หลังใหญ่


ปี 2511

ผมไม่รู้หรอกครับว่า บ้านผมใหญ่แค่ไหน
รู้แต่ว่า ใครๆ เค้าเรียก บ้านที่ผมอยู่ว่า “หลังใหญ่”

หลังใหญ่เป็นบ้านสองชั้นที่ชั้นบนประกอบไปด้วย ห้องสามห้อง…
ตอนนั้น ผมว่า ห้องใหญ่นะ ..ใหญ่พอให้ผมวิ่งเล่นได้สบายเลยทีเดียว
ส่วนด้านล่างนั้น เป็นห้องใหญ่ห้องเดียว….

ห้องของผมอยู่ห้องซ้ายสุด เราอยู่ด้วยกันห้าชีวิต พ่อ แม่ พี่สาวอีกสอง แล้วก็ผม
กิจวัตรยามเด็ก ไม่ต้องคิดอะไรมาก …เล่น เล่น เล่น แล้ว ก็​ เล่น

ด้านหลัง ชอง “หลังใหญ่” เป็น ที่เก็บศพ ที่เราเรียกกันติดปากว่า ฮวงซุ้ย
เด็กๆ ไม่เคยมีใครกลัว ฮวงซุ้ย เลย อาจจะเป็นเพราะเราเกิดที่นี่ โตที่นี่ ฮวงซุ้ย จึงเป็นที่เล่น ซ่อนหา ของพวกเรา
สถานที่อย่างฮวงซุ้ย นั้น เหมาะนัก เพราะมี หลืบ มีเหลี่ยม และมี ช่องให้ปีนป่าย …
ใครผ่านไป ผ่านมา เห็นพวกเราเล่นกัน อย่างนั้น คงคิดว่า พวกเราเป็นพวกทโมนเป็นแน่

ผมใช้ชีวิต อยู่กับ “หลังใหญ่” “ฮวงซุ้ย” และ “วัดโสม” อยู่หลายปี
เล่นอยู่ที่นี่ทุกวัน กำแพงวัดที่นี่ สูงเหลือเกิน แต่สูงขนาดไหน พวกเราก็ พยายามที่จะปีน และขึ้นไปเดิน ฝึกการทรงตัว บนนั้นให้ได้
อาณาบริเวณของ วัดโสม นั้นกว้างใหญ่นัก แต่ เราก็ไปกันจนทั่ว จะมีอยู่ที่ที่ไม่ค่อยได้เข้าไป คือ บริเวณส่วนกลางที่เป็นที่ประดิษฐานของเจดีย์ วัดโสมนัสวิหาร

พ่อจะสนิดกับหลวงพ่อ อยู่องค์หนึ่ง วันเสาร์อาทิตย์ เห็นพ่อ จะแวะไปนั่งคุยเรื่อย …ผมเองก็ได้ติดตามพ่อไปด้วยบ่อยๆ
สงสัยเหมือนกันว่า หลวงพ่อ ท่านทำอะไบ้าง วันๆ …สงสัยอย่างนี้ มาจนกระทั่งโต …จึงจะเข้าใจ

ตอนสี่ขวบ …ผมได้เริ่มเรียนหนังสือเป็นครั้งแรก …
พ่อบอกว่า ให้ไปเรียนที่ “โรงเรียนบ้าน” ซึ่งไม่ได้ห่างจาก “หลังใหญ่” มากนัก เดินแค่ไม่กี่ก้าว

โรงเรียนบ้าน อยู่ถัดจาก “คอกม้า” ไปนิดเดียว …อ้อ ลืมบอกไป ว่า ด้านหน้าของ “หลังใหญ่” จะเป็น “คอกม้า” ซึ่งเป็นที่ที่เค้าเลี้ยงม้าเอาไว้
เราไม่เคยเห็นม้า เต็มตัวสักที เห็นแต่หัวมันโผล่ออกมา เข้าใจว่า เค้าจะพาไปแข่ง เสาร์ อาทิคย์ ที่ สนามม้านางเลิ้ง …
ตอนนั้น ม้าแข่ง มี ทั้งเสาร์​และอาทิตย์ เลย … เล่นกัน ไม่ต้องไปไหน และ มี ทั้ง สนามม้านางเลิ้ง และ ปทุมวัน ..ใครชอบที่ไหน ก็ไปที่นั่น …

ผมเรียนโรงเรียนบ้าน อยู่ปีนึง ..รู้สึกว่าจะท่อง ก.ไก่ และ ABC ได้จนคล่อง จนปีถัดไป ก็ได้เรีิ่มเรียน อนุบาล กับเค้า …
เข้าเรียน อนุบาลหนึ่ง ได้วันเดียว ก็ เลื่อนเป็น อนุบาลสองเลย…

เข้าใจว่าเค้าคงไม่มีอะไร จะสอน แล้ว …หรือไม่ก็อายุเกิน …

ผมเลยเป็นคนที่เรียนอนุบาลหนึ่งอยู่แค่วันเดียว ที่โรงเรียน เขียนนิวาส ตรง ท่าพระอาทิตย์ นั่นเอง

อาชีพ วิศวกร


เหลือบมองดูนาฬิกา ..เหลือ อีกครึ่งชั่วโมง จะสิบโมงแล้ว

จากที่วางแผนไว้ว่า …จะขับรถไป ตอนนี้ เลยมีหนทางเดียวคือ ขี่มอเตอร์ไซต์ไป

จุดหมายปลายทาง ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ …ถิ่นเก่าที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่…มา สี่ปี…

ภาคเครื่องกลวันนี้ ไม่เหมือน ยี่สิบหกปีที่แล้ว …

จำได้ว่าตอนเข้ามา เป็น Shop เล็กๆ มาตอนนี้ ตึกใหญ่โตมโหฬาร พื้นที่ ต้นไม้ ตอนนี้ เลยเหลือ ต้นไม้น้อยลง …มีแต่คอนกรีต มาทดแทน

ดร.กรรมมันต์ ชูประเสริฐ หรือ “ชิ” เพื่อนสมัยเรียน ยิ้มแฉ่ง เดินลงมา ขณะที่เรากำลังเอารถเข้าจอด

…คนอาชีพ อาจารย์ หน้าตามันผ่องใสแบบนี้เอง

“ตอนแรก ผมจองที่สำหรับจอดรถให้ สักพัก มี รายงานว่า เป็นมอเตอร์ไซต์คันใหญ่ …ไม่ทันไร เห็นวิ่งออกไปโน่นแล้ว….” รปภ ที่วิ่งนำทางมา รีบรายงาน

เอารถมา กลัวไม่ทันน่ะครับ … เหลือบ มองดูนาฬิกา สิบโมง พอดี..

“…ข้านัดนักเรียนไว้ สิบโมงครึ่ง ว่ะ…”  ดร.ชิ บอก …นัดเวลา มันยังมี Safety factor เลย อ่ะ

นักเรียนร่วมสองร้อยคน ทยอย ค่อยๆ เข้ามาจนเต็มห้องประชุม…

การบรรยายเริ่มต้น ด้วย Slide ที่เพิ่งทำ ก่อนหน้านี้ ครึ่ง ชั่วโมง …

พอเริ่มได้ …บรรยากาศก็พาไปที่เหลือ

วันนี้รู้สึกว่า ได้นำ ประสบการณ์ การทำงานทั้ง ยี่สิบสองปี…ไปเล่าให้น้องฟัง ในเวลา หนึ่งชั่วโมงครึ่ง… ถ้าเป็นวิตามิน ก็ คงเข้มข้นมากๆ … แต่ เท่าที่สังเกตดู …วิตามินนี้ คงไม่”ขม” เพราะ สีหน้าแต่ละคน แฝงไว้ในด้วยอารมณ์ที่แจ่มใส

หนึ่งชั่วโมงครึ่งจบลงอย่างรวดเร็ว…และ ศิษย์น้อง ได้ ขอบคุณ ด้วย สิ่งที่น่าประทับใจ…

ลองดู ใน clip ดูนะครับ ..ดูทีไร “ขนลุก” ทุกที

อ้อ..งานนี้ ได้ของขวัญมาจากภาคด้วย ถูกใจจริง โดยเฉพาะ เน็คไทร์ สีเขียว ลาย เกษตร

รหัสวิทยุ สมัครเล่น


ตอนนี้ ขี่รถมอเตอร์ไซต์ ออกทริป …ได้ยินพี่ๆ คุยกัน โดยใช้ รหัส กันบ่อย …บางคำ ก็แปลไม่ออก

เลย ไปค้น รหัส ต่างๆ มาเก็บไว้ที่นี่ก่อน เผื่อได้ยิน จะได้กลับมาดู

ที่ได้ยินบ่อย ก็ ว.2 แล้วก็ ว.61

ที่ยังไม่ค่อยได้ยินคือ ว.65 ครับ เพราะคงต้อง ว.69 กันน่าดู

ขอบคุณ ที่มา web อาสากู้ภัย มูลนิธิ สว่างพรกุศล ระยอง

รหัสวิทยุสื่อสาร
โค้ด วิทยุสื่อสาร ที่ใช้ในหน่วยงานราชการและที่นักวิทยุซีบีและอาสาสมัครนิยมใช้ในการติดต่อสื่อสาร
ว.0 ขอทราบคำสั่ง คำสั่ง ว.23 ผ่าน…(สถานที่) ว.59 เปลี่ยนทิศทาง
ว.00 รอก่อน ให้คอยก่อน ว.24 เวลา ว.60 ญาติ เพื่อน
ว.01 ที่ทำงาน ที่โรงเรียน ว.25 ไปยัง…(สถานที่) ว.61 ขอบคุณ สวัสดี
ว.02 ที่บ้าน ว.26 ให้ติดต่อทางวิทยุให้น้อยที่สุด ว.62 สิ่งของ
ว.1 จุดที่กำลังออกอากาศ ว.27 ติดต่อทางโทรพิมพ์ ว.63 บ้านพัก
ว.2 ได้ยินหรือไม่/ได้ยินแล้ว ว.28 ประชุม ว.64 ธุระส่วนตัว
ว.3 ทวนข้อความ ว.29 ธุระ ว.65 ภรรยามาพบ
ว.4 ปฏิบัติหน้าที่ ดำเนินการ ว.30 จำนวน คน สิ่งของ ว.66 ขอพบเรื่องราชการ
ว.5 ราชการลับ ว.31 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 1 ว.67 ขอพบเรื่องส่วนตัว
ว.6 ขอติดต่อ ว.32 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 2 ว.68 แจ้งความ
ว.7 ขอความช่วยเหลือ ว.33 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 3 ว.69 ระมัดระวัง
ว.8 ข่าว, ข่าวสาร ข้อความ ว.34 เปลี่ยนไปใช้ช่องความถี่ 4 ว.70 ถึงแก่กรรม
ว.9 เหตุฉุกเฉิน ว.35 ให้เตรียมพร้อมเพื่อปฏิบัติการ ว.71 พักผ่อน
ว.10 อยู่ประจำที่ ติดต่อทาง ว.ได้ ว.36 ให้เตรียมพร้อมเต็มอัตรา ว.73 ด้วยความปรารถนาดี
ว.11 หยุดพัก ติดต่อทาง ว. ได้ ว.37 ให้เตรียมพร้อมครึ่งอัตรา ว.78 คลื่นอื่นมาแทรก
ว.12 หยุดพัก ติดต่อทาง ว.ไม่ได้ ว.38 ให้เตรียมพร้อม 1 ใน 3 ว.81 ติดธุระ
ว.13 ติดต่อทางโทรศัพท์ ว.39 การจราจรติดขัด ว.88 รักและจุมพิต
ว.14 เลิกงาน ปิดสถานี ว.40 อุบัติเหตุจากรถ ว.99 อย่างยุ่งเกี่ยว
ว.15 พบ ว.41 สัญญาณไฟจราจรเสีย ว.100 ขอโทษ
ว.16 ทดสอบสัญญาณวิทยุ ว.42 การเดินทางเป็นขบวน ว.600 แฟน
ว.16-1 จับใจความไม่ได้ ว.43 จุดตรวจสอบยานพาหนะ ว.601 เครื่องวิทยุรับ-ส่ง
ว.16-2 ไม่ชัดเจน แต่พอฟังได้ ว.44 โทรสาร ว.602 สายอากาศวิทยุรับ-ส่ง
ว.16-3 ชัดเจนพอใช้ ว.45 เหตุการปกติ ว.603 รถยนต์
ว.16-4 ชัดเจนดี ว.50 รับประทานอาหาร ว.604 โทรทัศน์ บันเทิง
ว.16-5 ชัดเจนดีมาก ว.51 ป่วย ว.605 รับประทานอาหาร
ว.17 มีอันตราย ว.52 ยกเลิก ว.606 ไม่ถูกต้อง (โกหก)
ว.18 รถเสีย ว.53 อยู่ร้านอาหาร ว.607 ทำธุระส่วนตัว(เข้าห้องน้ำ)
ว.19 ถูกโจมตี สถานีถูกปิด ว.54 อยู่โรงแรม ว.608 ถูกรบกวน (บุคคล)
ว.20 จับกุม ว.55 ผกก. มาตรวจ ว.609 ถูกรบกวน (อากาศ)
ว.21 ออกเดินทางจาก…(สถานที่) ว.56 เพื่อนมา
ว.22 ถึง…(สถานที่) ว.57 กำลังโดยสารทางเรือ
รหัสแจ้งเหตุทั่วไป

เหตุ 100 มีเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน
เหตุ 111 ลักทรัพย์
เหตุ 121 วิ่งราวทรัพย์
เหตุ 131 ชิงทรัพย์
เหตุ 141 ปล้นทรัพย์
เหตุ 151 มีผู้ต้องสงสัยในยานพาหนะ
เหตุ 161 มีสัตว์เข้าบ้าน
เหตุ 200 มีเหตุประทุษร้ายต่อร่างกาย
เหตุ 211 ทำร้ายร่างกาย ไม่ได้รับบาดเจ็บ
เหตุ 221 ทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บ
เหตุ 231 ทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เหตุ 241 ฆ่าคนตาย
เหตุ 300 การพนัน
เหตุ 510 วัตถุต้องสงสัยเกี่ยวกับระเบิด
เหตุ 511 ได้เกิดระเบิดขึ้นแล้ว
เหตุ 512 วัตถุระเบิดตรวจสอบแล้วไม่ระเบิด

รหัสแจ้งเหตุเพลิงไหม้

เหตุ  501 การบริการน้ำ, ยกรถ, ตัดต้นไม้
เหตุ  502 ขนส่งผู้ป่วย
เหตุ  503 สาธารณภัย ทางบก น้ำ อากาศ
เหตุ  201 เพลิงไหม้หญ้า
เหตุ  202 ไฟฟ้าลัดวงจร
เหตุ  203 เพลิงไหม้ยานพาหนะ
เหตุ  204 เพลิงไหม้ชุมชน, ตึกแถว, บ้านเรือน
เหตุ  205 เพลิงไหม้อาคารเก็บเชื้อเพลิง, สารเคมี
เหตุ  206 เพลิงไหม้อาคารสูง, อาคารขนาดใหญ่
รหัสแจ้งนักเรียนวิวาท

เหตุ 600 นักเรียนทะเลาะวิวาท
เหตุ 601 นักเรียนรวมกลุ่ม ส่อว่าจะก่อเหตุ
เหตุ 602 นักเรียนก่อเหตุหลบหนีไปแล้ว
เหตุ 603 นักเรียนยกพวกทำร้ายกัน
เหตุ 604 นักเรียนยกพวกทำร้ายกันถึงตาย
เหตุ 605 นักเรียนยกพวกทำร้ายกัน มีระเบิด

 

โค้ด Q ที่นักวิทยุสมัครเล่นใช้ในการสื่อสาร

QRD เดินทางจาก…ไปยัง… QRX พักการติดต่อจนถึงเวลา…
QRK ความชัดเจน (1-5) QRZ ใครเรียกข้าพเจ้า
QRL ยุ่ง, มีธุระ QSA ความแรงสัญญาณ (1-5) (S1-9)
QRM คลื่นรบกวน-มนุษย์ (1-5) QSB สัญญาณจางหาย
QRN คลื่นรบกวน-ธรรมชาติ (1-5) QSL ยืนยันว่ารับความได้ถูกต้อง
QRO เพิ่มกำลังส่ง QSO การสนทนาทางวิทยุ
QRP ลดกำลังส่ง QSP ถ่ายทอดข้อความ
QRT ปิดสถานี QSY เปลี่ยนความถี่
QRU หมดข้อความ QTH จุดที่ออกอากาศ
QRV พร้อมที่จะรับข้อความ QTR ขอเทียบเวลา
CQ ทุกคนใสความถี่โปรดทราบ YL สุภาพสตรี
73 ส่งความปรารถนาดี (ทั่วไป) OM สุภาพบุรุษ เพื่อนสนิท 
88 ส่งความปรารถนาดี (เพศตรงข้าม)    XYL ภรรยาของนักวิทยุ
(เฉพาะที่สนิทกันมากเท่านั้น) Roger     รับคำสั่ง พร้อมปฏิบัติตาม
Standby ยังเปิดวิทยุฟังอยู่ 
Standing by พร้อมรับข่าวสารและคำสั่งในทันที   
Clear สิ้นสุดภารกิจ เลิกใช้ความถี่แล้ว

ป้ายวงกลมหาย…!


เมื่อวันก่อนเพิ่งได้ป้ายทะเบียนมาครับ… มาพร้อมป้ายเสียภาษี ที่เรียกกันติดปากว่า “ป้ายวงกลม”
เมื่อก่อนรูปร่างเป็นวงกลมจริง …แต่เดี๋ยวนี้ เป็น สี่เหลี่ยมไปหมดแล้ว เพราะ ที่ ความกว้างเท่ากัน สี่เหลี่ยม มีพื้นที่ให้ใส่ข้อมูล มากกว่า วงกลม….

เวลาตัดก็ง่ายกว่าด้วยครับ….

ป้ายทะเบียนที่ว่านี่ …สำหรับ น้องซีดสส์​ครับ … เลยอยากลอง ติดแบบ แค๊ํปซูล ซะหน่อย ..
แคํบซูล ที่ว่า ก็คือ หลอดอคิริค นี่แหล่ะครับ ทนร้อนไม่แตกไม่กรอบ ม้วนๆ ให้ ปีพ.ศ. โชว์ ให้ท่าน Police ได้สังเกตได้ง่ายๆ
เดิมน้องพี ผมใช้เคลือบ พลาสติก แล้ว ขันให้ติดกับ ป้ายทะเบียน เลย แพลม เฉพาะ ปี พ.ศ. ออกมา อยากดู ก็​ดึงออกมาดูได้ เสร็จแล้วก็ หุบเข้าไปเหมือนเดิม

ส่วน แคปซูล นี่ เห็น แต่ พ.ศ. ครับ ถ้าท่านตำรวจ ท่านอยากดู คงต้อง ขันออกมากัน…แต่คิดว่าท่านคงไม่”ใจร้าย” ขนาดนั้น

ตอนเลือกที่ติด ก็ติดไว้ที่ สวิงอาร์ม ครับ ด้านที่มี โซ่ (ด้านซ้าย) เพราะ มีตรงบังโซ่ เป็น พลาสติก ปิดไว้อยู้พอดี

ติดยึดเข้าไปเสร็จ …หล่อเลยครับ …

หลังติดเสร็จ ลองวิ่งดู สังเกตว่า เจ้า แค๊บซูลที่ว่า นี่ อยู่ไม่ตรงตำแหน่งเดิม สักที …มีบิดเฉียงๆ ออกมาตลอด … เข้าใจว่า รถแรง …ลมตี เลย เคลื่อนตัว

เมื่อวานไปออกทริป วังน้ำเขียว… พอวิ่งไปถึง Cup of love พี่เนาว์​ พี่ชายน่ารักท่านนึงใน club เดินเข้ามาบอกว่า …ป้ายวงกลม ปลิวหายไปไหนแล้ว

สิ่งที่เห็นคือ ตัวหลอด ด้านนึงหลุดออก จากขั่วครับ… สกรู ยึดยังอยู่ครบถ้วน แต่ ปลายท่อ หลุดออก …เจ้าป้ายวงกลมที่ม้วนไว้ เป็นอัน ต้องจากไป…

เรียกว่า “จากไป……อย่างสงบครับ”

…..

ป้ายวงกลม หาย …ก็ต้องทำใหม่ล่ะครับ ..ลอง หาข้อมูล ใน Net เห็นเขียนบอกว่า ต้อง แจ้งความ
วันนี้วันจันทร์​อากาศก็ร้อน .. ก็ไม่อยากไปหลายที่ครับ … เวลาก็ไม่มีด้วย เลยให้น้องโทรเช็คที่ขนส่งเลย…ปรากฏว่า ไม่ต้อง แจ้งความครับ …

เอกสารที่ต้องเตรียมไป ผมเตรียมไปหมด แต่ จริงๆ ใช้ แค่

1. ทะเบียนเล่มจริง
2, บัตรประชาชน

ไหนๆ ก็ไปขนส่งแล้ว เลยเอา ทะเบียน น้องพี มาดู อ้าว… ถึงเวลาต้องต่อทะเบียนแล้ว นี่…
ที่ขนส่งนี่ เค้ารับเรื่องถึงแค่ บ่ายสามโมงครึี่งครับ … ผมเหลือบมองนาฬิกา นี่มัน บ่ายสามโมง ห้านาทีแล้วนี่

วิ่งจู๊ด จากที่ทำงานที่บางซื่อ ด้วย น้องซีดสส์ มาถึง ขนส่ง เวลา บ่ายสามโมง สิบห้านาที ถาม รปภ (อย่าเรียกว่า ยาม นะครับ เดี๋ยวเคือง) ท่านบอกว่า ให้ไปที่ อาคาร 2 ชั้นหนึ่ง ได้เลย

ที่จอดรถ อยู่ด้านหน้าอาคารครับ … มีมอเตอร์ไซต์ จอดกันเต็ม หาที่จอดไม่ยาก เพราะคนเข้าออก ตลอดเวลา

ต่อไปนี้เป็นค่าธรรมเนียมครับ
ต่อทะเบียนรถ น้องพี `125 CC

ค่า พรบ 324 บาท
ค่า ภาษีประจำปี 101 บาท

ต้องไปทำ พรบ ก่อนนะครับ จะมี counter รับทำ มีระบบ กดปุ่ม รับบัตรคิว โดย ให้เลือก ว่า จะเอา พรบ ของ บริษัทไหน วิริยะ หรือ เทเวศน์

[img]http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/400991_10150609290874326_566784325_8853810_1441880409_n.jpg[/img]

ส่วนเสียภาษี ก็วิ่งไปทำอีกที่ ซึ่ง วันนี้ ได้พี่รุ่งทิพย์​เจ้าหน้าที่ ประชาสัมพันธ์ ช่วยแนะนำ เตรียมเอกสาร ช่วยกรอกข้อมูลให้ ตอนที่วิ่งไปทำ พรบ
เรื่องแจ้งความ ที่บอกว่าไม่ต้อง เพราะที่นี่มีการ “บันทึกเหตุการณ์” ที่เหมือนกับการแจ้งความ โดย ระบุสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้่นแล้วก็ลงนาม…
แจ้งความ ต้องทำกรณีเดียวครับ คือ “รถหาย” นอกนั้น ทะเบียนหาย ป้ายวงกลมหาย ก็มาใช้การ “บันทึก” ที่ขนส่งได้เลย…

สำหรับการต่อป้ายวงกลม นั้น ใช้เวลานานกว่าครับ …แต่ก็ไม่มาก
พอยื่นเรื่อง ก็ รอเรียกไปเสียเงิน

ค่าออกป้ายวงกลม (ป้ายเสียภาษี) แทนของเดิม สำหรับ น้องซีดสส์​ 650 CC 25 บาท

อ่านไม่ผิดหรอก ยี่สิบห้าบาทจริงๆ … ดังนั้น ป้ายหาย ไปทำเลยครับ ..เดี๋ยวโดนตรวจขึ้นมา โดนปรับที ก็ไม่คุ้มแล้ว

ถามเพิ่มมาให้ครับ ว่า รถมอเตอร์ไซต์ เสียภาษี ตาม CC หรือเปล่า …ได้รับคำตอบว่า …ไม่

น้องพี น้องซีดสส์ เสียภาษี เท่ากันครับ คือ 101 บาท….

จะไปทำก็เตรียมตังส์ ไปให้พอ ก็แล้วกัน … หุหุ

ข้อดี และ ข้อเสีย ของการขี่ Big Bike


ใครที่กะว่าจะเข้ามาดูตารางเปรียบเทียบ ข้อดีข้อ เสีย ของน้องซีสสส์ ที่ผมขี่อยู่นี่ …ต้องขอบอกว่า อาจจะผิดหวังครับ…

เพราะ ด้วยความที่ “ขี่” มาไม่ถึงเดือนนี้ …คงยังมีความรู้ไม่พอ จะมา Review เปรียบเทียบ ได้ขนาดนั้น …

แต่ ที่ มาตั้งกระทู้นี้ ..เพราะ ว่า ขี่มาพักใหญ่ …ได้เห็นข้อดี …และ ข้อเสีย ที่ ไม่เคยคิดว่าจะได้ จากการขี่รถรุ่นนี้เลยครับ …

มาเรื่องข้อดีก่อน…
ข้อดี นี่ …ได้เพื่อนเยอะขึ้นครับ …เพื่อนในคลับ เวลาออกทริป นี่ก็เรื่องนึงครับ …
แต่ เพื่อนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนนี่…. ไปเจอเอาตามที่ต่างๆ เยอะมากครับ …

อย่างตอนไปเดินงาน ที่ Central world วันก่อน …แบบไม่นัดใคร นี่ก็เจอคนที่ รู้จัก ..และ คนที่ เราไม่รู้จักเค้า รวมกันแล้วเกือบ สิบคน

สัปดาห์ที่แล้ว …ไปออกทริป กับกลุ่ม รถยนต์ที่ใช้ที่เขาใหญ่ …ก็เจอ พี่ๆ Versys  CVT เอา Versys เอา ER เอา Haya มาร่อนกัน หลายลำ…ทักทายเพราะเจอกันโดยบังเอิญที่ น้ำตกเหวสุวัติ….
งานนั้น …ทำเอา คลับ รถยนต์ที่ผมไป …อึ้งเลย.. ว่า คลับ CVT ทำไม คนเยอะ …ไปไหนก็เจอ…

มีอยู่วัน … รถติดอยู่สี่แยกอโศก มีน้อง ขี่ ER มาทักทาย ..ทั้งๆ ที่ใส่หมวกแทบไม่เห็นหน้่า …ว่า ใช่พี่ป๋องหรือเปล่า… โห …ผมงี้ งงเลย …เค้าบอกว่าจำรถได้… สุดยอดเลยครับ …

เล่าแล้ว ก็ ปลี้มใจ ที่ได้มาอยู่ คลับดีๆ อบอุ่นแบบนี้ …

เมื่อวานไปร้าน motoaholic ไปเอา ทะเบียน … ปรากฏว่า …มีคนมาทักครับ… ว่าใช่พี่ป๋องหรือเปล่า .. ติดตามผลงานกันเป็นประจำ… เหอ เหอ  นี่ผมต้องลาออกจากงาน มา เป็น staff คลับ ดีกว่า… เดือนเดียวคนรู้จักกันขนาดนี้… ถ้าอยู่นานกว่านี้ สงสัย รู้จักกันทั้งประเทศแน่ๆ … 555

กลายเป็น ซุปตาร์ กันแบบไม่รู้ตัว ….

เพื่อนช่วยแต่ง…เป็นอีก กลุ่มครับ …
เพื่อนกลุ่มนี้ ขยันหา ของแต่งรถ แต่งตัว มาให้ครับ… ทำมาบ้าง รับมาบ้าง หารกันบ้าง .. มีกันครบ ..
นิสัย ดีๆ น่ารัก กันทุกคนครับ …

อย่างวันก่อน ก็ไปได้ ชิวหน้า หนา 4 mm จากน้อง Gus หนาดีมาก…วิ่งไม่มีพริ้ว .. แถมราคา สบายกระเป๋า…

…เอ่อ น้อง Gus ครับ …พี่ป๋องว่า ชิวจะให้ดี ต้องให้หนาเท่าหนังหน้าพี่ป๋องครับ …รับรอง วิ่งเร็วๆ หินลอยมา โดนหิน หินเป็นแตกกระจาย… 555

พูดถึงน้อง Gus ขอชมหน่อย น้องเค้า น่ารักชนะเลิศ .. ตอนผมโทรหา ตัวน้องอยู่รามอินทรา พี่ป๋อง ทานข้าวอยู่ พระรามเก้า …กำลังคิดว่าจะนัดเจอกันที่ไหนดี ..น้อง Gus รีบบอก

“พี่ป๋องรออยู่นั้้่นแหล่ะ เดี๋ยวผมไปหา…ถึงแล้วขะโทรบอก” ….

ปรู๊ด เดียว น้อง Gus มาถึงแระ …ยืนหล่อรออยู่ที่รถ …หอบเอา Shield มัดติดท้ายมาให้เลือกด้วย เอามาตั้งสองสามอัน …

“ให้พี่ป๋องเลือก เลย…  นี่เป็นอันดับต้นๆ ของ Lot เลยนะ… ” เข้าใจว่ามีก่อนหน้่าได้ไปแล้วคนนึง

บทสนทนา วันนั้น …นำมาซึ่งมิตรภาพที่ดีมากๆ ครับ… น้อง Gus มีอาชีพ ที่ต้อง เดินทาง ไปโน่นนี่ บ่อย ดังนั้น ..ของติดมือ จากต่างประเทศ จะมีเป็นประจำ

วันหน้า วันหลัง …ต้องโดนพี่ป๋อง รบกวนหิ้วของมาให้แน่ๆ … อิ อิ

อีกรายที่ อดจะกล่าวถึงไม่ได้คือ พี่ติ๊ก …
พี่ติ๊ก นี่ โทรมาหา ตั้งแต่ เข้า club ใหม่ๆ … พี่ติ๊ก เป็นพี่ชายใจดีครับ ..หุ่นแก น่ารัก บ่งบอก ถึงคน อารมณ์ดี ..และ ใจดี

ตอนที่จะไป Trip นครสวรรค์ เยี่ยม เฮียไฮ้ …ตอนนั้น อยากได้ที่เสียบที่จุดบุหรีมาก… พี่ติ๊ก อาสา บอกว่าให้ซ์้อมา จะติดให้ ..
“Relay ผมมีอยู่แล้วป๋อง … เดี๋ยวใส่ให้เลย….ทำเองได้ ไม่ยาก ไม่ต้องไปเสียตังส์เยอะ…”
น้ำใจงาม จากคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน แบบนี้ …ทำเอา ผมซึ้ง น้ำตาซึมครับ … งานการแต่ละคนมี ยุ่งเหมือนกันหมด แต่ พี่ชายคนนี้ ..ยินดี มานั่งทำให้…

เมื่อวันก่อนไปรับป้าย …ลองโทรหาพี่ติ๊ก ..เพราะทราบว่า office แกอยู่ไม่ไกลจาก Motoaholic โทรไปปุ๊ป แก อยู่ที่ร้านพอดี…
“ผมจะไปถึงในครึ่งชั่วโมงนี่แหล่ะ พี่ ..รอด้วยดิ ..คิดถึง” …  พูดเพราะรู้สึกอย่างนั้น จริงๆ เหมือนกับ เคยเจอกัน บ่อย

ผลจากการรอเจอผมวันนั้น …รถปิ๊กอัพ ของพี่ติ๊ก ที่จอดอยู่หน้าร้าน ..โดน lock ล้อไปเรียบร้อย โรงเรียนจีน สน. แถวนั้น
เสียเวลาวิ่งวุ่น …เคลียร์ ใบสั่งอยู่เป็นชั่วโมง…
พี่ติ๊กครับ …น้องกราบขออภัย …งามๆ ฐานเป็นสาเหตุ ให้พี่เสียเวลานะครับ …
โดนปรับวันวาเลยไทน์ ฉลอง วันสีชมพู ซะด้วย …  :P :P

เขียนมา … พี่ๆ อาจจะเริ่มหมั่นไส้ อยาก จะ เอาที่ใช้เข้าเกียร์ มาเขี่ย ผมแทน… แฮะๆ งั้น ไปเล่าเรื่อง “เพื่อน” อีกแบบ ที่ได้ มา ดีก่า…

เพื่อน ประเภท นี้ เข้าใจว่า เพื่อนๆ พี่ๆ คงเจอเหมือนกัน หมด … นั่นคือ เวลาไปรถติดตามไฟแดง …จะมีคน มาคุยด้วยครับ

คำถามพูดคุยก็จะประมาณว่า … “รถสวยนะ… ของ Kawa เหรอ …ไม่เคยเห็น…”

“…คันนี้กี่ CC …” หลังจากบอกไป ก็ จะทำ ปาก ” โอ้โห …ใหญ่เนอะ…”    อันหลังไม่รู้ว่า เค้าหมายถึงรถ หรือ หมายถึง “อะไร” ของผม… ^^

“…วิ่งเร็วสุดได้เท่าไหร่… “ อันหลัง ถาม คล้ายๆ ว่า อาชีพ พี่เค้า จะเป็นพวกนักแข่ง ที่ … ความเร็ว เป็น ปัจจัยหลัก ในการซื้อรถ…

เร็วสุดเท่าไหร่ ผมไม่ทราบ หรอกครับ …เข้าโค้ง ที่ 160 ก็ เสียว จะแย่ อยู่แล้ว…..

ข้อดี มีเยอะ ละ … เมื่อวาน …เพิ่งเจอข้อเสีย เหมือนกัน …

มาเจอ ตอนวิ่งในกรุงเทพฯ เนี่ย แหล่ะ เพราะ ตอนหลัง ผมใส่ กล่อง E21 ไปไหน เลยไม่ต้องคิด เพราะ มีที่ให้ใส่ของ แถม ขนาดกล่อง ก็ พอๆ กับ ระยะ Hand

แต่ ใส่กล่อง ยังไง ๆ มันก็ ไม่กล้า มุด เหมือน ตอนตัวเปล่า หรอกครับ …ดังนั้น เวลา เจอ รู แคบๆ ก็ไม่อยาก มุด เข้าไปกลัว กระเป๋า ไปสีโดนรถเค้า…

…กลัวกระเป๋าเป็นรอย น่ะ …เหอ เหอ….   อีกอย่าง ไปที่แคบๆ ล้มแปะไป อายเค้าแย่เลย…

เมื่อวาน ก็เจอ เหตุการณ์ นี้ครับ คือ วิ่งออกมาจาก Motoaholic จะไปสาธร …ระหว่าง จะเลี้ยวขวา เพื่อขึ้นสะพาน มันก็ ติด รถคันหน้า … ช่องมันแคบ แล้ว ไฟก็แดง….

“ปี้นนนนนน แตแน่ แตแน่ แตแน่ นนนนนนนนน” เสียงแตร สารพัดเสียง …ดังมาจากข้างหลัง …
มือคงไปโดนมัง เพราะ แตร ประเภท นี้ กดทีเดียว มันดัง ไม่เลิก…

“ปี้นนนนนน แตแน่ แตแน่ แตแน่ นนนนนนนนน” อ้าว …ดังอีก …. อย่างนี้ไม่บังเอิญ แล้ว … ผมหันไปดูด้าน ขวา แต่ ใส่หมวก เต็มใบ ทัศนวิสัย มันไม่กว้าง เลยไม่รู้ว่า เสียงมาจากคันไหน …

หันให้รู้ว่า …พี่ครับ ..พี่จะบีบ ทำไมครับ… ผมรำคาญครับ…..

สักพัก มีเสียง เหมือนคนมาตีที่กล่องข้างผม…”ตุ๊บ ๆๆๆๆๆ”
“หลบออกไป … หลบไปด้านขวาโน่น….” เสียง ดังออกมา ผมก็ไม่เห็นเจ้าของเสียงอยู่ดี พยายามหันไปมอง แต่ มุมมองมันไม่ได้ …. อยู่จุดอับพอดี

หน้ารถผมก็เป็นรูแคบๆ ครับ …รถต้องเล็กจริงๆ ถึงจะไปได้… ผมวิ่งมาสุดตรงนี้ แล้วไปไม่ไหว เห็นว่า ไฟแดงแล้ว …ก็หยุดรอ …
จำได้ว่ามีพี่เค้าเอา clip ที่ จอดแถวหน้า แล้วโดนปาดเรียบ และ แนะว่า มาจอดคัน ที่สาม สี่ ดีกว่า … ก็เลย ไม่รีบร้อนจะต้องมุดออก

“หลบไปด้านขวาซิ” เสียงโวยวาย ดังมาอีก ทีนี้ ผมเห็นตัวคนพูดแล้ว เป็นคนร่างเล็ก อายุน่าตจะ ห้าสิบกว่า..

ผมดูแล้ว ขวาของเค้า ผมเลี้ยวไปไม่ได้ ต้องถอย แล้วค่อยเลื่อน ข้างหลัง รถก็เยอะ ถอยไป ก็ต้องโดนคันอื่นแน่ๆ …เลยตอบไป
“เลื่อนได้ แต่ ต้องช่วยผมดึง หน่อยครับ …รถมันหนัก” …พูดเสร็จ รถทางตรง ไฟเขียว เริ่มขยับ แต่ เลนเลี้ยว ขวา ของผม ยังแดงอยู่ เจ้ารถ เจ้าของเสียงโวยวาย เลย ตีรถออกซ้าย …แทนที่จะ แซง ดันมาจอดข้างผม แล้ว โวยวายต่อ

“คุณมาจอดขวางทำไม พวกผมคนทำมาหากิน นะ ต้องรีบไป …” เสียง แบบว่าโกรธมาก หน้าตาไม่ต้องพูดถึง … เหมือนโกรธ กันมาทั้งชาติ ….

ใจเรานึก …เอ เราก็ทำมาหากินเหมือนกัน … นี่ก็จะรีบไปตามนัด …สายมากแล้ว… ไม่ได้มาขี่รถชมวิวนะเว้ย…

เหมือน เค้ากลัวว่า ผมจะไม่ได้ยินทุกถ้อยคำครับ…เลยชี้หน้าผม แล้วบอก ให้เปิดหมวก

“เปิดหมวก …เปิดหมวกออกมา… ” ชี้หน้าผม ท่าทาง want มาก … ผมเข้าเกียร์หนึ่งไว้ เลย ต้อง ตบเกียร์ว่าง แล้ว เลื่อน ขิว หน้าหมวกขึ้น …

“รถมันหนักพี่… ถอยได้ แต่ ต้องช่วยดึงหน่อย ..” ผมบอก

“หนักอะไร… รถพวกนี้ ผมขี่มาหมดแล้ว … พัน ซี ซ๊ ก็เคยขี่ แค่นี้ไม่หนักหรอก ” … พี่เค้าพูด ผมมองข้ามไป เห็นแกขี่ Honda Nova อยู่…ท่าทางแกคงจะเบื่อ รถใหญ๋ เลย เล่น ขนาดเหมาะกับตัวแก…

“เอ่อ …พี่ไม่หนัก …แต่ ผมหนักนี่ครับ…” ผมก็บอก น้ำเสียง ราบเรียบ….

“ขับรถมาขวางทางอย่างนี้ ใช้ไม่ได้…” แกตะเบ็งเสียง… พลังแกเยอะ หรือเกิน… มันก็ติดกันทุกคัน …เพราะ ติด ไฟแดง ไม่ได้ติดรถผมที่ไหนเล่า….

ท่าทางแก ต้องการให้เป็นที่จดจำ ของ ผู้ใช้ถนน ตรงนั้น จริงๆ ทั้งท่าทาง ทั้งน้ำเสียง… อยากเข่นฆ่า ให้อาสัญ จริงๆ …

“…ขี่รถใหญ่ ให้คนขื่นขม … อย่าขี่ให้คนเค้า อยากสู่สมทางเพศ เอ้ย  สมเพช” คำกล่าวของ ปรมาจารย์ ท่านหนึง แห่ง สำนัก CVT ลอยเข้ามาในหัว….

…..”ท่าทางพี่จะอยากมีเรื่องมากใช่มั๊ย”…. ผมถามไป ด้วยเสียงเริ่มดังขึ้นมา อีก 10 db

“อยากมีเรื่องมาก ไปจอดข้างหน้า …ตรงนี้ ทำชาวบ้านเค้ารถติด…” ผมบอกพลางชี้มือไปที่ มุมแยกตรงหน้า  เพราะเห็นสัญญาณไฟเขียว ติดขึ้นแล้ว…

… พูดพลาง วอร์มหัวไหล่ ต้นคอ และ กำปั้นไว้รอ…

…. เหตุ การณ์ เป็นยังไงกันต่อ…เดากันเอาเองครับ….

แต่ผมว่า นี่เป็น ข้อเสียของการขี่ Versys อย่างเดียวที่ผมเจอ จริงๆ ….

หมอไม่แทง


เมื่อวานไปหาหมอที่ศิริราชมาครับ …เพิ่งจะว่าง หลังจาก ล้มไปเมื่อวันที่ 22 มกราที่ผ่านมา
นับแล้วก็ 13 วันพอดี .. พูดง่ายๆ ว่า ผ่านไปสองสัปดาห์

อาการของเพื่อนร่วมทางทั้ง สอง ดีขึ้น เป็นลำดับ แต่ ตัวผมเอง กับดูแย่ลง…

ศอกซ้าย เริ่มมีอาการเจ็บๆ …จากเมื่อก่อนที่ดูว่ามันบวมๆ นูนๆ เฉยๆ
ส่วนเข่าซ้าย ที่เชื่อว่า สนับเข่าปกป้องเอาไว้ … จากที่เป็นรอยฟกช้ำ วันนี้ เหนือเข่าบวมเป็นลูกโป่ง…จับดูนิ่มๆ เหมือนมีน้ำข้างใน….

เสียงพี่หมอแม๊ค ลอยมา…”ป๋องกลับไปกรุงเทพฯ ให้หมอดูอีกทีนะ” พี่หมอแม๊ค บอกด้วยความห่วงใยตั้งแต่ นครสวรรค์
วันนี้มาตามคำแนะนำพี่หมอแล้ว … แฮะ แฮะ ถึงจะช้าไปหน่อย ..แต่ก็มาตามสัญญา

ศิริราชคลีนิคพิเศษ ช่วงกลางคืน คนไม่เยอะมาก ..ที่จอดรถหาง่าย อากาศก็สบายๆ ระบบการนัดหมายทีดี มาถึงก็ปรู๊ด เข้าห้อง x-ray ก้านคอ … ที่หมอ อยาก Follow ตั้งแต่ มาตรวจเดือนที่แล้ว … ว่า ข้อกระดูกคอ เริ่มเสื่อมหรือยัง
อายุเริ่มเยอะ…อะไรๆ ก็เริ่มเสื่อมครับ…
X-เสร็จ ได้เจอหมอ เล่าอาการ ศอก และ เข่า ที่ ว่าให้หมอฟัง หมอเซ็นใบสั่ง ต้อง ปรู๊ด ออกมา X-Ray อีกรอบ…
…เรียกได้ว่า วันนี้ X กันกระจายครับ …ได้รับรังสีมากพอ จนเกือบเรืองแสงได้เลยทีเดียว….

ระบบ online ใน ศิริราช ทำให้ ภาพ x-ray ถึงมือหมอ ก่อน คนไข้ จะเดินไปถึงซะอีก … หลังจากนี้ เป็น ผลการวินิจฉัย…
กระดูกก้านคอ …เริ่มเสื่อมดังว่า หมอนรองกระดูก บางชิ้น เริ่มทรุดตัว …วัดระยะออกมามีความแตกต่างจากตัวที่ดี เป็นมิล เลยครับ … คำวินิจฉัย นี้ เลย ทำให้ผมนึกภาพ หมวกกันน๊อค แบบ คาร์บอน เคฟล่า …ที่เบา และ ปลอดภัย … มียี่ห้อ ลอยเข้ามา สองสาม ยี่ห้อ …
อีกชิ้นคือ การ์ด ที่สวมไว้ ป้องกัน คอ เวลาขับรถ … เพราะ ถ้าเกิดกระทบกระทั่ง จะได้ ลดความรุนแรงลง … ไม่รู้ว่า ตัวนี้ มันจะช่วยรับน้ำหนัก หมวกให้มาอยู่แถวไหปลาร้า หรือ หัวไหล่ บ้างหรือเปล่า เพราะ เห็นพี่คนนึง ใส่มาด้วย ตอนออก ทริป V day
… สรุปแล้ว ไม่ได้นึกถึงอะไร เลย นึกแต่ อุปกรณ์ ขี่มอเตอร์ไซต์ ..เรียกว่า ยังไง ยังไง ก็จะขี่….(ไม่เข็ด)

มาถึงข้อศอกบ้าง… ผลการ x ray หมอ สงสัยว่าน่าจะมีรอยร้าว ..แต่ ฟิลม์ ก็มองไม่ชัด
…” ไม่ซื้อครับ   ผมไม่ซื้อ … “ หมอ พูดออกมา ระหว่าง เพ่งดู ฟิลม์ หน้านิ่วคิ้ว ขมวด
“ผมไม่ได้ขายอะไรนะครับหมอ … หมอ ไม่ซื้อ อะไรเหรอครับ” … ผมถาม ดวงตาเหม่อลอย ..เป็นอย่างนี้ ประจำเวลามาโรงบาล สงสัย จะเป็นปฏิกริยา กับ กลิ่นแอลกอฮอล์ ในโรงพยาบาล
“ผมหมายถึงว่า ผมไม่ซื้อ idea ที่ว่า มันร้าวน่ะครับ …เพราะ ภาพมันไม่แสดงว่าอย่างนั้น  อีกอย่าง มันสองอาทิตย์ แล้ว กระดูกน่าจะเชื่อม ต่อกันแล้ว ….หมอว่า คล้องผ้า ไปดีมั๊ย…” หมอ สรุปอย่างรวดเร็ว
“ผมขี่รถมาครับ … คล้องไม่ได้ ..ไม่ต้องคล้องหรอกครับ …” เอ๊ะ นี่ วินิจฉัย แทนหมอ เลยนะ …เก่งขนาดนี้ แล้ว ตรู จะมาหาหมอให้เสียเงินเล่นทำไมฟะ
“ไม่คล้องก็ได้ แต่ ตอนนี้ ต้องงด การใช้แขน นะ อย่าง วิดพื้น ยกของหนัก  นี่งดไว้ก่อน “ … การต่อรองเป็นผล ครับ …หมอยอมให้
“แล้วค่อยมาตามดูกันใหม่ “ หมอบอก
อันนี้ ผมนึกไม่ออก ว่า คราวหน้า จะปรับปรุงอย่างไร เพราะ ที่ไปก็ใส่เสื้อมี การ์ด ที่ศอกแล้ว …แต่เป็นการ์ดนิ่ม… ไม่รู้ ถ้าการ์ดแข็ง จะดีกว่านี้มั๊ย…
…ถือว่าหมดไปอีก case

อันสุดท้าย เข่าบวม
อาการนี้แปลก เพราะ เพิ่งมาบวมเอา สามสี่วันหลัง … ด้วยประสบการณ์ เอ็นไขว้หลัง ขาด ..ทำให้รู้ว่า ถ้าบวมอย่างนี้ ต้องมาให้หมอ เจาะ เอา น้ำ หรือ เลือดออก… จะได้บรรเทาการบวม
ดูเหมือนว่า case นี้ ทำเอาหมองง ..เพราะ ทำไม มันมาบวมอาทิตย์ที่สอง … ไม่ได้เจ็บ ได้ปวดด้วย บวมเฉยๆ
“ผมมีรูป เข่า ตอนล้ม ดูมั๊ยครับหมอ” … พยายามช่วยหมอ วิเคราะห์ อย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ได้ส่วนลดจากหมอแน่ๆ
“เอาซิครับ “ … หมอ บอก …คงเริ่มนึกไม่ออกแล้ว เพราะ ข้อมูลตอนนี้ มันไม่มีอะไรบ่งชี้

ผมหยิบเจ้า Galaxy SII มา เลื่อนปรู๊ดๆๆ หารูป ที่ถ่ายไว้ ตอนล้ม …ภาพ เข่า มีรอย จากสนับ รูดไปอยู่ด้านหลัง ขัดหัวเข้าจนเงาวับ …แถม รอย ช้ำๆ แสดงอย่างคมชัดบนหน้าจอ super Amoled ชัดเป๊ะ
“ฮ้า…หมอ อุทานแบบดีใจ… อันนี้ชัดครับ …เลือดออกที่กล้ามเนื้อ แล้ว เลือดมันคั่ง ตอนนี้ เลือดมันโดนขับออกไปแล้ว เลยเหลือแต่น้ำ …บวมๆ “… หมอบอกออกมาเป็นชุด เหมือน เจอ case ที่คุ้นเคย
“ไม่เจาะออกหน่อยเหรอครับ …” ถามหมอ เพราะ ตั้งใจมาให้หมอเจาะ
“เจาะทำไมล่ะ …ให้ร่างกายมัน resolve ไปเอง …ไม่ต้องเจาะหรอก …เจ็บตัวเปล่าๆ”  เอ้า.. เป็นงั้นไป …ตอนไปโรงบาลเอกชน เจอแบบนี้ หมอ เจาะก่อนแล้ว…แต่ที่นี่ ..หมอไม่ชอบเจาะครับ
ไม่เจาะก็ไม่เจาะ เก็บไว้คลึงเล่น สักสองสามวันละกัน … อย่าโตกว่านี้ละกัน … เดี๋ยวใส่กางเกงไม่ได้

Case ที่เข่า นี่ก็เตือนใจ ให้ ดูเรื่องสนับเข่า กันนิดครับ …ผมใส่ไปเต็มที่ครับเป็น สนับแบบ สวมทับกางเกงอีกที งานนี้ ได้มารับแรงไว้ … (ยังเก็บรอยไว้เป็นที่ระลึกเลย) แต่ เวลาเจออุบัติเหตุ ตัวสนับมัน พลิกไปด้านข้างเลย
พี่วิทย์ แนะนำ ตอนไป Trip นครสวรรค์ครับ ว่า ให้หาถุงเท้ายาวๆ ใส่ แล้วใส่สนับเข้า ก่อนจะหากางเกงยีนส์ สวมทับอีกที

“รับรองอย่างนี้ ไม่มีพลิก” พี่วิทย์ บอก เสร็จแล้ว ก็ตบ กางเกงยีนส์ ขาดๆ ของแก ที่แฝง สนับเข่า ที่แข็งแกร่งไว้ข้างใน…ดังปุ๊บๆๆ

ไอ้ที่แข็งแกร่งกว่า สนับเข่าของพี่วิทย์ … อีกชิ้นนึงที่เก็บไว้ในการเกงยีนส์ ตัวเดียวกันนั้น ..พี่วิทย์ ปกป้องไว้ด้วยอะไร ..ก็ไม่ได้บอกครับ….เหอ เหอ

ออกจากหมอ หมดค่ายาไปหลายพัน พร้อมกับ ยาอีกถุงเบ่อเริ่ม….กินอิ่มแทนข้าวได้เลย
สรุปว่า ผมสุขภาพแข็งแรงดี…และ กำลังจะหายในเร็ววันคร้าบบบบบบ

Trip 03/2012 ปลดล๊อค Run in ไป นครสวรรค์


ตอนที่หนึ่ง …สายแต่ก็ทัน…

ผมสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นมาทั้งๆ ที่ฟ้ายังมืดอยู่….

อารมณ์งัวเงีย..สมองเริ่มทำงาน…บอกตัวเองว่านี่มันเช้าวันเสาร์… เหลือบไปมองนาฬิกา ..ตีห้า ห้านาที…ตายห่า…แล้ว

ตาลีตาเหลือก …สปริงตัว ลุกจากที่นอน… ลางสังหรณ์ จากเมื่อวานว่าวันนี้อาจ”ลืมตื่น” ทำให้ ทุกอย่างจัดเรียงไว้เป็นลำดับตั้งแต่หน้าห้องน้ำ

กางเกงลิง – กางเกงยีนส์- เสื้อยืด-ถุงเท้า- สนับเข่า-jacket-ถุงมือ-หมวกโม่ง-หมวกกันน๊อค-รองเท้า ถูกใส่เรียงตามลำดับ ในเวลาไม่กี่นาที

หลังจากล้มมาที..ตอนนี้เปลี่ยนแนวคิด เอาเงินและความคิดที่จะแต่งรถ มาเน้นแต่งตัวซะก่อน วันนี้เลยแต่งตัวซะครบ…ด้วยความเห่อ เที่ยวนี้ เลยได้ประเดิมถุงมือ และ รองเท้าคู่ใหม่ ออกมาใช้งาน

ใช่แล้วครับ วันนี้ 28 มกรา Versys มี ทริปพิเศษ ทริป “ห่วงใย” วิ่งไปหาเฮียไฮ้ ถึงนครสวรรค์ โดยนัดกัน หกโมงเช้าที่ปั๊ม ปตท บางประอิน

จากบ้านผม ไปบางประอิน เที่ยวที่แล้วเอาน้องพี ( PCX ) วิ่งมา ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง …เลยกะเวลาไว้เท่ากัน เพราะไม่กล้าขับเร็ว ยังไม่ค่อยชินรถเท่าไหร่…แต่ตื่นเอาป่านนี้ เหลือเวลาแค่ สี่สิบนาทีเอง

รีบเปิดประตูบ้านเอา “น้องซี๊ดสส์” ออกมา กดปุ่ม Start …เสียงเครื่องทำงานนุ่มๆ …เข็มวัดรอบตีขึ้นมาที่สองพันรอบ..เพื่อเร่งให้เครื่องร้อน….

ใจคนร้อนกว่า …โดดขึ้นรถได้ ก็เข้าเกียร์วิ่งออกไปเลย…..

ถนนวิภาวดี ตอนตีห้าวันเสาร์ นี่ เงียบสงบ มีรถวิ่งบ้างประปราย… เจ้า Versys สีเหลือง วิ่งโร่มาเลนขวา…จู๊ดเดียว เลี้ยวเข้าปั๊ม ปตท ตามที่ตั้ง พิกัดไว้บน speednavi…สายตามองไปที่นาฬิกา

05:57 …มองไปที่จุดนัดพบ…ไม่มี Versys สักคัน… ตายล่ะหว่า..มาผิดปั๊มละมั๊ง

 

ตอนที่สอง …ยังไงก็รอ

มาทริปนี้ ขี่มาคนเดียว…ใครจะมาบ้างก็ไม่รู้ …เบอร์โทรพี่ๆ ใน คลับ ก็มีไม่กี่คน …รู้อยู่อย่างเดียวว่า พี่หมอแม๊ค มาด้วยแน่ๆ
..รีบกดตัวเลขจิ้ม จิ้ม …เพื่อโทรหา  ในใจนึกว่า …ถ้ามาผิดปั๊มจริงๆ ขอให้พี่เค้ารอหน่อยเหอะ

….”ตู๊ดดดดดดดด  ตู๊ดดดดดดดด ตู๊ดดดดดดดดด….” ผ่านไปหลายตู๊ด… หน้าคนโทรเริ่มเป็นตูด…ทำไมพี่หมอไม่รับสาย…

ในใจนึกดู.. เอาเราก็ตั้งพิกัด GPS ตามที่บอก มันก็พามาตรงปั๊มนี่หว่า…หรือว่าตั้ง พิกัดผิดระบบ มันระบบ DMS หรือ ระบบ DD หว่า ….(อ่านแล้วงง ไม่ต้องตกใจ หา

อ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ที่ http://www.smart-mobile.com/forum/viewtopic.php?f=139&t=174585)

ระหว่างงงๆ ก็ได้ยินเสียงวิทยุดังขึ้นในหมวก  …”Versys วอ สอง Versys วอ สอง…”

ผมรีบหยิบหมวกกันน๊อค LS2 ที่ผลิตจากหนึ่งในห้า ประเทศมหาอำนาจ ของโลก ขึ้นมา พูดกรอกลงไปในหมวก …”ฮาโหล ฮาโหล …นี่ป๋องครับ…อยู่ที่ไหนกันครับ…” ศัพท์แสง วิทยุ ใช้ไม่เป็นครับ ..เล่นภาษาลูกทุ่งนี่แหล่ะ ไม่งงดี

“ผมหนุ่มสายรัดครับ…อีก หนึ่งกิโล มาถึงปั๊มครับ….” เสียงพี่หนุ่ม ดังมาตามหมวกกันน๊อค …ใครผ่านมาเห็นตอนนี้ คงว่าผมบ้า เพราะ พูดกับหมวก…

“ไม่เห็นมีใครมาเลยครับ…ผมมาถูกปั๊มหรือเปล่า…” ถึงแม้จะได้ยินเสียง แต่ ก็ยังไม่มั่นใจว่ามาถูกปั๊มหรือเปล่า

“เห็นใครมาแล้วหนึ่งคน …นั่งอยู่ครับ… “ เสียงพี่หนุ่มสายรัด …แว่วมาอีก …ผมเงยหน้าขึ้นมองออกไป เห็นรถพี่หนุ่มกำลังวิ่งเข้าที่จอด

“ผมเองครับ …ป๋อง มีอยู่คันเดียวนี่แหล่ะ …” เท่านั้นพี่หนุ่มก็ถึงบางอ้อ….
จากที่คิดว่า จะโดนทิ้งเพราะมาสาย …กลายเป็นมาคนแรก ซะงั้น …เหอ เหอ สักพัก ทีมก็เข้ามาสมทบ …มากันทั้งหมด 8 คัน…

“ผมกลัวจะมาไม่ทันซะแล้ว …เมื่อกี้ เลยบิดมาซะเร็วเลย… “ บอกกับพี่หมอแม๊ค …จ่าฝูง…จะอวดซะหน่อยว่า ขับเร็ว

“…เฮ้ย…ไม่ได้นะป๋อง … ไม่ต้องรีบ …ยังไงพวกเราก็รอ…” พี่หมอแม็ค ทำหน้าดุๆ …ดูจากสายตาแล้ว..เหมือนจะบอกว่า เพิ่งจะล้มมา ไม่เข็ดหรือไง…

“ไม่ค่อยเร็วมากหรอกครับ…” เสียงอ่อยๆ …. “ยังไม่พ้น รันอิน…”   เสียงสุดท้ายเบามาก….

 

ตอนที่สาม  Stopper

มาทริป กับ Versys ที่ไร …ก็จะได้เห็นรถแปลกๆ มาเข้ากลุ่มทุกทีไป…

ครั้งนี้ มี BMW GS1200 ของพี่โจ้ บางบอน …หนุ่มรูปหล่อ ท้วมๆ หน้าตายิ้มแย้ม น่ารัก เหมือน ตุ๊กตาหลวงจีน … มาร่วมก๊วนด้วย

พี่โจ๊ นี่ จำได้ว่า ทริปไปแม่สอด เคย ไปยืนคุยด้วยอยู่พักใหญ่ เที่ยวที่แล้ว พี่เค้าขี่ Versys มากับเพื่อนๆ ที่ขับ BMW

มาเที่ยวนี้ …เพื่อนๆ ขับ Versys มา พี่แก ก็เลยเอา BMW มาขับ … ผมว่า พี่โจ๊ นี่ แกต้องมีความ ไม่พอดี ในความพอดี แน่ๆ … เพราะ ดูแล้ว ..แกไม่ชอบทำอะไร กลมกลืน …

คราวหน้า ต้องแกล้ง ให้เอา BMW มาครึ่งนึง แล้ว Versys ครึ่งนึง…ดูซิ ว่า พี่เค้าจะเอาอะไรมา… เหอ เหอ

แสนยานุภาพของ GS 1200 ใครเคยสัมผัส คงทราบว่า …ของเค้าแรง
มาเที่ยวนี้ …หลายคน ที่ขับมาด้วยได้ประจักษ์กับสายตา… ว่าแรงจริง

ระหว่างวิ่งเป็นกลุ่ม …พี่หมอแม๊ค..จะรับหน้าที่เป็นจ่าฝูง ส่วน พี่โจ้ เป็น wingman ให้อีกที บิน เอ้ย วิ่งอยู่หมายเลขสอง
พวกเราวิ่งเลนขวาเป็นขบวน มุ่งหน้าไป จุดนัดพบที่สอง

ปกติผมขับรถคันเดียวจะชอบวิ่งซ้าย แล้วปล่อยรถแซง แต่ มากับ ทริปแบบนี้ …สังเกตว่าขบวนจะวิ่งขวาตลอด …แรกๆ ก็อึดอัด เพราะบางทีเกรงใจ รถที่ขับมาเร็วๆเหมือนกัน…เพราะเหมือนเราไม่หลบ…

ได้รับคำอธิบายจากพี่หมอแม๊คว่า … วิ่งซ้ายที ขวาที เอาเข้าจริงๆ มาเป็นกลุ่มมันอันตรายกว่า เพราะ ดีไม่ดี เกี่ยวกันล้มไป จะไม่งาม
สู้วิ่งดุ่ยๆ ขวาอย่างเดียวอย่างนี้ดีกว่า …อีกอย่าง เลนซ้าย เป็นที่รู้กันว่าถนนจะไม่ค่อยดี…เจอหลุมตอนวิ่งเร็วๆ เดี๋ยวจะไม่จืด

ดังนั้นเวลาวิ่งไปเจอรถช้าวิ่งขวา … พี่หมอแม๊คจะค่อยๆ วิ่งเข้าไปข้างหลัง แล้วเปิดไฟ Hazard กระพริบบอก …รถส่วนใหญ่เห็นแบบนี้ก็หลบให้แทบทั้งนั้น…

“99% จะหลบให้เลย…เค้ารู้ ” …หมอแม๊คบอก

อีกอย่างที่เห็นคือ  …ทุกครั้งที่ รถหลบจากเลนขวาเข้าซ้าย ให้ ขบวนเราแซง …พี่หมอแม๊ค จะแซง และหันมา ยกนิ้วโป้งมือซ้ายให้เป็นการ ขอบคุณ และ ชมเชย ที่มีน้ำใจ …
ยกนิ้วโป้งให้..ไม่ยกให้เปล่าๆ แต่ มีโค้งตัวงอ …นอบน้อมมากๆ…. มองดูแล้วเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง….

ผมอมยิ้ม…และ ปลื้มใจไปด้วยทุกครั้ง ที่มี จ่าฝูง มารยาทดีแบบนี้….

ระหว่างที่กำลัง ปลื้มอกปลื้มใจ ขี่ไปอมยิ้มไป …เสียง วิทยุ ก็ดังขึ้น…

“ระวัง ปาเจโร่ สปอร์ต สีขาว แซงขึ้นด้วยความเร็ว ด้วยครับ …” เสียงใครไม่รู้ แต่ รู้ว่ามาจาก คันหลังแน่ๆ

ผมมองไปที่กระจก… ใจหายวาบ เจ้าปาเจโร่ อยู่ใกล้รถนิดเดียว เหมือน จงใจ จะขับเบียดให้สองล้ออย่างเราเสียวเล่น…

”ป๋อง…ป๋อง! ระวัง รถทางซ้าย…!” เสียงจากด้านหลัง เข้าใจว่าเป็นเสียงพี่หนุ่มสายรัด….

“ฟิ้ว….” เห็นข้างรถผ่านไปไวๆ …ลมที่รถแหวก ปะทะตัวให้รู้สึก …ใกล้ขนาดนี้ …แถวบ้านบอกว่า ขนตูดไหม้ไปแล้ว…

พี่โจ้ GS 1200 คงเห็น อาการ “เกรียน” จากรถคันดังกล่าว ดังกล่าว … แกยกมือชี้หน้าไปที่คนขับ ผมเดาว่า ปากแกคงขมุบขมิบไปด้วย แล้วบิดเครื่องแยกฝูงตามรถค้ันน้นออกไป ……หายไปกับกลุ่มหมอกข้างหน้า….

เอาละซิ….Stopper ของเรา…ออกทำงานแล้ว…..

 

ตอนที่สี่ … ชิว ชิว

พี่โจ้หายไปกับ pajero คันนั้น …ได้สักพัก ก็วิ่งมาจากด้านหลัง มาสมทบ กับ ขบวน…

ผมทิ้งความแปลกใจเอาไว้ ให้คิด เพราะ เห็นพี่โจ้วิ่งไล่ไปข้างหน้า …แล้ว ดันกลับมาสมทบ จากด้านหลัง …ไม่อยากคิดเลยว่า GS 1200 มันจะแรงขนาดวิ่งรอบโลกมาน๊อครอบได้ในเวลาไม่กี่นาที….

แกคงหายไปจัดการกับเจ้า ปาเจโร่คันนั้นแหล่ะ …ซึ่ง ชะตากรรม รถคันนั้น เป็นยังไง ไม่มีใครรู้ …รู้แต่ว่า พี่โจ้ กลับมาด้วยอาการครบ 32

มาถึงปั๊ม…ปตท อีกที่นึง ..ที่นี่จะมีพรรคพวกมาสมทบเพิ่ม
รถมาถึงปั๊ม ก็เริ่มเติมน้ำมัน กัน … ผมเองรีบวิ่ง เข้าห้องน้ำ …ไม่ได้ไปฉี่ แต่ เข้าไปล้างหมวก
การขับรถยามเช้า นอกจากจะได้วิญญาณนักบิดแล้ว … ผมยังได้ อารมณ์ ฆาตกรร้อยศพ ไปด้วย เพราะ มีชีวิตเป็นร้อยๆ ได้พลีชีพ ติดอยู่บน ชิวหน้าของหมวก เต็มไปหมด….
ใครเคยออกทริปตอนเช้าๆ นี่คงรู้ว่า ไม่สามารถ เลี่ยงเรื่องแมลงไม่ได้เลย แล้วขับความเร็วขนาดนี้ … โดนเข้าไป อะไรๆ ก็คาที่ ทั้งนั้น …

แต่แปลกใจ ไม่เห็นคนอื่นเค้ามาล้างหมวกอย่างเราเลย… เห็นยืนคุยกัน สบายๆ …เอ หรือ ว่าเค้าชินกับการ มองผ่านแมลงกันแล้วหนอ…

“เปลี่ยนชิว เหอะ… เสียงหล่อๆ ดังมาจากข้างหลัง เหมือนจะรู้ว่างง… อ้า…พี่ตุ๊กกี้ เซเลบของเรานั่นเอง… ” เปลี่ยนชิว ขับสบายกว่า…” พี่ตุ๊กบอก พร้อมกับทำหน้าหล่อ

“ชิว สำคัญ …ป๋อง .. ไม่งั้นเวลาขี่จะเหนื่อยกว่าคนอื่น…” พี่หมอแม๊ค มา confirm ด้วยอีกคน

…ในใจเราคิด..ผมไม่เหนื่อย ผมยังหนุ่ม …แฮ่

“เห็นป๋องแล้ว …ขี่เร็วๆ … หัวสั่นเลย..คนอื่นขี่กันสบาย.. เพราะ ชิวยาว…” อืม พี่หมอแม๊ค ต้องมีตาหลังแน่ๆ ขี่ด้านหน้า ยังมองเห็นเราข้างหลัง แต่สงสัยจะจริง เพราะ วิ่งต้านลมอย่างนี้ มันสั่นจริงๆ สั่นไปหมดทุกหัวเลย…

ออกทริป …อยากชิวๆ ต้องเปลี่ยนชิว…ท่องไว้

 

ตอนที่ห้า สวัสดีเฮียไฮ้

รถ ER6N พร้อมคนขับท่านั่งแปลกๆ วิ่งผ่านมาหน้าปั๊ม

ที่ว่าแปลก เพราะ แทนที่จะวางเท้าไว้ตรงตำแหน่งวางเท้าคนขับ แต่กลับวางไว้ตรงตำแหน่งวางเท้าคนซ้อน….

ท่าขี่แบบนี้ …วัยรุ่นเห็นยังมีต้องหลิ่วตามอง …ชาว Versys ย่อมไม่พลาด มองตามด้วยเหมือนกัน…รถ ER วิ่งมาจอดอยู่ในกลุ่ม…

พอคนขับถอดหมวกออกมา …ปัดโธ่ นึกว่า วัยรุ่นที่ไหน ที่แท้ พี่วิทย์ นี่เอง…คนเดียวกันกับ คนที่เที่ยวที่แล้ววิ่งจน โซ่ขาดกระจุย…และเป็นคนที่มาช่วยผมตอนที่ล้มนั่นแหล่ะครับ …

พี่วิทย์รุ่นใหญ่ เกษียณแล้ว ขี่รถเที่ยวเล่นอย่างมีความสุข ไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไปเลย…
พี่วิทย์จำผมไม่ได้ในตอนแรก แต่ พอเห็นรองเท้าที่ใส่ก็จำได้ทันที เพราะ เพิ่งจะเอาเจ้านี่ไป post ไว้ ในเรื่อง “อย่าลืม เกิบ” (ลองแวะไปอ่านครับhttp://www.clubversysthailand.com/index.php/topic,1872.0.html)

ขบวนตอนนี้เพิ่มขึ้นอีกสองคัน ทั้งกลุ่มวิ่งเข้าตัวเมืองนครสวรรค์ กันตอน เก้าโมงเช้าพอดี… ตามเวลาเป๊ะๆ

ส.ยานยนต์ อยู่ทางด้านซ้ายมือ มีรถมาจอดรออยู่ นับไปมารวมแล้วได้ 14 คัน
เฮียไฮ้ หน้าตายิ้มแย้ม ออกมาต้อนรับ…พร้อมกับเล่าอาการ ให้ฟัง
เจ๊…เอา หมวก และ การ์ด ที่เสียหายจากการล้มมาให้ดู …ต้องบอกเลยว่า ลงทุนเข้าไปเถอะครับ อุปกรณ์พวกนี้…ได้ใช้ที ก็คุ้มแล้ว….(แต่ไม่ได้ใช้จะดีกว่าครับ)

 

ตอนที่หก… ปลด Lock “Run in”

ที่ศูนย์บอกไว้ตอนออกรถ ว่า อย่าวิ่งเกิน 6000 รอบในช่วง Run in ครับ

…อึดอัดมาก…. เพราะ นั่นหมายถึง 120 km/hr โดยประมาณ

ผมวิ่งมาถึงนครสวรรค์ เหลือบมองที่ไมล์ พันนิดๆ แล้วนี่… เปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่นี่เลยละกัน…ว่าแล้วก็บอกเจ๊ ให้ช่างช่วยดูให้
นอกจากคันผมแล้ว คันพี่เล็ก ก็ เช็คเหมือนกัน แต่ ขานั้น เช็คระยะเป็นหมื่น…

อู่เฮีย สะอาดสะอ้าน ช่างก็ดูมีประสบการณ์ สูงดี…ไม่ถึงชั่วโมง ก็แล้วเสร็จ …บิลออกมา …เลขมงคลครับ  1113 บาท เลขเดียวกับ ท้ายเบอร์ โทรศัพท์ผมเป๊ะ

เลขผม             085 071 1113       ครับ…ใครจะ mem ไว้คุยใน Whatapp หรือ Line ก็ยินดีนะครับ…ส่วน Facebook มี link ให้ที่ท้ายกระทู้…แฮ่ แฮ่ โฆษณา ซะเลย

ทริปนี้นอกจาก จะไปเยี่ยมเฮียไฮ้ แล้ว หลายคันก็ไปเที่ยวกันต่อครับ
ส่วนผมและพี่หมอ พี่วิทย์ และ พี่ตุ๊กกี้ แล้วก็พี่โจ้ กลับบ้านก่อนครับ

พี่ตุ๊กกี้ กลับก่อนเพื่อน เพราะต้องไปให้ทันนัดที่เขาใหญ่ …เหลืออีกสี่คัน ก็วิ่งกลับกันมาสบายๆ

มาถึงอยุธยา ..พี่หมอต้องรีบไปเข้างาน…เลย แยกตัว แยกจริงๆ เพราะ พอออกจากปั๊ม ก็หายวับ…เหลือผมกับพี่วิทย์ เกี่ยวก้อยกันมาจนถึงกรุงเทพฯ
กลับมาถึงกรุงเทพฯ เมือง รถติดน่าเบื่อครับ….วิ่งถึงบ้านปั๊บ โทรศัพท์ดังปุ๊บ…จากพี่หมอแม๊ค
“ถึงบ้าน…ปลอดภัยครับพี่…” รีบรายงาน ให้พี่หายห่วง….

จ่าฝูงเราน่ารักจริงๆ …ผม confirm

 

 

รองเท้าขี่มอเตอร์ไซต์


ตอนอยู่อีสาน…เค้าเรียก รองเท้า ว่า “เกิบ” ครับ …
ไปไหน ก็ ต้อง ใส่เกิบ จะมาเดินเท้าเปล่ากันไม่ได้…

พอโตขึ้นเล่่นกีฬา ..ก็ต้อง เลือก “เกิบ” ให้เหมาะ …
เหมาะ กับ ประเภท กีฬา และ เหมาะกับ …ฐานะทางการเงิน…

ที่ต้องดูฐานะทางการเงินด้วย..เพราะ หลังๆ เกิบ บางชนิดนี่ เกิน สี่หลัก ไปแล้ว…

เตะบอล ก็ ต้อง ใส่ สตัดส์
ตีแบด ..ก็ ต้องพื้นยาง
เทนนิส ก็ต้องมี เสริมข้อมาหน่อย
เล่นบาส นี่ต้องหุ้มข้อเลย…หลังๆ เอามาใส่เที่ยว ใส่เรียนด้วย
ดำน้ำ ก็ต้องมี ตีนกบ…

.
พอจะทราบๆ มาว่า รองเท้า มอเตอร์ไซต์ หรือ ที่เรียกว่า Motorcycle boot นี่ ก็เป็นรองเท้า ที่ออกแบบ มาให้ทนทาน ต่อก่ารเสียดสี โดยมักจะเป็นหนัง … โดยออก แบบด้านปลายเท้าให้ต่ำ เพื่อเอาไว้ เข้าเกียร์ได้ง่าย …และ ก็ จะมีพวก “รับแรง” กระเทก ที่ออกแบบมาไม่ว่าจะเป็นชิ้นหนัง พลาสติก หรือ โลหะ ติดไว้ตามจุดสำคัญ
ใส่แล้ว มีประโยชน์คือ ป้องกัน การบาดเจ็บ ที่สำคัญๆ ได้ครับ…  อีกอย่างคือ ถ้าเลือกแบบดีๆ ใส่แล้ว “หล่อ” เลย

พอมาขี่ มอเตอร์ไซต์ นี่แรกๆ ก็ไปหารองเท้า ที่ ดูแล้ว ออกแบบ ลาย สปอร์ต มาใส่ครับ ..
ใส่แล้วหล่อจริงครับ.. แต่ มีความรู้สึกว่า มันจะ ไม่ safe เท่าไหร่

พี่หนุ่ม Mr.Sunday มีแนะนำ เรื่องรองเท้า ให้ ดูดีๆ และ ถ้า เริ่มต้น หารองเท้า ที่ ออกแบบไว้เดินป่า แบบยี่ห้อ hi tech  ก็ได้ครับ…
บังเอิญว่า ผมเอง ก็ จัดมาใส่ทำงานในรองงานคู่นึง เหมือนกัน เพราะ เป็นแบบ ออกแบบไว้รับ แรงกระแทกตรงนิ้วเท้าได้ระดับหนึ่ง …

แต่ ดูจากเวลามี อุบัติเหตุ แล้ว .. รองเท้า ที่เหมาะกับ มอเตอร์ไซต์ จะเหมาะสุดครับ เพราะ ออกแบบมาเฉพาะ
วันก่อนที่ไป แม่สอด ผมก็จัดรองเท้า ธรรมดาครับคู่นี้ครับ ..ล้มมา โชคดีว่าไม่เป็นอะไร เพราะ เท้าไม่ไปโดนอะไร

ความหน้า กลัวไม่โชคดีอย่างนี้ครับ… ยิ่งช่วงนี้ได้รถใหม่มา ..อยากแต่งรถมาก… ได้คำแนะนำจากพี่ๆ ให้แต่งตัวกันก่อน เลยเปลี่ยนจาก แต่งรถ มาเป็น เน้น แต่งตัว แทนครับ…
จะต้องเสียตังส์ ก็ ต้องมาหาความรู้ เลยได้ความรู้นิดๆ หน่อยๆ มา ว่า
รองเท้า ที่ขายๆ อยู่ในร้าน จะเห็นบ่อยๆ อยู่สามประเภท

แบบ Touring เป็นรองเท้า ที่ออกแบบไว้ขับบนมอเตอร์ไซต์ ที่วิ่งบนพื้นแข็ง ความสูง ปกติ ก็ สูงประมาณ 10-14 นิ้ว และ ด้วยความที่ม้นสูง ดังนั้น การสวมใส่ จะใช้ตัว Velcro หรือ ตีนตุ๊กแก ช่วยในการ รัดให้แน่นหนา ตัว Touring จะออกแบบสี ไม่หวือหวา เหมือน Racing ครับ โดย จะเน้นเป็นสีดำ ซะส่วนใหญ่ …
รองเท้า ประเภทนี เหมาะ กับ ชาว Versys มากครับ

แบบ Racing แบบนี้ คล้ายๆ กับ แบบ Touring ใช้กับถนนพื้นแข็ง ทั่วไป ส่วนใหญ่จะสูง 10-14 นิ้ว ครับ จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยลดการบาดเจ็บ มากกว่า Touring เพราะ มองว่า ใช้ที่ความเร็วที่สูงกว่า ที่สำคัญ สีสัน เหมาะสำหรับคน วัยแรงครับ

แบบ Motocross แบบนี้ จัดหนักครับ ใช้กับ off road ออกแบบมาป้องกัน ตั้งแต่ เท้า ยัน หัว ..หัวเข่า น่ะครับ… โดย จะ สูงประมาณ 16 นิ้ว … ตัวรองเท้าพอสูง จะใส่ยาก เลยออกแบบให้ เปิดได้ตลอดขา และจะมีสายรัด strap ประมาณ 4-5 อัน เพื่อให้ใส่ได้ง่าย … ประเภทนี้ คงไม่เห็นใครใส่มาออกทริป แน่ๆ …เพราะ แรงมาก…

แบบอื่นๆ …ที่ อาจไม่ค่อยเห็น บ่อยนักก็จะมี

Police boot อันนี้ ตำรวจฝรั่ง จะเห็นบ่อยครับ ..ของไทย ต้อง งานใหญ่จริง ความสูง 18-21 นิ้วกันเลยทีเดียว

Engineer boot อันนี้ เป็นของ engineer ของรถ นะครับ … ไม่ใช่ Engineer ทั่วไป .. ไม่ค่อยเห้นครับ ปกป้องกันขีดสุดเลยทีเดียว โดยเฉพาะ กันความร้อน จากท่อไอเสียด้วย  ยาวสุดนี่ 38 นิ้ว …แต่ที่ใช้กันปกติ ก็ 10-18 นิ้วครับ…
สูงกว่า 38 นิ้ว นี่ ผมว่า ..ปกป้อง ง่ามตูด กันได้เลยนะครับ

Harness boot   อันนี้จะคล้ายกับ Engineer boot มาก  …(คล้ายกันมากแล้วจะแยกกันทำไม ไม่รู้เนอะ)   เห็นชื่อ เป็น Harness แต่ ขี่มอเตอร์ไซต์ เหมือนกัน ตัว Harness boot นี่ จะกันความร้อน จากท่อ และ เครื่องได้ดีพิเศษครับ… รับรอง ขนหน้าแข้ง ไม่ ไหม้.. 555 ใครหามาใส่ดูก็ดีนะครับ ..ทำแต่สีดำ ..กับตอนหลัง มีสีน้ำตาลออกมาบ้าง

..พอได้ความรู้บ้าง ก็เข้าร้านเลยครับ .. ผมท่องเอาไว้ว่า ..
1. ต้องดูแล้ว ป้องกัน การบาดเจ็บได้ดีสุด ตอนล้ม
2. ต้องสวย ..แต่ ไม่ ปู๊ด ป๊าด มาก .. เพราะ กลัว คนแซว
3. ใส่แล้ว สบาย ไม่อึดอัด ใส่แล้ว นิ้วเท้า ต้องพริ้วได้ …(ไล่ขยับนิ้ว ไม่ติดขัด) ไม่บีบ ไม่รัด …
4. เดินแล้วไม่เจ็บ… แต่หาเดินสบายมากๆ แบบรองเท้าปกติ คงยากครับ ..ของพวกนี้ ..มัน เน้นปกป้อง .. ลองเอา แบบ เดินแล้วไม่กัด ไม่เจ็บ แล้ว ถ้าอยากได้นุ่มๆ ก็ ไปซื้อ พืิ้นเสริมเอาทีหลัง
5. ดู สี่ข้อแล้ว อันนี้สำคัญสุด …อย่าให้ถึง ห้าหลัก….  ผมว่า เกินนี้ ..ผมต้องไปอดข้าวอีกหลายวัน … เพราะ แค่ ซื้อ น้องซีดสสฺ์ นี่ น้ำหนักลดเดือนนี้ ไป สี่ โล แล้ว เพราะ ไม่มี อะไร จะกิน  :P :P

ไปดูมาสองที่ครับ… เพราะ เวลาน้อย … ไปที่ Panda ที่พี่ๆ บอกว่า ร้านหมี กับ Paddock ตรงรัชดา…
แต่ละร้าน เน้นขายคนละยี่ห้อ ครับ… ทั้ง Sidi, Alpinestar, TCX แต่ที่เห็นมี ทั้งสองร้าน คือ Forma

ลองเปรียบเทียบ เจ้า Forma สองร้านต่างกันที่ ร้านนึง made in Italy อีกร้าน เป็น Romania ครับ
ราคาตั้ง ต่างกัน พันนึง แต่อีกร้านมีส่วนลดสำหรับสมาชิก 10% ลดแล้ว ยังแพงกว่าประมาณ สองร้อย…

สุดท้ายจบที่ Forma นี่แหล่ะครับ …เพราะ ดูแล้ว ตอบโจทย์ผมหมด… เหลือ แต่ การใช้งานจริง…
ไว้ออกทริป ใช้งานดูแล้ว ค่อยมาเล่ากันต่อครับ…

หมดการ “แต่งตัว” ไปอีกชิ้นล่ะครับ…  คอนนี้ก็ครบแล้ว …แต่ อาจจะต้องมีวน “upgrade” ของเก่ากันอีกรอบ  เพราะ ยิ่งเข้ามาศึกษา ก็จะเริ่มรู้อะไรมากขึ้นเรืิ่อยๆ …
ตังส์ ก็ จะหมดไปเรื่อยๆ ด้วย 555   :-* :-* :-*


อ่านแล้ว ..ชอบใจ ให้ +1 ก็พอ นะครับ… เป็นกำลังใจในการเขียนครับผม…

สนใจ ลองอ่านเพิ่มเติม จาก wiki ได้ครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Motorcycle_boot

น้ำหนักลด เพราะ ลดน้ำหนัก วันที่ 37 กิโลที่ 4


น้ำหนักชั่งเมื่อเช้า 83.7 kg…

ไม่ได้ออกกำลัง ไม่ได้ คุมอาหาร… น้ำหนักเลยไม่ลด …

 

สงสัยต้องกลับไปสู่ คอร์ส เดิม…

น้ำหนักลด เพราะลดน้ำหนัก วันที่ 36 กิโลที่ 4


84,2 kg… น้ำหนัก เช้าวันนี้ …

ผ่านมาเดือนกว่า ลดไปจาก 77.9 kg… ไม่ถึงสี่โลดี…

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 28 other followers