#‎My_idol‬
======
ผมปลื้มใจทุกครั้งที่มีคนมาบอกผมว่าผมเป็น idol ของเค้า
ศัพท์นี้ตอนเด็กๆ ผมไม่เคยได้ยินไม่เคยรู้จักหรอกครับ แต่ มารู้เอาไม่กี่ปีหลังนี่แหล่ะ

พอมีคนบอกว่าเราเป็น idol ก็เลยถามตัวเองว่าแล้ว idol เราล่ะเป็นใคร…?

idol ของผมตอนนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหรอกครับ คุณพ่อของผมเองแหล่ะ ท่านจากไปได้หลายปีแล้ว … แต่ผมก็ยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอ

พ่อให้กำเนิดผมแล้วก็ต้องไปรับใช้ชาติด้วยการร่วมรบในสงครามเวียตนาม ตอนนั้น พ่อให้หลวงตาตั้งชื่อให้ ผมเลยได้ชื่อว่า ณรงค์ (การรบและสงคราม)

ผมชอบชื่อนี้มาก และไม่เคยคิดจะเปลี่ยน ในขณะที่พ่อ เปลี่ยนไปแล้ว สามชื่อ … ฮ่า ฮ่า

พ่อผ่านการรบทั้ง เกาหลี เวียตนาม แล้ว ก็ ลาว สามสนามนี้คงสอนประสบการณ์พ่อมาเยอะ เพราะพ่ออยู่หน่วยลาดตะเวณ ซึ่ง ฟังจากเพื่อนรุ่นน้องของพ่อ ที่รบเวียตนามด้วยกัน วีรกรรมของพ่อนั้น ต้องบอกว่า ไม่ธรรมดา

พ่อเลี้ยงดูผมแบบทหาร เน้นวินัย ทุกอย่างต้องเป๊ะ ทั้งกิจวัตรประจำวัน และ การแต่ตัว พ่อสอนให้ผมเนี้ยบตั้งแต่ ปลายผมจรดปลายเท้า ..ช่วงวัยรุ่นของผม จึงเป็นภาพของคนเรียบร้อย ไม่เหมือนตอนนี้ ที่ เพื่อนเก่ามาเห็นยังบอกว่า “จำไม่ได้”

พ่อตามใจผมเป็นบางเรื่อง แต่เรื่องที่พ่อเน้นมากๆ คือ เรื่องของการศึกษา พ่อบอกว่า “เอ็งต้องเรียนให้สูง โตไป จะได้สบาย เป็นเจ้าคนนายคน…” พ่อบอกแบบนี้ แถมเหน็บประโยคหลังให้คิดอีก ว่า “…ถ้าไม่ตั้งใจเรียน จะส่งไปเลี้ยงควาย…”

ผมไม่เคยเลี้ยงควาย และ นึกไม่ออกว่า เลี้ยงควายมันน่ากลัวยังไง แต่ ผมก็ไม่กล้าที่จะเกเร เรื่องเรียนเลย ..เพราะไม่อยากไปเลี้ยงควายตามคำขู่

พ่อสอนผมโดยไม่พูดเยอะ ไม่มีการหยิบเหตุผลมากมาย พ่อเพียงแต่บอกว่า อะไรควรทำ อะไรต้องทำ และ อะไรห้ามทำ ซึ่งถ้าผมละเมิดข้อห้าม ผมก็ต้องเจอกับไม้เรียวของพ่อ

พ่อบอกว่า รุ่นผมนี่ เจอเบาแล้ว เพราะ สมัยพ่อ ย่าจะมัดมือกับขื่อแล้วโบย…ผมมโนต่อได้เลยว่า ตอนเด็กพ่อคงจะแสบคูณสามเป็นแน่

พ่อมีวินัยเรื่องการดูแลสุขภาพตัวเองมาก พ่อเชื่อในสิ่งที่พ่อเชื่อ และผมก็เชื่อว่านั่นเป็นพลัง เพราะอาการหอบหืดขั้นรุนแรงของพ่อ พ่อเอาชนะได้ด้วยการทำสมาธิในแบบของพ่อ ผมเห็นพ่อหยุดกินยาเป็นกำ และ อยู่ได้โดยไม่มีอาการหอบ ด้วยความเชื่อเพียงอย่างเดียว … ผมเรียกสิ่งนี้ว่า มหัศจรรย์

ด้วยวัย 78 ของพ่อ พ่อทำให้ผมต้องอายด้วยการปั่นจักรยานไปตลาด วันละ 20 km ทุกวัน และ มนุษยสัมพันธ์กับคนได้ทั้งตลาด … พ่ออาจจะเรียนมาไม่สูง แต่ สติปัญญาของพ่อนี่ผมว่าดีกว่าหลายๆ คนที่เรียน ความจำและการจดบันทึกของพ่อ ลงรายละเอียดตลอด …ผมก็คงได้สิ่งนี้จากพ่อมาบ้างเหมือนกัน

พ่อโดนรถเฉี่ยว วันทหารผ่านศึกระหว่างที่ เอาฟิลม์ไปล้าง ผลครั้งนั้น ทำให้เลือดคั่งในสมองและพ่อหยุดหายใจไปสามนาที … ความอึดของพ่อ ทำให้พ่อฟื้นจากการช่วยของหมอ และเริ่มต้นที่จะมีชีวิตใหม่ โดยเริ่มจะการหายใจเอง หัดพูด หัดเดิน และ ดำรงชีวิตอย่างคนปกติ

ผมใช้เวลาปีครึ่ง อยู่กับพ่อในช่วงวิกฤตนั้น ..เป็นช่วงเวลาที่ สาหัสที่สุดของผมแล้ว ที่ พยายามสู้กับความหวังที่เป็นไปได้ยาก …แต่ด้วยความเชื่อ เชื่อว่าพ่อจะหาย จนสุดท้ายพ่อกลับมาเดินเหิน และ เรียกความจำบางส่วนกลับมา

พ่อจากไปด้วยอาการติดเชื้อในปอด เนื่องจากการล้มเจ็บของพ่อ ทำให้สังขารที่ล่วงโรยแต่แข็งแรงของพ่อ แสดงสภาพที่แท้จริงออกมา พ่ออยู่ที่ ศิริราชถึงสี่เดือน เพื่อรักษาอาการติดเชื้อที่ว่า จนสองอาทิตย์สุดท้ายที่ย้ายกลับมาอยู่บ้าน พ่อก็สู้กับโรคภัยครั้งนี้ไม่ไหว และ ลาจากไปในที่สุด

สามสิบนาทีสุดท้าย ที่พ่อพยายามจะสู้ โดยการช่วยเหลือของหมอ …ทำให้ผมเจ็บปวดทุกครั้ง และ ถ้าย้อนกลับไปได้ผมจะบอกหมอให้ปล่อยพ่อไป ให้ไปสบาย …

ผมเขียนเรื่องนี้เพราะ วันนี้รู้สึกคิดถึงพ่อ ภาพความทรงจำวิ่งผ่านเข้ามา ผ่านปลายนิ้วออกมาเป็นตัวหนังสือ ในช่วงเลิกงาน … อยากให้ความทรงจำดีๆ แบบนี้เก็บเอาไว้ และ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้เป็นอุทธาหรณ์ สำหรับคนที่มีโอกาส ได้ดูแลพ่อแม่ ให้เรียนรู้ไว้เป็นประสบการณ์ …

…เพราะเรื่องบางอย่าง เราก็ย้อนกลับไปทำใหม่ไม่ได้อีกแล้ว….

ป๋อง
22 Jul 2014

Advertisements