เมื่อวานนี้เอาน้องบูบู้ Buboo รถ Hyundai Elantra ของผมมาทำการทดสอบวิ่ง ขอนแก่น นครปฐม ..

ผมวิ่งตั้งแต่ บ่ายโมง มาถึงบ้านเอาสี่ทุ่ม ขับอยู่ 8 ชั่วโมง .. !
เทียบกับตอนที่ผมเอา Toyota Corona 2.0  วิ่งถึงบ้าน ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 12 นาที เอง .. มันเป็นไปได้อย่างไร ..

เทคโนโลยี ยี่สิบปี ที่แล้ว (จำได้ว่าตอนนั้น Hyundai ยัง ต้อง ใช้เทคโนโลยี เครื่องจาก Mitsubishi) อยู่เลย ของ Toyota ยังเหนือกว่า Hyundai ตอนนี้ อยู่เลยหรืออย่างไร?

ผมเล่าความรู้สึกในการขับ Buboo คันนี้ของผมก่อนดีกว่าครับ

buboo

ผมออกจากขอนแก่น หลังทำธุระเสร็จ ดูที่เกจ น้ำมัน น้ำมันมีประมาณครึ่งถัง ..  เที่ยวกลับนี่ มีผู้โดยสารนั่งมาด้วยอีกสองคน กับสัมภาระ เต็มท้ายรถ

ผมออกตัว วิ่งออกมาถนนโล่งๆ วันนี้ ต้องรีบครับ เพราะเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาว (เมืองไทย วันหยุดยาว บ้อยบ่อย .. เหมาะกับการพักผ่อนของลูกจ้างมาก แต่ นายจ้างอาจจะไม่ชอบ) ตัวรถพุ่งทะยานออกไป รู้สึกถึงอัตราเร่งที่ทำให้หลังแนบกับเบาะ

อัตราเร่งของ Elantra ตอนที่ผมไป Test drive ผมเฉยๆ รู้สึกว่าเครื่องมันเหมือนจะอืดๆ ด้วยซ้ำ แต่ขับไปสักพัก ดูเหมือน รถมันดูกระฉับกระเฉงขึ้น
ผมเข้าใจเอาเองว่า การเผาไหม้ กับ การส่งกำลัง อาจมีการปรับ ตามพฤติกรรมคนชับ ครับ ถ้าขับช้าๆ รถก็จะช้าๆ จิบน้ำมันน้อยๆ แต่ถ้า คนขับเท้าหนัก มันก็จะปรับให้ ดุมากขึ้น .. ผมเจอ แบบนี้กับรถหลายๆ คัน

เทียบดูอัตราเร่งแล้ว Elantra สร้างความสนุกในการขับให้ผมไม่น้อย ทำให้ผมหันมาสนใจการขับรถ หลังจาก หลงไหลกับอัตราเร่งของ Big Bike มาพักใหญ่ๆ

ผมเทียบแรงม้า กับ Accord คันเก่าของผม ม้าเท่ากันเด๊ะ แต่ เครื่อง Elantra เล็กกว่า  น้ำหนักน้อยกว่า เวลาวิ่งมันพุ่งดีกว่า.. จนบางทีรู้สึกว่า มันพุ่งมากไปหรือเปล่า

อัตราการกินน้ำมัน แล้ว แต่ น้ำหนัก เท้าเลยครับ วิ่ง highway ถ้า เอาแข่ง eco วิ่งสัก 60-80 km/hr ก็ จิบๆ เลย .. ผมเคยเห็นมัน มากกว่า 20 km/liter เลยครับ แต่ ถ้า กดลงไป วิ่งสัก 120 ตัวเลข ก็เห็นอยู่แถวๆ 16 km/liter

แต่อย่าเผลอเหยีบเชียว เพราะ เหยียบปุ๊บ ตัว consumption rate จะต่ำกว่า 10 km/liter ทำให้ ตัว เฉลี่ย อาจตกมา อยู่แถว 14-15 km/liter ได้

ค่าขนาดนี้ ผมโอเคนะครับ .. ไม่ได้ ขับ eco car นี่ . นี่มันกึ่งๆ  sport ด้วยซ้ำ

1517441_10152909879919326_3556795440385821596_n

สำหรับการควบคุม ระหว่างขับ ถนนเส้นขอนแก่น มีการทำถนน หลายจุด บางจุด ก็มีการลาดยางเป็นสันขั้นมา การควบคุม ยังทำได้ปกติ ระบบปรับพวงมาลัยให้หนักเบา ของ Elantra ตัวนี้  ทำให้ผมได้ปรับเล่นไปที่ Sport ที่ทำให้ น้ำหนัก หนักขึ้นอีกหน่อย

พูดถึง flex steer ผมแนะนำไม่ให้ปรับที่ comfort นะครับ มันไวไป เดี๋ยวเผลอกระตุก ตอนมีอะไรตัดหน้า จะพลอยได้ใช้งานระบบ ESP เปล่าๆ
(ESP คือ ระบบช่วยให้รถไม่ปัดเสียการทรงตัว เคยเขียนไว้ ใน web ของ Elantra ครับ สนใจลองไปอ่านดู
http://www.elantraclubthailand.com/index.php/topic,184.0.html )

ช่วงล่างเวลาเจอ ถนนไม่เท่ากัน มีดิ้นแปลกๆ อาการ เหมือน ล้อกับ ตัวรถมัน พยายามเป็นส่วนเดียวกัน ทำให้ ล้อที่ต้องเปลี่ยนมุมสัมผัส กับ ถนน ส่งผลมาถึงตัวถัง ผมเอง แรกๆ ไม่ค่อยคุ้นครับ ตอนนี้คุ้นแล้ว แต่ ก็ รู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่ดี ..
แต่ถึงแปลก ก็ไม่ได้รู้สึกว่า มันไม่ปลอดภัยนะครับ เพราะ อาการแบบนี้ พบได้กับรถที่ทำการ load ตัว สปริง เพียงแต่ไม่คิดว่า จะมาเจอในรถ บ้านซีดานแบบตัวนี้

ขับเที่ยวนี้ ผมใช้ cruise control ตลอดครับ มันใช้ง่าย และ ตอบสนองได้ดี อย่างขากลับ ผมตั้งใจว่า ทำเวลานิดๆ แต่ไม่อยากให้มัน สูบ น้ำม้นมาก ก็เลย วิ่งมาที่ 120 km/hr แล้วก็ กด ปุ่ม Cruise ให้ไฟติดที่หน้าปัด แล้วก็ กด set ที่พวงมาลัย เครื่องก็จะจำค่าความเร็วนี้ไว้ แล้ว จะสั่งให้รถวิ่งเท่านี้ตลอด

การใช้ cruise ให้ระวัง ตอนขึ้นสะพาน ถ้าเห็นมีรถบนสะพานเยอะ ให้ ปลดระบบครับ ทำได้ทั้ง กดปุ่ม cruise หรือ แตะ เบรคเบาๆ ระบบจะกลับมาสู่ manual ทันที …ที่แนะนำแบบนั้น เพราะ ตอนขึ้นสะพาน มันจะเป็นทางชัน ปกติ เครื่องยนต์ต้องออกแรงมากขึ้น ดังนั้น มันจะ เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ และ เร่งรอบเครื่อง เพื่อ คงความเร็วให้คงที่ครับ

ที่มันอันตรายเพราะ รถชาวบ้านจะวิ่งช้าลง มันจะไป จิ้มตูดเขาเท่านั้นเอง

ผมขับมาเรื่อยๆ ครับ แต่ ต้องบอกว่า ขับได้สนุกสนานดี หากแต่ สภาพจราจรที่รถเยอะมาก ทำให้ ช่วงที่เป็นโค้ง สวยๆ แถว ลำตะคอง หรือ แก่งคอย รถติดระนาว อดขับตามโค้ง เลย

ตกลงสู้ Toyota เมื่อยี่สิบปีก่อนไม่ได้เหรอ

ไม่่ใช่แบบนั้นหรอก ผมว่า รถมันขับดีกว่า 20 ปีก่อน เยอะ แต่ สภาพถนน และ จำนวนรถ ปัจจุบันนี่ซิ โดยเฉพาะ ตอนช่วงเทศกาล รถขับดีขนาดไหน ก็ยัง เล่นเอา ซะปวดหลัง

ตอนนั้น ที่วิ่ง 4 ชั่วโมง 12 นาที นี่ ผมเหยียบมาสัก 175 km/hr แทบตลอดทาง มานึกดูตอนนี้ ก็รู้สึกตัวเอง บ้าๆ ทำไปได้อย่างไร คงจะเป็นเพราะ ถนนมันมันโล่งมากจริงๆ และ สมัยนั้น ขับไปทุกอาทิตย์ครับ เรียกได้ว่าคุ้นเส้นทาง จนจะจำหลุมได้ทุกหลุมละ เลยประมาทไปหน่อย

แต่ถ้าถามว่า ให้ เอา elantra มาวิ่งทำเวลาแบบนี้ เอามั๊ย ผมคงตอบทันที ว่าไม่เอา .. เพราะ ปัจจุบัน ปัจจัยให้เกิดอุบัติเหตุ เยอะมาก ..

เก็บเวลา และ ร่างกาย ไว้หาความสุข บนโลกใบนี้ดีกว่าครับ เพราะยังมีสิ่งดีๆ รอให้เราชื่นชมอยู่ครับ

ใครที่สนใจ Elantra อยู่ก็ ไปลองขับดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า มันเป็นอย่างผมว่าจริงๆ หรือเปล่า

…จริง ไม่จริง ก็ มาบอกกันมั่งนะครับ

 

Advertisements