ถอนพิษ วันที่ 3
===========

การมาถอนพิษ ในวันที่สองหลังเริ่มได้ความรู้ ผมเริ่มรู้สึกว่า แต่ละวันเราทานเกินความจำเป็นมากเกินไป

อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อม เพื่อนชวน แฟนชวน หรือ อาหารที่มันน่าทาน ก็แล้วแต่ ทำให้อาหารที่ทานมันสะสม และ มีสิ่งไม่ดีตกค้างในร่างกายเยอะจริงๆ

วันที่สามที่มาอยู่ที่นี่ เริ่มเข้าใจภาวะร่างกายตัวเอง วันแรกที่ทำการสวนทำให้รับรู้ถึงของเสีย และของเน่าเหม็นที่หลุดออกมา…ก็ไม่รู้ว่ามันติดอยู่ในไส้เรานานแค่ไหนแล้ว…

คงเป็นสิ่งที่ตกค้างอยู่นานมาก ซึ่งคนที่ขับถ่ายอยู่ทุกวันอย่างผม ยังรู้สึกได้ แต่วันนี้การสวน Detox กลับไม่มีอาการดังกล่าวอีก

สันนิษฐานว่า ไอ้ที่หลุดก็หลุดออกมา อาจจะหมดแล้ว หรือ อาจจะติดแน่นจนไม่หลุด

เนื่องจากสิ้นเดือนผมไปลงรายการวิ่งไว้ (เพราะปีนี้ตั้งใจว่าจะวิ่งเดือนละรายการ ให้ได้สักสิบสองรายการ) ผมจึงอาศัยช่วงเวลานี้เริ่มออกกำลังกายควบคู่กับการล้างพิษ ด้วยการวิ่งโดยเพิ่มระยะในแต่ละวัน

วิ่งเยอะๆ เลยคงไม่ไหว เพราะต้องให้พักพื้นจากการบาดเจ็บจากการวิ่ง run for your lives หรือวิ่ง Zombie รอบที่แล้ว

ส่วนเครื่องดื่มปริศนาก่อนนอนเมื่อคืนที่อาเล็กทำมาเลี้ยงได้รับการเฉลยว่าเป็น “ยาถ่าย” ตัวหนึ่ง…

มิน่าเล่นเอาซะตื่นมาจัดขบวนรถไฟแต่เช้าเลย

02:50 รถด่วนขบวนที่หนึ่ง มาเทียบชานชาลาด้วยอาการ ปวดท้องเหมือนกินผักมาเยอะๆ เลย หากแต่ ขบวนนี้ลอยน้ำได้ ประมาณว่าเป็นพวกรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก

04:30 รถด่วนขบวนที่สอง ผ่านมาอีก อันนี้มาเป็นปกติ และมาได้เวลาดีเพราะได้เวลาตื่นพอดี

05:00 วีนนี้ทีมผม ทีมสีม่วง (สีพระเทพฯซะด้วย) ซึ่งจริงๆ เป็นสีชมพูแต่สีที่ให้มันออกม่วงๆ ทำหน้าที่ service คอยตักน้ำให้เพื่อนๆ

อากาศวันนี้ดีมาก ออกเย็นสบาย ทุกคนเริ่มคุ้นเคย ทักทายกัน แจ่มใส ปากช่อง อากาศเป็นอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่าไม่รู้ แต่วันนี้รู้สึกเย็นสบายไม่ถึงกับหนาว น่าจะ 21 C ไม่ชื้น ใม่แห้ง

ก่อนทำอะไรผมชั่งน้ำหนักก่อนเลย เมื่อวาน แทบช๊อค 93 (ทะลุ 90 ตั้งแต่เมื่อไหร่?) วันนี้ กลายเป็น 91 หายไปสองโล

วันเดียว สองโล..! จริงๆ ก็แปลกใจนิดหน่อย เพราะถือว่า น้ำหนักขึ้นลงปกติ 1 โล นี่ไม่แปลก

แต่ก็ไม่อยากสงสัย เลยคุยกับอาเลิก ว่าน้ำหนักหายเยอะเกินไปมั๊ย ซึ่ง อาเลิก ก็บอกว่า น้ำหนักหายจากสองอย่าง อย่างแรก อึในท้องของเราโดนมันขับออกมา เราทานเข้าน้อย ออกเยอะ น้ำหนักมันก็ลง

อีกอย่างเกิดจากกินน้อย มันไม่พอกับที่ต้องการ ร่างกายก็เริ่มดึงที่สะสมไว้ออกมาใช้ ซึ่งของผมนี่มีบานเลย

สำหรับกิจกรรมแรกวันนี้ ก็มาอมน้ำมันมะพร้าว 15 นาทีก่อน แล้วก็ดื่มชาข้าว Maskหน้า และนวดหน้า

พูดถึงวิธีนวดหน้าที่ อาเล็กมาสอนนั้นทำได้ง่ายๆ ช่วยให้ ผิวหน้ากระชับ และ ยืดเส้นยืดสายไปด้วย

วันนี้แช่น้ำร้อนกระตุ้นเลือดลม ดูเหมือนแต่ละคนขอน้ำร้อนเพิ่ม ไม่สะดุ้งเหมือนเมื่อวาน แสดงว่าวิชาแก่กล้าขึ้นเมื่อวาน หรือ ไม่ก็เป็นเพราะ อากาศเย็นลง น้ำเลยเย็นเร็ว

ช่วงต่อไปอาเลิกพาเต้น แอโรบิค ผมเลยแว่บออกไปวิ่ง ได้มาสองกิโล..โดยวิ่งอยู่รอบๆ ภูตะวันนั่นล่ะครับ

ถือว่าเป็นการ เริ่มต้นที่ไม่เลว สำหรับการวิ่ง

กลับมาก็ทานน้ำมะขาม ลิดท๊อค แล่วจบกิจกรรมเช้า

ผมไม่ไปไหนล่ะครับ เดี๋ยว 8:45 ก็ต้องกลับมาอีก เลยมาฝึกฝนร้องเพลง ทำให้ มันไม่เงียบ ร้องกันไม่เลิกว่าไม่ขอให้เลิกก็ไม่หยุดร้องล่ะครับ

09:00 มาดื่ม ลิดท๊อก และ ฟังความรู้เรื่องวิชาการในการดูแลตัวเอง เวลาช่วงนี้พัก่อนสบายๆ แล้วกลับมาเจอกันตอนเที่ยง

12:00 วันนี้ทานหรูครับ อาเล็กจัดเป็นลาดหน้า …แต่ไม่มีเส้นนะรับมีแต่ผัก ตามด้วยลิดท๊อก แล้ว อาเลิก ก็ surprise ด้วยการจัดพิธีรดน้ำดำหัวกัน เพราะ ตรงกับวันสงกรานต์ และ รุ่นนี้ มีผู้ใหญ่ที่น่าเคารพมาร่วมหลายท่าน เสร็จแล้วก็ถ่ายรูปหมู่

15:00 มาทานลิดท๊อก โต๋เต๋ต่อ จนถึงห้าโมง ผมกลับมาทำ Detox ช่วงนี้

17:00 มื้อเย็นเป็นส้มตำ วันนี้ รถยนต์ของอาเลิก มีปัญหาทางเทคนิค เลยไม่มีรถไผจ่ายตลาด เมนูพิเศษ เลยประยุกต์โดยอาเล็ก เป็นส้มตำแบบพิเศษ

วันนี้ผมได้รู้จัก ชาวอโศก เป็นครั้งแรก เพราะปกติไม่สนใจขเลย โดยอาเลิกเล่าประวัติของสมณะโพธิรักษ์ พร้อมยกย่องว่าเป็นอัฉริยะ ซึ่งสมัยนั้น ก่อนบวชอยู่ในวงการ มีแต่งเพลงให้ดิอิมฯ เพลง ชื่นรัก ที่เอาไปร้องในเรื่องโทน ซึ่งหนังสมัยนั้นได้ 5 ล้าน ถือว่าเย…อาเลิกเล่าไป แบบคนแก่ .. พูดเรื่องความหลัง เชื่อว่า เด็กๆ ฟังก็ไม่อิน .. แต่ ผม อิน

ผมนั่งดูและรับรู้วิถีของชาวสันติอโศก และคิดว่าต้องหาโอกาสไปเยือนราชธานี ที่อุบลฯ สักวัน

ปิดท้ายโปรแกมตอนหนึ่งทุ่มด้วยของขวัญพิเศษ ถั่วเขียวต้ม

บอกตรงๆ ไม่เคยดีใจที่ได้ทานถั่วเขียว เท่าวันนี้เลย กะว่า กลับไปจะซื้อถั่วเขียวกับน้ำตาลทรายแดงติดบ้านไว้ทำกินตอนกลางคืน

Advertisements