ปี 2022….
เสียงคลื่นที่กระทบผนังตึกชั้นสอง … กระทบสะท้อนเข้ามาในห้องนอนที่โคลงเคลงไปมา

ผมสะบัดหัวสองที .. ไม่รู้ว่าเพิ่งตื่น หรือว่า เมาคลื่น เพราะ มันโคลงเหมือนกัน …

อากาศดีๆ อย่างนี้ จนต้องงัวเงียตื่นขึ้่นมาแบบไม่อยากลุกจากที่นอน
แสงแดดที่สะท้อนผิวน้ำ สะท้อนขึ้นมา ..ดีว่า ยามเช้า แสงแดงเรื่อๆ จากดวงอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นทำให้ไม่แสบตามาก…
ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่เรียน วิศวอุทกศาสตร์ เอก วิชาจัดทางไหลของน้ำ แบบนี้ …

สาขาวิชานี้ เพิ่งเปิดหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2011 โน่น …งานหลักก็นั่งดูว่า วันนี้ น้ำที่ไหนจะไหลมาจากไหน บ้าง แล้วก็ ใช้ สูตรคำนวณปริมาณน้ำ ที่ไหลในแต่ละสาย หรือที่เมื่อก่อนเรียกว่า Mamning formula  บวก ลบ กับ ความสามารถในการผันน้ำออกไป ให้สมดุล เท่านั้น…

สูตรของการคำนวณ ทำให้เราสามารถที่จะทำให้ น้ำหายไปหมดเมืองได้ แต่ กำลังในการ ระบายน้ำที่เป็นจริง ทำให้เราไม่สามารถทำให้ ทุกที่ “ไม่ท่วม” ได้

ดังนั้น ..สุดท้าย “เรา” ก็ต้องเลือกว่า จะต้องให้ “ที่ไหน” จมน้ำ และ ที่ไหน “แห้ง”

งานผมหลักๆ ก็รักษาระดับน้ำในแต่ละโซน ก็เท่านี้ ไม่มากไปกว่านั้น .. KPI วัดกันที่ ระดับน้ำ นั่นแหล่ะครับ …ไม่ต้องน้อย กว่านั้น … ให้ได้ตามระดับที่ set ไว้…

ห้องทำงานผมก็อยู่ในเรือ นี่แหล่ะ ที่เดียวกับที่ผมนอน..

ผมหยิบ iPad 8S รุ่นล่าสุด ออกมาดูแผนที่แสดงระดับน้ำ .. ภาพ 3D ลอยออกมา ให้เห็นถึงความลึกของแต่ ละ Zone โซน ผมเอามือจับขอบสองข้าง ลอง”บิด” เบาๆ ภาพแสดง ระดับน้ำ อีก สิบชั่วโมงข้างหน้า  ลอยซ้อนขึ้นมาแทนภาพเก่า …

โซนสีแดง คือ น้ำจะสูงเกินระดับควบคุม งานนั้นช่างแสนง่าย แค่เอานิ้วแตะแล้วลากน้ำไปยังประตูน้ำ ที่ แสดงไว้ ลากหนึ่งที จะหมายถึงระยะการเปิดของประตูที่เปิด งานผมคือต้องเลือก ลาก ให้เหมาะ เพราะ หมายถึง ว่า น้ำ จะไหลไปทางไหนดี…

งานหมูๆ อย่างนี้ ทำโปรแกรมก็ได้ แต่ ท่าน CEO ท่านอยากให้มีการ “จัดทางน้ำ” ให้เหมาะสม ..ซึ่ง บางที บางที่อาจจะต้อง “จม” ซึ่งโปรแกรม อาจจะไม่เหมาะกับเรื่องแบบนี้ … ซึ่งก่อนหน้านี้ หน่วยงานนี้ โดนชาวบ้านด่า เละ .. จนคนแทบเกิดจราจล  จนสุดท่้าย ท่าน CEO เลย ประกาศหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานลับ  คนที่ทำงานแบบนี้ อย่างผม เลย ดู ลึกลับจนไร้ตัวตน

แต่เงินดีชะมัด … ใครๆ ก็อยากทำ  ทำน้ำท่วมได้ แต่ อย่าให้ ท่วมบ้าน “ท่าน” ละกัน…

นี่ก็สิบเอ็ดปีมาแล้ว…ที่น้ำท่วม จำได้ว่าตอนนั้นยังเด็กๆ อยู่เลย

จำได้ติดตาครับ ตอนที่น้ำทะลักแนวป้องน้ำ ของกรุงเทพฯที่ วางไว้ 140 km รอบกรุง ขนาดตอนนั้นพ่อกับแม่บอกว่า ไม่ต้องห่วง ยังไง กรุงเทพฯ ก็ไม่จมน้ำ…
ที่ไหนได้ …พอข่าวเขื่อนแตก ออกทีวี ได้ไม่กี่ชั่วโมง น้ำที่ไหลออกมา ก็แปรสภาพเมืองต่างๆ ให้จมน้ำ จนเกิดโศกนาฏกรรม ครั้งใหญ่
อยุธยา ที่ตอนน้้นจมน้ำไปช่วงนึงแล้ว พอเจอ กระหน่ำอีกที ก็ จมหายไปเลย…พร้อมๆ กับหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือ…

ถัดมาก็ปทุมธานี นนทบุรี แล้วก็ สุดท้าย กรุงเทพมหานคร…

…กลายเป็นเมืองจมน้ำ …บางพื้นที่กลายเป็นเมืองบาดาลไปเลย…

หลังจากน้ำท่วมครั้งนั้น ดูเหมือนว่า น้ำจะไม่หายไปไหน ..แล้วก็ท่วมอยู่นาน กว่าจะลด…บางที่ ก็ กลายเป็นจมน้ำตลอด…

อยุธยาตอนนี้ กลายเป็นเวนิช เมืองไทย ไปแล้ว เพราะ น้ำเต็มไปหมด จากเมืองที่เป็นโบราณสถาน แต่ตอนนี้ กลายเป็นเมืองที่มี การสัญจรทางน้ำ ที่สวยงาม ..จนกลายเป็นจุดท่องเที่ยวจุดใหม่ …ดีกว่าตลาดน้ำ ที่เคย ฮิต สร้างกันในช่วงนั้น กลายเป็น อยุธยา นครแห่งน้ำ… แทน

ระบบการศึกษาเปลี่ยนไป … วิชาว่ายน้ำ โดน บรรจุเข้าเรียนตั้งแต่ ป.1 และ มี หลักสูตรที่เกี่ยวกับน้ำ อีก หลายวิชา เช่น พ.101 ว่ายน้ำเบื้องต้น พ.102 ว่ายน้ำขั้นสูง โตขึ้นมาหน่อย ก็ มีเรียน Free Diving กับ Scuba Diving เป็น วิชาพละ
เด็กรุ่นหลังๆ เลยบ่าใหญ่กันทุกคน … นี่ว่าอีกหน่อย คงเริ่มมี เหงือกหายใจทางน้ำได้แน่ๆ

ตอนนี้ ชีวิตผมต้องอยู่ในเรือแล้วครับ เพราะ กรุงเทพฯ ราคาที่ดินเปลี่ยนไป .. เพราะมีการแบ่งเป้น โซนน้ำ กับ โซนแห้ง คนมีตังส์หน่อย ก็ อยู่ที่ โซนแห้ง … หลายคนแปลกใจว่า คนรวยส่วนใหญ่ ก็ อยู่ตึกสูงอยู่แล้ว แต่ การที่ได้อยู่ โซนแห้ง จะบ่งบอกถึงความมีสตางค์ที่มากกว่า เพราะ ค่าใช้จ่าย สูงขึ้นเป็นเท่าตัว…

นี่ยังดีที่เราเริ่มที่จะเลิกใช้น้ำมันกันแล้ว เพราะ เทคโนโลยี่ พลังงานจาก ไฮโดรเย่น ที่ วัตถุอยู่รอบตัว เริ่มนำเข้ามาใช้ …ยังนึกภาพก่อนหน้านี้ ที่ราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นไป ถึง ลิตรละ หกสิบบาท !!!

เรื่องราวมากมาย วิ่ิงผ่านเข้ามา ..นึกถึง กลไกธรรมชาติอันซับซ้อน การปรับตัวให้เกิดสมดุล แล้ว ก็นึกย้อนไป

…สมัยที่ เมืองไทย ยังมีต้นไม้เขียวๆ อยู่ มันเป็นอย่างไร น้า….

 

Advertisements