ผมชอบ(ขี่รถ)เที่ยวตอนกลางคืน…

กรุงเทพฯ มีที่น่าไปหลายที่ สวยๆ ของทานอร่อยๆ
แต่บางทีก็เป็นเรื่อง อย่างคืนนี้

ขณะวิ่งเข้าเส้นบางพลัด รถติดต้องมุดตลอดทางมาจนถึงถึงสี่แยกบางพลัด
รถที่ติดมาก ทำให้ผมตัดสินใจเบี่ยงลงอุโมงค์ ที่ปกติจะไม่ลง เพราะ เค้าห้าม และ อากาศมันก็ไม่ดี
แต่ด้วยมันดึกแล้ว และรถติดจนวิ่งเบี่ยงไม่ได้จึงลงไป ….เลยเป็นเรื่อง

อุโมงค์ด้านที่ผมลง จะมีสองเลน ผมวิ่งเลนซ้ายตามปกติ ข้างหน้าเป็น civic สีขาว เลนขวาว่าง…
ผมเปิดไฟเลี้ยว มันกระพริบประมาณสามครั้ง ผมเปลี่ยนเลนมาขวา…
ทันใดนั้น เจ้า Civic ก็เปลี่ยนเลนโดยไม่ได้เปิดไฟ ตัดหน้ารถผมอย่างกระทันหัน

ผมเห็นไม่เข้าที มองไปเห็นว่า หน้า Civic มีรถข้างหน้าอีกคัน คงจะอยากแซง แต่ไม่ยอมเปิดไฟเลี้ยว จึงแซงเลนซ้าย (civic อยู่ขวา ) แล้ว เปลี่ยนเลนมาอยู่หน้ารถ civic (ไม่ปาด) ชลอรถหวังจะสอบถาม

เจ้า Civic หักซ้ายเข้าเลนซ้าย แล้ว แซงซ้าย มาปาดหน้า และอยู่หน้ารถผมเลย…
เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นยังอยู่ต้นอุโมงค์..

ผมว่าอย่างนี้ผิดสังเกตแล้ว

ผมหักรถออกซ้าย แล้วแซงขึ้นไป …ครสวนี้ต้องเรียกว่า “ปาด” ครับ เพราะว่า ถ้านิสัยไม่ดีแบบนี้ ก็จะไม่ดีด้วย เราทั้งคู่อยู่เลนขวาทั้งคู่ผมเริ่มชลอรถ เพิ่อลดความเร็ว (โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณและ ไม่ควรเอาอย่าง) รถ civic คันหลังเริ่มชลอ ตามผม…

CIVIC เปลี่ยนเลนเข้าซ้าย ผมปล่อยให้ค่อยๆแซงและชี้นิ้วให้จอด…
ผมเปิดคันเร่งนิดนึง เปลี่ยนเลนไปทางซ้าย เว้นระยะ แตะเบรค ค่อยๆ จอด เผื่อระยะ ไม่ให้ ห่างมาก … เช็คดูรอบๆ เช็ค “พร้อม” ตัวเอง แล้วก็ ลงจากรถ โดยรถยังติดเครื่องอยู่

ผมเดินมาทางด้านคนขับ …มองเข้าไปไม่เห็นอะไร เพราะฟิลม์มืด ผมเข้าไปไกล้ๆ คนขับเลื่อนกระจกรถลงมา ผมดูแล้วเป็นชายไทยอายุน่าจะประมาณ 55 ผิวคล้ำ ใส่แว่นตา ดูจากเลน น่าจะสั้นประมาณ 3-400 จากการประมาณด้วยสายตาผมให้สูงไม่กิน 163 น้ำหนักตัวไม่ถึง 70

ผมเริ่มถามก่อน ” ทำไมขับรถปาดผมแบบนี้ล่ะครับ ” คำถามแบบนี้แสดงว่าผมให้โอกาสอธิบาย

คนขับ CIVIC ตอบผม ด้วยเสียงอันดัง…

“อุโมงค์ เค้าห้ามลงมา คุณไม่รู้เหรอ !!!”

ผมไม่แปลกใจที่ได้รับคำถามแบบนี้ เพราะ ดูพอจะออกว่า พี่เค้าคงอยากพิทักษ์ความถูกต้อง ที่เห็น มอเตอร์ไซต์ลงอุโมงค์มา แล้ว ต้องสั่งสอน บอกกล่าวกัน ..

“แต่การปาดแบบนี้ มันอันตรายมากนะครับ อีกอย่างผมเป็นมอเตอร์ไซต์” ผมบอก เสียงในอุโมงค์ดูก้องๆ
“คุณลงมาไม่ได้ … รู้มั๊ยว่ามันผิด” … คนขับ ยังถามประโยคเดิม โดยไม่พูดถึงเรื่องปาด
“ผมลงมานี่ ผมผิดครับ .. แต่ข้างบนมันติดมาก อีกอย่างผมจะไปตรง ในอุโมงค์รถโล่งมาก ผมเลยลงมา … แต่คุณไม่ควรปาดผมแบบนี้” ผมยอมรับ จะได้เปลี่ยนคำถาม

“ปาดเหรอ ผมมองไม่เห็น ..” คนขับ เมื่่อได้รับคำตอบ ก็เริ่ม จะไปไม่เป็นแล้ว ..อ้างไม่เห็นซะดื้อๆ

“อย่าบอกว่าไม่เห็นครับ เพราะ คุณปาดถึงสองครั้ง …” ผมแย้ง ตัวเดินเข้าไปชิดประตู “ลงมาคุยข้างล่างกันหน่อย ดีกว่าครับ ” ผมบอก พร้อมกับ เปิดประตู แต่พบว่า คนขับล็อคไว้ จึงเอื้อมมือขวาไปแตะที่ตัวปลด lock

เหตุการณ์ หลังจากนั้น ไม่อยากเล่าครับ .. เอาเป็นว่า ผมได้บอกกล่าวเจ้าของรถ จนเจ้าของรถ ขอโทษขอโพย ที่ได้ทำการปาดรถในครั้งนี้ โดยเชื่อว่า หลังจากนี้ คนขับรถคนนี้ คงจะให้ทางกับ มอเตอร์ไซต์ทุกคัน ในฐานะที่ เป็นพาหนะที่ช่วยลดการติดขัดของจราจร และ คงไม่คิดบ้าๆ เอารถไปปาดรถมอเตอร์ไซต์คันอื่่นอีกเลย …

ผมขี่รถขึ้นจากอุโมงค์ อมยิ้ม … ปล่อยให้รถ Civic คันนั้น ค่อยๆ เคลื่อนตัวจากอุโมงค์ช้าๆ ห่างๆ ไม่มีอาการขับระห่ำ แบบนั้นอีกเลย …

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

ขี่มอเตอร์ไซต์ อย่าวิ่งลงอุโมงค์ครับ เพราะ เจอคนไม่ดี เกิดสถานการณ์ ขึ้นมาแล้วแก้ยาก ในอุโมงค์เกิดเรื่องอะไร ไม่ค่อยมีคนเห็นครับ รถผ่านไปผ่านมา ก็ไม่ได้สนใจเรามากนัก

Advertisements