ปี 2516…วันที่ 23 ตุลาคม ผมรีบตื่นแต่เช้า…เสียงกลองดัง ตึง.ตึง ตึง ดังมาแต่ไกล ทำเอาหัวใจผมเต้นระทึก…

พ่อบอกว่าวันนี้จะพาไปดูสวนสนาม หน้าพระรูปฯ

บ้านผมกับลานพระรูปใกล้กันนิดเดียว ด้านหลังบ้านมองเห็น “เก้าชั้น” เจ้าเสากระจายคลื่น ที่เห็นเป็นโครงๆ มองเห็นได้จาก วัดโสมฯ และ จากสี่แยกมหานาค เสานี้เปิดไฟกระพริบสีแดงๆ อยู่ทั้งวัน

ผมแต่งตัวหล่อด้วยชุดที่พ่อซื้อให้จากตลาดนัดวันก่อน เสื้อเชิ๊ตกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าถุงเท้าเรียบร้อย…

พ่อแต่งตัวเนี๊ยบ …ผมไม่ทำให้พ่อเสียชื่อแน่

ผมกับพ่อเดินไปลานพระรูปโดนตัดออกทางหน้าวัดโสมฯ พ่อผมไม่เหมือนคนอื่น เวลาไปเที่ยวด้วยกันพ่อไม่เตยเดินจูงมือผมนะ ปล่อยเดินเองตลอด และ ต้องคอยมองพ่อเอง ..เผลอไม่ได้ พ่อหาย และ ถ้าหายพ่อไม่เคยตาม..

ผมเชื่อว่าพ่อรักผมและพยายามฝึกให้ผมเอาตัวรอดตั้งแต่ห้าขวบ…

ที่ลานพระรูปผู้คนเยอะจนผมมองไม่เห็นขบวน ผู้ใหญ่ยืนเต็มไปหมดจนเหมือนกำแพงมนุษย์อยู่ตรงหน้า… เสียงกลองที่ดังทำให้ผมต้องหาทางมุดออกไปดู ตัวเล็กๆ นี่มุดง่าย ในที่สุดก็สำเร็จ

ภาพตรงหน้าตื่นตาตื่นใจ กองทหารแต่ละเหล่าทัพ สลับกันเดินสวนสนามอย่างพร้อมเพรียง ขาก้าวตรงกัน ดูมีพลัง และ แข็งแกร่ง เครื่องแบบอย่างเนี๊นบ ใส่หมวกมีพู่ สายตาทุกคนนิ่ง ผมมองทุกคนอย่างชื่นชม…คิดว่าโตขึ้นสักวันคงมีโอกาสได้มาเดินสวนสนาม เพื่อวางพวงมาลา อันเป็นพิธีอันทรงเกียรติ

ขบวนสวนสนามมีมาเรื่อยๆ ไม่มีขบวนไหนที่จะไม่ทำให้ผมตื่นเต้น…เกิดมาไม่เคยดูอะไรแบบนี้ในระยะประชิดเลย..ดูจากทีวีก็ไม่แจ่มเพราะภาพในทีวีบ้านพื่อนบ้านข้างๆ ยังขาวดำ และจอนิดเดียว

รอบๆราชดำเนิน พ่อค้าเอาของมาขาย ทั้งอาหารเครื่องดื่ม ใส่รถเข็นมาขาย ที่ผมชอบคือ พ่อค้าขายลูกโป่ง ที่มีลูกโป่งลูกกลมๆ หลากสี อยากให้พ่อซื้อให้สักลูก จะได้ผูกข้อมือ เดินไปไหน มันก็ลอยไปด้วย ถึงจะคุยด้วยไม่ได้แต่ก็ไม่เหงา ^^

แต่ก็ไม่ได้ขอ…เพราะ อยากได้อะไรไม่เคยขอพ่อเลย อยากได้ต้องทำดี ทำดีมากๆ พ่อจะให้รางวัลเอง….

สิ่งนึงที่เป็นสีสัน และ ผมชอบดูไม่น้อยกว่าสวนสนามคือ คนขายของเล่น

คนขายของเล่นสมัยนั้นจะถือเสาที่มีของเล่นต่างๆ เสียบเอาไว้ …ที่ผมชอบสุดเห็นจะเป็นเครื่องบินไม้ ที่มีใบพัดออกตรงก้น (สาบานเลยว่าตั้งแต่เกิด ผมยังไม่เคยเห็นเครื่องบินที่มีใบพัดออกตูดเป็นเรือ แบบนี้จริงๆ สักลำ) ใบพัดเวลาหมุนมันจะไปสียางสนเป็นเสียงเรียกความสนใจ

ขนมหวานข้างทาง ก็อร่อย ผมชอบท๊อฟฟี่ที่คนขายต้องปั้นแล้วแต่งด้วยกรรไกร ..ที่เห็นบ่อยสุดจะเป็นรูปลิงนั่งตกปลา…

ขบวนพาเหรดเดินจนแดดสาดส่อง… ถึงแสงจ้า แต่อากาศช่วงนี้ยังเย็นสบาย….

พ่อบอกว่า วันนี้เป็นวันสวรรคตของ ร.5 พ่อเล่าให้ผมฟังว่า ในหลวง ร.5 ท่านเก่ง และ ยิ่งใหญ่มาก เมืองไทยทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงและเจริญกว่าหลายๆที่ เพราะ ท่านมีการเปลี่ยนแปลง….

ตอนนั้นผมฟังไม่เข้าใจลึกซึ้ง … แต่ นึกในใจว่า คนมาวางพวงมาลา เยอะขนาดนี้ บารมีท่านต้องสูงมากๆ …

เพราะคนปกติแค่ไม่เจอหน้ากันไม่กี่วันก็ลืม …แต่สำหรับท่าน เราทุกคนล้วนไม่เคยพบหน้าท่านแต่ก็ยังเคารพและรำลึกถึงแม้ท่านจากไปนานแล้ว….เด็กอย่างผมก็ต้องคิดได้ถึงการสำนึกพระคุณอันล้นพ้น…

ผมเดินเล่น จนขบวนสวนสนามขบวนสุดท้าย จบลง และ เดินหลับบ้านกับพ่อแบบเปรมปรี … วันหยุดไม่ต้องไปเที่ยวไกล …ไม่ต้องคิดไปไหน แต่มาที่ลานบรมรูปก็สุขใจแล้ว…

…ผมเดินตามพ่อกลับบ้าน…พ่อหันมายิ้ม…

=====


ปี 2558 วันที่ 23 ตุลา … ผมรีบตื่นแต่เช้า… นาฬิกาปลุกผมตอน ตีสี่ครึ่ง… วันนี้ผมตั้งใจไปลานพระรูป หลังจากสองปีก่อนดันไปสาย ได้เห็นแค่ไม่กี่ขบวน และ ปีที่แล้วก็ไม่ได้ไป….

ความต้องการเห็นขบวนพาเหรดอันเกริกไกรทำให้ผมสลัดความขี้เกียจ ควบมอเตอร์ไซต์ออกใาจากบ้านที่นครปฐม….

ผมมาถึงเลี้ยวผ่านตรงวัดเบญฯ มีทหาร ตำรวจยืนตามข้างถนน ถนนไม่ได้ปิด รถยนต์ยังวิ่งได้ แต่ วิ่งเส้นด้านข้าง เสียงกลองไม่ดังเหมือนก่อน ..

ผมหาที่จอดรถ ข้างถนนรถจอดเต็มไปหมด ผมขี่มอเตอร์ไซต์เลยหาช่องไปจอดบนฟุตบาท เห็นคนนอนอยู่เต็มฟุตบาท ไม่ทราบเป็นพวกไหน.. รถมาจอดก็ไม่ลุก มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่าง.. ขบวนพาเหรด เริ่มเข้ามา ..

ทหารที่แต่งเต็มยศ ไปไหน.. ผมเห็นมีแต่ที่ใส่เครื่องแบบ แต่ดู ไม่อลังการเหมือนเมื่อก่อน ..

หรือว่าเราโตขึ้น ความตื่นเต้นน้อยลง หรือว่า กองสวนสนามเขาไม่จัดเต็มเหมืมอนเมื่อก่อน

ขบวนจากทหารหาญ มีมาเหมือนไม่ครบเหล่า แต่ก็มีกองสวนสนามมากันเรื่อยๆ .. ถ้าไม่ใช่ ทหาร บางที มีเดินคุยกันบ้าง ..

หนักสุดที่เห็นคือ ของเด็กเทคโนหรือเปล่าไม่รู้ ที่ เขียนว่า สี่เกียร์ เดินคุยโทรศัพท์ ด้วยเลย.. (คงธุระสำคัญ แต่ ไม่อยากออกจากขบวน)

อีกอย่างที่เห็นแล้วไม่ชอบคือ ขบวนของนักเรียน ที่ จะมีคนคนนึง (เข้าใจว่าเป็นอาจารย์ที่ควบคุมกองดุริยางค์) เดินอยู่ในขบวน และคอยบอกเด็กให้อยู่ในวินัย .. นึกอะไรไม่ออก ก็มาเดินคู่กับ ดรัมเมเยอร์ .. ผมตะหงิดๆ อยากเดินไปสะกิด ท่านนั้นเหมือนกัน ว่า .. คุณพี่ออกมาจากขบวน จะทำให้ ขบวนสวยงามขึ้นมากครับ …ดีกว่าเดินพล่าน ขัดหูขัดตาแบบนี้ ..

ผมดูขบวนสวนสนาม จนแดดเริ่มออก .. แดดวันนี้แรงพอกับปี 2516 แต่ร้อนกว่ามาก.. ตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า .. ไม่อยู่รอจนหมด..

ผมมองไป เห็นพ่อมองไปที่ขบวนพาเหรด เห็นตาเหม่อลอย .. สีหน้าผิดหวัง…

ผมนึกในใจ .. ไม่เป็นไรนะพ่อ ปีหน้ามาใหม่ .. เขาคงจัดให้ใหญ่กว่านี้..

== จบ ===

ปีหน้าอยากชวนไปดูกันเยอะๆ ครับ และเชื่อว่า แต่ละขบวนคงจะทำออกมาให้ยิ่งใหญ่เหมือนตอนที่ผมเป็นเด็ก

ป๋อง

Advertisements