1 Aug 2014
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พี่เชียร สันดาน สันจร คนที่ชอบหลอกให้ผมไปวิ่งทางวิบาก ให้รถเลอะเทอะ (และเป็นคนเดียวกับที่ชวนผมไปทำบุญช่วยคนที่แปดริ้วคราวที่แล้ว) โทรมาชวนผมไปขอนแก่น
“ไปทำไมเหรอพี่เชียร” ผมถาม เพราะ รู้สึกว่า ขอนแก่นไม่ไกล แต่ ไม่รู้มีอะไร

“ผมได้ทราบจากคนรู้จัก ว่า ที่ บ้านแวงน้อย ขอนแก่นโน่น มีคนป่วย คนที่ช่วยตัวเองไม่ได้อยู่ เลยอยากชวนพี่ป่องไปดู”… พี่เชียรบอก

“ผมไม่ไปได้เปล่าพี่ ช่วยอย่างอื่นเหอะ” ผมบอก เพราะ อยากไปทำอย่างอื่นมากกว่า “พี่ก็ลองดูว่า เค้าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จริงๆ และ สมควรที่เราจะเข้าไปช่วยก็พอ” ผมบอก

“ไม่ได้ครับ พี่ป๋องต้องไป จะได้ช่วยกันดู” พี่เชียร ยืนยัน และ นั่นเป็นการนัดหมายของเรา

============================

ตีห้าครึ่งของวันศุกร์ เสียงโทรศัพท์ดังที่หัวเตียง ผมงัวเงีย ตื่นขึ้นมา คว้าโทรศัพท์

“พี่ป๋องงงง ตื่นหรือยางงงง ” เสียงพี่เชียร ดังมาตามสาย

“ตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์นี่แหล่ะ…ทำไมโทรมาเช้าจัง นัดตั้ง เจ็ดโมงครึ่งไม่ใช่เหรอ” ผมงัวเงียต่อ เพราะเมื่อคืน นอนเกือบตีสอง

“ผมอาจจะไปหาเร็วขึ้นสักครึ่งชั่วโมง …เลยโทรมาปลุก” พี่เชียรบอก ผมเลยต้องลุก มาเตรียมของ

ผมล่วงหน้าจากกรุงเทพฯ มา โคราช เมื่อสองวันก่อน …โชคดี มี site งาน ทางสระบุรี กับ โคราชพอดี เลยจัดการเดินทางให้มาทำงาน ด้วย และ ก็มา สำรวจพื้นที่กับพี่เชียรด้วย … ตอนบอกพี่เชียรครั้งแรก พี่เชียรบ่นๆ เหมือนกัน แถมถามบ่อยๆว่า ทำไปโทรมาทีไร บอกแต่ว่า กำลังประชุม แกคงสงสัยว่า ประชุมกันตลอดเวลาเลยเหรอ แล้วจะเอาเวลาไหนทำงาน … เหอ เหอ ผมเลยกะว่า เวลาเหมาะๆ ค่อยอธิบายให้แกฟังอีกที

วันนี้คณะสำรวจเรา เป็นทีมงานจำเป็น เลยครับ แบ่งตำแหน่งงานกันเรียบร้อย ตั้งแต่ พี่เชียร แกตั้งตัวเอง ผู้จัดการ แกบอกว่า แกสั่งอย่างเดียว ไม่ทำ .. 555 พี่ โอเล่ เอา รถกะบะ สองตอนมาวิ่งรับส่งให้ พี่อ๊อด อันนี้เป็นหน่วยข้อมูลเลยครับ เก็บข้อมูลทุกอย่าง ผมเองที่ไม่ค่อยได้ทำอะไร แล้วก็ น้อง Sally ที่คอยบันทึกภาพ

การเดินทางวิ่งออกจากโคราช มาเกือบชั่วโมง แล้ว เลี้ยวออกจากทางหลักเข้าไป อีก 5 km ก็จะถึงที่ อ.แวงน้อย ตำบล.ละหานนา หมู่บ้านนี้ เข้าตำราว่า ชนบทได้จริงๆ ครับ แต่ก็ยังมีไฟฟ้าใช้ ไม่ถึงกับกันดาร มาก
เราแวะที่โรงเรียน ได้พบกับครูใหญ่ ครูเล็ก และ เด็กนักเรียนที่นี่ ที่มีอยู่ 90 คน ได้เห็นวิถีชีวิต และ ความเป็นอยู่ของเด็กๆ แล้ว นึกถึงตัวเอง วัยเด็ก …

ผมเองก็เคยเรียนหนังสืออยู่ต่างจังหวัด เคยตามแม่่ ไปตามถิ่นธุรกันดาร เคยสัมผัส ชีวิตบ้านนาแบบนี้ เลยทำให้วูบหนึ่งนึกถึงวันเก่าๆ

ตอนนี้มีชีวิตที่แตกต่างจากเดิม มีโอกาส ก็อยากทำอะไรกลับคืนไปบ้าง

ผมกับทีมงาน หารือกันว่า เราควรจะทำอะไรกันบ้างให้กับที่นี่ นอกเหนือจาก เป็นจุดหมายของการขี่รถหย่อนใจ อย่างที่เราทำๆ กัน โปรแกรมต่างๆ โดนจัดขึ้นมา คร่าวๆ ประมาณการกำลังกันแล้ว แผนงานก็โดนจัดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา…

ตอนเที่ยง เหล่านักเรียน เข้าแถวมารับอาหารกลางวัน นักเรียน นั่งทานกันกับพื้น เสียงสวดขอบคุณดังลั่น ก่อนลงมือจ้วงข้าวทานอย่างเอร็ดอร่อย … อาจารย์เชิญชวนพวกเราทานข้าวด้วย แต่ ต้องปฏิเสธ เพราะนัดกันไปทานที่ร้านในหมู่บ้าน เพราะนัดกับทาง ผู้ใหญ่บ้านมาคุยด้วย

ตอนบ่าย พวกเราตะเวณไปตามบ้านที่ผู้ใหญ่ พาไปดู แต่ละคนน่าสงสาร และ ่น่าเห็นใจ

พวกเรากลับมาเกือบมืด ร้อนจากไอแดด ความแห้งแล้งของอีสานช่่วงนี้ ทอนกำลังเราไปเยอะมากทีเดียว ..หลังจากนั่งหารือ กันถึงโปรแกรมการมาช่วยนักเรียน และ คนด้อยความสามารถครั้งนี้ เราก็ได้ ไอเดีย …

เราจะมากันเดือน กันยา…. พวกเราสรุปกันอย่างนั้น

และนี่คือ Clip วันที่ไปกัน

Album ภาพใน Facebook

https://www.facebook.com/narong.wonggasem/media_set?set=a.10152580638379326.1073742002.566784325&type=3

 

Advertisements