หลังจากกรุงเทพฯ น้ำท่วมมาเกือบปี วันนี้ ได้มีคนจัดหลักสูตร ที่น่าสนใจมากเรื่องหนึ่งคือ การออกแบบโรงงาน และ เครื่องจักร เพื่อ รับมือกับ สถานการณ์ น้ำท่วม โดย ผู้จัดก็ได้แก่ คณะทำงานส่งเสริมวิชาชีพการผลิต โดยมาจัดกันที่ SCG Experience ที่ CDC

หลบรถติดมาถึงที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ ยังไม่เจอใครมาเลย..เลยไปหาที่ทานข้าเช้ากับ กาแฟ ใกล้ๆ กัน พอเกือบจะได้เวลา ก็ มาที่ จัดสัมนา

วันนี้มีวิทยากรมาช่วยบรรยายกันหลายท่านครับ ทั้ง จาก ใน และ นอก มาดูกันเลยครับ ว่าวันนี้ ได้ความรู้อะไรกันบ้าง

 

9:00 เริมเปิดสัมมนา

วิทยากรท่านแ รก

คุณ สมาน โพธิ

ผู้จัดการส่วนนวัตกรรม ซ่อมบำรุง SCI

จากน้ำท่วมปีที่แล้ว CPAC โดนไป 45 โรงงาน และ หนักมากก็ ประมาณ 12 โรงงาน และ มีการประเมินเริ่มต้น ค่าซ่อมประมาณ 3 ล้าน และ มีการซ่อมจริงที่ 1 ล้านบาท

การเตรียมการ เมื่อทราบ น้ำจะท่วมมา  ของ CPAC จะไม่เหมือนที่อื่นที่ทำ Stock ได้ และ ต้องทำการเดินเครื่องจนกระทั่งนาทีสุดท้าย และ เมื่อ พบว่าต้อง ทำการ Move แล้ว ก็ มีการดำเนินการดังนี้

  1. ปลด Breaker เข้า ตู้ MDB à สำคัญมาก เพราะ เกี่ยวข้องกับชีวิต และ การทำงานระหว่างนั้น
  2. ขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง
  3. ทำบังเกอร์ รอบอุปกรณ์ไฟฟ้า

ในส่วนของ สำนักงาน ก็มีการเตรียมการ เพราะอยู่ในจุดที่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา

  1. สำรวจ  Layout ทางระบายน้ำ รอบสำนักงาน à จะได้วางแผนทำทางหนีทีไล่ ได้ ซึ่ง  ตอนนั้น ก็ ไม่มีแบบ ต้องสอบถาม จากคนเก่า ๆ อีกที … เราเอง ก็ควรจะมีแบบ ของ ระบบระบายน้ำ ตำแหน่ง ประตูเปิด ปิดน้ำ  ทำเอาไว้ เวลาฉุกเฉิน
  2. อุดท่อที่จุดก่อนลงท่อระบายน้ำ สาธารณะ à ขั้นตอนการอุด นั้น ใช้วิธีการ เอา กระสอบทรายอุด ซึ่งจริงๆ จะเอาไม่อยู่ ต้องใช้ปั๊ม ช่วยดูดด้วยอีกแรง
  3. ปูกระสอบทรายแนวรั้วสำนักงาน
  4. เตรียมเครื่องสูบน้ำที่บ่อพักน้ำ
  5. ต้องสามารถตัดไฟฟ้าชั้นหนึ่งได้อย่างทันท่วงที

Lesson learn

  1. ต้องประเมิน Worst case และ หาทางป้องกันล่วงหน้า
  2. ทำการทดสอบอุปกรณ์ ทุกตัว ที่ต้องใช้ 100% เช่นเครื่องสูบน้ำ ให้มั่นใจว่า ใช้งานได้ครบทุกตัว
  3. ควรศึกษา Layout ของ ท่อระบายน้ำ ของสำนักงาน และ โรงงาน ให้ละเอียด à ในแง่ของวิศวกรรม ให้ update แบบนี้ และ ทำสำเนาเก็บไว้ ในโรงงาน
  4. ควรมีแผนสำรองเสมอ
  5. Safety first ท่องให้ขึ้นใจ ….

แนวทางการออกแบบโรงาน เพื่อรับมือกับ สถานการณ์ น้ำท่วม

โรงงานรูปแบบใหม่ จะใช้ Mobile office ยกสูงจากพื้น 3 เมตร

กรณีที่เป็นโรงานถาวร และ เสี่ยง จะยกอาคาร office ขั่น 1.5 m เป็นแบบที่ต้องมีบรรไดขึ้น เหมือนอาคารเรียน ในต่างจังหวัด

มีการนำเอา รั้วกั้นน้ำ สำเร็จรูป ที่ทาง Nestle ได้เอามาใช้ โดย นำเข้ามาจากต่างประเทศ ข้อดีคือ เก็บไว้ใช้อีกได้ แต่ ไม่แน่ใจเรื่องของประสิทธิภาพการกันน้ำ

อีกเรื่องคือ การ ทำวาว์ลกันน้ำ และ บ่อพัก โดยมีการใส่ ปั๊มสำหรับดูดน้ำ ออกไว้ด้วย ซึ่งโรงงานใหม่ ที่ต้องออกแบบ ควรจะต้องมีแบบนี้

ในบางโรงงานมีการทำ “เขื่อน” กั้นเลย ซึ่ง ก็เป็นการลงทุนที่สูงมากวิธีหนึ่ง โดยเฉพาะ ที่ต้องลง เข็ม ในเขื่อนไว้

32111

10:00 วิทยากรท่านที่สอง

อ. เอกพงษ์ ตรีตรง

หัวหน้าภาควิชา ออกแบบตกแต่งภายใน คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปกร

บริษัท Ideal 1 group http://www.ideal1group.com/index_thai.html

อาจารย์ เอกพงษ์ เป็น สถาปนิก ที่ มองว่าวิศวกร ถ้าเพิ่ม เรื่องของ ศิลป เข้าไป ก็ จะยอดเยี่ยมมาก  และ จะมีความสามารถสูงมาก

อาจารย์ บอกว่า ทางบริษัทของอาจารย์ เอง จะเป็น Specialist ในการออกแบบโรงแรมขนาดเล็ก ซึ่งตอนนี้ มี โครงการ อยู่หลายโครงการ ที่กำลังจะชึ้น เร็วๆ นี้

ช่วงน้ำท่วม รายการทีวี ของอาจารย์ ที่ Nation Channel มี Rating สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งช่วงนั้น อาจารย์ ได้นำเอาอาคาร ที่มีการออกแบบป้องกันน้ำท่วมได้ดี มาออก

น้ำเป็นพร จากพระเจ้า ….

จริงๆ แล้ว การจัดผังเมือง ของ กรุงเทพฯ ในอดีต มีการจัดผังเมือง เพื่อป้องกัน ศัตรู (พม่า) เลย เอาที่ลุ่มมาทำผังเมือง เนื่องจาก พม่าตีมาสองครั้ง นี่ เราบอบช้ำมามาก ดังนั้น เวลาน้ำมา ที่ลุ่ม เลยลำบากหน่อย …

“…น้ำไม่ใช่ปัญหา จริงๆ แล้วเป็นพร จากพระเจ้า ถ้าน้ำสะอาดมา แสดงว่า ประเทศนั้นจะเจริญ  น้ำมา เป็นเรื่องปกติ ดังนั้น อย่ามองว่า น้ำมาแล้วเป็นปัญหา…”  อาจารย์ เอกพงษ์

เราวางผังเมืองผิด…

ผังเมืองในอดีต ไม่ได้ผิด ตามเหตุผลที่บอกตอนต้น แต่ ตอนหลัง มีการจัดผังเมืองกันใหม่ พื้นที่รับน้ำ ในหลายๆ ที่โดนถม เพื่อรองรับความเจริญ ทำให้ บริเวณที่น้ำเคยท่วม แล้วเกิดหมู่บ้าน สิ่งก่อสร้าง เลย โดนท่วม

แม่น้ำตื้นเขิน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง การรุกล้ำพื้นที่ ตามริมแม่น้ำ ก็มีผลทำให้การ ระบายน้ำ เปลี่ยนไป เมื่อก่อน จะมีการออกแบบให้มีการระบายน้ำให้ได้ดี ได้เร็ว

การบริหารจัดการเรื่องน้ำในช่วงที่ผ่านมา ผิดผลาดอย่างมาก …

การพัฒนาบ้านเมือง ไร้ทิศทาง ขาดการบูรณาการ ทำให้ ลืมมอง ในเรื่องของ ทัศนียภาพ เรื่องของ zoning ลืมเรื่องของ สิ่งแวดล้อม ทำให้ ไม่ได้คุณภาพจริงๆ

อาจารย์มองว่า การยกพื้น อาคาร ให้สูงเป็น ปลายเหตุ ซึ่ง ต้องบริหาร และ มองเรื่องการวางผังเมือง แนวใหม่ เช่นการ ขุดท่อให้น้ำมุดออกใต้ดิน  หรือ การ ออกแบบทางด่วน ให้เป็นที่ระบายของน้ำ ใน บางประเทศ ที่เวลาน้ำหลาก ก็เอาน้ำ วิ่งขึ้น ทางด่วนระบายน้ำออกไปเลย

อย่างในอเมริกา ที่เราเคยเห็นในหนังหลายๆ เรื่องที่มีถนน เหมือน กับ คลอง ขนาดใหญ่ ที่ชอบเอา รถบรรทุกลงไปวิ่งข้างล่าง เวลาน้ำหลาก จะใช้เป็นที่ระบายน้ำ ซึ่งน้ำจะ ไหลเชี่ยวมาก

ในญี่ปุ่นมี อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ ขนาดที่รถบรรทุก วิ่งได้ อยู่หลายแข่ง เพื่อรองรับ ภาวะ น้ำท่วมเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน

แนวการออกแบบของอาจารย์ จะเป็นแนวใหม่ ซึ่ง วิศวกร ที่จะมาทำงานแบบนี้ต้องชอบ เพราะ แปลก และ ท้าทาย

แนวความคิดจะ คิดแบบ inside – out ซึ่ง คิดจาก ข้างใน ออกมาข้างนอก เพราะอาจารย์ เป็น interior designer เช่นออกแบบ ก็จะออกแบบ จากเตียงนอนมาก่อนว่าจะออกแบบ ให้กัน แบบไหน จะให้มุมออกมาอย่างไร แล้วค่อยมาดูเรื่องอื่น

เน้นข้างในให้ perfect ก่อน แล้วค่อยมาออกแบบ โครงสร้าง และ ข้างนอกทีหลัง …

อาจารย์ไม่เห็นด้วยกับการออกแบบ โครงสร้างก่อน แล้ว ค่อยมาออกแบบ Interior ทีหลัง …

อาจารย์มองว่า คนอยู่ใกล้ อะไร ก็จะปรับตัวให้เป็นแบบนั้น

เห็นภาพห้องนี้ แล้วคุ้นๆ แล้ว ก็ มาถึงบางอ้อ ตรงอาจารย์ โชว์ Ref งาน ที่มี Glacier ที่ ขอนแก่น ซึ่งเป็น หนึ่งในโรงแรมที่ชอบมากที่หนึ่ง

อาจารย์ บรรยายภาพรวมมา หนึ่งชั่วโมง ก็เริ่มเข้าสู่ “การออกแบบโรงงาน”

อาจารย์ เอกพงษ์ มองว่า การออกแบบโรงงาน ต้องทำให้ คนรู้สึก รักองค์กร มี Royalty มากๆ เพราะต่อไปจะหาคนทำงานลำบาก…

  1. อันแรกเลยคือ “บรรยากาศ” ซึ่งต้องมาจาก เส้นสาย ที่เป็น สื่อความหมายของ องค์กร
  2. ต้องมีบริเวณที่เป็น Hall of frame เป็น พิพิธภัณฑ์ เป็น ศูนย์การเรียนรู้ ตัวอย่างที่ อาจารย์ บอก ได้แก่ โออิชิ อาจารย์ บอกว่า บางเรื่องไม่ต้องทำโฆษณาอะไรมาก แต่ การออกแบบตัวอาคารโรงงาน จะทำให้คนเห็นเลยว่า องค์กร ต้องการสื่ออะไร เช่น ตึก Schneider จะมีการแสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน โดยคำนวณและคิดทุกอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับ การใช้พลังงานของตึก
  1. เปลี่ยนพฤติกรรม ของคนอยู่ โดยยกตัวอย่าง ที่ The Nation ทีมีแต่นักข่าว ที่เกี่ยวข้องกับ กระดาษ แต่ มีการออกแบบตัวอาคาร ให้ ไม่มีลิ้นชัก และ ให้ที่เก็บกระดาษ ไปไว้ที่อื่น  อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การ ออกแบบห้องเลขา ให้เป็น บาร์ แล้ว เชิญชวนให้ มานั่งติดต่อธุรกิจ

มาว่ากันเรื่องน้ำท่วม…

อาจารย์บอกว่า ถ้าเราเข้าหมู่บ้านไหนที่ พื้นเดี๋ยวขึ้นเนิน ลงเนิน แสดงว่ามีการออกแบบการป้องกันน้ำไว้ แล้ว พิจารณาให้ซื้อได้

อาคาร คอนโดตอนนี้ มีการออกแบบไหม่ งานระบบ ไม่ไว้ใต้ดินอีกแล้ว จะยกไว้ชั้นสอง แล้ว เพราะ มีปัญหาน้ำท่วมมา ซึ่งให้ไปศึกษาบ้านไทย

แนวทางการออกแบบของบ้านไทย

  1. ยกพื้นสูง บ้านไทย ออกแบบยกพื้นสูง
  2. มีฐานหล่อเสา ป้องกัน มดขึ้น à การออกแบบ โรงงานบางที่ ออกแบบให้อยู่บนน้ำไปเลย จะทำให้เย็น โดยออกแบบให้มี Grill ดักลมให้ตีขึ้นมา ความเห็นอาจารย์ ว่าทำติดน้ำ ไม่น่ากลัว และไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น
  3. ชั้นแรก ไม่ต้องมีอะไร หนัก มีอะไรก็ทำเป็น catwalk พื้นเอาไว้เดิน ทุกอย่าง อยู่บนโครงเหล็ก ตรวจสอบเรื่องต่างๆ ได้ง่าย … ไอเดียนี้ ดูแปลก สำหรับ งานที่มีเครื่องจักรหนัก คงจะออกแบบแบบนี้ ลำบาก

ตัวอย่างของโรงงานที่ออกแบบ บริษัท Thai KK http://www.thaikk.co.th/thaikk09/home.html

การอออกแบบจะลากเส้น ที่ไม่รู้จบ ทุกเส้น ต่อกันหมด เป็น Infinity มีสีแดง เพราะหุ้นส่วน เป็น ฮ่องกง ไต้หวัน

ตัวโรงงานนี้ จะเน้น ความสวยงาม แต่ อาจจะไม่ได้ เน้นในเรื่องของการ ป้องกัน น้ำสักเท่าไหร่

อีกโครงการหนึ่ง เป็น ศูนย์ผู้แทนจำหน่าย ที่ นครศรีธรรมราช

อาจารย์ มองว่า การออกแบบยุคนี้ เริ่มไปในแบบที่เป็นแบบ knock down สามารถถอดได้ อย่าไป fix เอาไว้ เหมือน สมัยก่อน ที่ ก่ออิฐ ฉาบปูน ซึ่ง ญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างที่ดี ในเรื่องนี้ …

SCG เอง ก็ มาถูกทางที่ทำบ้านแบบ Knockdown ออกมาด้วยเหมือนกัน นั่นคือ บ้าน Heim

http://www.scgheim.com/home.php

เพียงแต่ ราคาจะสูงสักหน่อย และ ยังต้องเสริมเรื่อง emotion เข้ามามากกว่านี้ …นี่เป็นความเห็นของอาจารย์

ทฤษฏี

  1. ตัวโรงงาน จะต้องมี “สะดือ” นั่นคือ ระบบที่สามารถระบายน้ำออกไปสู่ภายนอกได้อย่างรวดเร็ว
  2. ออกแบบบ้านหรือโรงงานให้เหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมไม่ฝืนธรรมชาติ เข้าใจทิศทางของลม แดด น้ำ ให้เหมาะกับ สภาพอากาศ ไม่ขวางทางน้ำ และ มีความคงทนยั่งยืน
  3. บ้านที่ประยุกต์จากเรือนไทย แต่ให้ร่วมสมัย เช่นออกแบบให้ยกใต้ถุนสูงเหนือน้ำ แต่สามารถที่จะประยุกต์ใต้ถุน ให้สามารถมีพื้นที่ และ เฟอร์นิเจอร์ ใช้สอยบางอย่างได้ คนไทย ทำระบบ การ knock down ได้เก่งที่สุด ดูจากแบบบ้านในอดีต อาจจะประยุกต์ เอาระบบบ้านไทย และ มาเปลี่ยน material ให้ทันสมัยได้ อย่างนี้จะดี

ถามคำถาม อาจารย์

Q: ตัวอย่างโรงงานที่ออกแบบไว้รองรับ สถานการณ์ น้ำท่วมดีๆ

A: ตอนนี้มีติดต่อเข้ามาหลายโครงการ มีการเริ่มทำ แต่ Trend จะเป็นการย้าย Zone และ เริ่มไปที่ ตะเข็บชายแดน เนื่องจากมองเรื่องของ สภาวะแรงงานที่ขาดแคลน เช่น ตะเข็บ ที่เชียงราย ที่หนองคาย เป็นต้น

ถ้าต้องปักหลักสู้ ต้องแน่ใจว่า น้ำมาแล้วอยู่ได้ ต้องยกสูงอย่างเดียว

พื้นต้องนับเป็นศูนย์ เหมือนฝรั่งที่นับ ขั้น สองเป็น ชั้น หนึ่ง และ ชั้นล่างเป็น Ground

Q: การยกระดับ พื้นเครื่องจักรที่มีน้ำหนักมากไว้บน platform นั้น ในทางปฏิบัติน่าทำจริงหรือ?>

A: อาจารย์ อยากให้มองอีกมุม ที่ ค่าใช้จ่ายอาจจะถูกลงเพราะเราทำ ฐานราก ให้รองรับเฉพาะ จุด ไม่ต้องไป ทำพื้นที่รับแรงมากมาย ไปทั้งบริเวณ

Q: มีพื้นที่ ยี่สิบไร่ พื้นต่ำกว่าถนน 2 เมตร มีแนวทางอย่างไร

A:  เอาสามวิธี มา บูรณาการ โดยเริ่มจาก “ยกขอบ” แต่จะทำให้ ทัศนียภาพไม่ดี เพราะดูแล้วเหมือน จมลงไป ซึ่งให้ออกแบบให้ หลอกตา ให้ ยก Slope ขึ้นมาก่อน เพราะจะทำให้ หลอกตา และ ดูดีได้

พักกลางวัน ทางผู้จัด พาไปทานที่ Viva Café หรูหราดีครับ

13:20 ช่วงบ่าย จะเป็นวิทยากร ภายใน SCG เองครับ โดย กลุ่ม ที่สาม นี่มาจาก Paper ครับ ก็มาเล่า ประสพการณ์ การ ติดตั้งปั๊ม เพื่อ รับกับสถานการณ์ ที่น้ำจะท่วม

โดย Case  แรกจะเป็นที่ TBSP ที่พระประแดง

การเตรียมการ ก็มีการนำเอา Pump เข้ามาเสริมหลายตัว และ ดัดแปลงเอา ท่อ และ สายไฟ ที่ เหลืออยู่ในโรงงานมาจัดการ ทำระบบ เอาไว้

ขั้นตอนการทดสอบ การทำงานของปั๊ม ว่าทำงานเต็มประสิทธิภาพ ดีหรือไม่

สังเกตว่า ปั๊มแต่ละตัวของ Paper ที่นำมาใช้นั้น ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น

ขั้นตอนการทำงานจะมีการ prefabricate ที่บ้านโป่งก่อน เพื่อที่จะได้ ลดขั้นตอนการทำงานที่ หน้า site เพราะ ท่อขนาด 16” นี่ งานเชื่อมแต่ละครั้ง ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง

การออกแบบ ตัวตะแกรง เพื่อป้องกัน สิ่งแปลงปลอมเข้าปั๊ม ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำไว้ก่อน เพราะ จะช่วยป้องกันไม่ให้ปั๊มเสียหาย

อีกที่หนึ่งคือ การติดตั้งที่ คลองภาษีเจริญ ที่มีการนำ case มาเล่าให้ฟังด้วยเช่นกัน

คำถาม

Q: ระบบต่างๆ ที่นำไปติดตั้งไว้ ปัจจุบัน ยังคงไว้ เหมือนเดิมหรือไม่ครับ และ มีแนวทางการทำระบบแบบถาวรไว้หรือไม่อย่างไร

A: ยังไม่ได้ทำ เพราะ ในบางที่ ก็ต้องรื้อกลับมา เนื่องจากเป็นปั๊มที่ ถอดออกจากระบบปกติ ซึ่งเจ้าของพื้นที่ต้อง วางแผน และ มาตรการณ์ ต่างๆ เหล่านี้เอาไว้

Q:  มีการนำปั๊มเข้ามาช่วย จำนวนมาก มีการซื้อเข้ามาใหม่ บ้างหรือไม่ และ แหล่งรวมปั๊มที่ได้มาเอามาจากไหน

A: เป็นปั๊มที่ได้จากโรงงาน กระดาษ หลายๆ โรงที่มีอยู่ โดย เอา ปั๊มที่เป็น ตัว Standby มาใช้งาน

Q: มีการบริหารจัดการการปิดเปิด ปั๊มอย่างไร

A: เดิน 24 hr และ อาศัย ช่วงที่ ระดับน้ำในแม่น้ำลดระดับ เป็นช่วงที่พัก ปั๊ม

14: 00 Repco Flood Recovery Experience Sharing ตัวแทนจาก Chemical มีการนำ case ที่เข้าไปช่วย บริษัทที่เป็นลูกค้า มาเล่าให้ฟัง

Repco มีการเล่า concept วิธีการ จัดการเรื่องน้ำท่วมให้ฟังก่อน ว่า มีหลักการ Recovery workflow อย่างไร

โดย มีการแบ่งงานทั้งที่ ตัวทีมงานที่ต้องเตรียม เรื่องมาตรฐาการทำงาน กำลังพล เครื่องมือ และ check sheet เอาไว้

ทางทีมตลาดก็ต้อง เก็บข้อมูล จากลูกค้า เพื่อจะได้ เตรียมการช่วยเหลือ ได้ถูกต้อง ตลอดจน ระบบการรายงาน ต่างๆ

Case ที่นำมาเล่าก็จะมี Crown seal ที่ทำ ฝาให้กับ Green sport ที่คลองสอง

และอีกที่หนึ่งคือ Honchuan ที่ทำฝาให้กับ โออิชิ และ ที่ Asia Drink และ ที่ Saraff group

Case ที่เจอ คือ เรื่องการ ถอด PLC ที่ เมื่อมีการถอดถ่านออก จะมีปัญหา เรื่องของ Backup software ซึ่งบางที่ไม่ได้ทำเอาไว้

สรุป จากการที่ได้มาฟังในวันนี้

  1. แนวคิดในการป้องกัน เริ่มมีมากขึ้น โดยเริ่มจาก ประสบการณ์การแก้ปัญหา จากน้ำท่วมคราวที่แล้ว ตัวอุปกรณ์ ที่เป็นระบบ ไฟฟ้า และ PLC ที่เป็นอุปกรณ์ ราคาแพง และ sensitive กับน้ำ และ ความชื้น จะ โดนพิจารณา ที่จะยกระดับ หนีน้ำขึ้นไป อยู่ชั้นสอง
  2. ภาพตัวอย่างการออกแบบโรงงานที่ป้องกัน น้ำ อย่างชัดเจน ตอนนี้ ยังไม่เห็น ยกเว้น ใน case ที่มีการ จัดทำ เขื่อนป้องกัน น้ำ ดูแล้ว น่าจะเป็น ระบบที่ดี แต่ก็มี เงินลงทุนจำนวนมาก
  3. ในมุมมองของผู้ออกแบบ อย่าง interior มองว่า ควรจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และ การออกแบบ เครื่องจักร ให้มีการวางบน platform ซึ่ง มีการทำใน ต่างประเทศ บางประเทศ ซึ่ง ค่าใข้จ่ายในการทำ ฐานราก อาจจะไม่ได้แพงอย่างที่คิด เพราะ ถ้าออกแบบเฉพาะจุด ก็จะทำให้ เงินลงทุนรวมอาจไม่แพงกว่าได้

มาสารภาพเลยว่า “ร่าง” Blog นี้ไว้นานแล้ว ผ่านมา สี่เดือน ค่อยมาเห็น แล้วก็ กด post เข้าไป

แต่ช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา ก็มีงานที่ต้องไป ออกแบบโรงงาน ก็ได้แนวคิดเรื่องป้องกันน้ำท่วม นี่แหล่ะ มาใช้ได้เยอะเลยครับ … ต้องขอบคุณทีมีการจัด คอร์สนี้ และ ผมเองก็ได้มีโอกาสได้ไปฟัง

Advertisements