“…ถ้าจะเขียนเรื่องผมลงหนังสือ อย่าลืม ลงชื่อผมด้วยนะครับ …” เสียงพี่แอ๊ด ดังไล่หลังมา…

……………………………………………………………………….

ย้อนไปเมื่อวันก่อน วันที่ 5 May 2011 วันนี้วันหยุดครับ ..นึกอยากออกกำลัง พี่ป๋องเลย ปั่น จั๊กกี้ น้องฟ้า ออกมาจากบ้าน
..จริงๆ ก็ไม่รู้จะปั่นไปไหน ก็เลยปั่นไปเรื่อยๆ ครับ ปั่นจากบ้าน ผ่านที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า จนมาผ่าน Hope well ที่ทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์

เสา Hope well เมื่อ ดูจากมุมนี้ ก็สวยดีนะครับ  ..

นึกเส้นทาง จะไปต่อไม่ออก เลย วิ่งมาเรื่อย จนถึงที่ สถานีรถไฟ บางซื่อ

ไม่ได้ทตั้งใจจะำอะไรมาก กะถ่ายคู่ป้ายสถานีดีกว่า. ได้อารมณ์นักท่องเที่ยวดี เพราะอยู่แถวนี่เป็นสิบปี แล้ว ก็ไม่เคยถ่ายรูปที่นี่เลย…

เข้าทำนองใกล้เกลือ กินด่างนั่นแหล่ะ

ตอนนี้ ใกล้เทียงแล้วแดดชักร้อน เลย ถีบต่อเลาะข้างสถานีไปเรื่อยๆ สะดุดตาตึก SCG เลยจอดรถเพื่อถ่ายรูป …ปรากฏว่า MEM เต็ม ถ่ายไม่ได้

มาดูอีกที จริงๆ แล้วลืมใส่ MEM มา เลยมีถ่ายได้อยู่รูปสองรูป

เงยหน้าขึ้นมา เจอหน้าชายคนหนึ่ง ยืนยิ้มเพล่ อยู่ …หนุ่ม(เหลือ)น้อย ผิวคล้ำ บ่งบอกถึงประสบการณ์ที่ผ่านโลกมาเยอะ ยิ้มเห็นฟันขาว

เอาละซิ คนมาขอตังส์หรือเปล่าหว่า ..ตามสถานีรถไฟแบบนี้มีเยอะ ซะด้วย
แต่ด้วยความที่โดนฝึกจนเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือ คิดอะไรอยู่ก็ตาม ก็อดยิ้มตอบให้ไปไม่ได้ ..พอพี่เค้าเห็นยิ้มให้พี่เค้าก็เข้ามาถามเลย…
“คันนี้เท่าไหร่ครับ…” พี่เค้าถาม แล้วยิงต่อ … “ท่าทางจะหลายพัน”
..พี่ป๋องคิดนิดนึง เลยตอบไป “..หลายพันอยู่ครับ” ..จริงๆ ก็เกินสิบพันอยู่หน่อย
“นี่ถ้าผมมี …ผมขี่ไปทั่วประเทศ เลย” แกว่า…

นั่นเป็น ประโยคเริ่มต้น หลังจากนั้นเราก็คุยกัน เนิ่นนาน

ผู้ชายคนนี้ชื่อ “พี่แอ๊ด” หรือชื่อจริงคือ ศิริพงษ์ คงสบาย
พี่แอ๊ดบอกว่า น่าจะเป็นเพราะ ติดคำว่า “คง” นี่แหล่ะ
…”ไม่งั้นสบายไปแล้วววว” … แกตอบยิ้มๆ

พี่แอ๊ด เป็นชายไทยผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด น่าจะสูงไม่ถึง 160 ผอม แต่ไม่แกรน หน้าตายิ้มแย้มตลอดเวลา เวลาพูด มีสำเนียงคนใต้ปนๆ ออกมาหน่อยๆ

พี่แอ๊ด อายุไม่น้อยแล้วครับ อายุ 62 แต่ดูหน้าแล้วไม่แก่อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งพี่แอ๊ด บอกว่าเป็นเพราะแกไม่ดื่ม ..ในขณะที่เพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน จะดูแก่กว่ากันหมด พี่ป๋องว่าเคล็ดลับอีกอย่างที่ช่วยคือ ความอารมณ์ดี …ไม่เครียด ของแก

พี่แอ๊ดมีลูก มีเมียครับ แต่ ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว และ เข้าใจว่า พี่แอ๊ด ก็คงไม่กะพึ่งใคร ก็ เลยมาใช้ชีวิต อยู่เหมือน “ไปวันวัน” แบบนี้
ไปวันวัน ที่ว่าคือ คำไหน นอนนั้น ไม่มีบ้าน นอนไปเรื่อย ปรับตัวได้ตามสภาพแวดล้อม ไม่ต้องมี ไฟฟ้า หรือเครื่องอำนวยความสะดวก แต่ ก็ อาศัยอยู่ในเมืองได้เป็นอย่างดี

เค้าว่าถ้าโลกจะแตก สัตว์จะสูญพันธ์ สัตว์ประเภทสุดท้ายที่จะสูญพันธ์ คือ แมงสาบ เพราะทนมาก …ถึงขนาดว่า ตัดหัวแมงสาบออก มันยังอยู่ต่อได้อีก เจ็ดวัน …

พี่ป๋องว่า พี่แอ๊ด แกก็คงจะปรับตัวอยู่ได้นาน น้องๆ แมงสาบนี่เหมือนกันครับ ถ้าเกิดกรณีอย่างนี้ ..ในขณะที่พี่ป๋องคง จะ เดี้ยงไปตั้งแต่วันแรกๆ แล้วล่ะ

ภายใต้กระเป๋า สองสามใบของพี่แอ๊ด ใบหนึ่งจะบรรจุ ของสำคัญเอาไว้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง เครื่องเล่น DVD ซึ่งพี่เค้าเอาไว้ฟังเพลง
“ผมเป็นคนชอบฟังเพลงครับ ..ต้องมีไว้ ” พี่แอ๊ด บอกยิ้มเห็นฟันขาว

พี่แอ๊ด ไม่ได้ขอเงิน และไม่ได้พูดถึงเรื่องเงิน ตลอดการสนทนาเลย แต่ พี่แอ๊ด มีวิธีหาเงิน โดยการรับจ้างทำงาน หรือขายของที่ติดตัวมา ซึ่งถ้าจำเป็นพี่แอ๊ดก็ต้องขาย
“..พัดลม นี่เอาไปขาย เค้าให้ราคาถูกไปหน่อย ผมเลยไม่ขาย” … พี่แอ๊ด ชี้ให้เห็นพัดลมเก่าประจำตระกูล น่าจะเป็นสมบัติติดตัวแกมา

ตามตัวพี่แอ๊ด มีรอยสักเต็มไปหมด พระเต็มคอ เห็นแล้วนึกถึงพ่อ เพราะ พ่อ ก็พระเยอะไม่แพ้กัน
พี่แอีด บอกว่า แกเอง มี “ของดี” อยู่ เพราะ เคยนอนๆ อยู่แล้วมีคนเอาเหล็กแป๊บมาตี
“เสียงมันเหมือนเหล็กตีเหล็กนะ เสียงยังวิ้งอยู่ในหูผมเลย” มันกะมาตีผม แต่ แปลกที่ผมไม่เป็นไร .. ผมมีของดี

…อืม…ท่าจะดีจริง

พี่แอ๊ด บอกว่าตามสถานีมีทั้งคนดีและไม่ดี วันก่อนแกเพิ่งโดนขโมยกระเป๋าไป ข้างในมีพระเครื่อง …พูดไป แกก็บ่นเสียดาย แต่ สีหน้ายังยิ้มๆ
“ดีนะ รูปแม่ กับพระดีๆ ผมอยู่อีกกระเป๋า ..ไม่งั้นเสียดายแน่”… พี่แอ๊ดบอก พี่ป๋องนึกถึงพ่อเลย พ่อ ก็ห้อยรูปย่า ไว้ที่คอตลอด คนเราต้องมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจไว้ ถึงจะมีกำลังใจเนอะพี่ว่า
“แล้วพี่ไม่เครียดเหรอครับ เจอแบบนี้ ” พี่ป๋องหมายถึงทั้งเรื่องโดนขโมย และ ชีวิต ที่ประสบ
“ทำใจน่ะครับ ..ถ้าผมทำใจไม่ได้ ป่านนี้ผมบ้าไปแล้ว” …ประโยคนี้ อธิบายอะไรได้มากมาย หลายคนเครียดแล้ว ทำใจไม่ได้ ก็ จิตตก กลายเป็นโรคจิตไปเลย ทั้งๆ ที่ปัญหาไม่ได้มากมายอะไร ยิ่งได้มาคุยกับพี่แอ๊ด วันนี้ เราอาจจะนึกออกเลยว่า “กรูไม่ได้มีปัญหานี่หว่า…แล้วมานั่งกลุ้่มหาหอกอะไรวะ”…เอาไว้จะเอาไปใช้ เพราะแค่ตัวเรา เจอไร นิดไรหน่อย ยัง มีความกังวลอยู่ในใจตั้งหลายวัน นี่ พี่แอ๊ด แกเจอมาทั้งชีวิต แกยังชิว ขิว อยู่ได้

พูดคุยกันนานพอ จนรู้สึกถึงความเป็นคนจิตใจดี มีน้ำใจของพี่แอ๊ด เคั้า …จนเผลอแซวไปด้วยซ้ำ ว่า เหมือน พระเลย
“โอ้ว โอ้ว ผมเป็นพระไม่ได้หรอกครับ ….ผมยังมีความอยาก ยังมีตัณหา ผมเป็นพระไม่ได้หรอกครับ ” นี่เป็นมุมมองตรงๆ ของพี่แอ๊ด

คำอธิบายตรงๆ ออกมาจากปากแก ทำให้ โลกนี้ มันดูน่าอยู่ขึ้น

ร่ำลากันมา และ นึกในใจว่า ว่างๆ ต้องกลับมาคุยกับแกอีก…

ว่าแล้วก็ถีบจักรยานยิ้มๆ กลับบ้าน อย่างสบายใจ

“…ถ้าจะเขียนเรื่องผมลงหนังสือ อย่าลืม ลงชื่อผมด้วยนะครับ …” เสียงพี่แอ๊ด ดังไล่หลังมา…

Advertisements