เรื่องจาก กลุ่มขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี

โดย Katoonthai Thai

สวัสดีครับ ชาวนิสัยดีทุกๆท่าน

ผมมีเรื่องเล่าอาจจะยาวไปซักนิดนึง
จากประสบการณ์เมื่อช่วงปีใหม่ 2558 ที่ผ่านมา
เป็นครั้งแรกที่ได้ขี่มอไซค์ทางไกล ระยะทาง กรุงเทพฯ – มุกดาหาร
รถยนต์ 2 มอไซค์ 1
มีวันนึงออกไปเที่ยวและรับประทานอาหารเที่ยงกัน ชื่อร้านจำไม่ได้ จำได้เพียงอยู่ใกล้กับตลาดอินโดจีน สามารถเดินไปตลาดได้ ซึ่งร้านนี้จะมีที่จอดรถอยู่ทางด้านข้างของร้าน
ซึ่งเป็นลานว่างๆ ซึ่งตอนนั้นที่จอดรถเต็ม คือต้องจอดซ้อนกันในลักษณะเข้าซองหันหน้าหรือหันท้ายเข้าเรียงกันไป และพื้นที่ตรงนี้สามารถจอดแบบนี้ซ้อนได้อีก 1 แถว และก็จอดกันเต็ม
ผมจึงไปจอดอีกที่หนึ่งซึ่งเดินไกลหน่อยปลอดภัยดี
แต่พอเข้าไปนั่งสั่งอาหารได้ซักพัก ก็มีผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่ง
เข้ามาถามหาเจ้าของรถที่จอดปิดทางเค้าอยู่ ซึ่งคันของเค้าอยู่แถวในสุดออกไม่ได้ และคันที่บังทางก็ใส่ P ไว้ ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนักเนื่องจากไม่ใช่รถของบ้านผม เมื่อทานข้าวเสร็๗ซึ่งใช้เวลาน่าจะชั่วโมงนึงได้ ก็เดินทางออกจากร้าน และต้องเดินผ่านที่จอดรถที่ว่านี้ไป แต่คุณพ่อกับน้องชายเห็นก็เลยมาถามผมว่า ใช่คนที่ไปถามหาเจ้าของรถคันที่บังทางเค้าอยู่หรือเปล่า ผมหันไปมองก็บอกว่าใช่ แต่เอ๊ะทำไมเค้ายังไม่กลับกันอีก เพียงเท่านั้นเองผมก็บอกกับทางบ้านว่า ไม่รีบไปไหนใช่ไหม งั้นเดียวมานะ และ ได้เข้าไปสอบถาม จึงได้ความว่า รถคันที่จอดบังอยู่นี่ ไม่ใช่ลูกค้าที่มาทานข้าวที่ร้านนี้ น่าจะเป็นคนที่มาเดินเที่ยวตลาดอินโดจีน

ผมนี่ถึงกับร้อง “หมอลำ” คำแปลนี้จะหาได้ตามโซเชียลทั่วไปนะครับ 555 ขำๆครับอย่าคิดมาก
จอดแบบนี้ได้ไงจอดปิดทางแล้วใส่ P ไว้อีก เดือดร้อนคนอื่น

แบบนี้ต้องรอถึงเมื่อไหร่ถึงจะได้กลับ ซึ่งเค้าก็ดูร้อนรนเพราะรอมาเป็นชั่วโมง คงอยากจะกลับบ้านหรือไปเที่ยวต่อแล้ว
ผมจึงตัดสินใจไปเรียกน้องชายมาช่วยแก้ปัญหา ทางออกคือต้องเดินหน้าลงไปทางต่างระดับเหมือนลงบันไดไปหนึ่งขั้น เพราะเค้าจอดในสุดซึ่งติดกับทางที่เหมือนจะเป็นที่เดินให้ชมวิวแม่น้ำโขงข้างๆร้าน ซึ่งผมกับน้องชายคิดกันแล้วว่าทำได้ แต่ติดปัญหาว่าทางพี่เจ้าของรถนั้นจะทำหรือเปล่า ใจก็คิดต่างๆนาๆว่า กลัวว่าเค้าจะด่าผมไหม ให้ขับลงไปแบบนั้นเกิดพลาดทำรถเค้าเป็นรอยนู่นนี่นั่น เค้าลังเลพักนึง และผมรับปากกับพี่เค้าว่าจะดูแลรถพี่ให้ดีที่สุดเพราะผมก็รักรถไม่อยากให้รถเป็นรอยเหมือนกัน จนเค้าตอบตกลง จึงได้หาวัสดุที่จะเอามารองที่ล้อ และก็ได้ได้อิฐบล๊อก ก้อนหิน สารพัดที่จะเอามาใช้ เพื่อไม่ให้ท้องรถครูดกับพื้น ตอนที่เคลื่อนรถก็ช่วยกันก้มดู ช่วยกันตะโกนว่าค่อยๆ ซ้าย หน่อย ขวาหน่อย เบาๆๆ จนสามารถลงมาได้และก็ขับอ้อมไปออกทางข้างๆร้านซึ่งทางร้านได้จอดรถของร้านไว้
จึงไปประสานงานให้ช่วยเลื่อนให้หน่อย ซึ่งทางร้านก็ไม่ได้อิดออดแต่อย่างใด จนในที่สุดรถคันนี้สามารถขับออกไปได้ ตอนนั้นผมเห็นว่าน่าจะจบแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรจึงได้ลาพี่เค้าแบบคร่าวๆและเดินกลับไปที่รถพร้อมน้องชาย

แต่ที่น่าภูมิใจก็คือ พี่ชายหญิงคู่นั้นได้มาจอดรถข้างๆ ก่อนที่ผมจะขึ้นรถกัน แล้วก็ยกมือไหว้ขอบคุณผมกับน้องผมกันใหญ่ และผมก็ได้เห็นสีหน้าพวกเค้าที่มีความสุขมากๆ ซึ่งผมก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไรครับช่วยๆกัน

หลังจากท้องอิ่มแล้วใจก็อิ่มไปด้วยเลย
ซึ่งเข้ากับ slogan นี้เลย ‪#‎ผ่านตาใส่ใจเข้าไปช่วยเหลือ‬

*** ถ้าจำเป็นต้องจอดซ้อนคัน ใส่ Nและปลดเบรกมือด้วย หรือถ้าดูแล้วไม่ปลอดภัยหลีกเลี่ยงไม่จอดครับ ***

‪#‎ก่อนพิมพ์ย้ำคิดทุกคนมิตรเรา‬

Advertisements