โดนล้วงที่ปารีส


#นิสัยดีมีไว้ประจำใจ

===============

Slogan ประจำ วันที่ 7-14  Nov 2015

ช่วยกันอ่าน และ ขานรับครับ

===============

เมื่อวานซืนเดินอยู่ในเมืองใหญ่เมืองหนึ่งครับ ขณะกำลังขึ้นรถไฟ เจอน้องผู้หญิงผิวดำคนหนึ่ง ด้วยความเคยเป็นนิสัยก็เลยพยักหน้าทักทาย พร้อมกับกล่าว “บองชู” เบาๆ 
รถไฟแน่นมาก ตอนขึ้นเบียดกันจนผมต้องจับกระเป๋าสตางค์ ไว้ตลอดเวลา รู้สึกโดนเบียดโดนดันไปหมด แต่มองดูรอบตะวเป็นผู้หญิงตัวเล็ก เลยคิดว่าปลอดภัย
สักพัก เสียงน้องดำทำเสียงดุ “No” ผมมองไปเห็นสายตาเธอกำลังดุ ผู้หญิงผิวขาว ที่ตอนแรก อยู่ด้านซ้าย ตอนนี้ มาอยู่ด้านขวาแทน…
น้องเขาทำสีหน้าไม่พอใจ ที่โดนว่า น้องดำดุอีก บอกว่า อย่านะ ห้าม พร้อมชี้ไปที่มือ มือนั้นมีเสื้อหนาวปิดไว้ และ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะล้วงกระเป๋าถือผมที่ผมห้อยไว้ข้างหน้า…
ทันทีที่รถจอดที่สถานี น้องนักล้วงคนนั้นรีบลงไปทันที ผมสังเกตว่ามีเพืาอนลงไปกับเธอด้วย
ผมขอบคุณน้องดำ(ขอเรียกแบบนี้) เธอหันมายิ้มให้ ถ้าเธอไม่ทัก ผมก็คงสูญของไปแล้ว …เพราะ บางคนก็ไม่อยากยุ่ง
มาเล่าให้ฟังเพราะ ถ้าผมเป็นน้องดำ ผมก็คงทำเหมือนกัน เพราะ เรานิสัยดี
ช่วยกันนะครับ
ป๋อง

Pongroofman
ทำดีไม่ต้องหลบซ่อนครับ..

Advertisements

คอนโด Season II


ตอนนี้ผมมาอยู่ คอนโดได้ครบปีละ
เป็นการใช้ชีวิต ที่ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ เยอะมาก สำหรับการ บริหาร จัดการเรื่องต่างๆ ใน คอนโด..

ปีแรกผมให้เวลาไปกับการจัดระเบียบ เรื่องต่างๆ ซึ่ง เป็นการต่อยอดจาก สิ่งที่นิติมีอยู่ .. หลายๆ เรื่องต้องปรับให้เข้ากันกับคนที่มาอยู่ครับ

เมื่อวานนั่งๆ นึกแล้วอยาก เขียนเรื่องที่เป็นความรู้ในการบริหาร คอนโด ไว้เหมือนกัน .. ไม่ใช่เรื่องบริหาร ห้องคอนโดที่ซื้อนะครับ แต่เป็น เรื่องที่ควรรู้เมื่่อเราต้องมาอยู่คอนโด ทั้งในฐานะ เจ้าของร่วม และ ในกรรมการที่เป็นตัวแทนเจ้าของร่วม ..

ไว้มีโอกาสก็คงจะต้องมาเล่าเก็บไว้แน่ๆ ครับ

โครงเรื่องคงเป็นดังนี้

  1. การเตรียมตัว มาอยููู่
  2. ศัพท์คอนโด ที่ต้องรู้
  3. หน้าที่ลูกบ้าน
  4. ทำไงเมื่อมาเป็นกรรมการ
  5. กรรมการในฝัน
  6. คอนโด Social
  7. อย่าเรียกว่า ยาม
  8. ตลาดนัดคอนโด
  9. ไอ้โม่ง
  10. เจ็ดประหลาดแห่งคอนโด
  11. หัวหมอ
  12. พลังเงียบ
  13. อย่างงี้ก็มีด้วย
  14. สายบุญ
  15. มนุษย์เวลา
  16. ลาออก
  17. คนบ้า!
  18. สิงห์อมควัน

 

IMAX เมืองไทย


หลายท่านอาจชอบดูหนัง แต่บางท่านจะนิยมดูใน โรงหนัง
ผมจำได้ว่า จุดเปลี่ยนที่ดึงคนออกมาดูหนัง หลังจากนอนดู VDO ในบ้าน คือ โรงหนังแบบ Cineplex ที่มีโรงหลายๆ โรง อยู่ที่เดียวกัน .. จำได้ว่าตอนนั้น มี ที่ บางแค 10
จากที่ซื้อตั๋วโรงละช่อง เป็นการซื้อตั๋วแบบ online และ มี card เติมเงิน ทำให้สีสันการขมภาพยนตร์คึกคัก

ผ่านมาร่วมสามสิบปี ระบบ Home theater ดีขึ้น และ การดูหนังจาก internet สามารถ download ภาพระดับ Utra HD หรือ 4K มาดูได้สบายๆ .. คนคงคิดว่า โรงหนังคงถึงกาลอวสาน เป็นแน่ ..

แต่ผมว่า โรงหนังยังไม่เจ้งครับ เพราะ นวัติกรรมอย่างนึง ที่ยังไม่สามารถ เอามาไว้ในบ้านได้ คือ การดูหนัง ที่ถ่ายทำโดยระบบ iMAX
IMAX มีมานานครับต้นคิดมาจาก Canada … อย่างงนะครับ ..  แต่ เริ่มขยายธุรกิจ เมื่อ 8 ปีก่อน เมืองไทยเอง ผมคุ้นๆ ว่าเริ่มมีเมื่อสักห้าปีก่อนนี้ .. โดย มีที่แรกน่าจะที่ รัชโยธิน ผมเองจำได้ว่า เรื่องแรกที่ดู เป็น ที่ Paragon โดยช่วงแรกๆ หนังส่วนใหญ่เป็นสารคดี ..  มีอยู่เรื่องนึงเอาหนังขาวดำ ที่ถ่ายทำสมัยก่อนมาทำการ Remaster หรือที่เรียกว่า IMAX DMR มาฉาย .. รู้สึกทึ่งมาก ว่า เขาทำได้อย่างไร

IMAX เมืองไทย มี หกโรง (ทั่วโลกมีพันกว่าโรง ในหกสิบกว่าประเทศ) ผมว่าคนไทย โชคดี มีของดีให้ดู แถมค่าดูถูกกว่าเมืองนอกมาก เพราะ มี pro สำหรับ member ทำให้ ลดค่าดูไปไดตั้งครึ่ง ..

วันนี้ เวลาดูหนัง ถ้าหนังเรื่องไหน ถ่ายทำด้วย กล้อง IMAX ผมจะต้องเลือกที่จะดูในโรงหนังที่เป็น IMAX เพราะ จะสามารถเห็นภาพที่ถ่ายจาก film ที่เป็นระบบ 15/70 หรือ ฟิลม์ ขนาด 70 mm และ มีหนามเตย 15 รู โดย ฉายที่ 24 frame ต่อวินาที (ถ้าเป็น HD จะฉายที่ความเร็ว 48 เฟรมต่อวินาที)

imaxcomparescale

สำหรับคอ IMAX ควรทราบด้วยนะครับว่า ขนาดจอหนัง แต่ละโรงนั้นไม่เท่ากัน .. ถ้าจะดูให้ สุดต้องไปที่ Paragon ครับ เพราะ จอสูง 21 m. ในขณะที่ West gate นั้น สูง 13.7 m. ซึ่งแน่นอนว่า ราคาค่าตั๋ว ย่อมไม่เท่ากัน เพราะที่ Paragon นั้น ค่าตั๋ว 500 ในขณะที่ West gate 220 ครับ  สมาชิกก็ ลดอีก 10% และ 1 ฟรี 1 ในวันจันทร์

หนังเรื่องล่าสุดคือ Dunkirk หนังระดับ 8.7 imdb ถ้าอยากรู้ว่า IMAX คุ้มแค่ไหน แนะนำให้ไปโดนครับ เรื่องนี้ เพราะ เกือบตลอดทั้งเรื่องถ่ายด้วย IMAX และ มีหลายมุมที่ ต้องแบก กล้องวิ่งถ่ายไปด้วย (กล้องตัวนึงก็ไม่ต่ำกว่า 5 แสนเหรียญ แล้ว)

ผมว่า IMAX คงจะเป็นทางรอดของโรงภาพยนตร์บ้านเราในอนาคตอันใกล้นี้ และไม่แปลกใจที่จะเห็นโรง IMAX มีมากขึ้นทั่วไทยครับ

#เลือกดู

#imax

2016 Winter trip


ช่วงหลายปีหลังมานี่ ผมจะจัดขี่รถทริปยาวๆ ปีละทริปครับ ..
จัดแต่ละครั้ง ก็ไปคันเดียวครับ ..นัดคันอื่นไม่ได้จริงๆ เพราะ มันเป็นการเที่ยวตามใจตัวเอง..

ปี 2016 นี่ Plan ไว้ 13 วัน หยุดตั้งแต่ ช่วง คริสมาสต์ ยาวข้ามปีไปเลย.. สูตรนี้ work เพราะ ออกเดินทางรถไม่ติด ได้ feeling การขี่รถเทียวที่แท้จริง..

เพราะวันปกติ เจอรถติดทุกวัน .. ถ้าออกช่วงเทศกาล คงไม่ต่างกันนัก.. เผลอๆ จะหนักกว่า เพราะ ระยะติดไกลกว่า

ทริปนี้ ตั้งใจไปเทีย่วถึง สิงค์โปร์ครับ .. เพราะอยากไป Universal studio เพื่อนที่ไปมา บอกว่า ต้องมาให้ได้ .. ครั้งนี้ เลย วิ่งลงใต้ แวะเรื่อยๆ กะว่า จะไปหาเพื่อนชาวต่างชาติ สองคน คือ Andy และ Chia ด้วย

สองคนนี้ คนแรก อยู่ มาเลย์ คนที่สอง อยู่สิงค์โปร์ .. ทั้งสองคนบอกว่า มีโอกาสแวะมาบ้านเขา ขอให้บอก .. ครั้งนี้ เลยว่าจะไปเยี่ยม

ทริปนี้ ก่อนออกเดินทาง ระบบไฟในรถผมแปลกๆ คือ วิ่งๆ แล้ว Batt หมด ต้อง เข็น ต้อง พ่วง .. เลยส่งให้ ศูนย์ตรวจเช็ค อย่างละเอียด ศูนย์ส่งกลับมา พร้อมบอกว่า ตรวจสอบ ระบบ Charge และ ฺBattery แล้ว ไม่เป็นไร .. ผมจึงเตรียมรถออกมาอย่างมั่นใจ

ที่ไหนได้ แค่วันที่สองของการเดินทาง ผมก้เจอ เรื่องยุ่งๆ กับรถผมซะแล้ว .. การตัดสินใจ เดินทางต่อในต่างแดน อีก 11 วัน พร้อมกับ รถที่มี ปัญหา เป็นสิ่งที่ผมตัดสินใจ ยากมาก

ถ้ายกเลิก ทริปนี้ ก็ พัง .. ที่พักที่จองไว้ ทั้งหมด คงเสียฟรี นั่นไม่สำคัญเท่าความตั้งใจที่อยากทำให้สำเร็จ ..

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผมจะผ่าน ปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร .. ได้บันทึกไว้ใน album ภาพ พร้อมเนื้อเรื่อง คำบรรยาย รูปแต่ละรูป ตลอด ทริปนี้ ไว้ครับ ..

ตั้งใจเก็บไว้ ดู ตอนที่อายุเยอะๆ และ ขี่รถไม่ไหวแล้ว.. แต่ เห็นว่า เอามาแบ่งปัน ให้ คนอื่นดูน่าจะดี ..

อ่านแล้ว แล้ว ก็ แชร์ เขีนน comment ไว้ หน่อย ครับ เผื่อ มีเรื่องได้คุยกัน

Day 1 กับการขี่ยาวๆ ฝ่าฝน ลงใต้
https://goo.gl/Xv4afE

Day 2 คีรีวง กับ เรื่อง Surprise บนขุนเขา
https://goo.gl/kYucbc

Day 3 น้ำใจจาก มิตร เก่า และ มิตรใหม่ พร้อมกับ การตัดสินใจสำคัญพุ่งทะยาน ข้ามสะพาน สู่ เกาะ ปีนัง
https://goo.gl/ToVF1i

Day 4  ตื่นมาที่ปีนัง..  มุ่งสู่ KL
https://goo.gl/EU7HgE

Day 5 เจอเพื่อนเก่า ที่ Singapore
https://goo.gl/EbQn7R

Day 6 กลับมาเป็นเด็ก ที่ Universal studio
https://goo.gl/w7NELN

Day 7  ตะเวณกิน 

https://goo.gl/rdWezu

Day 8  การเดินทางอันยาวนาน จาก Singapore มา Malaysia 

https://goo.gl/2xkqo5

Day 9  Countdown กลางหาด ที่ลังกาวี 
https://goo.gl/L3q4Bc

Day 10 กับความเสียว ในจุดที่สูงที่สุด ของลังกาวี และ สะพานเสาเดี่ยว ความเสียวที่ 1 ของโลก
https://goo.gl/fZLGdN

Day 11 หาดใหญ่  แวะตรัง ก่อน จอดที่สุราษฏร์  กับการฝ่าพายุฝน

https://goo.gl/FTxt1M

Day 12  อิ่มอร่อย ที่สุราษฏร์ แล้ว นอนแช่น้ำร้อนที่ ระนอง

https://goo.gl/2pdmqU

Day 13  วันสุดท้าย กับ เรื่อง surprise ก่อนถึงกรุงเทพฯ 200 km
https://goo.gl/uFGhEb

15585025_10154788747499326_6465092121465976352_o.jpg

​House กับ Room ต่างกันยังไง


ภาษาอังกฤษระดับประุถม เล่นเอาผมงงมาแล้ว ตอนที่มาศึกษาการทำห้องพัก ให้เช่านี่ล่ะ

ตอนนั้น Javier หนุ่ม สเปน วัย 28 บอกเอาไว้ และนี่คือ ภาษา สำหรับนักเดินทาง ที่ เจ้าของห้อง และ เจ้าของบ้าน พึงเข้าใจเอาไว้

Room : หมายถึงห้อง ที่แบ่งออกมาให้เช่า จากเจ้าของบ้าน อาจจะมีห้องเดียวหรือหลายห้องก็ได้ โดยใช้ พื้ที่บางส่วนร่วมกันเช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว 

คนที่เลิอก Room ส่วนมหญ่จะขี้เหงา เลยอยากได้เพื่อนคุย ซึ่งอาจจะเป็น เจ้าของบ้าน หรือ คนที่มาเช่าห้องอยู่ก็ได้

House : หมายถึง ที่พัก ที่มีส่วนนั่งเล่น ครัว ห้องนอน แบ่ง zone ชัดเจน เวลามาอยู่ ก็ จะมีึความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ขึ้นกับขนาด ดังนั้น ห้องที้เราจัดสัดส่วนแบบใน คอนโด ถึงแม้พื้นที่จะ 30 ตารางเมตร ก็เรียกว่า House ครับ

ความหมายของภาษา เปลี่ยนไปตามยุคสมัยครับ ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ครับ

พาเฟ่กับ 4DX


​ม่ามี้เริ่มก่งกํง ลืม Samsung S7 ไว้ไหนไท่รู้ เลยโทรหา…

เสียง หนูพาเฟ่ รับสายที่ปลายทาง…
“ป่ะป๊า หนูอยากดู Batman พาหนูไปดูหน่อย ”
ผทชอบ Batman นะ แต่ เรื่องนี้ มัน Lego Batman เอา Lego มาดูทีไร หลับทุกที
เช็ครอบ หลังเรียนหนังสือ 17:00 ได้รอบ 19:30 โรง 4DX
จะรอดมั๊ยว้า… ห่วงๆ ว่าดูได้แป๊บเดียว งอแง ร้องกลับจะทำไง…
ระหว่างทานข้าวเลยต้องทำ agreement กันหน่อย
“พาเฟ่ หนูดูได้แน่นะ” …ผมถาม “ได้ค่ะ” 

” เก้าอี้มันโยกนะ หนูจะกลัวเปล่า” …”ไม่กลัวค่ะ”
“แน่ใจนะ…” ผมถามยิ้มๆ กลัวอิทธิฤทธินางจริงๆ
“แน่ใจค่ะ” 
เราเลยไปดู Lego Batman the movie กัน
ตั๋ว 3 ใบ ให้ไปพันทอนมาสิบบาท!
หนังอะไรไม่รู้ ปล่อยมุขทุก shot เลย ผมว่า story ดีด้วยนะ …ว่าด้วยความสัมพันธ์ ของ Batman กับ Joker
พาเฟ่สนุกมากไม่มีร้อง ผิดคาด 

ที่ผิดคาดอีกอย่างคือ ขนาดเก้าอี้มันโยกแบบนี้ผมยังหลับ!
ถือว่าเป็น 4DX เรื่องแรก กับ พาเฟ่ และ หม่ามี้


#moviemaniathailand

#คนไทยนอนดูหนังทุกวัน

บ้านใหม่


เมื่อวานวันอาทิตย์ที่ 8 มกรา..
ผมย้ายเข้าไปอยู่ในคอนโดที่ซื้อไว้เรียบร้อยแล้วละครับ.. หลังจากซื้อไว้ตั้งแต่เมษา ปีที่แล้ว ..

ชีวิตไม่เคยอยู่คอนโด เลยครับ แต่ เห็นเพื่อนๆ อยู่กัน .. เมื่อก่อนก็ไม่ค่อยชอบ ผมว่า มันคับแคบ ไม่เหมือนบ้าน .. จนกระทั่ง ปีที่แล้ว เจอคอนโดที่นี่ .. ทำเล ไม่ไกลจากที่ทำงานนัก ประมาณ 7 km (7 km ของกรุงเทพฯ อาจเดินทางด้วยรถยนต์เกินชั่วโมงได้) ที่สำคัญคือ ใกล้กับ ช่องทางการเดินทาง หลายแบบ ทั้งเข้าเมือง และ ออกเมือง ผมเลยตัดสินใจ ซื้อไว้เพื่อจะปักหลักอยู่ที่นี่ ..

อย่างน้อยก็ คงเป็นสิบปี .. ถ้าไม่เปลี่ยนที่ทำงาน คือกะว่า อยู่กันจนเกษียณ..

อากาศเมื่อคืนถือว่าดี ไม่ร้อน เย็นๆ แต่ ลมไม่แรงเหมือนวันอื่นๆ .. ดึกๆ ผมเปิดคอมพิวเตอร์ นั่งดูรูป ที่ ถ่ายไว้ ช่วงหยุด ปีใหม่ บรรยากาศมันเงียบและเหมาะกับการทำอะไรที่ต้องใช้สมาธิดีครับ . แป๊บเดียว เวลาก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว

สังเกตุว่า ตอนหัวค่ำ ยุงไม่ค่อยมี แต่ สัก สี่ทุ่ม มีบินมาบ้างเหมือนกัน ผมตั้งใจว่า จะไม่ใส่ มุ้งลวด .. เพราะ มันดูไม่สวย .. คงต้องลองดูอีกสักพัก ว่า จะทำอย่างไรดี เพราะ ช่วงนี้ เปิดประตู ให้ลมวิ่งผ่าน ก็ เย็นสบายดีแล้ว ..

ห้องที่ทำไว้ ผมเน้นต้ามการใช้ของผมเอง ผมทำไม่กี่อย่างในห้อง ก็ แบ่งตามนั้่น มีพื้นที่ให้นั่งทำงาน มีพื้นที่ให้พักผ่อน ส่วนเรื่อง รับแขก ต้อนรับเพื่อน ก็ไม่ได้เน้นอะไรมาก เพราะ ส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้นัดมาที่ห้องอยู่แล้ว ก็ใช้พื้นที่ที่ พักผ่อนนั่นแหล่ะครับ รับแขกไปด้วยในตัว

ก่อนเข้ามาอยู่ห้องนี้ ผมไป”ซ้อมอยู่” อีกห้องหนึ่ง มาก่อน และ พบว่า การอยู่คนเดียว ค่าใช้จ่าย เรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ถ้าวินัยดีๆ ก็ ควบคุมได้ครับ

ค่าไฟ เดือนละ 500 บาท

ค่าน้ำ เดือนละ 90 บาท

อันนี้คืออยู่แบบ พอดีๆ แบบของผมครับ .. คือ เปิดแอร์เท่าที่จำเป็น พักผ่อนดูหนัง ฟังเพลงบ้าง

คาดว่า ห้องใหม่ มีพื้นที่ นั่งทำงาน เปิดคอมฯ ได้ ผมว่าโอกาสที่ค่าไฟ ขยับขึ้้นน่าจะมี เพราะ ทำงานและเปิดเพลงฟังไปด้วย . เพลิน แต่ ก็มีค่าใช้จ่าย

สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากมาอยู่คอนโด แบบนี้ ก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัย ของตัวเราก่อนล่ะครับ .. ทางเข้าของคอนโดผม มีทางเดียว คือ ทาง Lift นั่น เป้นระบบความปลอดภัยของที่นี่เขา ..  เวลาเข้าก็ต้องใช้ Key Card ที่แต่ละ ห้องจะได้รับมาห้องละ 2 ใบ ถ้า ห้องไหน สมาชิกเยอะ ก็ต้องบริหารจัดการกันก่อน

นิติแจ้งว่า ตอนนี้ให้สองใบ สำหรับห้องที่ต้องการมากกว่า สอง ให้รอดู Requirement ของลูกบ้าน และความพร้อมของระบบเหล่่านี้กันก่อน อนาคตอาจะมีการปรับเปลี่ยน สำหรับผมตอนนี้ สองใบ ก็ถือว่าพอ

ทางเข้ามีทางเดียว แต่ทางออก มีหลายทาง ทางออก นอกจาก จะใช้ทางเดียวกันกับทางเข้าแล้ว ตึกผม สามารถออกได้อีก สามทาง ซึ่ง ทั้ง สามทางเป็นบันไดหนีไฟ

ผมโชคดี ห้องผมอยู่ใกล้กับบันไดหนีไฟ บ่อยครั้งที่ผมเดินลงบันไดหนีไฟ มากกว่า ใช้ลิฟ เพราะนอกจาก ออกกำลังกายแล้ว ยังได้เรื่องความคุ้นเคย กับ เส้นทาง และ ช่วยประหยัดค่าไฟส่วนกลางได้อีกทางหนึ่งด้วย ..

ค่าไฟส่วนกลาง ใช้น้อยลง ก็มีเงินเหลือ ไปปรับปรุงเรื่องอื่นๆ .. ผมคิดอย่างนั้น ..

ความปลอดภัยในการเข้าออก เช็คเรียบร้อยแล้ว ว่า เวลาออกออกต่รงไหนได้บ้าง .. ก็มาสนใจ ระบบในห้องบ้าง

ระบบความปลอดภัยในห้อง มี อยู่สามเรื่องครับ

  1. ระบบตัดไฟฟ้า อันนี้ อยู่ในตู้ควบคุมไฟ ที่ส่วนใหญ่เปิดประตูเข้ามา เงยหน้าดูด้านบนใกล้ๆ ประตูก็จะเจอ ในนี้ จะมี Circuit Breaker คอยตัดไฟกรณีที่มีการช๊อต โดยตัวสะพานไฟ จะตกลง อันนี้ ช่างไฟเขาเรียกว่า Breaker มัน Trip ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่า อุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งในบ้าน หรือ สายไฟ เกิดการช๊อตกัน ให้ทิ้งไว้สักนาที ลอง reset ด้วยการโยกใหม่ แล้ว ดูว่า มัน Trip อีกหรือเปล่า ถ้าเป็นอีก ให้หาสาเหตุ ว่า อะไร มัน ช๊อต ถ้าไม่มีความรู้ตามช่างไฟ ครับ สอบถามที่นิติ ให้ส่งช่างมาดูได้ครับ
  2. ระบบเตือนควัน หรือ Smoke detector จะเป็น อุปกรณ์ ที่ อยู่กลางห้อง ปกติ จะมีฝาครอบสีแดงติดอยู่ ที่ครอบเพราะ ต้องการป้องกันฝุ่นที่จะไปกระตุ้นให้เครื่องทำงานได้ (เจอควันมันยังร้อง ฝุ่นนี่ ไม่เหลือครับ ) เมื่อย้ายเข้าห้อง สิ่งแรก คือ เอาฝาครอบออก ก็จะเห็นเครื่องขาวๆ มีไฟ กระพริบติดอยู่เป็นระยะ ถ้าไฟไม่กระพริบ ให้ แจ้ง นิติ มาตรวจดูด่วน เพราะ แสดงวา่ ตัวระบบ มีปัญหา มันจะไม่เตือน ซึ่งบางที อาจเป็นทั้งระบบ ไม่ได้เป็นเฉพาะ ห้องเรา ดังนั้น เจอแล้ว ต้องแจ้ง นิติ เลยครับ
  3. ระบบจับความร้อน อุปกรณ์นี้จะมีอยู่ในห้องครัว จะตรวจจับ และ ทำงานเมื่ออุณหภูมิสูง หน้าตาคล้ายๆ กับ ตัว Smoke detector แต่ ตรวจจับคนละอย่าง

เข้ามาวันแรก ต้องรู้เรื่องปลอดภัยก่อนเลยครับ .. ไม่รู้เดี๋ยวจะไม่ปลอดภัย อยู่คอนโดไม่เหมือนอยู่บ้าน ต้องรับรู้เรื่องที่จำเป็นในการอยู่ร่วมกัน เพราะ แต่ละห้องอยู่ติดกันเป็นพืด  มีอะไรเกิดขึ้นในห้องนึง ก็ จะมีผลกับอีกห้องนึงทันที .

อันนี้มีทั้ง เรื่องไม่ดี .. และ รวมถึงเรื่องดีๆ ด้วยเช่นกันครับ