หลังจากที่พ่อต้องนอนอยู่ RCU รอบสอง ตั้ง แต่ 20 Aug ที่ผ่านมา เที่ยวนี้นอนสายระโยงระยางเลยครับ

เริ่มตั้งแต่ที่ศีรษะก็มี สายอาหาร เข้าจมูก สาย O2 เช้าปาก

ที่คอ ก็มีสายเจาะเข้าเส้นเลือดใหญ่ เพื่อ monitor

ที่ตัวก็มี สายวัดแปะอก อีกสองอัน

ที่แขนก็มีสายน้ำเกลือ

ที่นิ้วก็มีสายวัดปริมาณ O2

เรียกว่าเส้นสายเต็มไปหมด….

พ่อนอน RCU เที่ยวนี้ นอนอยู่ไม่นานครับ เพียงสัปดาห์เดียวก็ได้ย่ายออกมาอยู่ห้องธรรมดา

ก่อนหน้าสองสามวัน เจ้าหน้าที่โรงบาล โทรมาถามเหมือนกันครับ ว่าจะให้ย้ายไปห้องไหน พี่ป๋องก็ตอบไปว่าห้องพิเศษรวม ..

กะว่าสองสามวันก็คงได้ย้ายกะว่าให้อยู่ไม่กี่วันก็ต้องเผ่นกลับบ้านแล้วครับ เพราะไม่ง้นติดเชื้ออีกรอบ จะยุ่ง

วันที่ 28 Aug ไปเยี่ยมพ่อตามปกติ มองไปที่เตียงพ่อ ไม่เห็นพ่อ แต่ เป็นคนอื่นแทน  ตกใจเหมือนกัน  สักพักพยาบาลบอกว่า ย้ายไปห้องธรรมดา แล้ว อยู่ที่ชั้นหก ติกอัศดาษฏ์ นี่แหล่ะ

จะโทรมาบอกสักหน่อยก็ไม่ได้ …ทำเอาตกใจหมดเลย เดี๋ยวก็ได้คนไข้เพิ่มอีกคนหรอก

 

ย้ายมาครั้งนี้ อยู่ห้องรวม ครับ ห้องคนไช้รวมที่นี่ ต้องบอกว่าอบอุ่นจริงๆ ครับ

อันแรกเพราะคนไข้ในห้องเยอะมาก เตียงเต็มห้องไปหมด

ส่วนอันที่สอง เป็นเพระไม่ใช่ห้องปรับอากาศ ม่ได้ติดแอร์ เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ซึ่งก็ดีไปอย่าง

ร้อนนิดๆ ในบางเวลา แต่ไม่อับชื้น เหมือนห้องปรับอากาศ

เรียกว่าได้อย่างเสียอย่าง สอบถามพยาบาลทราบว่า RCU มีคนไข้หนักมา ของพ่อ นี่ถือว่า child child แล้ว เลยย้ายมา

ก็กะว่าคงนอนพักที่นี่ไม่นานหรอกครับ …อยากกลับบ้านมากว่า ถึงแม้ว่าแต่พยาบาลที่ ward นี้ ก็น่ารักดีนะครับ

 

พ่อนอน ward นี้ ไม่ค่อยพูดเลยครับ

คงซึมอยู่ แต่สั่นยังมีอยู่ สั่นมาก สั่นน้อย ตามอาการ

หมอบอกอาการ Parkinson มันเป็น พวก Progressive disease ยาช่วยได้แค่ชะลอให้เป็นช้าลง 

เวลามาเยี่ยม พี่ป๋องเลยเป็นฝ่ายพูดซะมากกว่า พ่อก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเดียว

คาดว่าพ่อคง พูดจาโต้ตอบได้ในเร็ววัน

 

ความรู้ใหม่ที่ได้มาในเที่ยวนี้คือ คนแก่ อายุเยอะ สมองจะเริ่มไม่เหมือนเดิม

ยิ่ง case พ่อ หัวน๊อคพื้น เลือดคั่งในสมองจนสมองบางส่วนเสียหายอย่างนี้ ต้องเรียกว่าสองเด้ง

สมบัติ เพิ่อนรุ่นเดียวกัน วันก่อนคุย ก็บอกว่า พ่อมันที่อายุ 80 ตอนนี้ จำชื่อมันเองไม่ได้แล้ว

ส่วนพ่อเรา บาดเจ็บ+อายุเยอะ ทำให้ไม่ค่อยรู้ตัวเท่าไหร่

อาการไม่ค่อยรู้ตัว แบบนี้ ถือว่าอันตรายต่อการรับประทานอาหาร

เพราะโอกาสสำลักจะมีสูง และ ถ้าสำลัก อาหารที่ย้อนเข้าไปในปอด จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้โดยง่าย

ดังนั้น การให้อาหารทางสาย (มีทั้งสอดจมูก และ เจาะท้อง) จะช่วยลดอาการสำลักได้ เพราะท่อจะต่อตรงกระเพาะเลย

ใครมีญาติผู้ใหญ่ก็ต้องระวังตรงนี้ให้ดีครับ เรื่องใหญ่เหมือนกัน เวลาติดเชื้อเนี่ย

 

หมอบอกว่า อีกสองวันจะให้พ่อกลับบ้านแล้ว แต่ ต้องเตรียมการที่บ้านให้เรียบร้อย

หมอคนสวย..ที่ดูแลพ่อ บอกว่า ที่บ้านต้องมี อ๊อกซิเจน สำหรับพ่อ และ ให้ใช้ไม่ต่ำกว่า สิบห้าชั่วโมงต่อวัน…คงต้องไปทำการบ้านต่ออีกล่ะครับ ว่า การให้อ๊อกซิเจนผู้ป่วย แบบไหนถึงจะดี

เตียงก็ควรจะเป็น เตียงลม สำหรับผู้ป่วย เพื่อ ป้องกัน อาการแผลกดทับ หรือ ที่ได้ยินหมอเรียกว่า Bed sore เพราะหมอบอกว่าถ้าเป็นขึ้นมาก็เรื่องใหญ๋เหมือนกัน

ไหนจะเครื่องดูดเสมหะอีกล่ะ…โห เหลือเวลาสองวันจะเตรียมทันมั๊ยเนี่ย

แถมยังต้องมาหัดเรียนอีกหลายเรื่อง ตั้งแต่การสอดท่อ Feed อาหาร  การทำอาหารเหลว การทำกายภาพบำบัดให้พ่อ …

ทั้งหมดต้องทำให้เสร็จภายในสองวัน

ช่างเป็นสองวัน ที่ busy จริงๆ

+++++++++

เรื่องที่ต้องจดจำวันนี้คือ อาการของพ่อ ที่ทุกคนบอกว่าพ่อไม่คอยรู้ตัว และชอบดึงสายอาหารออกมาจากจมูก ทำให้ ต้องใส่เข้าไปใหม่ บ่อยๆ (คงเจ็บน่าดู)

พยาบาลเลยป้องกันโดยการ ผูกมือพ่อไว้กับเตียง

พี่ป๋องเวลาไปเยี่ยมก็จะแกะเชือกออกช่วงที่อยู่ทุกครั้ง

มาวันนี้พอจะกลับก็นำไปผูกตามเดิม…

ผูกเสร็จไม่ทันไร พ่อก็ พยายามจะเอื้อมตัวไปแกะออก (ข้อมือซ้ายของพ่อ มีรอยช้ำจากการดึง คงจะมีบางครั้งที่พ่อคงรำคาญเชือกนี้ และพยายามดึงออก จนช้ำ)

พี่ป๋องต้องแกะออก แล้วบอกกับพ่อว่า พี่ก็ไม่อยากมัดไว้ หรอก แต่ ถ้าแกะออกอย่างนี้พี่ก็กลับบ้านไม่ได้…

สักพักนึง พ่อที่พยาบาลบอกว่า ไม่ค่อยตอบสนอง หยิบปลายเชือกส่งให้พี่

ปากไม่พูด แต่ สายตาบอกว่า ให้ มัดแกเถอะ แล้วจะได้กลับไปซะ

จำได้เลยว่าตอนก้มลงไปมัดเชือกกับเตียง น้ำตาพี่ซึมเลย…สงสารพ่อจริงๆ

++++++++++

Advertisements