คนส่วนใหญ่ เวลาซื้อคอนโด ก็คิดเรื่องของราคา เป็นหลัก ..

ก็คงคล้ายๆ กับ ซื้อรถครับ .. มองว่า ราคาเท่าไหร่ ซื้อได้มั๊ย แล้ว จบ ..

ความเป็นจริงมันไม่จบ .. เพราะมีค่าใช้จ่าย รออยู่อีกหลายตัว .. คอนโด ก็เป็นอย่างนั้น เพราะ หลังจากที่เราตัดสินใจซื้อ เราก็ ทยอยผ่อนค่าดาวน์

เงินดาวน์ เรียกตาม ภาษาอังกฤษว่า Down payment ซึ่งเป็นเงินส่วนแรก ที่วางไว้ ก่อนเพื่อให้มั่นใจว่า เราซื้อแน่ๆ อย่างน้อยก็ต้องวางไว้ 10% หรือ 15%
ทีนี้ของราคาเป็น ล้าน เงินดาวน์ ก็เป็นเงินแสนครับ จ่ายคราวเดียว ก็อาจจะทำให้ ขายไม่คล่อง ดังนั้น ก็ เลยใช้วิธีค่อยๆ จ่าย โดย โครงการก็ก่อสร้างไป แล้วก็ช่วยนำเงินที่ลูกค้า กะจะมาวางดาวน์ มาช่วยเก็บไว้ก่อน .. พอได้ครบจำนวน ก็ เป็นตัวเริ่มต้น ในการขาย เพราะ Bank ส่วนใหญ่ ก็จะประเมิน เงินให้ไม่เต็มมูลค่า เพราะเผื่อไว้ ยึดขายทอดตลาด จะได้ไม่เจ้งไปด้วย

ส่วนค่าใช้จ่ายที่จะพูด จะไม่รวมส่วนที่เป็นเงินดาวน์ครับ

ค่าใช้จ่าย มีสามช่วงครับ

ช่วงโอน ช่วงแต่งห้อง แล้วก็ ช่วงอยู่

ช่วงโอน….

ค่าใช้จ่ายในการโอน มีไม่กี่ตัวครับ แต่ก็ต้องไปดู แต่ ละที่ว่า คิดไว้เท่าไหร่ นี่เป็นสตางค์ที่ต้องเตรียมไว้ก๋อนที่จะโอนมาเป็นของเรา หลักๆ ก็เป็นตามนี้

  1. ค่าธรรมเนียมในการโอน ปกติ คิดที่ 2% เงินก้อนนี้ จ่ายให้หลวงครับ ส่วนโครงการ กับ เรา จะออกคนละเท่าไหร่ อันนี้แล้วแต่ตกลงกัน
  2. ค่าเงินกองทุน ก้คิดตามตารางเมตร คิดครั้งเดียว จ่ายให้ โครงการที่จะเก็บไว้ ให้ นิติฯ ใช้ในอนาคต
  3. ค่าส่่วนกลาง อันนี้คิดตามตารางเมตร เก็บครั้งแรก ก็ปีนึงไปเลย เงินส่วนนี้ หลักๆ เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ร่วมกัน ทั้งโครงการ เช่น ค่า รปภ ค่าแม่บ้าน ค่าน้ำส่วนกลาง ค่าซ่อมแซม ค่าไฟฟ้าแสงสว่าง ตามทางเดิน และ อื่นๆ
  4. ถ้าทำเรื่องกู้แบงค์ ก็ ต้องเตรียมเงินส่วนนี้ ไว้ครับ ประมาณ 1% ของ เงินที่จะกู้
  5. ค่าอากรในการโอน อันนี้ ไม่มาก แต่ ก็ต้องคิดไว้
  6. ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า อันนี้เป็นเงินที่ต้องจ่ายไปก่อน ถ้าเลิกก็ได้คืน

รวมๆ แล้ว หลายหมื่นอยู่ครับ คิดให้ดี

ตอนนี้พอละ เดี๋ยว ตอนหน้า มาดูว่า ช่วงแต่ง (ห้อง) จะต้องมีเงินขนาดไหน