Net ที่ เลาท์ นี่เร็วใช่ได้ครับ กำลังเล่นเพลินๆ พี่"ณรงค์" Boss ผมเดินเข้ามาทัก บอกว่าพรรคพวกส่งข่าวมาว่า ที่ Gate มีผู้โดยสารค่อนข้างเยอะ สมควรแก่เวลาที่จะต้อง Move กันแล้ว…

นั่นเป็นสัญญานว่าผมต้อง shutdown เครื่องและ รีบเดินไปยัง Gate E5 ชื่อประตูที่เรียกรอยยิ้มได้ตั้งแต่ Check in…ผมยังแซวพนักงานรับ Check in อยู่เลยครับ ตอนที่ที่น้องเค้าบอกว่า…

"…ขึ้นเครื่องที่ประตู อี ห้า นะคะ"…

น้องเค้าไม่ได้คิดเหรอกครับ แต่ ผมคิดว่าคำนี้มันคล้ายๆ กับคำที่ผู้หญิง หรือ กระเทยคุยกัน ผมคิดและยิ้มจนน้องเค้าเริ่มคิด และหัวเราะไปด้วยกัน

ผู้โดยสารเยอะจริงครับ มากันแน่นเลยครับ ตอนผมเดินมาถึง ก็เริ่มเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องกันแล้ว First class กับ Business Class ขึ้นก่อน ตามระเบียบ…เรียกมาเรื่อยๆ จนกระทั้งถึงคิวเรา นั่งประจำที่เรียบร้อยก็เกือบเที่ยงคืนพอดี

มาเที่ยวนี้บินกันยาวครับ เพราะบินถึง 12 ชั่วโมง เรียกว่าโตกันในเครื่องทีเดียว เครื่องบินมุ่งหน้าไปยัง สนามบิน CDG ที่นั่นเวลา +1 GMT ในขณะที่เมืองไทยอยู่ที่ +7 GMT ทำให้เวลาต่างกัน 6 ชั่วโมง

ออกจากไทยเที่ยงคืน ควรจะถึงโน่น เที่ยงวัน เวลาต่างกัน 6 ชั่วโมง (เราเร็วกว่า) ดังนั้นผมก็จะไปถึงที่นั่น 6 โมงเช้า พอดี…

CDG เป็นตัวย่อของสนามบิน " Roissy-Charles de Gaulle " ซึ่งเป็นสนามบินหลักของ Paris อีกแห่งคือ Orly

ลงจากเครื่องมาเจออากาศที่โดนปรับอุณหภูมิแล้วภายในสนามบินทำให้ รู้สึกสบายๆ มีเย็นบ้างหน่อยๆ คงประมาณสัก ยี่สิบกว่าองศา ภายนอกยังมืดอยู่ ผู้โดยสารโดนบีบให้เดินตามทางแคบๆ โดยที่ปากทางมี เจ้าหน้าที่สองคนคอยตรวจหนังสือเดินทางกันก่อน ตรงนี้คงเป็นด่านที่สอง (ด่านแรกก็ตอนทำ Visa ครับ) ในความเข้มงวดของการอนุญาตคนเข้าประเทศ

ผ่านจุดแรกก็มาเจอกับ Immigration ของจริง ที่ใช้เวลาไม่นานในการตรวจ ไม่มีคำถามใดๆ ระหว่างขั้นตอนนี้ อาจจะเป็นเพราะเช้าอยู่ก็ได้ เจ้าหน้าที่หนุ่มน้อยเลยไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก ผ่านจุดนี้ก็ไปรอกระเป๋าที่สายพานแล้วครับ

บันไดเลื่อนในสนามบิน โอบรอบด้วยอลูมิเนียม ดูสวยดีอีกแบบ

มองจากคนที่มารอกระเป๋าแล้วก็นึกในใจว่าผู้โดยสารเที่ยวนี้มันเยอะจริงๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนฝรั่งเศสแหละครับ คนไทยดูๆ แล้วก็ไม่มาก จะเห็นกลุ่มผมนี่แหละที่ใหญ่สุดแล้วเพราะมาด้วยกัน 11 คน

 

ตอนมาถึงท้องฟ้า ยังมืดๆ อยู่ครับ ที่สนามบินเองก็ไม่ค่อยเปิดไฟครับ เดินข้างในยังมีไฟปกติ แต่ พอออกมาข้างนอก มืดตื้อ เลยครับ คนที่มารอรับเรามาชูป้ายรออยู่หน้าสนามบิน จากนั้นก็พาคณะเดินทางทั้งสองคัน ไปยังที่พัก "Citadine" ซึ่งอยู่ในเขต 13 เขตที่มีคนไทยอยู่เยอะมากที่สุด (ตามคำบอกเล่าของ พี่ใหญ่ – อ้ายคำสี คนลาวที่ขับรถมารับ) คนไทยอยู่ที่นี่เยอะมาก และทำธุรกิจหลายอย่าง ที่ Hit สุดคงเป็นร้านอาหาร แล้วกับตัดเสื้อผ้า ตัดผมมีบ้าง แล้วก็ธุรกิจส่วนตัวอื่นๆ

อ้ายคำสี คุยกับผมมาตลอดทาง อายุ 48 ของแก บ่งบอกด้วยผมสีเลาบนศรีษะ หากแต่ใบหน้านั้นไม่ได้ดูแก่ตามไปเลย แกย้ายมาอยู่ Paris ตั้งแต่อายุ 18 นั่นก็30 ปีมาแล้ว ประสบการณ์วัยรุ่นที่ลาว และ ไทย ทำให้แกไม่คิดจะกลับไปอยู่ประเทศบ้านเกิด ด้วยเหตุผลสั้นๆว่า บ้านเกิดของแกยังไม่ "ประชาธิปไตย"

ผมคุยกับแกภาษาไทย ปน ภาษาลาวมาตลอดทางจนกระทั่งถึงที่พัก

ที่นี่เป็น Service Apartment ครับเราจะพักกันที่นี่ทั้งอาทิตย์ครับ เจ้านายเลือกให้พักเป็นแบบนี้ แทนที่จะให้พักที่โรงแรม เพราะต้องการให้มีห้อง Common room สำหรับ มาคุยเรื่องงานหรือสรุปสิ่งที่ได้ไปเห็นกันมาทั้งวันกันตอนเย็น ใครคิดจะมาเห็น Paris คงยังไม่ได้เห็นอะไรในช่วงวันแรกๆ หรอกครับ เพราะงานที่โดน Assign มาจะต้องทำให้เสร็จก่อน

ยังไงก็ยังดีครับ ได้มี่โอกาสมาเปิดหูเปิดตาบ้าง แม้ว่าการดูงานจะโหดจนบางคนบอกว่าเป็น ทุกขลาภก็เถอะ

หนักแบบนี้ ยอมครับ…. 

Advertisements