้” พี่เรย์แบน พูดต่อมาหน้าตาเฉย

“ผมจอดอยู่คุณก็เห็น…” ผมเริ่มรู้สึกวูบวาบ อาจเป็นพราะ กระตุ้นกล้ามเนื้อมากเกินไป หรือ ไม่ก็ คำพูดพี่เรย์แบน มันกระตุ้นบางอย่างในตัวผมมากเกินไป ก็ไม่ทราบ ความรู้สึกเหมือน มันมีพลัง ที่อยากปล่อยออกมาซะเหลือเกิน

ผมมองหน้า พยายามจ้องตา ทะลุผ่านแว่น .. แล้วพูดเสียงเนิบๆ ช้าๆ

“ถอดแว่นออกก่อนมั๊ย…. จะได้ไม่เสียของ” ผมบอก เตือนจากประสบการณ์ เสียดายเของ ออกกำลังกายที ของประดับ เสียหายหลักหมื่น … เขาเชื่อถอดแว่นออก ผมอยากดูตาชัดๆ

” เมื่อกี้ตอนแซงมา ก็เบียด และเร่งเครื่องตีคู่ เกือบจะโดนกัน” ผมบอก วันนี้ เป็นอะไรไม่รู้ พูดจาไม่มีหางเสียงเลย พ่อรู้ พ่อคงด่า เพราะ สอนมาให้เป็นคนพูดเพราะๆ

“พี่คนกรุงเทพฯ หรือเปล่า…” คนขับรถถาม
“ถามทำไม?” ผมสงสัย
“ผมคิดว่าพี่จะไปกรุงเทพฯ ต้องตรงไป” ผมรู้สึกว่า เขาเริ่มตอบเลอะเลือนละ มันเกี่ยวอะไรตรงไหน มาคิดแทนผมได้ไง ว่าจะไปไหน ต้องเข้าเลนไหน .. พี่เขามี ญาติเป็น GPS หรือไง .. ?

“ทำไมชอบคิดแทนผม วะ …ขับรถก็ต้องเว้นระยะห่าง เห็นบอกเป็นคนทำมาหากิน ขับรถทั้งวัน เรื่องแบบนี้ไม่รู้หรือไง” ผมถาม

ทหารสามคน เดินมายังเราสองคน ตอนนี้ไฟเขียวแล้ว รถเริ่มเคลื่อนตัว ….ระฆังยังไม่เคาะ .. ผู้ชมหลายคน ที่อยู่ตอนรถติดอาจเสียดาย ไม่ได้ดูมวย

ผมไม่ได้สนใจทหาร ยังคงอบรม คนขับรถต่อ

“เลนนี้เป็นไหล่ทาง เอาไว้ให้รถเสียจอด ไม่มีใครเขามาวิ่งเลยเห็นมั๊ย ” ผมดุ เพราะ มีเขาคนเดียวจริงๆ คันอื่น จอดในแถวรอไฟกันหมด ไม่มีล้ำ ลงเลนซ้าย

“เมื่อกี้ตอนพี่แซงผมไม่เห็น” คนรถบอก

“ไม่เห็น เพราะไม่ดูซิ มาดูนี่” ผมเรียกมาดูไฟหน้า ใครเคยเจอผม ต้องบอกว่า รถพี่ไฟแสบดาก มาก เพราะ มันเยอะ แต่ ไม่ได้เยอะ แบบแยงตา ผมเน้น ส่งพื้น ตอนขับกลางคืน ที่มืดๆ

“ไฟขนาดนี้ถ้าไม่เห็น แสดงว่าไม่ดูกระจกเลย …” ผมหยุดหายใจเข้าปอด แล้วพูดต่อ “…แล้วเปลี่ยนเลนมาซ้าย ไม่ดูกระจกเลยนี่มันอันตรายขนาดไหน รู้มั๊ย” เริ่มโดนเยอะ ฐานเถียง ถ้าเงียบๆ ผมคงพูดไม่กี่คำ

“ท่าทางเหมือนเมา…ดื่มมาหรือเปล่า” ทหารถาม…

“เปล่าครับ”… คนขับรีบตอบ สีหน้ากระวนกระวาย

“จับตรวจแอลกอฮอล์ หน่อยซิครับ สภาพแบบนี้” ผมบอกทหาร ทหารพยักหน้า…

…. ชักยาว เดี่ยวมาต่อ ….

================
ต่อ…
================
ทหารมองหน้าคนขับสักพัก แล้วถาม ท่าทางเราเมานี่ นี่เขารณรงค์ ห้ามเมาแล้วขับ โดยเฉพาะ ช่วงเทศกาลนะ ดื่มมาหรือเปล่า” ทหารถามอีก

“ผมไม่ได้ดื่ม”.. คนขับบอก ผมก็ดูไม่ออกว่า ตาแกปรือๆ แบบนั้นปกติหรือด้วยฤทธิ์ แอลกอฮอล์

“ถ้าจะตรวจ ต้องตรวจทั้งสองคน” คนขับบอก… ดูมัน เถียงเป็นเด็กเลย .. ประมาณ ว่า ไม่ยอมนะ ตรวจเค้าคนเดียวไม่ได้นะ .. ทำเป็นเด็ก

“ผมขี่รถ ผมไม่ดื่มอยู่แล้ว” ผมบอกสบายใจได้ เรื่องดื่ม แล้วมาคร่อมรถ นี่ เป็นข้อห้ามผมเลย .. แต่สังเกต คนขับ ทีท่าเริ่มเปลี่ยน คงไม่นึกว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาเกี่ยว

ผมเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้น หลักฐาน รถที่แทบมาแตะกันตรงหน้า ช่วยอธิบายเจตนาของเจ้าของรถเป็นอย่างดี ทหารเลยให้การอนุเคราะผม เทียบเท่าคนที่กำลังโดนเอาเปรียบ

“เดี๋ยวตรวจแอลกอฮอล์ ซะหน่อย ไม่มีก็ไม่ต้องกลัว” ทหารบอก

มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาอีกหนึ่งคน หลังฟังผมเล่าเร็วๆ พร้อมให้ความเห็นว่า คนขับรถเหมือนพยายามหาเรื่องผม ด้วยการจอดซะจี้แบบนี้ ตำรวจรับฟัง

จากที่ผมคิดว่าจะแก้ปัญหาเอง จัดการหมอนี่ซะเอง กลายเป็นมีคนมาช่วยอีก 4 คน ทหารสาม ตำรวจ หนึ่ง… เราทำดี ย่อมมีคนคุ้มครอง

คนขับรถดูเหมือนต้องการกำลังเสริม พูดขึ้นมา
“ผมก็คนที่นี่แหล่ะ เพื่อนผมก็มี” พูดแล้วหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาทำท่าจะโทร

“คนทำผิดเพื่อนไม่ช่วยหรอก” ผมพูดเบาๆ …

คนรถมองหน้าผม คงอีดอัดที่เห็นแต่ลูกตา เลยบอกว่า “พี่คุยกับผม ถอดหมวกมาคุยก็ได้” ผมไม่รู้ว่า ตอนน้้น พี่เขาคงจะอยากเห็น หรือ อยากต่อยหน้าผมแม่นๆๆ ละมัง …ผมนึกในใจ ใส่ไว้ก็ดี แต่ ..ถอดก็ดีเหมือนกัน …เผื่อเห็นหน้าแล้ว อะไรจะดีขึ้น

ผมถอดหมวก …คนขับมองมากสักพักอุทานว่า นี่มันพี่ป๋องนิสัยดี นี่…

เปล่าครับ อันนี้ มุข ผมคิดไปเองขำๆ เขาไม่ได้อุทานหรอก เขาไม่รู้จักผมด้วยซ้ำ เขาขับ รถ pick up แต่ไม่แน่นะ ถ้าขี่ Big bike ก็ว่าไปอย่างอาจรู้จักผมก็ได้ เขามองไม่พูดว่าอะไร คงเริ่มรู้สึกว่าผมไม่ใช่เด็กแล้ว…

และก็ไม่ใช่คนที่น่าจะมาแกล้งกันบนถนนด้วย ….

“พี่น่ะ ขับรถรอไฟแดง ไม่ควรออกมาไหล่ทางซ้าย เพราะ มันไม่ใช่ทางวิ่ง รถเล็กกว่าเขาจะได้ไปได้ อีกอย่าง ออกมาก็ต้องไปเบียดเข้าข้างหน้า ทำรถติดอยู่ดี และ เป็นการเห็นแก่ตัว…” ผมพูด ดูสีหน้า สังเกตว่าเริ่มฟัง

“…แล้วขับรถต้องรักษาระยะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ จะได้ไม่ไม่เกิดเหตุเวลาเบรคกระทันหัน ….จอดรถ ห้ามมาจอดใกล้แบบนี้เด็ดขาด มุมอับมองไม่เห็นกะพลาด ชนชิ้นส่วนผมแตกหักไป แล้วทำไง …มาพูดขอโทษ …มันคงไม่ง่ายแบบนั้นหรอกระ… รถใครใครก็รัก …เขาคงไม่คุยดีด้วย…” ผมจัดต่อ ทุกคนเงียบ

“ขับรถถ้าไม่อยากมีเรื่อง อย่าหาเรื่อง เพราะ เราไม่รู้หรอกว่าจะเจอกับอะไรบ้าง …” ผมบอก

คนขับ .. เงียบ…

“รู้ไหมว่าตัวเองทำไม่ถูก…” ผมถาม
คนขับรถมองหน้าผม … แล้วพูดขึ้น ” ครับ ผมทำไม่ถูก ”

“ทำไม่ถูก แล้วทำไง” ผมถามต่อ .. ดุจริงๆ ตอนนั้น

“พี่ครับ ผมขอโทษ” คนรถบอก พูดลอยๆ
“ไหว้เป็นมั๊ย” ผมถามต่อ คนบางคนก็แค่ๆ พูดขอโทษให้จบๆ แต่เรื่องไหว้ นี่เป็นตัวบอกความจริงใจในการสำนึก คนเรามี ศักดิ์ศรี ไม่ไหว้กันง่ายๆ ในเรื่องแบบนี้

“ผมขอโทษพี่จริงๆ ครับ” คนขับยกมือไหว้

“เอางี้นะครับ ผมจะออกใบสั่ง ฐานจอดรถกระชั้นชิดให้คนขับ …” ตำรวจพูดขึ้นมา

“ไม่ต้องออกหรอกครับ” ผมบอก

“ทางพี่จะได้สบายใจด้วย” ตำรวจบอก

“ไม่ต้องหรอกคุณตำรวจ พี่เขาคงอยู่กรุงเทพฯนาน มันเครียด และใจร้อน ผมแค่อยากให้เขาสำนึกสิ่งที่ทำ อาจจะไม่มีใครเคยบอก จึงต้องบอกเขา และ ให้เห็นผลร้าย ตอนนี้ผมว่าพี่เขาก็สำนึกแล้วล่ะ ก็น่าจะพอแล้ว…ไม่ต้องรบกวนคุณตำรวจด้วยครับ แค่นี้ก็เหนื่อยกับช่วงวันหยุดแล้ว” ผมบอกพี่ตำรวจ เห็นใจพี่ๆ เขา ต้องมาทำงาน ช่วงเทศกาล แถมเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้ อีก

ผมหันไปมองทางคนขับ จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา
“ผมต้องขอโทษพี่ และ ขอบคุณที่ช่วยสอนเตือนสติผมนะครับ” คนขับพูดกับผมแบบนั้น ท่าทีก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปหมด

“ไม่เป็นไร ขับรถก็ใจเย็นๆ หน่อย ที่สำคัญ อย่าไปหาเรื่องกับมอเตอร์ไซต์ เจอคราวหน้า ถ้าคนขี่อารมณ์ร้าย อาจไม่ได้ยืนคุยกันแบบนี้….”ผมบอก ก่อนจะยกมือไหว้ ทหาร และ ตำรวจ ที่มาช่วย

ผมขับรถแล่นออกไป คิดว่าเรื่องนี้ อาจได้ช่วยอีกหลายเคส จากพฤติกรรมขับรถแบบนี้ ถ้าพี่เรย์แบน แกสำนึกแล้วเข้าใจ ก็คงไม่มีเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นอีก คนเราไม่มีใครอยากมีเรื่องหรอกครับ แต่ชอบทำอะไรให้เรื่องมันเข้ามาหาทุกที….

ขอบคุณที่ตามอ่านจนจบครับ
พิมพ์ไม่เมื่อย แต่จะหายเหนื่อย ถ้ามา comment กัน

ขอวิจารณ์ ขานรุ่น และ คติเตือนใจ กันด้วยครับ

อันใหม่ออกมาพอดี

#วิ่งไวเช็คให้แน่ใจค่อยเปลี่ยนเลน
#goodbiker
#tipbiker
#casebiker

https://m.facebook.com/groups/857137487640021?view=permalink&id=1070401666313601