ตอนเย็นของวันเสาร์ที่ 27 กันยายน…ณ ซอยทับทิม

รถพยาบาลจากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้ามาจอดหน้าบ้านภายในเลาไม่ถึง ยี่สิบนาที เนื่องจาก ระยะทางจากโรงพยาบาล มาถึง บ้านใช้เวลาแค่สิบกว่านาทีเอง

พี่ๆ อาสาสมัครจากหน่วย นเรนทร ทำงานกันเร็วมากในการ Clear โรงบาล ที่เราจะไป และ อำนวยความสะดวกให้กับ รถพยาบาล จนมาถึงบ้านได้โดยเร็ว ไม่หลง

พ่ออาการหนัก ไม่รู้ตัว ถูกพวกเราช่วยกันอุ้มใส่เปลไปทั้งผ้าปูเตียงลาย kitty ใส่รถวิ่งลิ่วไปโรงงาน

ผมรู้สึกว่ารถพยาบาลเมืองไทย วิ่งได้ช้ามากครับ เพราะ รถค้นหน้ามันไม่ค่อยหลบให้รถฉุกฉินไปเลยไป

จำไว้…เห็นรถฉุกเฉิน ก็ให้ทางเค้าด้วยนะครับ

หมอเวร ที่อยู่ ER (ห้องฉุกเฉิน) เข้าดูคุณพ่อทันทีที่เข็นเตียงเข้าไป ไม่ถึงห้านาที เครื่องช่วยหายใจก็ถูกสั่งให้ ใช้กับ พ่อ

ตอนนี้ พ่อติดเชื้ออีกแล้วครับ …สันนิษฐานว่า การนอนอยู่บนเตียงเป็นส่วนใหญ่ คงจะทำให้อวัยวะบางส่วนทำงานผิดปกติแน่ๆ แล้ว อาหารที่ย้อนขึ้นมาก็เอื้อให้เกิดการสำลักได้ง่าย

ซึ่งนั่นเป็น จุดเริ่มต้นของการติดเชื้อ

เรานั่งรอพ่ออยู่ตรงที่นั่งรอ ตรงห้องฉุกเฉิน

ด้านนอกฝนตกอย่างหนัก … ดีที่ตกหลังเอาพ่อลงจากรถแล้ว

พี่ป๋องมาโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเป็นครั้งแรก โรงงาน size เดียวกันกับ ที่โรงพยาบาลนครปฐม …

การดูแลของเจ้าหน้าที่คล้ายกันครับ เพียงแต่ว่าที่นี่ "เตียงเต็ม"

พ่อต้องรอสักพัก เพื่อ เคลียร์ เตียง ออกไปก่อนหนี่งเตียง ประมาณชั่วโมง เราก็ย้ายพ่อเข้าไปห้องผู้ป่วย

พ่อยังไม่ได้สติเลยครับ ตอนนี้

IMAGE_621

 

คืนวันเสาร์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ปัญหาที่พ่อเจอคือ ความดันต่ำ หมอได้ให้ยาเพิ่มความดัน

หายใจไม่ได้ หมอก็ใส่เครื่องช่วยหายใจ

ปอดติดเชื้อ หมอส่งเพาะเชื้อ ผลต้องสองวันได้ แต่ หมอก็จ่ายยาเลย ไม่รอผล

ที่เหลือก็คือ..รอ

   

ช่วงเย็นสังเกตว่า แถวๆ ขาพ่อเริ่มมีรอยคล้ำๆ…

เหมือนตอนเวลาเราแพ้อะไรบางอย่าง แต่ ของพ่อสีเข้มกว่า

IMAGE_623

ตามหมอมาดู หมอบอกว่าอาการนี้ไม่ค่อยดีแล้ว เพราะ เชื้อที่ติดมันเข้าไปในกระแสเลือด …

ยาที่ให้มันก็ทำงาน ซึ่งเชื้อโรคมันก็ทำงานเหมือนกัน

ชึ้นอยู่กับว่าใครจะชนะ

IMAGE_630

ผ่านมาถึงตอนสี่ทุ่ม เหมือนว่า สีมันอ่อนลง …

แต่ว่ากระจายออกไปทั่วมากชึ้น

ลามมาถึงท้อง…

IMAGE_631

พรุ่งนี้คงต้องคุย serious กับหมอแล้ว เพราะจะได้เจอหมอเจ้าของ Case …

หมอประพันธ์ที่เป็นหมอเวร วันนี้ ท่านบอกว่า "บอกตรงๆ ว่าสัญญานแบบนี้ไม่ค่อยดี"

ยังไม่อยากกลับบ้านเลย แต่ ก็เพลียมาก

กลับมาถึงบ้านนอนเลย ตั้งนาฬิกาไว้ตีสี่ กะว่า ตื่นตีสี่จะไปดูพ่อเลย

พรุ่งนี้ลางานกับนายไว้เรียบร้อย ประชุมอะไรก็ส่งน้องเข้าไปแทน

ตอนนี้ขอดูพ่อก่อนละกัน….

 IMAGE_628

ตีสาม โทรศัพท์ดัง ….

ไม่ใช่เสียงปลุก แต่มีคนโทรมา…

โทรมาจากโรงพยาบาล…

Advertisements