1669
====
น้องส่ง ของกิน ควบ MSX แซงรถผมไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืด…

…ผมมองออกไปสังหรณ์ใจว่าขี่ไวอย่างนี้เดี๋ยวได้มีเรื่อง…

ไม่ผิดจากที่คาด ผมมองไปข้างหน้า เห็น Taxi กลับรถ เข้าจังหวะน้องแซงขึ้นพอดี…

“โครม…!”

รถไปทาง คนไปทาง…

ไม่ต้องคิดอะไรมาก ถึงแม้จะหมั่นไส้ที่น้องมันขี่รถไว แถมแสดงมากไปหน่อย ผมจอดรถวิ่งไปดูคนเจ็บ..กางเกงที่ไถลไปกับพื้นขาดวิ่น แผลเต็มตัวแต่ไม่สลบ

ผมถามน้องเจ็บตรงไหนบ้าง น้องบอกที่มือ ที่ขา…

น้องยังนอนเหยียดที่พื้น รถบรรทุกวิ่งไปมาเฉียดขา ดูหวาดเสียว ผมเอากรวยไปวางไว้ คิดว่าคงช่วยได้บ้าง

ณ.เวลานั้น กด 1669 ขอความช่วยเหลือ…ไม่กี่อึดใจ มากันเป็นฝูง…

คนเจ็บนำส่ง รพ. น้องโทรตามเพื่อนให้มาเอารถ ผมเห็นว่าเรียบร้อย ก็กลับมาที่รถ ก่อนจาก ผมเดินไปบอกน้อง..

…วันหน้าขี่ช้าๆ หน่อยนะมึง….

 

 

 

=======================
ภาคสอง
======
ตอนที่ผมลงไปช่วย… สังเกตว่า น้องที่ล้ม ไม่ได้ใส่หมวก
สิ่งแรกที่น้องทำคือ เอาโทรศัพท์ ออก มาโทร โทร โทรๆ ไม่สนใจคนรอบตัว หรือแม้ แต่คนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ อย่างผม หรือเจ้าหน้าที่…

จนผมรู้สึกอยากไปโบก อย่างพี่ สิริชัย มีสมรัตน์ บอกเหมือนกัน….

นึกถึงเหตุการณ์ civic ชนรถตู้ ทำใฟ้รถตู้ตกทางด่วน แล้วมานั่งเล่น BB … feeling ตอนนั้นคล้ายกันเลย


=========
ภาคสาม -จบ
=========
การรับรู้ด้วยการมองอย่างเดียว การทำให้ผมตัดสินคนผิด
น้องที่เจ็บ หยิบโทรศัพท์ มาโทรตั้งแต่วินาทีแรก จนถูกหิ้วขึ้นรถพยาบาล… และ นี่คือบทสนทนา

“Hello ผู้จัดการเหรอครับ … รถผมล้มครับ”…
“รถล้มครับ …รถล้ม ” น้องย้ำ เพราะดูเหมืนปลายทางฟังไม่ถนัด

“Order ลูกค้ารายนี้ ผมคงไปส่งไม่ทันแล้วครับ” น้องรายงาน

สิ่งที่ผมได้ยิน อาจทำให้สมองผมสับสน เด็กมันแว้นเพราะความคะนอง หรือ ต้องต้องการนำอาหารไปส่งลูกค้าตาม order ไม่มีคนรู้ แต่ เท่าที่รู้น้องมันไม่ได้ห่วงตัวเอง หรือ รถที่กลิ้งอยู่ข้างทางเลย ….สิ่งแรกที่น้องมันนึกถึงคือ “งาน”

สายหลังๆ เป็นการโทรตามเพื่นๆ ซึ่งแผล่บเดียวก็มีเพิ่อนๆ มาถึงสามสี่คน…

เหตุการณ์ วันนั้นจบลง…พร้อมกับ มุมมองใหม่ๆ หลายๆ อย่างของผม…..

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ หวังว่าเรื่องนี้คงจะ เป็นแรงบรรดาลใจให้เราตัดสินใจ “ทำ” อะไรบางอย่าง ถ้าเจอเหตุการณ์ แบบเดียวกันนี้ครับ