พวกเรา Check in กันและให้เวลาแปลงร่างกันแค่ครึ่งชั่วโมงครับ

ทำอะไรกันไม่ได้มากหรอกเพราะ ห้องที่เราจองไว้ยังไม่พร้อม ก็มาถึงกันเช้าขนาดนี้ กว่าจะพร้อมทุกห้องก็ช่วงบ่าย คณะเราเลยแบ่งกันเอาของไปเก็บ และ ไปหาอะไรทานกันก่อน

มาถึงห้องยังไม่พร้อมเลย ต้องไปหาอะไรทำก่อนแล้วล่ะ

ตอนอยู่บนเครื่องมีเสริฟอาหารเหมือนกันครับ ตั้งสองมื้อแน่ะ โดยมื้อล่าสุดเสริฟ เมื่อตอนตีสี่ ตอนนี้ก็ปาเข้าไปเก้าโมงเช้าแล้ว เทียบไทยก็บวกไปหกชั่วโมง พยาธิ ในท้องเริ่มสับสน ท้องไส้บางคนเริ่มปั่นป่วน เพราะทานผิดเวลา

หลายคนเริ่มหิว ทำให้คณะมีมติว่ากินก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ร้านอะไรก็ได้ เป้าหมายคงไม่เน้นมาก เพราะถึงเน้นก็คงไม่มีประโยขน์ เก้าโมงเช้าที่นี่ เมืองนี้ยังคงหลับอุตุกันอยู่ครับ ร้านส่วนใหญ๋จะเปิดเอา สิบ หรือ สิบเอ็ดโมงโน่น ตอนนี้ร้านอะไรก็คงได้หมด เพราะหิว

ร้านค้าตอนเช้าไม่ค่อยเปิดหรอกครับ จะมีก็พวกนี้แหล่ะ

เดินออกมาแถวนี้ร้านเยอะนะครับ  เห็นเปิดเรียงอยู่มีตั้งแต่ KFC, Mcdonale, coffee shop แต่ขอโทษ ถ้าเป็นอาหารเช้าแล้ว หน้าตาคล้ายกันหมดครับ สุดท้ายคณะเราไปตกลงปลงใจกับร้านอาหารเล็กๆ ที่มีคนขายทำงานอยู่เป็นคนเอเซีย อาหารก็ เป็น อาหารเช้าสไตล์ฝรั่งเศส ประทังความหิวไปได้อีกมื้อ

พรุ่งนี้คงง่ายขึ้นเพราะ ตกลงว่าจะทานกันที่ Apartment เนื่องจาก สะดวกที่สุดแล้ว

….

การเดินทางไปดูงานวิธีที่สะดวกที่สุดคือทางรถไฟใต้ดิน เนื่องจากเร็ว และ มีมาเรื่อยๆ

แต่เมืองใหญ่ อย่าง Paris หรือ Rome ที่ Italy มีเรื่องที่ต้องระวังคล้ายๆ กันอยู่อย่างคือ พวก Pick pocket หรือ โจรล้วงกระเป๋า ที่นับวันจะมาขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใน Paris ก็ได้ยินกันมามากครับ พวกเราเลยระวังกันแจ

แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอีกอย่างที่ไม่ได้คาดคิดและ ไม่ได้ระวังคือ "การซื้อตั๋วรถไฟ"

DSC06449

สถานีรถไฟใต้ดินที่นี่มีทั้งตู้ขายตั๋ว และ แบบคนขายตั๋วเหมือนกับที่เมืองไทย หรือ ที่ไหนๆ ในโลกนั่นแหละครับ ถ้าซื้อตั๋วดูงาน ราคาขาเดียวก็ 1.5 ยูโร คิดเป็นไทยก็ เจ็ดสิบกว่าบาท

"เจ๊หน่อง" ผู้มีประสบการณ์ในกลุ่มแนะนำให้ซื้อ แบบ 10 ใบ เพราะ จะทำให้ ราคาที่ควรต้องจ่าย 15 ยูโร เหลือเพียง 11 ยูโร เท่านั้น นี่…ต้องแบบนี้ เจ๊แกนอกจากสวยแล้ว ยัง ฉลาดใช้ตังส์อีก แนะนำขนาดนี้ทำให้หลายคนซื้อตามเป็นแถว ซึ่งตัวเจ๊แกวางแผนมาดี คือ มาดูห้าวัน ก็ สิบใบพอดี ส่วนคนอื่นที่ซื้อตามนั้นไมคิดมากครับ ถึงแม้ตัวเองจะอยู่มากกว่าห้าวันก็ตามยังไงสิบใบแรกก็ถูกลงแล้ว

ผมกับพี่อีกสามคน โดนกระตุ้นต่อม "มัทยัธ" ขนาดนี้เลยคิดต่อว่า มันน่าจะมีตั๋วแบบเหมาทั้งอาทิตย์ เหมือนกับหลายๆ ที่ที่เคยเห็น

ไม่เสียแรงครับ เพราะพบว่า มีตั๋วแบบเหมา(ไม่ใช่เมา อย่าอ่านผิด)ทั้งสัปดาห์อีก ที่ ราคา 16.3 ยูโร ตั๋วนี้จะคุ้มก็ต่อเมื่อเราขึ้นรถไฟกันมากกว่า 13 เที่ยวนะครับ แต่ไม่คิดอะไรแล้ว อยู่ทั้งสัปดาห์ ยังไงก็เกิน เพราะกะว่าวันหยุดคงได้ใช้บ่อย ไม่เกินก็มาขึ้นรถไฟเล่น ล่อพวกล้วงกระเป๋าซะก็เกินเองแหละ คิดไว้อย่างงั้นแล้วก็เลยซื้อกันมา

ตอนซื้อเริ่มไม่ง่ายครับ เพราะ ต้องมีรูปถ่ายด้วย เนื่องจากตั๋วจะติดหน้าเราไว้เลย พวกเราก็แปลก พกรูปกันแทบทุกคน มีพี่อยู่คนงัดเอารูปสมัยไหนไม่รู้มาติด ผมเองรู้จักกับพี่เค้าอย่างนี้ยังไม่เชื่อเลยว่าคนเดียวกัน ถ้าโดนตรวจจริงๆ คงต้อง เอา Passport มา confirm กันบ้างแหล่ะ

นึกว่าเรื่องรูปจะเป็นอุปสรรคเดียวเสียอีก ไม่หรอกครับ อุปสรรคใหญ่อีกเรื่องคือตังส์ทอน เนื่องจากเจ๊ขายตั๋ว แกไม่มีเหรืยญสำหรับทอนแล้ว และ ก็ไม่ปรารถณาที่จะพูดคุยภาษาอังกฤษอีก ทำให้การเจรจาเป็นไปได้ลำบาก เจ๊แกยืนยันท่าเดียวว่าไม่มีทอน

คณะเราบอกว่าให้เก็บเงินทอนไว้เลย เจ๊แกยังไม่เอา โห…วินัยดีขนาด น่าชื่นชมจริงๆ ถ้าเป็นเมืองไทย ไม่รู้ว่าจะลงท้ายแบบใด

สุดท้ายเรารอจนมีคนมาซื้อตั๋ว สักพัก จนมีตังส์ทอน จึงกลับไปซื้อใหม่

มีคนกระซิบว่า นั่งรถไฟไม่กี่นาที ซื้อตั๋ว เป็นชั่วโมงเลย

มองในแง่ดี รถไฟงี้แล่นเร็วมาก ใช้เวลาน้อยกว่าซื้อตั๋วเสียอีก คิดอย่างนี้ได้ก็สบายใจ…

Advertisements