เนื้อหาจาก ขี่บิ๊กไบค์แบบนิสัยดี
โดย พี่กวาง

ผมเข้ากลุ่มมาได้สักพักแล้วแต่ยังไม่ได้แชร์ประสบการณ์ หรือโพสเรื่องราวเป็นชิ้นเป็นอันเลย😂😂😂
ด้วยเห็นว่าช่วงนี้มีข่าวรถบิ๊กไบค์ประสพอุบัติเหตุโดนตัดหน้าบ่อยเลยโดนตัดทั้งรถเก๋งบ้าง รถบรรทุกบ้าง เลยอยากแชร์การประเมินการขับขี่ของรถเก๋งและรถบรรทุก และวิธีการลดความเสี่ยงจากการโดนปาดโดย ตัดหน้าอย่างไม่ตั้งใจ จากประสพการณ์ และการศึกษาข้อมูลมาแบ่งปั่นกันครับ😊😊??

#‪#‎รถยนต์‬
โดยธรรมชาติในการขับขี่รถยนต์ทั่วไปผู้ขับขี่ทั่วไปมักจะมองเส้นทางและรถรอบข้างและประเมินสถานะการณ์บนท้องถนน จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว และประสพการณ์ของตัวเอง
ผู้ขับรถยนต์สิ่งที่เห็นด้านหน้าสามารถประเมินได้ง่าย แต่สิ่งที่อยู่ด้านหลังจะสามารถเห็นโดยผ่านแค่เพียง กระจกข้างและกระจกหลัง จะประเมินสถานะการได้ยากกว่ามาก

โดยปกติรถบนท้องถนนจะวิ่งตามๆกันไปเหมือนฝูงปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำ ความเร็วเฉลี่ยมักบวกลบไม่เกิน 10-15%ในแต่ละทางทางเดินรถ

ในการเปลี่ยนเลนโดยทั่วไปผู้ขับรถมักมองกระจกข้างและหลัง1-2ครั้ง(บางคนอาจมองแค่กระจกข้าง) แล้วประเมินระยะห่าง และความเร็วคันหลังและสภาพแวดล้อมอื่นว่าสมารถเปลี่ยนเลนได้หรือไม่ แล้วจึงทำการเปลี่ยนเลน
—————-

คราวนี้เรามาดูเรื่องของบิ๊กไบค์กันบางครับ
ด้วยกำลังและความเร็ว บวกกับความคล่องตัวทำให้ บิ๊กไบค์สามารถวิ่งได้เร็วกว่าความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์ที่ใช้อยู่บนถนน เป็นปลาตัวหนึ่งที่ไม่ได้วิ่งตามฝูงแต่วิ่งแหวกฝูงขึ้นมาข้างหน้า
——-
จึงเป็นเรื่องทำให้รถยนต์ประเมิน บิ๊กไบค์ได้ยากมากเมื่อมองจากกระจกข้างและ
หลัง เพราะด้วยความเร็ว ขนาดที่เล็กกว่ารถ
(แม้เสียงจะให้ดังยังไงเมื่ออยู่ในรถยนต์ผู้ขับไม่ได้ยินเสียงจาข้างหลังจนอยู่กว่าจะมาอยู่ระยะใกล้หรือผ่านไปแล้ว)

**แล้วเราควรทำอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยในการขับขี่
– อยู่ในตำแหน่งที่รถรอบข้างเห็นได้ง่าย

-การขึ้นแซงไม่ควรขึ้นแซงจากท้ายรถยนต์แล้ว
เบี่ยงเพื่อแซงในทันที เพราะรถยนต์เช็คกระจกข้างแล้วไม่เห็นเราอาจเปลี่ยนเลนแซงพร้อมเราจนเกิดการเกี่ยวล้มได้

ในกรณีที่ขี่มาด้วยความเร็วหากข้างหน้ามีรถยนต์อยู่ในเลนข้าง ควรผ่อนคันเร่งสังเกตุท่าที่รถยนต์ก่อนเร่งแซงไป

ในเส้นทางที่มีรถยนต์วิ่งหนาแน่ การใช้ความเร็วไม่เกิน 10-15% ของความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์ที่วิ่งอยู่จะทำให้รถยนต์ประเมินทิศทาง และความเร็วของเราได้ง่ายขึ้น
——————–

‪#‎รถบรรทุก‬
รถบรรทุกไม่สามารถมองกระจกหลังได้ ใช้ได้แค่กระจกข้าง ออกตัวช้า เบรคใช้ระยะมาก ที่เราจะพอเจอกันบ่อยคือรถบรรทุกฉีกแซงรถบรรทุกกันเองมากระทัน เนื่องด้วยการเร่งแซงรถบรรทุกต้องลากรอบเพื่อมีกำลังพอจะเร่งแซง พอความเร็วถึงมักจะเปลี่ยนเลยเพื่อแซง ไม่ค่อยเบรคเพราะเบรคได้ยากกว่าและต้องมาลากรอบเรียกกำลังเครื่องใหม่
รถบรรทุกเมื่อได้จังหวะเขาออกได้จะออกเลย
ไม่เบรคไม่หักหลบให้เพราะรถหนักมีโอกาสคว่ำได้

ด้วยรถบบรรทุกมีทัศนะวิศัยในการมองหลังที่แย่มาก ด้วยกระจกหลังเลนส์โค้งหลอกตา เห็นเป็นมุมกว้าง การประเมินสถานะการเพื่อแซงจึงมักผิดพลาดบ่อย ทำให้มีโอกาศแซงตัดหน้าบ่อยครับ

รถบรรทุกกับจุดยูเทรินโดยทั่วไปรถบรรทุกจะเบียดหัวไปหน้าเตรียมกลับยึดเข้ามานิดนึงเพื่อเห็นรถที่สวนมาได้ชัดเจน กลับรถช้าและ ขวางเกือบทุกช่องทาง แต่จุดที่หน้ากลัวที่สุดคือจังหวะ 50/50 คือมีระยะห่างจากรถที่สวนมาจากจุดกลับรถพอที่มีระยะเวลาที่คนขับคิดว่าสามารถกลับรถได้ทัน

ถ้าเราวิ่งเข้ารถบรรทุกไปพร้อมรถยนต์หลายคันคนขับรถทุกจะประเมินโดยรวมว่ารถส่วนใหญ่เขายอมทางให้หรือไม่ถ้าคนอื่นยอมแล้วเราขี่มาไม่ยอมหละจะเกิดอะไรขึ้น หรือเรามาคันเดียวแล้วรถบรรทุกคิดว่าเราชลอ
ให้แหละ

**แล้วเราควรทำอย่างไรเมื่อขี่ร่วมถนนกับรถบรรทุก
-เมื่อไปเจอบรรทุกขับต่อๆกัน ให้ระวังไว้อาจมีการแซงเกิดขึ้น (และรถบรรทุกมีทัศนะวิสัยมองด้านหลังที่แย่มาก)
สังเกตุไฟเลี้ยวขอทาง(ซึ่งคนขับรถบรรทุเมื่อทำการแซงเกือบทุกคันจะเปิดขอทางล่วงหน้าแต่มองเห็นยากเพราะฝุ่นจับจนสกปรก)
ให้ชลอรถสังเกตุที่ท่า ก่อนเร่งแซงไป ที่สำคัญเราควรอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ง่าย ไม่ควรอยู่ตรงจุดบอด

-จุดยูเทริน จังหวะ50/50
ถ้ามีรถตาม มากันหลายคัน สังเกตุรอบข้างว่ามีการฉลอให้ทางมั้ยเพราะถ้ามีการชลอให้ทางของรถเก๋งรถบรรทุกออกแน่อย่าฝืนไปต่อเพราะคิดว่าเราทางตรง
ส่วนถ้ามาคันเดียวชลอไว้ก่อนดีกว่าครับถ้าใกล้ๆแล้วรถบรรทุกยังไม่ออกบีบแตรเตือนสักหน่อยครับว่าเรายังไม่ให้ทาง

คงมีเท่านี้ครับที่อยากจะแชร์ให้รับรู้กัน วิธีที่นี้ผมใช้ประจำทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซต์
แม้ว่าขี่บนท้องถนนจะมีความเสี่ยง แต่เราก็สามารถรถความเสี่ยให้ตัวเองได้สวนหนึ่งครับ

ถ้าพิมพ์ผิด หรือเนื้อหาไม่ถูกต้องก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

‪#‎ไม่ปาดเช็คหลังก่อนเปลี่ยนเลน‬

Advertisements