มีเชื้อจีนกับเค้าอยู่นิดนึง  วันนี้เลยเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง

ไปค้นที่มาของวันนี้ ถือเป็นสิ่งเพิ่งจะรู้ … อาจจะมีภาษาจีนปะปน ไม่ต้องตกใจ เพราะ copy เค้ามา…

ที่มาของวันสารทจีน (鬼节/中元节)

วันสารทจีน (鬼节/中元节)

sart jin.pg

ตามปฎิทินจีนโบราณ ทุกวันที่ 15 เดือน 7 เป็นวันหรือเทศกาลสำคัญที่ตกทอดกันมาชาวไทยอย่างเราจะรู้จักกันว่า "วันสารทจีน" ซึ่งชาวจีนลัทธิเต๋าเรียกกันว่า " 中元节 จงเอวียน เจี๋ย" หากเป็นชาวจีนที่นับถือพุทธจะเรียกว่า “盂兰盆节 อวี๋หลัน เผินเจี๋ย" และชาวบ้านชาวจีนจะเรียกกันติดปากว่าวัน "鬼节 กุ่ย เจี๋ย (วันผี)"

 

ข้อมูลจาก Web หอการค้าไทยจีน http://www.tcbl-thai.net/ เล่าตำนานไว้ มีสามตำนานเลย

อันแรก

สมัยหนึ่ง ฟู่เซียงและนางหลิวภรรยามีบุตรชายคนหนึ่งชื่อหลอปู่ ซึ่งได้บวชเป็นพระในพุทธศาสนา ต่อมา ฟู่เซียงบรรลุมรรคผลสู่สวรรค์ ส่วนนางหลิวละเมิดศีล 5 ด่าพระ นินทาศาสนา ตายแล้วตกศู่นรกภูมิ ตอนนั้นหลอปู่บำเพ็ญจนได้อภิญญา 6 เห็นมารดาของตนตกอยู่ในเปรตภูมิ ด้วยความกตัญญูจึงใช้อิทธิฤทธิ์ส่งอาหารไปให้มารดากิน ทว่าพออาหารเข้าปากพลันกลายเป็นถ่านไฟหมด เพื่อฉุดช่วยมารดา หลอปู่จึงไปขอคำแนะนำจากพระพุทธเจ้า ถึงวิธีช่วยมารดา พระพุทธเจ้าตรัสว่า
"แม่ของเธอมีบาปกรรมหนักมาก ลำพังเธอคนเดียว กำลังไม่พอ จำต้องอาศัยแรงกุศลของเหล่าสงฆ์สิบทิศ จึงจะช่วยได้ ในวันที่ 15 เดือนเจ็ด เธอจงจัดเตรียมผลไม้ 5 อย่างถวายแด่พระผู้ทรงศีลสิบทิศ แผ่กุศลให้แม่เธอ"
เมื่อหลอปู่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำ โดยนิมนต์เหล่าสงฆ์มาสวดมนต์นั่งสมาธิอุทิศกุศลให้มารดา ในที่สุดแม่ของเขาก็หลุดพ้นจากเปรตภูมิสู่แดนสวรรค์ ตั้งแต่นั้นมา ทุกปีวันที่ 15 เดือนเจ็ด (จีน) ถือเป็นเทศกาลวันสาร์ท ชาวจีนทุกครัวเรือนจะจัดอาหาร (ไม่ควรใช้เนื้อสัตว์) เซ่นไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติทั้งหลาย

ส่วนอันที่สองเขาเล่าว่า..
เทศกาลสาร์ทจีน ถือเป็นเดือนสำคัญที่ลูกหลานจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษโดยพิธีเซ่นไหว้ หญิงที่แต่งงานแล้วต้องกลับมาเซ่นไหว้ที่บ้านเดิม

อันสุดท้าย เป็น เรื่องของพระโมคคัลลานะ ที่ช่วยมารดาให้พ้นจากนรก จึงมีความเชื่อว่าเป็นเวลาที่ประตูนรกนั้นได้ถูกเปิด เพื่อให้บรรดาภูตผีออกเร่ร่อนตามสถานที่ต่างๆ ชาวจีนจะมีการเซ่นไหว้เพิ่มขึ้นมาอีกพิธีหนึ่ง คือ ในตอนเช้าจะเซ่นไหว้เจ้าที่ และเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตอนบ่ายจะเซ่นไหว้ผีไม่มีญาติ หรือบรรพบุรษต้นตระกูลของชาวจีน ที่ล่วงลับไปแล้วแต่ไม่มีลูกหลานสืบสกุล แต่ในบางแห่งก็นิยมไหว้ในตอนเช้าด้วยเช่นกัน ประเพณีนี้ได้ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน…

 

ไม่แน่ใจว่าอันไหน Original ต้องรอ กูรู มา confirm

คนจีนจะมีพิธีกรรมดีๆ ที่ ยึดเหนี่ยวสถาบันครอบครัวเอาไว้ ให้เป็น ปึกแผ่น เหนียวแน่น การไหว้เจ้าก็เป็นวิธีหนึ่ง
ในรอบหนึ่งปีชาวจีนจะมีไหว้เจ้าใหญ่ 8 ครั้ง เรียกว่าไหว้ 8 เทศกาลโป๊ะโจ่ย การไหว้สารทจีนเป็นการไหว้ครั้งที่ 5 ตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ซึ่งถือกันว่าเป็นเดือนผี เป็นเดือนที่ประตูนรกปิดเปิด ให้ผีทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้
ตำราจีนหนึ่งกล่าวไว้ว่า วันที่ 15 เดือน 7 เป็นวันที่เช็งฮีไต๋ตี๋จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์ และส่งวิญญาณร้ายลงนรก
ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้าย จึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ นรกจึงเปิดประตู เพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญได้

 D5758544-4

ขั้นตอนการไหว้ ก็ต้องมีพิธีรีตองนะครับ ใน Web ก็มีการเล่าให้ฟัง ต่อ ถึงการไหว้ในเทศกาลสารทจีนต่างจากการไหว้ในเทศกาลอื่นๆ ตรงที่แบ่งการไหว้ออกเป็น 3 ชุด ดังนี้

  1. ชุดแรก..สำหรับไหว้เจ้าที่ ~ จะไหว้ในตอนเช้า มีอาหารคาวหวาน ขนมไหว้ก็ใช้ ถ้วยฟู กุ้ยไช่ ซึ่งต้องมีสีแดงแต้มเป็นจุดเอาไว้ ส่วนขนมไหว้พิเศษที่ต้องมี ซึ่งเป็นประเพณีของสารทจีน คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน นอกจากนั้นก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน และกระดาษเงิน กระดาษทอง
  2. ชุดที่สอง..สำหรับไหว้บรรพบุรุษ ~ คล้ายของไหว้เจ้าที่ พร้อมด้วยกับข้าวที่ บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียมต้องมีน้ำแกง หรือขนมน้ำใสๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชา จัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ ถ้าเป็นคนมีฐานะก็นิยมไหว้โหงวแซ คือมี เป็ด ไก่ หมู ตับ ปลา พร้อมด้วยกับข้าวอีกหลายอย่าง แล้วแต่ว่าจะจัดที่บรรพบุรุษชอบ หรือจะจัดแบบที่ลูกหลานคนที่ได้กินจริงชอบ แต่ตามธรรมเนียมการไหว้บรรพบุรุษ ต้องมีของน้ำสำหรับซดให้คล่องคอ จะเป็นน้ำแกงก็ได้ หรือเป็นขนม น้ำใส ๆ เช่น อี๊ (คือขนมบัวลอย) ก็ได้ วางเคียงกับชามข้าวสวยและน้ำชา ของหวานก็มี ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง
  3. ชุดที่สาม..สำหรับไหว้วิญญาณพเนจร ผีไม่มีญาติ ซึ่งไม่มีลูกหลานกราบไหว้ เรียกว่า ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ หรือบางแห่งเรียกว่า ฮ้อเฮียต ~ จะต้องไหว้นอกบ้าน ของไหว้มีทั้งของคาวหวาน กับผลไม้ตามต้องการ และที่พิเศษคือ มีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทองแบบเฉพาะ ที่เรียกว่า อ่วงแซจิว จัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้

เวลาการไหว้ ก็มีกำหนดไว้ ไม่ได้ไหว้กันได้ตลอดเวลา

การไหว้เจ้าที่ จะไหว้ก่อนในตอนเช้า เผากระดาษเงินกระดาษทองจนเรียบร้อย สายๆ จึงตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษและไหว้ฮ้อเฮียตี๋ บางบ้านนิยมไหว้ตอนบ่าย ถ้าไหว้พร้อมกัน ให้ตั้งโต๊ะแยกจากกัน แต่เผากระดาษเงินกระดาษทองร่วมกันได้
สำหรับการไหว้ขนมเข่ง ขนมเทียน ในเทศกาลสารทจีนนี้ ที่เมืองจีนไม่มี ขนมที่ใช้ไหว้ที่เมืองจีนจะเป็นขนม 5 อย่าง เรียกว่า “โหงวเปี้ย” หรือ เรียกชื่อเป็นชุดว่า ปัง เปี้ย หมี่ มั่ว กี
ปัง คือ ขนมทึงปัง เป็นขนมที่ทำจากน้ำตาล
เปี้ย คือ ขนมหนึงเปี้ย คล้ายขนมไข่
หมี่ คือ ขนมหมี่เท้า ทำจากแป้งข้าวเจ้า ข้างในไส้เต้าซา
มั่ว คือ ขนมทึกกี่ เป็นขนมข้าวพองสีแดง ตรงกลางมีไส้เป็นแผ่นบาง
กี คือ ขนมทึงกี ทำเป็นชิ้นใหญ่ยาว เวลาจะกินต้องตัดเป็นชิ้นเล็กๆ
เนื่องจากที่เมืองไทยหาส่วนผสมที่ใช้ทำขนมทั้ง 5 นี้ไม่ได้ครบถ้วน จึงงดไป แล้วเปลี่ยนมาเป็นการไหว้ขนมเข่ง ขนมเทียน ในการไหว้เทศกาลสารทจีนแทน

ก็เพิ่งรู้ ว่าขนมเข่ง นี่เป็นตัวเสริม ….กินมาตั้งแต่เด็ก

==============================

ขอบคุณบทความดีๆ จาก Web หอการค้าไทยจีน http://www.tcbl-thai.net/

Advertisements