ผมนอนตื่นแต่เข้า เพราวันนี้จะต้องเข้า หาดใหญ่

โรงแรมนิภา เป็นโรงแรมใหญ่ แต่ ก็ ดูไม่ใหม่มาก ที่นี่ ไม่มีอาหารเช้า ไม่มีบริการอะไรพิเศษ ทุกอย่างต้องซื้อหมด แม้แต่จาน กับ ช้อน …
ด้วยความปรารถนาดีของพี่จิ้ว เมื่อคืน พี่จิ้วเลยหิ้ว ข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดังของ ที่นี่มาให้ หน้าตาดูน่าทานมาก ไอ้ครั้นเราจะเก็บก็กลัวจะไม่อร่อย เลยกะจะฟาดซะคืนนี้เลย

…ลองโทรไปขอจาน กับช้อน ทางพนักงานต้อนรับของโรงแรมบอกว่า ไม่มีให้บริการแต่ มีขาย set ละ 15 บาท เป็น จานโฟมกับ ช้อน พลาสติก

ผมว่าอันนี้มัน concept low cost เลยคือ ตัดทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้ต้นทุนต่ำ แล้วใครอยากได้ก็ซื้อเพิ่มเอา .. ราคาโรงแรมจะได้ไม่สูงเกินความจำเป็น

แต่ผม Low cost กว่า (แถวบ้านแปลศัพท์นี้ว่า “งก”) ผมเลยย่องไปสอยห้องข้างๆ ที่สั่งอาหารมาทาน จะมีจานช้อนอย่างดี ที่เค้าทานเสร็จแล้ว มาล้างแล้วกินต่อ เพราะจริงๆ ต้องการแค่ช้อนแค่นั้นเอง

ทานเสร็จตอนเช้ามาก็ย่องไปคืน ..เหอ เหอ เก็บ 15 บาทมาเติมน้ำมัน

บางทีก็แยกไม่ออกครับ ระหว่าง งก ขี้เกียจ ประหยัด หรือ ใช้เงินอย่างคุ้มค่า… ^^

วันนี้ผมนัดพี่จิ้วที่ Amazon café สถานที่นัดหมายประจำของนักเดินทาง เพราะมีที่นั่งร่มรื่น พร้อมบริการเครื่องดื่ม … นักเดินทางสมัยนี้ บางทีก็ไม่ได้อยากได้ที่พักไว้พักหรอกครับ แต่ อยากได้ที่พักไว้ check in, up face อะไรประมาณนั้น

นั่งอยู่สักพัก พี่จิ้ว ก็ ขี่รถมา พาน้องอ้อม ซ้อนท้ายมาด้วย

ด้วยความทีคงจะล่วงเลยเวลาไปนิด พี่จิ้วเลย ทำเวลา โดยไม่ลงจากรถเลย ผมเลยแต่งตัวขี่รถตามพี่จิ้วไปจนถึงจุดนัดพบ…

ที่นั่นพี่โอ๊ด นั่งรออยู่แล้วครับ พี่โอ๊ด นี่เป็น Friend ใน FB เหมือนกัน เพิ่งได้เจอตัวจริงวันนี้ หล่อมากครับ … หล่อฮังก้วยจริงๆ ผมว่าในบรรดาสายใต้ นี่แกหน้าตาดีไม่เป็นรองใคร.. ^^

พี่โอ๊ดขี่ ER ล้อโตเบ่อเริ่ม เห็นบอกว่าเป็น “ยางสนาม” เส้นเกือบสองหมื่น ทีเดียว ดอกยากก็ไม่มี มันโล่งๆ เหมือนทรงผมแกยังไงไม่รู้

…ตอนผมได้ยินราคาครั้งแรกถึงกับกลืนน้ำลายเอี๊อก …

“มีเงินอย่างเดียว ทำไม่ได้แน่ๆ … ต้องชอบด้วย… “ (ประโยคหลังแต่งเติมได้ตามความพอใจนะครับ)

สักพัก มีพรรคพวกตามมาอีกสองลำ คือพี่โหน่ง และ พี่เบียร์ … พี่เบียร์ นี่ผมเพิ่งเจอ แต่ พี่โหน่ง นี่รู้จักทางเสียงโทรศัพท์ มานานแล้ว เพราะ ผมเคยสั่งซื้อ U-Clear ชุด BT จากพี่โหน่ง มาใช้ …

ช่วงนั้นได้คุยกันบ่อย เพราะใช้ BT แรกๆ เวลาติดปัญหา ก็ จะโทรไปถาม พี่โหน่งก็จะอธิบาย ให้เข้าใจ เสียงพี่โหน่ง เล็กๆ จนผมนึกๆ ว่าค้องอายุ สักยี่สิบกว่าๆ …. มาเจอ ตัวจริง เลยรู้ว่า รุ่นใหญ่ เหมือนกัน

พลพรรคพร้อม ก็ออกเดินทางคณะนี้ขี่รถกันเร็วครับ ขี่รถแบบนี้ ผมเรียกว่า “ขี่แบบไม่ต้องดูวิวข้างทางกันล่ะ” แป๊บเดียว พาผมมาอยู่ริมทะเล เป็นร้านอาหาร ชื่อร้านทิวทัศน์

พวกเราขี่รถเข้าไปจอดในบ้านของเจ้าของร้าน ทำยังกับเป็นบ้านตัวเอง ซึ่งผมทราบทีหลังว่า “พี่พล” เจ้าของที่นี่ ก็ สนิทกับ กลุ่มพี่ๆ เค้าเหมือนกัน เพราะ ขี่ KTM อยู่

สักพัก มีน้องนุก ทันตแพทย์ สาว แฟนพี่โหน่ง มาทักทาย หมอนุก ขับรถตามมาครับ อัธยาศัย น่ารักมาก น่ารักทั้งหน้าตา น่ารักทั้งนิสัย น่ารักทั้งตัว

พี่พลก็ดูใจดีครับ พรรคพวกมาถึงร้าน ก็บริการ เอา กุ้ง จัมโบ้ มาเสริฟ … โอ้โห นี่ถ้าเป็นแถวอีสานต้องอุทานว่า “กุ้งโคตรพ่อโคตรแม่…” กันแน่ เพราะตัวใหญ่มากครับ เมื่อวานว่าใหญ่แล้ว วันนี้ ใหญ่กว่าอีก เทียบกับหุ่นอวบๆ แบบผมนี่ ตัวเกือบเท่าแขนผมงี้กินไปอิ่มพุงกาง

ตั้งใจจะลดน้ำหนักทริปนี้ เจอ มาสองมื้อนี่ ชักจะคิดแล้วว่า คงลดยาก

พี่โหน่ง กับ หมอนุก ไม่ได้ร่วมทริปไปส่งครับ เพราะต้องไป เชงเม้งต่อ แต่แค่นี้ก็รู้สึกดึแล้วครับ ที่มีความอบอุ่นจากเจ้าถิ่นมาต้อนรับ ร่ำลากันเสร็จคณะเราก็เดินทางเข้าสู่หาดใหญ่ โดย วิ่งไปที่ เกาะยอ ก่อนครับ

ที่เกาะยอ ผมได้เจอ พี่วันชัยครับ เจอครั้งแรกเลย… มาดพี่วันชัยดีมาก เป็นผู้ใหญ่ใจดี ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเจ้าของร้าน บ้านน้ำเคียงดิน ที่นั่งอยู่ เพราะมาดแกใช่เลย แต่ จริงๆ ไม่ใช่ครับ

พี่วันชัย เป็นคนเรียบร้อย และ น่ารัก เล่าเรื่องต่างๆ ที่นี่ให้ฟัง รวมทั้ง แนะนำให้ผมชึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกบนยอดเขา เพราะสวยงาม

ก่อนจะขึ้น พี่เค้าบอกให้ระวังๆ หน่อย เพราะทางมันชัน … ผมระวัง แต่ก็ไม่ได้รอบคอบ เพราะ ไม่ได้ใส่เสื้อการ์ด ขึ้นไป แต่ ก็สวมอย่างอื่นครบเพราะคิดว่าขึ้นไปนิดเดียว
ที่ไหนได้ ด้วยความอ่อนประสบการณ์ ในการขึ้นทางชัน เลยเกิดเหตุล้มแปะ ตรงมุมหักศอกทางขึ้นนั่นแหล่ะ ตอนจะล้ม ผมคิดอย่างเดียวว่าอย่าไปฝืน เพราะ รถมีสัมภาระ หนักมาก ยื้อไว้ เดี๋ยวขาซ้ายได้บาดเจ็บแน่ เลยปล่อยมันลงมา โดยไม่ได้เตรียมที landing ดีๆ

ผลก็คือ ตัวผมเอง ลงไปฟาดกับราวสะพานที่อยุ่ด้านข้าง เจ็บซี่โครงชะมัด (แต่ลุ้นว่าคงไม่มีอะไรหัก) ส่วนรถ ก็ มุดราวสะพานลงไปนอนแอ้งแม้ง ต้องลากออกมา
ความเสียหายไม่เยอะครับ แต่ ได้ รอยที่ระลึก มาบนชิวหน้า กับ ด้านข้างๆ นิดหน่อย กะว่าจะทิ้งไว้อย่างนั้น จะได้จำไว้…

…จำไว้ว่า ขึ้นทางชัน ต้องส่งขึ้นไปเลย อย่าหยุด เพราะรถสูง ถ้าเอนมาด้านต่ำ ยังไงก็ล้ม…

ลงมาเล่าให้พรรคพวกฟัง พรรคพวกเป็นห่วงกันใหญ่ พี่เบียร์มาดูซ่อมกระจกมองหลังให้ เพราะคงโดนดันลนหลวม …หลังจากนั้น ก็ออกจากร้านอาหาร ลงจากเขามา เช็คอินที่ เก็นติ้ง (ชื่อโรงแรม) เป็นโรงแรมใหม่ครับ สะอาดมาก เก็บข้าวของแล้วเราก็ออกไปนั่งรวมกลุ่มที่ ร้านเล็กๆ ใกล้โรงแรมชื่อ Snow white ครับ

ที่นี่ มีสมาชิกมาเพิ่มคือ พี่ ธิ … พี่ธิ ผมเจอพี่ธิ ครั้งแรกก็ที่นี่ครับ ชื่อเสียงพี่ธิ นี่ ลือลั่นมาก ในเรื่องของความเป็น Entertainer ผมเจอ ห้านาทีแรก ก็ รู้เลยว่า พี่เค้าไม่ธรรมดา ถ้าไม่อยู่ในวงการดารา ก็ต้องเป็นลูกท่านหลานเธอแน่ๆ

พี่ธิสนิทกับกลุ่ม และ ด้วยความเป็นกันเอง ผมก็เลยรู้สึกสนิทกับพี่ธิ ไปโดยไม่รู้ตัว

ออกจาก snow white พวกเราทั้งหมด พากันไปทานอาหาร ที่ Pub แห่งหนึ่งครับ … มีวงดนตรี ร้องเพลง แนว “เราๆ”

แนว”เราๆ” นี่เอาเกณฑ์อายุเป็นหลัก ดังนั้น จะได้ฟัง เพลงฮิตเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเยอะมาก ..เรียกได้ว่า ฮัม หรือ ร้องตามได้ทุกเพลง

ซึ่งพอดึกๆ ผมเริ่มเห็น ความสนุกของ พี่วันชัย แล้วครับ …การทำท่า ”แช๊ะ” เป็นคาแรคเตอร์เด่นของพี่เค้าจริงๆ

เราออกจากที่นี่ หลังเที่ยงคืน มาแล้ว ผมเห็น หงา กับ มาลีฮวนน่า มารอเล่นเป็น คิวต่อไป แต่เราก็ไม่รอแล้วครับ โดย พี่ธิ พาไป ปิดท้ายที่ บะหมี่ซอยตัน …

นับเป็นเป็นค่ำคืนที่ใช้พลัง กัน อย่างเต็มที่จริง ๆเพราะ ระยะทาง 370 km ที่วิ่งมาวันนี้ บวกกับ กิจกรรม ที่มีทั้งวัน น่าจะทำให้เหน็ดเหนื่อย แต่ ผมกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น ไม่ …กลับรู้สึกว่า สนุก สนาน และ สามารถทำต่อได้เรื่อยๆ

วันนี้วิ่งไปทั้งสิ้น 370 km โดยประมาณ สะสมรวม สองวัน 1030 km

## Album ภาพใน Facebook ##

ชมภาพใน Album

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151526953069326.1073741837.566784325&type=1

Advertisements