วันนี้วันจันทร์ ครบอาทิตย์พอดีหลังจากที่จันทร์ที่แล้ว พาพ่อ Admit ที่โรงพยาบาล…

เดี๋ยวนี้รู้สึกตัวเอง เช้าแล้วไม่อยากจะตื่นเหมือนปกติ อาจเป็นพราะเหนื่อย หรือ ขี้เกียจ ก้ไม่ทราบ..เช้านี้เลยออกสายกว่าปกติ

ภาพรถติดตอนหลังเจ็ดโมงเช้า เลยปรากฏกับสายตา พร้อมกับการได้พบกับ ความเห็นแก่ตัวในการขับรถของคนกรุง ยามเร่งรีบ

ภาพอย่างนี้ ถ้าตื่นเช้าไม่ได้เห็นหรอกครับ เพราะ รถมันโล่ง

พรุ่งนี้เลยตั้งใจว่าจะตื่นเช้าดีกว่า … ไม่อยากออกสายแล้วเห็นรถติด

ไม่อยากเห็นคนที่เห็นแก่ตัว…ที่แม้แต่จะขอแทรก เข้านิด ก็ไม่ยอมให้ ราวกับว่า คิวที่เสียไป จะนำมาถึงโทษประหาร

อยากจดจำแต่เรื่องดีๆ ครับ ตอนเช้าๆ

jam

กลับมาทำงานวันแรก หลัง สัปดาห์แล้ว ไปปลุกปล้ำ โปรเจค กับ พ้องเพื่อน อยู่ทั้งสัปดาห์ …อารมณ์ เครียด ยัง ฝังหัวข้ามวันหยุด ที่ แม้จะไปทำบุญมาเมื่อวาน ก็ ยัง สลัดออกไปไม่ออก

Morning talk กับน้องๆ ก็พยายาม ไม่ตึงมาก เพราะ รู้สึกว่าช่วงนี้ sensitive อารมณ์แปรปรวน ง่าย …โดยพยายามคิดว่าไม่ได้เป็น ผู้ชายวัยทอง (โอ๊ะ โอ๋)

วันนี้ทำงานเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว …ได้งาน บ้าง แต่ ได้คุยกันเยอะ

คุยกับพี่บางคน ที่ไม่ได้คุยกันมาเป็น สัปดาห์ บางคนไม่ได้คุยกันเป็นเดือน

สบายใจขึ้นมาหน่อย …แพล็บเดียว ห้าโมงเลิกงานซะแล้ว

คว้ากระเป๋า กลับบ้าน น้องๆ ทราบดีว่า ตัองสวมบท "วัลลี" วิ่งไปดูพ่อ ที่ศิริราช

SP_A0073Kaw san I 

วันนี้ออกมาเร็ว เลยแวะระหว่างทาง หาอะไรทานเสียก่อน … solution ตอนนี้ดีสุดคือ ไปเดิน ถนนข้าวสาร วันจันทร์ ให้ หย่อนใจ ก่อนไปดูพ่อ  แวะร้าน Subway สั่ง Burger ขนาดครึ่งฟุต มากิน ให้หายหิว จากนั้น เดินลัดเลาะถนนข้าวสารมาดูเค้า paint ผนัง …

บรรยากาศ ในกรุง ที่เหมือน อยู่เมืองนอก อย่างนี้ ก็คลายเครียดได้อีกแบบ วันหลังจะมาใหม่ พร้อมเก็บภาพสวยๆ มาด้วยดีก่า

….

มาห้อง RCU วันนี้ เห็นพ่อ นอนลืมตาหันข้าง ให้ ..ผมหายเหนื่อย ทันที

ปกติมาพ่อจะหลับ และ ตื่นมาก็ไม่ค่อย ตอบสนอง แต่ วันนี้ พ่อ นอนลืมตาใสแป๋ว

ผมเรียบล้างมือ ล้าง แอลกอฮอล์ อยากเข้าไปสวัสดีพ่อเร็วๆ

DSCN0304

ตาพ่อโตขึ้นเล็กน้อย ผมมองออกว่าพ่อกำลังยิ่ม ถึงแม้ ท่อเครื่องช่วยหายใจ จะเสียบคาปากพ่อไว้ แต่ แววดาที่ผมเห็นมันใส และ มีรอยยิ้มแฝงไว้ในดวงตา

ผมทักพ่อเช่นทุกวัน คำพูดเก่าๆ พูดซ้ำกันทุกวัน แต่ ผมไม่รู้สึกเบื่อที่จะพูด

"พ่อใกล้จะหายแล้ว พ่อ ต้องหายใจเองนะครับ หายใจเองได้ หมอก็จะถอดท่อออกแล้วนะ ตอนนี้พ่อทนเจ็บหน่อยนะครับ พอหายใจเองได้ ก็ไม่ต้องใส่ท่อ ก็กลับบ้านได้แล้ว…"

ประโยคนี้ผมพูดกับพ่อมาอาทิตย์นึงเต็มๆ  จนวันนี้ พ่อหายใจเอง โดยมีเครื่องช่วยผ่อนแรง ถือเป็นวันแรก ที่ พ่อฝึกหายใจ

หมอบอกว่า เมื่อเช้าพ่อมี ไข้ขึ้นมาอีก ต้องวิเคราะห์ดูว่าเป็นเชื่ออะไร และ ให้ยา ตามอาการ

หมอบอกว่า ตอนนี้อาการปอดบวม และ มีน้ำ ยังมีอยู่ แต่ ก็ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าเดิม อาจจะมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น

คุณหมอ "ธเนศ" เจ้าของไข้ ท่าน ใจเย็น ใจดี และ ตอบข้อซักถามของ ญาติได้ดี แถมยังพาผมไปดูภาพ x-ray

"ปอดทางขวามีอาการชื้นอยู่ครึ่งหนึ่ง" หมอชี้ให้ดู รอยขาวๆ ด้านล่าง ซ้ายของรูป พร้อมกับเปรียบเทียบให้ดูของคนปกติ

"อาการถุงลมโป่งพอง ทำให้แย่ลงด้วยหรือเปล่าครับ" ผมถามเพราะ หมอบอกว่า พ่อมีอาการนี้ด้วย

"ก็มีส่วนครับ แต่ ถุงลมโป่งพอง จะมีผลกับประสิทธิภาพการรับ อ๊อกซิเจนมากกว่า เพราะปกติ ปอดจะมีพื้นที่ผิว รับ อากาศมาก พอโป่งปั๊ป ก็เหมือน ลูกโป่งหลายลูก รวมมาเหลือ ลูกเดียว พื้นที่ผิวก็ลดลง ปอดก็ทำงานประสิทธิภาพต่ำลง" หมออธิบาย

นี่ขนาดพ่อเลิกบุหรี่มาร่วม สามสิบปี แล้ว โรคนี้ยังไม่วาย มาอาละวาด ตอนแกกำลังอ่อนแออีก

หมอบอกจะดูอาการแก และ อยากจะถอดท่อ เมื่อพ่อหายใจได้เอง เนื่องจาก ใส่ท่อนาน หลอดลมจะบวม และ อาจต้องเจาะคอ

ถึงแม้หมอจะบอกว่า การเจาะคอ ไม่น่ากลัว เพราะ เมื่อถอดท่อออกแล้ว รูจะปิดได้เอง แต่ ยังไงผมก็ เชื่อว่าพ่อ จะหายเร็ววัน ไม่กี่วันก็ออกไปปร๋อ ได้แล้ว

ผมเชื่อของผมอย่างนั้นจริงๆ….

DSC05062

Advertisements