วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวมาก ลมแทบไม่กระดิก

ผมขี่รถกลับจากทำธุระช่วงกลางวัน กลับมาที่ที่จอดรถของบริษัท ช่วงกลางวันแบบนี้ ที่จอดแทบไม่มี …

ผมจอดกลางแดด มองเข้าไปใน Tent รถจอดเรียงเป็นตับ.. สายตาสอดส่ายหาช่องว่างเล็กๆ เพียงพอ ที่จะเอาน้องซี๊ดส์เข้าไปจอดได้

สายตาเห็นหลัง รปภ คนหนึ่ง (พี่ปู Varri-t Vejpongsa เพื่อนผม บอกว่า ห้ามเรียกว่ายาม) นั่งเฉย ไม่ดูดาย ไม่ช่วยดูที่ว่าง … ปกติ อย่างน้อยก็ควรจะช่วยดู ช่วยบอก ว่ามีที่หรือไม่มี แต่ คนนี้ นั่งเฉย…

ผมหาที่จนเจอ ที่จอดไม่พอหรอก แต่ ยกรถขยับหน่อย สักสองคัน ก็พอจะเสียบเข้าไปได้ …

จอดเสร็จ หันไปดูหน้า รปภ คนนั้น … ผมจำได้ว่า คนนี้ ปกติก็นั่งอยู่ที่นี่ เคยทักทายกันอยู่ ไม่บ่อย แต่ เคยทักแน่ๆ เพราะ ผมทักทุกคน …

อากาศใต้เต็นท์ ร้อนมาก ไอร้อนสัมผัสได้ ทุกรูขุมขน มันช่างร้อนร้ายกาจอะไรแบบนี้ ..เหงื่อผมเริ่มผุดออกมาตามหลัง สังเกตว่า รปภ คนนี้ ตาลอยๆ นั่งอยู่ตรงรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดอยู่ ตรงนั้น อยู่ขอบๆ เต๊นท์ ถึงไม่โดนแดด แต่ ไอร้อน รุนแรงกว่าจุดอื่น

“ไหวเปล่าพี่ ..” ผมถามเลย เพราะดูผิดสังเกต
“ผมไม่มีแรงครับ .. ” รปภ บอก ปากพูด แต่ตัวไม่ขยับ
“หลบร้อนไปนั่งที่ร่มๆ ดีมั๊ย ตรงนี้ ร้อนมาก ” ผมบอก รู้สึกว่า นั่งแบบนี้ เดี๋ยวได้ ตกรถหงายท้อง

“เมื่อกี้จะเดินไปแล้ว มันเหมือนจะวูบๆ น่ะครับ “… รปภ บอก

ผมทิ้งของไว้ที่รถ วิ่งไปโรงอาหารที่อยู่ใกล้ๆ ซื้อ น้ำอัดลมมาสองกระป๋อง กะว่า น้ำตาลน่าจะน้อย กระป๋องแรก ของ รปภ กระป๋อง ที่สอง ให้ตัวเอง เพราะ ร้อนจนเสียเหงื่อมากเหมือนกัน

“ขอบคุณครับ…” รปภ ยกมือไหว้ รับน้ำไป แต่ ก็ไม่ดื่ม เหมือนไม่มีแรง จะดื่ม ท่าทางอาการจะหนัก

เท่าที่รู้ พี่เค้าไม่ได้ทานข้าวเช้า และ นี่ใกล้บ่าย ก็ยังไม่ได้ทานอะไร

ผมวิ่งไปที่สถานพยาบาล เอาแอมโมเนีย เหยาะใส่สำลี มาขยุ้มใหญ่ มาส่ายๆ ให้ รปภ ดม หลัง จากย้ายมานั่งอีกที่ร่มกว่าเดิมหน่อย …

“ไปนั่งในห้องแอร์ดีกว่านะ ..” ผมชี้ไปที่ ตึกโค้ง ที่เป็น โรงอาหาร

“เดี่ยวให้พนักงานน้อยๆ ก่อนค่อยไปครับ เดี๋ยวเค้าตกใจกัน …” รปภ บอก … โอ้ว ..จะวูบพับอยู่แล้ว ยังมาห่วงคนอื่นอีก ..

ผมกวักมือเรียก รปภ ร่างใหญ่ อีกสองคนที่ยืนอยู่ไกลๆ ให้เข้ามาช่วยหิ้วปีก ไปที่ตึกโค้ง …

พี่เค้าคงไม่เป็นอะไรหรอก … ได้พักแล้ว … ใจนึกถึง อีกหลายชีวิต ที่ ตากแดด อดข้าวอยู่ตอนนี้ จะวูบอีกกี่คนนะ

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะครับ …สู้ๆ

Advertisements