rail running ครั้งแรกของผม…
ขอบอกก่อนว่า การวิ่งไม่ใช่กิจกรรมที่ผมโปรดปราน หรือ สนใจ เลย จนกระทั่ง มีพี่ท่านนึง เอาหนังสือ The courage to start (http://www.amazon.com/The-Courage-To-Start-Running/dp/0684854554) มาให้อ่าน ทำให้ รู้สึกว่า ถึงวัยจะมาก แต่ ก็ไม่สายถ้าอยากจะวิ่ง

ผมเพิ่่งเริ่่มลงรายการวิ่งในปีนี้ครับ เหตุเกิดจากคนใกล้ตัว ชวนไปลง ในรายการของกลุ่มเขานั่นล่ะครับ เขากะจะจะชวนเราลง ฟรุ้งฟริ้ง 3 km แต่ผมดันลงครั้งแรก 12 km

หลังวันนั้น ผมเลยรู้ว่า ผมคงต้องหัดวิ่งจริงๆ แล้วล่ะ เพราะวิ่งถึงแม้จะไม่ง่าย แต่ ถ้าไม่ฝึกซ้อมก็กลายเป็นเรื่องยากเหมือนกัน

ผ่านมาหกเดือน ผมทยอยลงไปห้ารายการ และ ที่เขาประทับช้างเทรล เป็นงานที่หกครับ ..

เนื่องจากเป็น Trail ครั้งแรก ที่ผม “ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย” นอกจาก ใส่รองเท้าให้เหมาะ .. ก็ตัดสินใจมาลง และ ก็เดินทางมาตั้งแต่วันเสาร์

เห็นการเตรียมงานของทีมงานแล้วก็ต้องบอกว่า “ตั้งใจ” และ ดู “มืออาชีพ” มากๆ ครับ .. เป็น โอกาสดีที่ได้ลง และ ได้ถือโอกาสมาเที่ยวราชบุรี เมืองที่ผ่านบ่อย แต่ ไม่ค่อยได้แวะเอาเลย

ตอนเช้า ผมเกรงว่าจะมา late ทำให้ กระวนกระวาย นอนไม่ค่อยหลับ หลับๆ เดี๋ยวก็ตื่นมา ..สรุปแล้ว นอนไปสามชั่วโมงกว่าๆ เอง คือ หลับไปตอนเที่ยงคืน แล้ วไปตื่น เอาตีสามกว่า.. (ถามตัวเอง ว่าตื่นมาทำไมเหมือนกัน เพราะ รีสอร์ทที่นอน ไกลจากสนามแค่ 14 km)

อาบน้ำอาบท่า แต่งตัว ขับรถมาบริเวณงาน ผู้คนคึกคักตั้งแต่ ตีห้า ที่จอดรถข้างทาง โดนกันไว้ สำหรับ จักรยาน โดยผู้แข่งขันต้องเข้าไปจอดรถ ด้านใน ที่มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างดี

มาถึง ก่อนเวลา ก็ดีครับ เพราะ ที่นี่ มีโจ๊ก แจกเป็นอาหารเช้า ได้รองท้องสักหน่อย จะได้ไม่โหย .. ร้านค้า ที่มาขายของ ก็มีของเยอะ ได้ดูได้ซื้อ กระเป๋าสำหรับ ใส่โทรศัพท์ อีกใบ

กระเป๋าซื้อ โทรศัพท์ นี่ ไปงานไหน ก็ได้ซื้อทุกงานเพราะจะลืม และ ชุดที่วิ่งก็ไม่มีกระเป๋าให้ใส่ได้ เวลามาก็จะลืมเอามาทุกที เลยต้องจัดใบใหม่ เที่ยวนี้ก็ได้ไปอีกใบ ไม่แพง ครับ ใบละร้อยห้าสิบ เอามาคาดเอว แล้ว ดูตัวเองเป็นแหนมป้าย่นไปเลย เพราะ มันรัดพุงเป็นปล้อง .. เลยเอามาสะพายไหล่แทน ..เหอ เหอ

สักพักก็มีการปล่อยตัว 32 km ก่อน ได้ดูบรรยากาศ และ สีหน้า ผู้เข้าแข่งขัน แล้ว พลังมาเลยครับ ..นึกในใจว่า ปีหน้า ต้องซ้อมให้ตัวเอง ลงวิ่งให้ได้ 32 km ที่นี่ กับเขาบ้าง .. เพราะ หลายท่านบอกว่า ที่นี่ เป็น Trail ที่ดีที่สุดที่หนึ่งของประเทศกันเลยทีเดียว ..

อยู่เมืองไทย แล้ว.. พลาดโอกาส มาลองก็น่าเสียดาย .. ชาวต่างชาติ ยังมาวิ่งกันเยอะเลย…

ปล่อยตัว 32 km ตามกำหนด ก็จะปล่อย 10 km ตามหลัง ประมาณ 15 นาที .. ผมดูโปรแกรมตอนแรก ก็นึกๆ อยู่ว่า ทีมงานต้อง โปรมาก เพราะ ปล่อย ตามหลังกันแป๊บเดียว .. เอาจริงๆ ก็ตามกันร่วมครึ่งชั่วโมง

ขั้นตอน ก่อนปล่อย ไม่ยุ่งยากครับ คือ ไปรวมที่จุด Check in เพื่อ ทำการ Mark ด้วยปากกา เมจิก เพื่อให้ทราบว่า ผู้แข่งขัน ได้เริ่มที่จุดเริ่มต้นแล้ว

หลัง check in ก็ ย้ายไปที่ จุด Start ครับ เพื่อ เตรียมตัวปล่อยตัวกัน …. ก่อนปล่อยก็มีพี่ ที่เป็นผู้ริเริ่มการวิ่ง เขาประทับช้างเทรล มากล่าวเปิด .. พี่เขากล่าวได้ดีครับ .. ฟังแล้ว มีแรง อยากวิ่งทันที

หลังจากปล่อยตัว .. ทุกคนก็เริ่มวิ่งออกมา ..เป็นที่น่าแปลกใจ ว่า ที่นี่ฝุ่นตอนปล่อยตัว ไม่มากเหมือนที่คิด ไม่ทราบเหมือนกัน ว่า เพราะอะไร เป็นเพราะนักวิ่ง วิ่งยกขา หรือ พื้นแน่นไม่มีฝุ่นก็ไม่ทราบ ทำให้ อากาศที่เราหายใจเข้าไปยังคงสดชื่น ..

ผมวิ่งไปเรื่อยๆ แซงบ้าง โดนแซงบ้าง เห็นนักวิ่ง ร่วมรุ่น ทั้งอายุน้อยกว่า อายุมากกว่า .. แม้กระทั่งต่าง specie ก็ เจอ (มีพี่จูงน้องหมา มาวิ่ง ใส่รองเท้าทั้งสี่ขาด้วย)

วิ่งไปก็ทักทายกันไป ได้เจอ น้อง bird นักวิ่งหุ่นล่ำ ที่วิ่งไปถ่าย clip ไปไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย วิ่งจนได้ทักทาย รู้จักกัน ไปตลอดทาง

เส้นทาง 10 Km วิ่งตามป้าย อย่าชมนกชมไม้เพลิน รับรองไม่มีหลง .. เส้นทาง สวยงาม และ อากาศยามเช้านี่ สุดยอดจริงๆ ครับ

วิ่งจน KM สุดท้าย เส้นทางพาเข้าไป ดูสัตว์ในสวนสัตว์ ไม่น่าแปลกใจที่มี อูฐ ด้วย.. ก็แถวนี้ อากาศร้อน อูฐอยู่ได้สบายอยู่แล้ว….^^

วิ่งเข้าป้าย .. ด้วยความรู้สึกยินดี ผ่านไปแล้วสำหรับ 10 km ถือเป็นประสบการณ์ การวิ่ง Trail ครั้งแรก ที่ดีมากของผมครับ

ขอบคุณทีมงาน ทุกท่านที่จัดงานดีๆ แบบนี้ให้พวกเราได้มาร่วมกันครับ … ใครอยากออกกำลัง ลองเตรียมตัว เพื่อมาลองวิ่งที่นี่ดูครับ รับรองว่า จะประทับใจครับ

ป๋อง Pongroofman

22 Jun 2015

#อยู่บ้านดีๆไม่ชอบ
#trailforest

 1896959_10153369775134326_7724036723312463352_n.jpg