ถนนมีหลายเลนครับ ..เพื่อให้เข้าใจง่าย ผมกำหนดไว้ให้มี
เลนซ้าย – หมายถึงเป็นเลนที่รถวิ่งนะครับ ถ้ามีรถจอดอยู่เป็นปกติ ก็นับเลนถัดไปทางขวาอีกหนึ่งเลน
เลนขวา – เป็นเลนที่อยู่ขวาสุด ไม่นับเลนที่แบ่งออกไปเพื่อรอกลับรถ

เลนกลาง – หมายถึง เลนที่อยู่ตรงกลางระหว่างเลนซ้ายกับเลนขวาถ้าถนนสองเลน ก็ไม่มีเลนนี้ครับ

การขับขี่ที่ปลอดภัยต้องเข้าใจถึงวิธีใช้เลนแต่ละเลนก่อน

เลนซ้าย เมื่องไทยเป็นถนนที่ออกแบบให้วิ่งชิดทางซ้าย .. ทำความเข้าใจก่อนว่า หมายถึงถ้าคุณวิ่งอยู่เห็นซ้ายว่าง ก็ให้เข้าเลนซ้ายเลย.. (ไม่ได้หมายถึงเลนที่ใช้จอดรถนะครับ อ่านความหมายของเลนข้างบนให้ดี) โดยไม่ต้องอ้างว่า ถนนเลนซ้าย สภาพถนนไม่ดี เลยไม่เข้า  สำหรับกรณีที่ถนนนั้น มีซอยให้เข้าทางซ้ายเยอะ ก็ ให้ระวังเรื่องความเร็วให้ดี โดยสามารถให้หยุดรถได้โดยปลอดภัยกรณีที่มีรถออกจากซอย

เลนกลาง เป็นเลนที่ใช้วิ่งเฉพาะกรณีเลนซ้ายไม่ว่าง ถ้าถนนนั้นมีซอยเยอะ แล้วเรายังไม่ต้องการเลี้ยวขวา อาจดื้้อวิ่งเลนกลางไปได้ครับ แต่ถ้าให้ดี ก็ควรเข้าซ้ายซะ  การเข้าซ้าย ไม่จำเป็นต้องเป็นรถช้า รถเร็วก็ทำได้ ถ้าถนนว่างพอ จุดสำคัญคือ การรักษาความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพจราจร

เลยขวา อยากให้ท่องไว้เลยครับ ว่าเป็นเลน ที่ใช้ในการแซง เท่านั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องแซง อย่าใช้ครับ .. เพราะ สาเหตุ ของ รถติด 90% มาจากการที่ รถมาแช่ที่เลนขวา ทำให้ รถข้างหลังไม่สามารถแซงได้ เลยปิดช่องทางทุกเลน ทำให้รถติดครับ  สำหรับอีก 10% มาจาก รถเยอะ กว่าพื้้นที่ถนนครับ

ดังน้้น ไม่แปลกถ้าเราขับรถไปดีๆ แล้ว พบว่า รถติด ทั้งๆ ที่ ข้างหน้า อาจจะมีแค่อุบัติเหตุข้างทาง แต่ไม่กีดขวางถนน รถที่ชลอดูทำให้ ปิดเส้นทางจราจรทุกเลน
ถ้าใครลองขึ้นไป ตึกสูงๆ ที่มองเห็นทางด่วน จะเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น เพราะจะเห็นว่า เลนขวา บนทางด่วน จะหยุดเป็นระยะๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรขวาเลย ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ มี รถช้า เพียงแค่หนึ่งคันเบรค พอคันหน้าเบรค ระยะเวลาการหยุดรถนิ่งๆ ของคันหลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นรถติดแถวยาว และ เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวคันต่อมา ก็จะออกตัวตามหลังเป็นลำดับ เราเลยจะเห็นแถวรถติด ยืดๆ หดๆ อยู่บนเลนขวาของทางด่วน ทุกๆ สี่นาที

พอเข้าใจเรื่องวิธีการใช้เลนแต่ละเลนแล้ว ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของ วิธีแซงครับ

ถ้าเราทำตัวถูกโดยชิดซ้ายเท่านั้น …ดังนั้น เวลาแซงเราก็แซงทางขวาครับ โดย วิธีแซงให้ปลอดภัย ทำง่ายๆ ครับ

1. เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนล่วงหน้า อย่างน้อย  3 วินาที ให้แน่ใจว่าข้างหลังเห็นทัน และ ลดความเร็ว

2. เช็คกระจกหลัง ให้นานพอที่จะเห็นในระยะ 100 เมตรด้านหลัง ..เพราะ รถที่มีความเร็วสูง เช่น 200 km/hr จะใช้เวลาในการเคลื่อนที่ 100 m เพียงแค่ 1.8 วินาทีเท่านั้น .. ถ้าเราวิ่งอยู่ความเร็วเท่าไหร่ก็หักหาเอา เช่น เราวิ่งอยู่ 100 km/hr เจอรถวิ่ง 200 km/hr มาจากด้านหลัง ก็จะใช้เวลาในการถึงจุดประทะ ที่ 3.6 วินาที …ดังนั้น ดูกระจกให้แน่ใจ ก่อนเปลี่่ยนเลน

3. เปลี่ยนเลน หลักการเปลี่ยนเลนคือ เร่งความเร็ว ให้มากที่สุดที่สามารถควบคุมได้ เพื่อให้ ผ่านจุดนั้น สั้นที่สุด อย่างที่ยกตัวอย่าง ข้อที่สอง ถ้าวิ่ง 100 แล้วคันหลัง มา 200 จุดประทะคือ 3.6 วินาที รถคันหลังจะเห็นรถเราเป็นเป้านิ่ง ถ้าเค้าลดความเร็วไม่ทัน ก็จะชน แต่ถ้าเราเร่งเครื่องเพื่อแซง แล้ว กลับ เข้า เลน เลนขวา ก็ จะเป็นเลนแซง (ผมยกตัวอย่าง รถวิ่ง 200 แต่มาเลนขวา ว่าเป็นกรณีที่เค้าก็ขับไม่เป็นเหมือนกัน เพราะไม่ยอมชิดซ้าย ดังน้ั้น คนขับไม่เป็นมาเจอกัน ก็มักจะชนกัน)

4. กลับเข้าเลนซ้าย ทันที โดยความเร็วที่เพิ่มขึ้น จะไม่ทำให้ คันที่โดนแซง รู้สึกเหมือนโดนปาดหน้า

ทำง่ายครับ แต่ เท่าที่เห็นไม่ค่อยทำกัน

ในแง่ผู้ใช้รถ ก็ทำตามนี้ครับ

1. เมื่อเห็น สัญญาณไฟเลี้ยว ไม่ว่าทางไหน ให้ ชลอก่อน ครับ อย่าเร่งเครื่อง

2. ให้ทางครับ .. เพราะเวลาชนกัน ไม่มีใครถูกใครผิดหรอก มีแต่คนได้เปรียบ กับ เสียเปรียบ แต่ ที่แน่ๆ เสียเวลาด้วยกันทั้งคู่

ส่วนการที่ให้ มอเตอร์ไซต์ วิ่งเลนซ้าย นั้น เป็น กฏหมายกำหนด ครับ ต้องยอมรับว่ากฏหมายจราจร เราหลายเรื่องยังไม่ปรับให้เข้ากับ สภาพปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อก่อน มอเตอร์ไซต์ CC ไม่มาก ความเร็ว ก็ไม่มาก สู้รถยนต์ปกติไม่ได้ เค้าก็กันไว้ ให้วิ่งอยู่ในเลนที่รถช้าสุดวิ่งไม่งั้น จะออกมาเกะกะ เป็นปัญหารถติด

อีกอย่าง คือ มอเตอร์ไซต์ โอกาส ล้มมากกว่า ซึ่งการวิ่งซ้าย จะช่วยลดอันตราย และ การกีดขวาง การจราจร

ปัจจุบัน เครื่องมอเตอร์ไซต์ ใหญ่ขึ้น ความเร็ว รถบางคัน สูงกว่า รถปกติ มาก ทำให้การประยุกต์ใช้ กฏหมายที่มีอาจต้องเข้าใจให้ถูกเช่น

1. มอเตอร์ไซต์ ให้วิ่งเลนซ้ายครับ แต่ ก็ยกเว้นกรณีแซง ที่ให้วิ่งเลนขวาได้

2. การวิ่งแช่เลนขวา ไม่เรียกว่าเป็นการวิ่งแซง ซึ่ง เจ้าหน้าที่ก็มองเรื่องนี้ยาก ทำให้ รถที่วิ่งมา มักจะโดย เรียกจับ ปรับฐาน วิ่งขวา

3. รถสมัยนี้วิ่งช้า ไม่เข้าเลนซ้าย ทำให้ มอเตอร์ไซต์ แซงด้านซ้้ายของรถบ่อย ถ้าเป็น ถนนที่รถวิ่งไม่เร็ว จะไม่มีปัญหามากนัก แต่ถ้าเป็น highway หรือ ถนนที่รถวิ่งเร็ว จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ..

เหตุที่เป็นดังนั้น เพราะ ถนน highway รถที่วิ่งจะวิ่งเร็ว ครับ ดังนั้น ความรู้สึกของคนขับ เมื่อวิ่งไป จะรู้สึกว่า เลนซ้ายที่วิ่งมา ไม่มีอะไร (เพราะเพิ่งวิ่งผ่านมา) และ จะบอกตัวเองว่า สามารถเปลี่ยนเลนได้ทันที เพราะ ผ่านมาไม่มีอะไร

กรณีรถที่่วิ่งเร็ว ไม่ว่า รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซต์ เมื่อวิ่ง มาทางซ้าย และ แซง ซ้าย ถ้า จังหวะ พอดี กับ รถที่เปลี่ยนเข้าเลนซ้าย ก็จะปะทะกันครับ ….

กรณีเปลี่ยนรถเลนขวา เพื่อแซง จะต่างกัน เพราะ คนส่วนใหญ่ จะแซงขวา จะดูกระจก แต่ เลนซ้ายจะไม่ค่อยดูครับ …

อ่านแล้ว ถ้ามีประโยชน์ ก็แชร์กันต่อนะครับ

Advertisements