สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ เป็นสัปดาห์แห่งการอ่านหนังสือครับ

มีสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องอ่านภาษาอังกฤษเพื่อไปสอบ Toeic

ที่ย่อมาจาก Test of English for International Communication น่านล่ะครับ

….

toeic 3

สามปีที่แล้ว ที่บริษัทผมเค้า เริ่มเตรียมตัวคนเพื่อการ Go Regional หรือ การขยายงานไปต่างประเทศ ไว้แต่เนิ่นๆ โดยการ พัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษ ให้กับ พนักงาน

เรียกว่า Support กันเต็มที่ทีเดียง เริ่มจาก จัดให้มีการสอบ Toeic ทุกปี

พนักงานตั้งแต่หัวหน้าหมวดขึ้นไป ต้องไปสอบกันหมด

(ที่นี่เริ่มเป็นหัวหน้าตั้งแต่ หัวหน้าหมวด หัวหน้างาน หัวหน้าแผนก หัวหน้าส่วน ผู้อำนวยการผ่าย จน กระทั้ง กรรมการผู้จัดการ ตอนหลัง เปลียนหัวหน้าแผนก กับหัวหน้าส่วน เป็น ผู้จัดการแผนก กับ ผู้จัดการส่วน ซะ)

จากนั้น พนักงานใหม่ ก็คัดเลือกเอาที่สอบ Toeic เกิน 550 เรียก ว่าน้องๆ ที่เข้ามานี่ พูดอังกฤษกันคล่อง

เล่นเอา รุ่นพี่ มีความกดดันกัน พอสมควร

ใครอยากเพิ่มความรู้ ไปลงเรียนข้างนอก บริษัทออกตังส์ให้หมด เรียกว่า สนับสนุนกันเต็มที่

อัดฉีดสุดท้ายคือ แจกตังส์กันเลยครับ ใครได้ คะแนน มากกว่า 600 นี่ก็มีเงิน "พิเศษ" เข้าไปในเงินเดือนทุกเดือน ทั้งปี เริ่มตั้งแต่ 6,000 บาท ไปถึง 24,000 กันเลยทีเดียว

toeic 1 สถานที่สอบ Toeic มีศูนย์ อยู่ที่ อโศก โน่นน่ะครับ ผมเคยไปสอบที่ศูนย์ทีนึง จะเป็นห้องไม่ใหญ่ครับ เสียงจากเทปก็ชัดดี

แล้วก็เคยสอบที่ปูนฯ นี่ก็เคย เพราะ คนสอบเยอะ เลยจัดกันที่นี่เลย มักจะจัดที่ห้อง "ท่าหลวง" ซึ่งเป็นห้องใหญ่ ครับ แต่ เสียงก็ชัดดี เช่นกัน

สอบครั้งนี้ก็ที่ "ท่าหลวง" นี่เหมือนกันครับ

toeic 2

ที่ผมต้องมาสอบคราวนี้ จะเป็นอีกกรณีครับ คือ บริษัทเค้ามี course ต้องไปเรียนหนังสือ ที่เอาอาจารย์ฝรั่งมาสอน

ดังนั้นนักเรียนที่จะไปเรียน Course นี้ก็ต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษดีหน่อย โดย ตัดกันที่ 700 คะแนน งานนี้ เลยอยู่เฉยไม่ได้แล้ว ต้องไปฟื้นซะหน่อย

….

ผมเคยสอบมาสองครั้งแล้วครับ เจ้า Toeic นี่ คะแนน ก็พอไปวัดไปวา

งานนี้ เอา 700 เลยต้องซ้อมให้ดี

Toeic มีสอง ภาคครับ คือ Listening กับ Reading

สอบกันทั้งหมดสองชั่วโมง โดยเริ่ม Listening ก่อน

Listening มี สามแบบครับ คือ แบบแรก ดูภาพ แล้ว Tape จะมีเสียงพูด สี่ประโยคที่จะ ใกล้เคียงกับภาพ หนึ่งประโยค เรา เลือกข้อที่ถูกที่สุด  มัจะเอาศัพท์ที่ออกเสียงคล้ายกันมาหลอกให้เราเขว

แบบที่สอง จะเป้น เสียงล้วนๆ ครับ มีบทสนทนา คนคุยกัน และ ถาม เราต้องฟังเสียงคำตอบ อันนี้ ใครพูดบ่อยๆ ก็ ได้เปรียบ เพราะ คำตอบบางทีตอบอ้อมๆ

แบบที่สาม จะเป็น เสียงอธิบาย แล้ว เราต้องตอบคำถาม ที่เรียงมา สอง ถึงสามข้อ ใครฝังไม่รู้เรื่อง หรือ จำได้ไม่หมด ก็ เสร็จครับ

ส่วนที่เป็น Listening นี่ฟังเทปกัน 45 นาที ครับ ฝึกสมาธิไว้ดีๆ ช่วยได้ครับ

….

ส่วน Reading อันนี้ มีเวลาให้ 75 นาที

ข้อสอบมีสามส่วนเช่นกัน ครับ แบบแรก คือ พวก Vocab อันที่สอง ก็ดู เรื่อง Gramma ส่วนอันที่สามเป็น อ่านบทความ ไปตอบคำถาม

ส่วนอ่านนี่ต้องเร็ว ครับ ส่วนใหญ่ทำข้อสอบกันไม่ค่อยทัน

….

เมื่อวานสอบเสร็จออกจากห้องด้วยความมึนงง เพราะ ทำไม่ค่อยได้

รุ้สึก สมาธิสั้น อายุเยอะ หูไม่ดี คิดช้า ตอบมั่ว ฝนซ้ำ ปัจจัยลบเกิดขึ้นมากมาย จนอยากจะเขกกระบานตัวเอง

นึกๆ แล้ว คงต้องกลับมาอ่นาหนังสือเยอะๆ กันอีกสักที โดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษ เพราะ เข้าใจว่า "Toeic" นี้ สงสัยต้อง กลับมา "สอบอีก" แน่ๆ

ก็มันไม่ผ่านนี่ครับ….ทำไงได้

ใครอยากรู้เรื่องการสอบ Toeic ผมเห็นมีน้องเขียนไว้ ละเอียดดี ลองเข้าไปอ่านดูได้ที่นี่ครับhttp://otherside.exteen.com/20061128/0-1-3-t-o-e-i-c

Advertisements