แรกๆ คนส่วนใหญ่ เอา Big Bike ไว้ออกทริปครับ เพราะขนาด ความร้อน และ การจราจร ในเมืองมันไม่เอื้อเท่าไหร่
แต่ตั้งแต่ปี 2012 คนเริ่มใช้ Big Bike มากขึ้น ทั้งที่ขับเทียว และ เอามาใช้ในชีวิตประจำวัน

อ่ย่างผมเนี่ย เอามาขี่ในเมืองเป็นหลัก ด้วยความที่รถเป็นแบบ Dual purpose (อยากแปลว่า เอนกประสงค์ ทางเรียบได้ เดินทางก็ดี) เลยมีที่ให้เก็บสัมภาระด้านข้าง กับด้านหลัง ทำให้ขนาดมิติ โดยรวมของรถใหญ่กว่าปกติ

แต่เท่าที่ขับขี่ในเมือง เกือบจะทุกวัน มาสองปีกว่าๆ ผมพบว่า ข้อดี ของการใช้ Big Bike ในเมืองมันเยอะครับ

ข้อดีกับเรา
1. ประหยัดเวลา เพราะ ประหยัดจากสามเรื่อง คือ เร็ว ไม่ติด และ หาที่จอดง่าย
2. ประหยัดเงิน จากเวลาที่เสียน้อยลง ค่าน้ำมันก็ถูกกว่ารถยนต์ และ ค่าจอดรถ ก็น้อยกว่า บางที่ไม่เสียเลย ค่าทางด่วนก็ไม่เคยต้องเสีย เพราะ เค้าไม่ให้ขึ้น… 555
3. หน้าตาดี งานนี้ คนขี้เหร่ อย่างผมก็มีสิทธิเป็นพระเอกได้ เพราะ จะสวมรูปเงาะไว้ในหมวก แล้วอวดรูปสังข์ ไว้ข้างนอก ด้วยการแต่งกายด้วยชุด rider

ข้อดีกับชาติ (เดี๋ยวนี้ ทำอะไรก็ต้องอ้างเพื่อชาติครับ … ^^)
1. ลดการใช้น้ำมัน Big Bike จัดเป็นรถที่มี CC ตั้งแต่ 400 CC ขึ้นไป อัตราการกินน้ำมันส่วนใหญ่จะน้อยกว่ารถยนต์ แต่บางคันก็เท่าๆ กับรถยนต์ เลย แต่เทียบเวลาที่ต้องอยู่บนถนนแล้ว ยังไงก็ประหยัดกว่า
2. ลดปัญหาจราจร ก่อนอื่นต้องวิเคราะห์ก่อนว่า รถติด มาจากสาเหตุหลักสามอย่าง
2.1 รถส่วนใหญ่เป็นรถช้า รถติดส่วนใหญ่ เกิดจาก รถช้าอยู่ข้างหน้า ซึ่ง ปัญหานี้หมดไปครับ เพราะ มอเตอร์ไซต์ มันไม่เคยช้าเลย ไฟแดง ก็ไปจ่ออยู่หัวแถวแล้วยังไม่ทันเขียวก็อยากจะพุ่งออกไป เหมือนไม่อยากให้นรกรอนาน
2.2 รถอยู่บนถนนนานเกินไป เพราะสาเหตุแรก ทำให้ รถหนึ่งคันเดินทางจากจุดนึงถึงจุดหนึ่งใช้เวลานานมาก มอเตอร์ไซต์ ซอกแซก ดังนั้น เวลาที่มอเตอร์ไซต์ จะอยู่บนถนน ด้วยระยะทางที่เท่ากันนี่ น้อยกว่า รถยนต์เยอะเลย
2.3 รถใช้พื้นที่บนถนนเยอะ รถยนต์หนึ่งคัน ใช้พื้นที่ เท่ากับมอเตอร์ไซต์ หกคัน เคยเทียบดูตอนเอาลงแพข้ามฝั่ง แล้วแถมรถส่วนใหญ่ ก็นั่งมากันคนเดียว ดังนั้น รถมอเตอร์ไซต์ ถึงแม้ขี่คนเดียว ก็ประหยัดพื้นที่บนถนนดีกว่า

ข้อเสีย — เยอะครับ ขี้เกียจเขียน แต่เอาหลักๆ ก็
1. อันตราย – เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
2. อันตราย – เป็นของเล่นของเด็ก ไม่บรรลุนิติภาวะ ที่ทำตัวเหมือนแกีงค์กวนเมือง โดยมีเหตุผลมาอ้าง
3. อันตราย – เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ เพราะ ยากจะตามทัน

สำหรับการขี่ ในเมือง ที่ผมผ่านประสบการณ์ มา ผมว่า อุบัติเหตุ หลักๆ ที่เกิดกับ Big bike ในเมือง มีไม่กี่อย่างครับ

1. ประทะตรงจุดกลับรถ

Big bike มาเร็ว สมมุตืว่าวิ่งมา 100 km/hr (มันทำได้ง่ายๆ เลย) แสดงว่า วินาทีนึงจะวิ่งได้ 27.8 เมตรครับ ผมเคยนั่งดูรถเวลา เลี้ยว U Turn จะใช้เวลาประมาณ 4 วินาทีถึงจะตั้งลำได้สนิท โดยจะใช้เวลาตัดเลนหนึ่งเลน มากกว่า 2 วินาที
นั่นแปลว่า ถ้าคุณสามารถ หยุดรถที่วิ่งมา ด้วยความเร็ว 100 km ให้อยู่่ใน 2 วินาที นั้นได้คุณก็จะ มีชีวิตไว้ดมกลิ่นสาวๆ ได้ต่อ
แต่นั้่นคือ คุณจะมองเห็นการเลี้ยวก่อนสองวินาที ที่ ระยะ 55 เมตร นะครับ ถึงจะเริ่มคิดเบรคได้ทัน … แล้วอย่าลืมว่า เมืองไทย U Turn ไม่ได้มีรถวิ่งมาด้านเดียวนะครับ

ดังนั้น ไอ้ที่เบรคไม่ทัน ขนกันบ่อยๆ ตรง U Turn ก็ประมาณนี้

2. ลื่นล้ม

รถมอเตอร์ไซต์ ถ้าล้อมันหมุน ไม่ต้องมีคนขี่ มันก็ไม่ล้มนะครับ ถ้าวิ่งตรงๆ
ไอ้ที่ล้ม เพราะ พยายามไม่ให้มันตรงนี้แหล่ะ ซึ่ง มักจะล้มกันง่าย ตอนที่เจอพื้นลื่น
อย่างแรก พื้นลื่น ไปตรงๆ เพราะพอเจอที่ลื่นเราก็จะลดความเร็ว บางที กำเบรคมากไป ล้อหยุด ทำให้ปัด แก้ปัญหาไม่ถูกก็ ลงไปจับกบกันซะงั้น ดังนั้น ช่วงหน้าฝน แนะนำให้เช็คดอกยาง (ดอกเอาไว้รีดน้ำครับ ไม่มีข้อเสียในพื้นแห้ง ) ดอกที่รีดน้ำได้ดี จะทำให้ ยางคุณยังสัมผัสกับพื้นถนนอยู่
อย่างสอง พื้นลื่น เข้าโค้ง ความรู้สึกการเข้าโค้ง พื้นแห้ง กับ พื้นลื่น มันเหมือนกันครับ แต่ แรงเสียดทานในการรับตัวรถ มันไม่เท่ากัน ดังนั้น พื้นเปียก หรือ มีหินลอย ทรายลอย ต้องบอกเลยว่า ห้ามแบน
ไม่งั้น คนขี่ได้แบน อ่านหนังสือพิมพ์ อยู่ข้างทางแน่นอน

3. เกี่ยวก้อย
เป็นการเกี่ยวกันล้ม หรือ ชนกันล้ม ครับ เจอบ่อยในเมืองที่หนาแน่น หรือ กรณีที่ออกทริป
ดังนั้นต้องรักษาระยะห่างให้ดี เวลาวิ่งเร็วๆ นี่ มีอะไรไปเกี่ยวกัน มันจะล้มไม่รู้ตัวเลยครับ เร็วมาก ตอนเกี่ยวไม่เท่าไหร่ แต่ตอนล้มไป นี่ ขึ้นอยู่กับว่า อะไรวิ่งตามมาข้างหลัง
มีอีกเคส ที่ ยังไม่มีใครรอดออกมาเล่าครับ คือ การเกี่ยวเชือก ที่อยู่ตามรถบรรทุก
เมืองไทย ผมสังเกต ว่า รถบรรทุกต่างๆ มักง่ายครับ ประตูด้านหลังบางทีก็ไม่ปิด เปิดพับมัดไว้ มัดดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับความซวยของคุณแล้ว เพราะ ถ้าเค้าไม่ปิด แล้วมัด ก็คงไม่ได้คิดเรื่องความปลอดภัยแล้วล่ะ
เชือก หรือ สายรัดของ ที่ปลิวอยู่ข้างรถ มันอาจทำอะไร รถยนต์ ที่วิ่งผ่านไม่ได้ แต่ สำหรับมอเตอร์ไซต์ แล้ว มันเป็น มัจจุราชเราดีๆ นี่เอง เพราะถ้าจังหวะ คราวเคราะห์ ถึงขีดสุด มันอาจเป็นตัวกำหนดอายุขัย ของคุณได้เลยทีเดียว เพราะ เกี่ยวปุ๊บ ตัวคุณเสียหลัก เข้าช้าง ล้อ มีหวังได้ไปนั่งนับดอกยางของรถบรรทุกที่กำลังวิ่ง แล้วก็เห็นร่างตัวเองหลุดออกเป็นชิ้นๆ ที่ท่ายรถแน่ๆ

หลายคน ชอบความเสียว ด้วยการวิ่งความเร็ว แทรกระหว่างรถ อ่านข้างบนแล้วนึกภาพตามให้ดีครับ …จะได้อยู่ขี่กันนานๆ

อย่างนึงที่ผมเจอก็คือ ต่อให้รถคุณล้ม ถ้าคุณไม่ได้กระแทกอะไรแรงๆ หำ และ อวัยวะ ทั้งหมดของคุณ ก็ยังสามารถ ซ่อมแซมให้กลับมาใช้การได้ปกติ แต่นั่นคือ คุณต้องสวมชุดที่แหมาะสมกับการขับขี่นะครับ ปกป้อง ผิวหนังอันบอบบาง กระโหลกน้อยๆ และ ข้อต่อทุกชิ้นของคุณไว้ให้ดี การนำอวัยวะแสนรักของคุณ ไปฝนเล่นกับถนน มันไม่ได้มีประโยชน์อันใด

รักษาเนื้อรักษาตัว ด้วยการระมัดระวังป้องกันตัว เพราะนอกจากการขี่รถ แล้ว คุณยังต้องทำมาหากิน หาเงินมาเติมน้ำมันกันอีกครับ

ขอให้มีชีวิตรอด ไม่บาดเจ็บ ในหน้าฝนปีนี้ทุกท่านครับ

ดูคลิปนี้ซะ แล้วกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นอีกรอบครับ

Advertisements