หลายคนนึกถึง กางเกง G-String ที่ได้รับความนิยมอยู่ช่วงนึง

สาวๆ ใดหุ่นดีใส่ G-String เป็นว่าเรียกสายตาหนุ่มๆ ได้ดีเชียวล่ะ

วันนี้มีเรื่อง G ที่น่าสนใจพอๆ กันมาเขียนไว้อ่ะ

ได้ Galaxy S2 มาเล่น 3G กับเค้าอยู่พักนึง

สงสัยว่า บางที มันก็ขึ้น เป็น E บางที มันก็ขึ้นเป็น G บางที ก็ 3G บางทีก็ H บางทีก็ H+

เลยไปหาข้อมูลและความหมายมาให้หายงง…กันซะตรงนี้

G แรก

มาเริ่มที่ G ตัวแรก ดีกว่าครับ สมัยพี่ป๋อง เริ่มทำงานแรก ๆ  โทรศัพท์มือถือที่ใช้จะเป็นระบบ Analog ซึ่งไม่สามารถใช้รับส่ง Data อะไรได้เลย สามารถใช้โทรศัพท์พูดคุย ( Voice ) ได้อย่างเดียว  สมัยนั้น เครื่องเบ่อเริ่มครับ แล้วก็แพงด้วย ตัวเครื่องไม่ต้องใส่ SIM เพราะ แต่ละเครื่องจะมี รหัส ของตัวมันเอง ตอนนั้นมี ระบบ 470Mz แล้วก็มี 800 กับ 900 ของ TAC (ตอนหลังเป็น DTAC)

 

ยุค 2 G 

ระบบ 2G จะใช้การรับส่งข้อมูลเป็นแบบ Digital เราคงคุ้นกับ ตัวเลข ฐานสอง ที่มีเลข ศูนย์ กับ เลข หนึ่ง แล้วแปลงเป็น ข้อมูลต่างต่างๆ ได้เรื่อยๆ สมัยนั้น โทรศัพท์ นำความสามารถทาง Digital มาใช้ ทำให้สามารถรับส่งข้อความ SMS จากเครื่องมือถือได้ เรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นของการใช้โทรศัพท์มือถือ ในการรับส่ง Data ช่วงนี้น่าจะจำกันได้ว่าโทรศัพท์มือถือ จะมีราคาลดลงมาก จากเครื่องละเป็นแสน เหลือแค่ 2-30,000 บาท    ลดลงแต่ไม่ได้ถูกเลย เพราะ สามหมื่นสมัยก่อนก็ไม่น้อย แต่ ถ้าเทียบ ทีวี 21 นิ้ว ดีๆ สมัยนั้น ก็เครื่องละ สี่หมื่นครับ

ต่อมา เนื่องจากมีการใช้โทรศัพท์มือถือ รับส่ง Data มากขึ้น เช่นการ download ringtone รูปภาพ ทำให้มีการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับการรับส่ง package ข้อมูลจำนวนมากขึ้น ระบบ 2.5Gจึงได้ถูกพัฒนาขึ้น เป็นต้นกำเนิดของระบบ GPRS โดย GPRS นี้จะสามารถเชื่อต่อกับ Operator เพื่อรับส่ง ข้อมูล Date ได้ที่ประมาณ 50Kbps ถ้ายังจำกันได้ ช่วงนี้การรับส่ง MMS จะเริ่มเป็นที่นิยม เพราะระบบ GPRS สามารถรองรับการรับส่ง Data จำนวนมากขึ้นได้

GPRS ย่อมาจาก General Package Radio Service ครับ … ไม่แปลนะ กลัว ผิด

EDGE ที่ไม่ใช่ AIDS

เวลาที่เราใช้งาน GPRS ก็จะเห็นตัว G ขึ้นมาบนโทรศัพท์ แถวๆ รูป สัญญาณความแรงโทรศัพท์ครับ แต่ หลังๆ หลายคนจะคุ้น กับ E มากกว่า เพราะ E จะเริ่มแพร่หลาย E นั้น คือ EDGE ครับ ซึ่งย่อมาจาก Enhanced Data rates for GSM Evolution  ขอไม่แปลนะครับ เดี๋ยวแปลผิด

โดย ระบบ EDGE นั้นจะพัฒนาจาก ระบบ GPRS ให้ความสามารถรับส่งข้อมูลต่อ slot สูงขึ้น โดยถ้าพัฒนากันจริงๆ สามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 473.6Kbps แต่สำหรับเมืองไทยนั้น ความเร็วสูงสุดของ EDGE ที่ Operator ปล่อยออกมานั้นจะอยู่ที่ 220 – 236.8Kbps เท่านั้น ( ต่อให้โทรศัพท์มือถือ หรือ AirCard เครื่องไหนที่สามารถรับสัญญาณ EDGE ได้ 473.6 แต่ connect จริงก็จะไม่เกิน 220Kbps เท่าที่ Operator ปล่อยออกมา )

ระบบ EDGE หรือที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า 2.75G  (คงไม่ทางการจริงๆ เพราะ ไม่เคยได้ยินใครเรียก) เพราะเป็นระบบที่ออกมาขั้นกลางระหว่างระบบ 2G กับ 3G

และแล้วก็มาถึงยุคนี้ล่ะครับ ยุค 3G

 

ระบบ 3G 

ระบบ 3G ( UMTS ) นั้นคือการนำเอาข้อดีของ ระบบ CDMA มาปรับใช้กับ GSM เรียกว่า W-CDMA ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท NTT DoCoMo ของญี่ปุ่น

สำหรับเมืองไทยนั้น ระบบ 3G จะเป็น เทคโนโลยีแบบ HSPA ซึ่งแยกย่อยได้เป็น HSDPA , HSUPA และ HSPA+

HSDPAนั้นจะสามารถ รับส่งข้อมูลได้สูงสุดที่ 14 Mbit/s in the downlink and 5.76 Mbit/s in the uplink
HSUPAจะเหมือนกับ HSDPA ทุกอย่างแต่การ Upload ข้อมูลจะวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 5.76  Mbps แต่ปรับปรุงในหลายๆ เรื่อง The enhanced uplink increases the data rate (up to 5.8 Mbit/s), the capacity, and also reduces latency.
HSPA+ เป็นระบบที่เจ๋งโคตร ในปัจจุบัน data rates up to 84 Mbit/s in the downlink and 22 Mbit/s in the uplink (per 5 MHz carrier) with multiple input, multiple output (MIMO….โว้ว ที่สำคัญ เจ้า เครื่อง GALAXY S2 นี่ มันรองรับซะด้วยซิ

สำหรับในเมืองไทยนั้น ระบบ 3G ( HSPA ) ที่ Operator AIS หรือ DTAC นำมาใช้จะเป็น HSDPA โดยการ Download จะอยู่ที่ 7.2Mbps ซึ่งเริ่มให้ใช้กันได้เรียบร้อยแล้ว

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อ AirCard แบบที่รองรับ 3G คลื่นความถี่ 3G ที่ใช้กันทั่วโลก จะใช้อยู่ 3 ความถี่ที่เป็นมาตราฐานคือ 850 , 1900 และ 2100 ซึ่งเมืองไทยจะแบ่งเป็นดังนี้

คลื่นความถี่ ( band ) 850 จะถูกพัฒนาโดย Dtac และ True ดังนั้น ซื้อเครื่องที่เป็นระบบนี้ ราคาขายต่อ จะดี เพราะ ขายได้สองค่าย …ขายคล่อง
คลื่นความถี่ ( band ) 900 จะถูกพัฒนาโดย AIS (ใช้ชั่วคราวที่เชียงใหม่ และ Central World ตอนนี้ก็ใช้ไปทั่วแล้ว)
คลื่นความถี่ ( band ) 2100 กำลัง กทช. ทำการประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่
คลื่นความถี่ ( band ) 1900 จะถูกพัฒนาโดย TOT

ดังนั้นการเลือกซื้อ AirCard , Router หรือ โทรศัพท์มือถือ และต้องการให้รอบรับ 3G ควร check ให้ดีก่อนว่าสามารถรองรับได้ทั้ง 3 คลื่นหรือเพียงบางคลื่นเท่านั้น

อ่านไปอ่านมา คงพอเข้าใจเรื่อง G กับ เรื่อง H แล้วนะครับ… แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าไปถามคนขายโทรศัพท์ คุยเข้าใจตรงกันหรือเปล่านิ…

 

————————————————————————————————

ขอบคุณที่มา :

1. http://www.kce101.com/forums/index.php?topic=317.0

2. http://en.wikipedia.org/wiki/Comparison_of_wireless_data_standards

3. http://en.wikipedia.org/wiki/High_Speed_Packet_Access

4. http://searchtelecom.techtarget.com/definition/3G

5. http://topicstock.pantip.com/mbk/topicstock/2009/12/T8699813/T8699813.html

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements