Archive for เมษายน, 2016

จากบ้านสู่ห้องสี่เหลี่ยม…


อยู่บ้านดีๆ ก็มีคนมาชวนผมไปดูคอนโด…

โครงการนี้ อยู่ใกล้ๆ ร้านกาแฟชิดชม ที่ผมไปประจำ วันหยุดผมมักจะมานั่งที่ร้านนี้ เพราะ ชอบมาวิ่งออกกำลังที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ..

โรงพยา่บาลนี้ รักษาผู้ป่วยทางจิต ดังนั้น สภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล นี่ผมว่า ดีกว่าที่ไหนๆ

ยิ่งพอเห็นว่าในคอนโด มีสระว่ายน้ำ ยาว 30 เมตร แถมราคาน่าคบหา ผมเลยยิ่งไม่รีรอ .. ความอยากครอบครองเป็นเจ้าของห้องนี่ เกิดขึ้นมาทันที.. ทั้งๆ ที่มีบ้านอยู่อยู่แล้ว

การลงทุนครั้งนี้ ผมมองว่า

  1. ได้มีสระว่ายน้ำในบ้านตัวเองซะที
  2. มีที่วิ่งออกกำลัง รอบกำลังเหมาะ ประมาณ 4-5 km/รอบ
  3. ตึกไม่สูง ผมเคยไปห้องเพื่อนที่อยู่ตึกสูง นึกถึงเวลามีเหตุฉุกเฉิน มันน่ากลัว
  4. ใกล้สถานีรถไฟฟ้า กระทรวงสาธารณะสุขมาก ไม่ถึงร้อยเมตร จับเวลาเดินเท้า ได้ ห้านาที พอดี

หลังตัดสินใจ จองเอาไว้ และผ่อน ดาว์น มาเรื่อยๆ เดือน ห้าพันกว่าบาท ระหว่าง นั้น ก็แวะมาดูเรื่อยๆ ครับ จากหนองน้ำ กลายเป็นพื้นดิน จากพื้นดิน ก็เป็นฐานราก และ โครงตึก จนกลายเป็นตึกในที่สุด

ระหว่างก่อสร้าง ก็ได้เจอว่า ที่นี่เป็นชุมชน ของชาวต่างประเทศครับ .. ภาษาที่เขาใช้ ทำให้ทราบเลยว่า เป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราด้านตะวันออก . หลายครั้ง ผมก็ได้ทบทวนภาษากับเขาบ้าง .. ทำเอา คนที่นี่แซวใหญ่ ว่า บ่ะ พี่พูดภาษาผมได้ด้วย..

ด้วยความที่ผมไม่่ได้เดือดร้อนเรื่องที่พัก  และ กำหนดเสร็จ ที่เดิมทีโครงการนี้จะเสร็จและเข้าอยู่ได้ปลายปี 2015 ก็เลื่อนมาเป็น ปี 2016 ผมเลยไม่ได้รีบร้อนที่จะโอนห้องนี้ มากนัก .. จนได้ทราบในเดือน Apr ว่า ทางโครงการได้ให้ลูกค้า ทยอยมาโอนได้ .. ผมก็ยังเฉยๆ เพราะรู้สึกว่าต้องจ่ายเงินก้อนออกไป

จนกระทั่ง วันนึง .. ระหว่าง ผมกำลังประชุมอยู่ที่ทำงาน ทีมงาน ตลาดก็เข้ามารายงานว่า เดือนนี้ เป็นเดือนสุดท้าย ที่ รัฐบาล จะช่วยเรื่องค่าโอน  โดย ลดจาก 1 % เหลือ 0.01% เอง !

แค่นั้นแหล่ะ ผมโทรเช็ค Bank ทันที .. เพื่อทำเรื่องกู้เงิน..

ในที่สุด ผมก็ได้ทำการโอนเสร็จในเดือน Apr นั่นแหล่ะ … ใครจะไปรู้ว่า นอกจากจะได้ห้องในคอนโดมาครอบครองแล้ว ต้องบอกว่า ชีวิต ใน คอนโด นี่ก็สนุกสนานไม่แพ้ใคร ..

ฺBackpack ไปจีน กับพี่ป๋อง


ทริปนี้ แบกกระเป๋าไป 8 วันครับ เป็นการเปิดหูเปิดตาในประเทศ มหาอำนาจแบบจีน

นับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของผมที่ ต้องบันทึกเอาไว้ครับ โดยผมมีแผนในการเดินทางที่จริงๆ เขียนเอาไว้ละเอียด ตั้งแต่ การกิน การเดินทาง ทุกอย่าง จะเป๊ะๆ เอาไว้ แต่ แผนในการท่องเที่ยวก็คือ guideline ครับ เพราะ ถ้ามีอะไรมาทำให้เปลี่ยน ผมก็เปลี่ยน แต่อย่างน้อย ก็จะมี mission ในแต่ละวัน ว่า จะต้องไปทำอะไรบ้าง

 

ระยะเวลาแต่ละวัน ทั้ง 8 วัน จะมี mission ไม่เท่ากันครับ ขึ้นอยู่กับ จำนวนสถานที่ ที่บางสถานที่ ต้องใช้เวลาในการเที่ยวชมหลายชั่วโมง

 

แบ่งออกเป็น mission แต่ละวันดังนี้ครับ

Day#1
Album ภาพ ใน facebook

Mission#1

Mission#2

การป้องกันการ block ของ Social network ในจีน

Mission#3

Mission#4

Mission#5

 

Day#2
Album ภาพใน Facebook

Mission#1

Mission#2

Mission#3

Mission#4

Mission#5

Mission#6

Mission#7

 

Day#3

Album ภาพใน Facebook

Mission#1

Mission#2

Mission#3

Mission#4

Mission#5

 

Day#4

Mission#1

Mission#2

Mission#3

Mission#4

Mission#5

 

Day#5

Mission#1

 

Day#6

Mission#1

เจอน้องเจ

Mission#2

Mission#3

Mission#4

เจอพี่ซ่า

Mission#5

Mission#6

Mission#7

 

Day#7

Mission#1

Mission#2

Mission#3

Mission#4

Mission#5

Mission#6

 

Day#8

Mission#1

Mission#2

Mission#3

Mission#4

Mission#5

 

Backpack ไปจีน Day#7 ภารกิจ#6


Day#7 ภารกิจ#6

============

หว่ากอ พาพวกเราเดินจาก Senado Square ที่มีคนมาเดินตรงนี้เยอะมาก มุมถ่ายรูปก็เยอะจนเลือกไม่ถูกเลย

สองข้างทาง เต็มไปด้วยร้านขายของ เพราะ คนเยอะขนาดนี้ ขายอะไรก็ขายดี คนขายถ้าณุ้ว่าเราเป็ยคนไทย ก็จะเรียกเป็นภาษาไทยเข้าไป แต่อย่าไปหวังว่าจะคุยภาษาไทยได้นะ..เรียกได้แค่นั้น

เดิยต่อจาก Senado square มาจนถึงด้านหลัง จะเจอซากโบสถ์ อันเบ่อเริ่ม ที่เรียกว่าซาก เพราะ เหลือแต่ประตู

ซากโบสถ์เซนต์ปอล (จีน: 大三巴牌坊; อังกฤษ: Ruins of St. Paul’s; โปรตุเกส: Ruínas de São Paulo) เดิมเป็นโบสถ์คาทอลิกที่สำคัญในมาเก๊า ซึ่งถูกเพลิงไหม้และพายุไต้ฝุ่นถล่มในช่วงปี ค.ศ. 1835 จนเหลือเพียงซากประตูโบสถ์

ซากประตูโบสถ์เซ็นต์ปอล (Ruins of St.Paul’s ) สร้างขั้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 17 นับเป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊า โบสถ์แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินแดนตะวักออกไกล ต่อมาในปีค.ศ.1835 ได้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ทำให้โบสถ์เซนต์ปอลคงเหลือแค่เพียงประตู และบันไดทางเข้าด้านหน้าเท่านั้น หลังจากมีการบูรณะขึ้นใหม่ในปีค.ศ.1991 ด้านหลังของซากโบสถ์แห่งนี้มีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาขึ้น เพื่อรวบรวมภาพเขียนและจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หลุมฝังศพของบาทหลวง วาลิคนาโน ผู้ก่อตั้งโบสถ์ ตลอดจนโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น และเวียดนามที่เสียชีวิตเมื่อคราวที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่

บรรยากาศตรงนี้ดีมากๆ เราอยู่กันตรงนี้ยานพอควร ก่อนหว่ากอจะ มาบอกว่า ไปหาอะไรทานกันเถอะ…

หว่ากอเป็นเจ่าของภัตราคาร และ มาเก๊า ขึ้นชื่อเรื่องนสชาติอาหาร ลูกผสม จีน +โปรตุเกส ดังนั้น เย็นนี้ รับรองอร่อยแน่

สนใจทริปนี้กด Hashtag ข้างล่างครับ

‪#‎pingpongbackpack‬

13083234_10154100592714326_8552514049353004591_n

Backpack ไปจีน Day#7 ภารกิจ#5


Day#7 ภารกิจ#5

============

มาเก๊า นี่เป็น เขตบริหารพิเศษ ของจีน โดยสมัยก่อน โปรตุเกสได้เริ่มสำรวจเส้นทางการค้าเข้ามาในเขตเอเชียและทำการค้ากับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

พ่อค้าและนักเดินเรือชาวโปรตุเกส ได้ไปตั้งหลักแหล่งอยู่ที่มาเก๊าเป็นจำนวนมาก ทำให้มาเก๊ากลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าระหว่างโปรตุเกสกับจีน บางคนเข้าใจผิดคิดว่าโปตุเกส มายึด อันนี้เข้าใจผิด (แต่จะเรียกว่า ยึดด้วยการค้า ก็อาจจะได้)

ในช่วงแรกโปรตุเกสได้ทำสัญญาเช่ามาเก๊าจากจีน ต่อมาก็ประกาศให้มาเก๊าเป็นส่วนหนึ่งในอาณาเขตต่างแดนของโปรตุเกส (Overseas province of Portugal) โดยที่จีนไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ คงประมาณว่ามีคนมาอยู่เยอะ จู่ๆ ก็เลยจะนับเป็นจังหวัดนึงของตัวเองไปด้วย …น่าสงสัยว่า แล้วภาษาจะจ่ายให้ใคร

จนกระทั่ง พ.ศ. 2430 จีนยกดินแดนมาเก๊าให้โปรตุเกสอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นการตอบแทนที่ โปรตุเกสช่วยจีนปราบปรามโจรสลัดในเขตทะเลจีนใต้…

ประวัติมีประมาณนี้ ทำให้ที่เที่ยว ที่จะมาจะมาดูบรรยากาศโปรตุเกส

หว่ากอ พาพวกเราขึ้นรถเมล์ จากวัดอาม่า มาลงตรง Senado square ซึ่งเมืรอครู่เรานั่งรถผ่านมาทีละ… ตอนผ่านผมยังรู้สึกคล้ายๆ อญุ่ใน Paris แถวๆ Louve

Senado square มีชื่อเสียงตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644) และในยุคอณานิคมของโปรตุเกสจัตุรัสแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่สวนสนามของเหล่าทหาร แต่เดิมเคยมีรูปปั่นทหารโปรตุเกสนามว่า Mesquita อยู่ตรงกลางจัตุรัส แต่มาตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะ Mesquita คนนี้กล่าวกันว่าเป็นผู้สังหารเชลยทหารจีนจำนวนมากในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644 – 1911) ด้วยเหตุนี้ทำให้ในภายหลังรูปปั้นของเขาได้ถูกทำลายลงและมีการสร้างน้ำพุขึ้นมาทดแทน (จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า “The Fountain” )

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 ที่มีการจ้างช่างโปรตุเกสมาปูกระเบื้องโมเสก Senado Square ก็กลายเป็นลานจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทัศนีย์ภาพอันงดงามของหมู่ตึกสไตล์ยุโรปทำให้จัตุรัสแห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมาเก๊าไม่เว้นแต่ละวัน ตอนที่ผมมานี่ คนเยอะมากๆ เสียดายไม่ได้อญึ่จนมืด เพราะ จะมีการตกแต่งไฟที่สวยงาม

อีกเรื่องที่ควรรู้เมื่อมา Senado Square คือ สถานที่แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คอันโด่งดังและสัญลักษณ์สองวัฒนธรรมข้ามโพ้นทะเลแห่งหนึ่งของมาเก๊า และยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก้ (UNESCO’s World Heritage) ในฐานะ ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของมาเก๊า (Historic Centre of Macau) ในปี ค.ศ. 2005 อีกด้วยฮะ

เป็นการ Check in ที่คุ้มค่ามาก

อยากอ่านตอนอื่น กด Hashtag ข้างล่างครับ

‪#‎pingpongbackpack‬

13082494_10154100170934326_2966276206197735579_n.jpg

Backpack ไปจีน Day#7 ภารกิจ#4


Day#7 ภารกิจ#4

============

มามาเก๊า ก็ต้องมาไหว้พระที่ วัดอาม่า…

วัดอาม่า หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า วัดม่าก๊อก (A-Ma Temple) นี้ ถือเป็นวันเก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า คำว่า “อาม่า” นี้ เป็นที่มาของคำว่า “มาเก๊า” ในปัจจุบัน

สายหนึ่งมีเรื่องเล่าว่า อาม่าที่กราบไหว้กันนี้ ว่ากันว่าเป็นหญิงสาวชาวฟูเจียนชื่อ หลิงม่า วันหนึ่งนึกอยากจะข้ามฝั่งมาที่คาบสมุทรเอ้าเหมิน ซึ่งหมายถึงดอกลิลลี่ขาว เธอจึงขอโดยสารมากับเรือเล็ก ๆ ลำหนึ่งของชายชราชาวประมง แต่พอเรือมาถึงกลางทะเลก็เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือหลายลำล่มจมลง แต่เรือของหลิงม่าก็มาถึงฝั่งได้อย่างปาฏิหาริย์

เมื่อเธอก้าวเท้าเหยียบฝั่ง เธอก็ตัวลอยขึ้นและหายลับไปในฟากฟ้า ชาวประมงทั้งหลายก็เลยเชื่อว่าเธอคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล เลยเรียกดินแดนตรงนี้ว่า A-Ma Goa หมายถึง อ่าวของอาม่า นาน ๆ เข้าเสียงก็เปลี่ยนไปเป็น มาเก๊า

อีกสายก็เล่าว่าสืบเนื่องมาจาก เมื่อนักเดินทางชาวโปรตุเกส เดินทางมาขึ้นฝั่งที่มาเก๊าตรงบริเวณวัดนี้ แล้วได้ถามกับชาวบ้านว่าเกาะนี้ชื่อว่าอะไร ชาวบ้านตอบไปว่า “ม่าก๊อก” ชาวโปรตุเกสจึงเรียกประเทศนี้เรื่อยมา จนสุดท้าย กลายเป็นมาเก๊านี่เอง

ตอนผมมา คนไม่เยอะ วัดไม่ใหญ่ เดินขึ้นไปไม่กี่ชั้น วัดเงียบๆ อยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ บนเกาะมาเก๊า

เกาะมาเก๊า ผมว่าคล้ายกรุงเทพฯ หากแต่ ศิลปะโปตุเกส ทำให้ตัวอาคารหลายๆ ที่มีเสน่ห์ สวยงาม และ หลายๆ ตึกมีการตกแต่งไฟ แสงสวยงาม

เสร็จจากวัดอาม่า จะไป Highlight ของที่นี่อีกที่หนึ่งครับ พลาดไม่ได้

‪#‎pingpongbackpack‬

13082556_10154099185909326_5184912286537993946_n.jpg

Backpack ไปจีน Day#7 ภารกิจ#3


Day#7 ภารกิจ#3
============

ท่าเรือที่ มาเก๊า แปลกดีครับ …
ผมเคยลงเครื่องที่มาเก๊าหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทาถึงโดยเรือ

เดินออกจากท่าเรือ ต้องตะลุงเพราะ มันติดกับ สนามบิน และ ท่ารถ อยู่ที่เดียวกัน

เครื่องบินลาย Kitty ตะหง่านอยู่ตรงหน้า จนนึกว่ามาสวนสนุก

หว่ากอ บอกพวกเรารอ รถของ Venetian ที่จะมารับ ระหว่างรอ เห็นรถหรูอย่าง โรลสรอย์ มารับ “นักธุรกิจ” ที่มาจากท่าเรือ…

หน้าตาเป็นไงไม่รู้ แต่ดู “รวย” ขึ้นมาทันที…

รอสักพัก รถ Bus สีน้ำเงินของเราก็มาถึง การขึ้นรถที่นี่ จัดเป็น ซอง เป็นคอก ไว้ เพื่อความเป็นระเบัยบ

ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าเสียตังส์ หรือเปล่า ลืมถามหว่ากอ แต่เหมือนจะฟรี เพราะ Venetian เป็น โรงแรม และ Casino ใหญ่ คงจัดไว้พาคนไปเดิน

นั่งแปํบเดียวก็มาถึง Vanetian โรงแรม คาสิโน หรูสุดอลังการ

โรงแรมที่นี่ใหญ่และคนพลุกพล่าน จัดสถานที่ไว้เหมือนเมืองเวนิช เหมือนกระทั่ง มีท้องฟ้า และ คลอง อยู่ในห้างเลย…

ห้างแบรนเนมมีแทบจะครบทุกยี่ห้อ เรียกว่า มาเสี่ยงโชคที่นี่เสร็จ ก็เตรียมที่ให้ใช้เงินได้เลย

สวนอาหารที่นี่ใหญ่มากครับ ตอนแรกผมคิดว่ามาบ่อนแล้วอาหาร ฟรี (บ่อนที่เขมร สมัยอยู่นี่ฟรีหมด .) แต่ พอเข้าไปเห็นแล้วเข้าใจ เพราะ ปริมาณคนที่มามันคนละเรื่องเลย แล้วส่วนที่เป็น ห้าง คนก็มาเดินกันเยอะ ซะด้วย

ตอนผมมา มี สองสาว มาเล่นดนตรี ให้ฟัง ในส่วนที่จัดเป็นลานกว้าง บรรยากาศเลยคล้ายเป็น street show เพราะ เขาจัดตรงน้น ให้เป็นลานกว้าง คล้ายที่ เวนิช ..

ผมเดินอยู่ข้างในสักพัก ก็ออกมาดูด้านนอก มองเห็น Galaxy Casino ใหญ่อีกแห่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

รายการต่อไป เราจะนั่งรถชมเมือง แล้ว ข้ามไปเกาะมาเก๊า เดิมกันครับ ..

‪#‎pingpongbackpack‬

13082767_10154093323914326_1221867056273406041_n.jpg

Backpack ไปจีน Day #7 ภารกิจ#2


Day #7 ภารกิจ#2

=============

สรุปแล้วเช้านี้ ก็ไม่่ได้ลิ้มลอง โจ๊กเทพ รสชาติดี ที่พี่ปุ๊กแนะนำ
แต่ก็ไม่เสียหลาย เพราะ ได้บะหมี่ ยามเช้า ร้านข้างๆ นั่นเอง .. ดูหน้าตา เหมือนกินมาม่า ชะมัด .. แต่ ชามละ 20 กว่า เหรียญ

เช้านี้ late ไปชั่วโมงจากแผน หว่ากอ เดินนำลิ่ว พาขบวนขึ้น Subway ไปลง ที่ สถานี จินซาจุ่ย เพื่อ ไปขึ้นเรือ Ferry ปลายทาง เกาะกง …เอ้ย มาเก๊า

เรือลำใหญ่มาก ผมไม่ได้ที่นั่งติดหน้าต่างเลยไม่เห็นวิวอะไร แต่ถึงติดก็ไม่มีประโยชน์ นั่ง ป๊อกเดียว หลับครอก

ก็เบาะในเรือใหญ่…นั่งสบาย แอร์เย็นๆ ค่าเรือแพงเอาเรื่อง ไป+กลับ ดันไม่เท่ากัน 189 $HK+ 165 $HK = 354 $HK

ทำไมไม่เท่ากัน ลองเดาดูครับ

‪#‎pingpongbackpack‬

13015579_10154086955859326_2622242893772242649_n